ความมืด…
มืดมิดไร้ที่สิ้นสุด
หลัวเฟิงรู้สึกราวกับร่างของตนกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงลึกอันไร้ก้นบึ้ง ไม่มีแสง ไม่มีเสียง ไม่มีแม้แต่ััของสายลมหรือพื้นดิน
มีเพียงความหนาวเย็นที่ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่กระดูก
และเสียงหนึ่ง…
เสียงโบราณต่ำลึกที่ดังก้องอยู่ในจิติญญา
“ผู้สืบทอด…”
“ในที่สุด… เ้าก็มาถึง…”
หลัวเฟิงพยายามลืมตา
แต่เปลือกตากลับหนักอึ้งราวถูกภูผากดทับ
วูมมม!
แสงสีดำสายหนึ่งพลันะเิขึ้นเบื้องหน้า
ความมืดรอบด้านสั่นะเืรุนแรง ก่อนค่อย ๆ แตกสลายออกไปทีละส่วน ราวผืนกระจกที่แตกร้าว
จากนั้น…
หอคอยขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
หลัวเฟิงเบิกตากว้างทันที
หอคอยนั้นสูงเสียดฟ้า มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด สีดำสนิทราวหล่อขึ้นจากรัตติกาล ตัวหอคอยเต็มไปด้วยอักขระโบราณสีแดงโลหิต
โซ่ตรวนขนาดั์พันรอบตัวหอคอยนับพันสาย
ทุกสายส่งเสียงกระทบกันดัง “แกร๊ง… แกร๊ง…” อย่างเชื่องช้า
กลิ่นอายเก่าแก่และกดดันแผ่ออกมาจนเขาหายใจแทบไม่ออก
เพียงยืนอยู่เบื้องหน้ามัน หลัวเฟิงก็รู้สึกว่าตนเล็กจ้อยดุจฝุ่นธุลี
“ที่นี่คือ…”
เสียงของเขาแหบพร่า
ทันใดนั้น อักขระบนหอคอยพลันส่องแสงขึ้นทีละตัว
วูม… วูม… วูม…
เสียงสั่นะเืต่ำลึกดังไปทั่วมิติ
จากนั้น ประตูหอคอยสีดำค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ
ครืดดดด…
เสียงนั้นเหมือนดังมาจากกาลเวลาที่ยาวนานนับหมื่นปี
ลมหายใจเย็นเยียบสายหนึ่งพัดออกมาจากภายใน
หลัวเฟิงรู้สึกขนลุกทั่วร่าง
แต่ลึกลงไปในใจ…
กลับมีแรงดึงดูดบางอย่าง
ราวกับมีเสียงกระซิบบอกให้เขาเดินเข้าไป
ก้าวแรกของเขาหนักอึ้งอย่างยิ่ง
ทุกย่างก้าวสะท้อนเสียงก้องไปทั่วความว่างเปล่า
ภายในหอคอยมืดสนิท มีเพียงเปลวไฟสีเขียวซีดที่ลุกอยู่สองข้างทาง
เปลวไฟเ่าั้ไม่ได้ให้ความอบอุ่นแม้แต่น้อย
กลับเย็นเยียบจนหัวใจสั่นสะท้าน
ผนังรอบด้านเต็มไปด้วยภาพสลักโบราณ
หลัวเฟิงมองผ่านอย่างช้า ๆ
ภาพแรกคือา
มนุษย์นับไม่ถ้วนกำลังเข่นฆ่าอสูริญญา เืไหลนองท่วมผืนดิน ท้องฟ้ากลายเป็สีแดงฉาน
ภาพที่สอง…
อสูรขนาดมหึมากำลังคำรามใส่ฟ้า ร่างของมันสูงราวขุนเขา เพียงเหยียบเท้าก็ทำให้แผ่นดินแตกร้าว
ภาพที่สาม…
หอคอยสีดำแห่งนี้ลอยอยู่กลางซากศพนับล้าน
หลัวเฟิงรู้สึกหัวใจเย็นวาบ
เพราะภาพเ่าั้สมจริงเกินไป
ราวกับเป็ความทรงจำที่เคยเกิดขึ้นจริง
ทันใดนั้น
“เ้าหวาดกลัวหรือ?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากความมืด
หลัวเฟิงสะดุ้ง รีบหันไปทันที
เงาร่างเลือนรางสายหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
มันคือชายชราในชุดคลุมสีดำ
ใบหน้าซูบผอม ดวงตาลึกโหล แต่กลับส่องประกายราวสามารถมองทะลุจิติญญาผู้คนได้
ร่างของเขาโปร่งใสเล็กน้อย
คล้ายมิใช่มนุษย์จริง
หลัวเฟิงถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
“ท่านคือผู้ใด?”
ชายชรามองเขานิ่ง
ก่อนกล่าวช้า ๆ
“ข้า… เป็เพียงเศษเสี้ยวิญญาที่หลงเหลืออยู่”
“ผู้เฝ้าหอคอยกลืนิญญา”
ทันทีที่ได้ยินชื่อหอคอย หัวใจของหลัวเฟิงพลันสั่นะเื
“หอคอยกลืนิญญา?”
ชายชราพยักหน้า
“สมบัติต้องห้ามจากยุคา”
“สิ่งที่แม้แต่เทพเ้าก็หวาดกลัว”
เสียงของเขาสงบนิ่ง แต่กลับแฝงแรงกดดันประหลาด
หลัวเฟิงรู้สึกลมหายใจติดขัด
เขาพยายามตั้งสติ ก่อนถามต่อ
“เหตุใดข้าจึงมาอยู่ที่นี่?”
ชายชราหรี่ตาเล็กน้อย
“เพราะเ้าถูกเลือก”
“เมล็ดพันธุ์โลกาในร่างเ้าปลุกหอคอยขึ้นอีกครั้ง”
หลัวเฟิงชะงัก
“เมล็ดพันธุ์โลก?”
“ใช่”
ชายชรายกมือขึ้นเบา ๆ
ทันใดนั้น ภาพเมล็ดพืชแห้งแล้งในจิติญญาของหลัวเฟิงก็ลอยขึ้นกลางอากาศ
แต่ตอนนี้ มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ภายในเมล็ดพืชแห้งเหี่ยวนั้น มีแสงสีทองจาง ๆ ไหลเวียนอยู่
ราวกับบางสิ่งกำลังตื่นขึ้น
“นี่ไม่ใช่ิญญายุทธ์ขยะ”
“แต่มันคือเมล็ดพันธุ์แห่งการกำเนิดโลก”
เสียงของชายชราดังก้องไปทั่วหอคอย
“ในอดีต มันเคยเป็พลังที่แม้แต่เหล่าเซียนยังแย่งชิง”
หลัวเฟิงเบิกตาค้าง
หัวใจเต้นรุนแรง
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาถูกผู้คนเหยียดหยามเพราะิญญายุทธ์นี้
แต่ตอนนี้…
กลับมีคนบอกว่า มันคือพลังระดับา?
ชายชรามองสีหน้าของเขา ก่อนกล่าวต่อ
“เมล็ดพันธุ์โลกมีความสามารถในการ ‘กลืนกิน’ ”
“มันสามารถดูดซับพลังของอสูริญญา ิญญายุทธ์ หรือแม้แต่แก่นพลังแห่ง์ มาหล่อเลี้ยงตัวเอง”
“และเมื่อมันวิวัฒนาการ…”
เขาหยุดเล็กน้อย
ดวงตาโปร่งใสนั้นฉายประกายลึกซึ้ง
“มันจะกลายเป็โลกใบใหม่”
ภายในหอคอยพลันเงียบงัน
หลัวเฟิงยืนนิ่งราวถูกสายฟ้าฟาด
คำพูดนั้นเหนือจินตนาการเกินไป
สร้างโลก?
ิญญายุทธ์ของเขา… สามารถเติบโตถึงระดับนั้นจริงหรือ?
ทันใดนั้น ชายชรากลับถอนหายใจ
“แต่น่าเสียดาย…”
“เ้ากลับอ่อนแอเกินไป”
เพียงประโยคเดียว สีหน้าหลัวเฟิงพลันแข็งค้าง
ชายชรามองเขาตรง ๆ
“ร่างกายอ่อนแอ”
“พร์ต่ำ”
“เส้นชีพจริญญาเสียหาย”
ทุกคำพูดราวคมมีด
แต่หลัวเฟิงไม่อาจโต้แย้ง
เพราะทั้งหมดคือความจริง
เขากำหมัดแน่น
สายตาค่อย ๆ มืดลง
ต่อให้ิญญายุทธ์ไม่ใช่ขยะแล้วอย่างไร?
สุดท้าย… เขาก็ยังอ่อนแออยู่ดี
ชายชรากลับหัวเราะเบา ๆ
“แต่ก็เพราะเช่นนี้… เ้าจึงเหมาะสมที่สุด”
หลัวเฟิงชะงัก
“หมายความว่าอย่างไร?”
“คนที่ไม่เคยตกสู่ก้นเหว ย่อมไม่มีวันเข้าใจความกระหายพลังอย่างแท้จริง”
“ผู้ที่ถูก์ทอดทิ้งเท่านั้น… จึงกล้ากลืนกินทุกสิ่ง”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจหลัวเฟิงสั่นะเื
ภาพในอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้ง
เสียงหัวเราะเยาะ
สายตาดูิ่
การถอนหมั้น
การถูกเหยียบย่ำต่อหน้าผู้คน
เขาเ็ป
อับอาย
สิ้นหวัง
แต่เพราะเคยััสิ่งเ่าั้…
เขาจึงไม่อยากอ่อนแออีกต่อไป
ไม่มีวันอีกแล้ว
หลัวเฟิงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
ดวงตาของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนไป
จากความสับสน…กลายเป็ความแน่วแน่
“หากข้าได้รับพลังนี้…”
“ข้าจะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้จริงหรือ?”
ชายชรายิ้มบาง ๆ
“แน่นอน”
“แต่หนทางนี้… เต็มไปด้วยเืและความตาย”
“เ้าจะต้องกลืนกินอสูร”
“แย่งชิงพลัง”
“เหยียบย่ำศัตรูทั้งหมด”
“แม้แต่์… วันหนึ่งเ้าก็อาจต้องกลืนกินมัน”
เสียงสุดท้ายดังก้องราวอสนีบาต
ลมสีดำเริ่มหมุนวนทั่วหอคอย
โซ่ตรวนั์สั่นะเืรุนแรง
แกร๊ง! แกร๊ง! แกร๊ง!
กลิ่นอายโบราณมหาศาลแผ่ปกคลุมทั่วพื้นที่
หอคอยทั้งหลังพลันส่องแสงสีดำสนิท
อักขระโบราณนับไม่ถ้วนลอยขึ้นกลางอากาศ
ก่อนพุ่งเข้าหาร่างหลัวเฟิง!
วูมมมม!!
ความเ็ปมหาศาละเิขึ้นในจิติญญา
“อ๊ากกกกก!!”
หลัวเฟิงร้องลั่น
ร่างทั้งร่างราวถูกฉีกกระชากออกเป็ชิ้น ๆ
อักขระสีดำฝังเข้าไปในเส้นเื
กระดูก
และจิติญญาของเขา
เสียงของชายชราดังก้องท่ามกลางพายุพลัง
“จงจำไว้…”
“ั้แ่วินาทีนี้…”
“เ้าคือผู้สืบทอดหอคอยกลืนิญญา!”
ตูมมมมม!!!
แสงสีดำะเิขึ้นทั่วทั้งมิติ
ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลืนหายไปในความมืดอีกครั้ง