EP.2/2
น่าแปลกหลังจากได้กินอาหารอิ่มท้องเพียงไม่กี่มื้อร่างกายของแซนกลับฟื้นตัวเร็วกว่าที่คิด กล้ามเนื้อที่เคยอ่อนแรงเริ่มมีแรงขึ้นความรู้สึกกระปรี้กระเปร่ากลับคืนมาอย่างไม่น่าเชื่อ
เธอเริ่มทดลองระบบเกมของตัวเองอีกครั้ง
[ขาย]
[+1 เหรียญ]
เพียงกดขายเศษดิน เศษหิน และต้นหญ้าบางชิ้นที่เธอเก็บมาไว้ในพื้นที่สร้างของตน พวกมันก็หายไปพร้อมตัวเลข +1 เหรียญลอยขึ้นมารวมกับยอดเหรียญที่เธอมีทันทีนั่นเพียงพอจะทำให้เธอรู้ว่า เศษสิ่งเหล่านี้มีค่า แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม
แค่ 5 ชิ้น ก็สามารถแลกน้ำดื่มได้หนึ่งขวดแล้ว
แต่เงื่อนไขสำคัญคือของเหล่านี้ต้องอยู่ใน“พื้นที่ว่าง” ที่ระบบยอมรับเท่านั้น ถ้าอยู่ในเขตของคนอื่นเธอจะไม่สามารถขายได้เลย
แซนเริ่มสำรวจค่ายอพยพรอบนอกมากขึ้นทั้งจากประสบการณ์และความทรงจำ ค่ายนี้มีผู้อพยพเพียงสามร้อยกว่าคน
คนที่มีพลังพิเศษมีไม่มากเพียง60 คนและผู้นำค่ายที่แข็งแกร่งที่สุดมีพลังอยู่ที่ระดับสองเท่านั้นพวกเขาตั้งกระโจมอยู่ในเขตใจกลางค่าย ได้รับการปกป้องอย่างดี ส่วนคนธรรมดาอย่างพ่อแม่ และตัวเธอ ถูกผลักให้อยู่รอบนอกในเขตแร้นแค้นที่สุด
ในค่ายนี้ถ้าอยากกิน ก็ต้องทำงาน หรือไม่ก็ล่า “ผลึกซอมบี้” มาขาย
ผลึกเหล่านี้ไม่ใช่แค่สิ่งของมีค่าแต่ยังสามารถเพิ่มระดับพลังให้กับผู้มีพลังพิเศษได้อีกด้วย
มันคือเงินตราของโลกที่พังทลายใบนี้
แซนอดสงสัยไม่ได้ถ้าเธอขาย “ผลึกซอมบี้” ผ่านระบบ จะได้เงินกี่เหรียญ?
แต่น่าเสียดายเธอไม่เคยเห็นของสิ่งนั้นมาก่อนเลย
“พ่อคะถ้าเราเอาอาหารกระป๋องไปขาย เราจะพอซื้อผลึกซอมบี้ได้ไหม?”
ชาญชัยนิ่งไปนิดก่อนส่ายหน้าเบาๆ
“ซื้อได้นะแต่พ่อว่าอย่าเสี่ยงดีกว่า เราไม่มีพลังพอจะป้องกันตัวเองถ้ามีใครสงสัยว่าเราเอาอาหารพวกนั้นมาจากไหน แซนจะตกอยู่ในอันตรายเอาได้”
แซนเม้มปากแน่นเธอเข้าใจดี แม้อยากช่วยครอบครัวแค่ไหนแต่โลกนี้ไม่ได้ใจดีพอจะปล่อยให้คนธรรมดาพกอาหารดีๆ ไว้โดยไม่ตั้งคำถาม
เธอจึงเดินเงียบๆสำรวจรอบค่ายต่อ ภาพที่เห็นทำให้เธอหนาวสะท้านจากการกระทำของผู้คนพวกเขาตบตีกันแย่งอาหาร ถึงขนาดไม่มีความปรานีกับเด็กตัวเล็กๆ เลยด้วยซ้ำ
เมื่อทุกคน้ามีชีวิตรอดการเห็นแก่ตัวจึงเกิดขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองเช่นกัน
“เฮ้อ”
แซนถอนหายใจก่อนจะพาชาญชัยเดินออกห่างจากความวุ่นวายนั้น
เสียงปืนยังแว่วมาเป็ระยะจากนอกแนวรั้วลวดหนามสูงพวกยามคงกำลังยิงขู่ หรือไม่ก็ยิงจริง ๆ
แซนไม่กล้าแม้แต่จะมองไปทางนั้นเธอยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับ “สิ่งมีชีวิต”ที่กลายพันธุ์เป็สัตว์ประหลาดร่างเน่าเหม็น
ขอเธอได้ใช้ชีวิตแบบโลกสวยอีกสักพักเถอะ
แต่ดูเหมือนแซนจะไม่สามารถทำอย่างที่ใจนึกได้เมื่อต้องมาอยู่ในโลกใบนี้
ปัง!ปัง! ปัง!
เสียงปืนรัวอย่างฉับพลันเสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงมมาจากทิศตะวันตกของค่ายใกล้กับแนวรั้วลวดหนามที่มีแสงไฟสลัวๆ ส่องออกมาเป็จุดๆ
“เกิดอะไรขึ้นคะ!?”
เสียงของแซนสั่นเครือเล็กน้อยขณะหันขวับไปถามพ่อใจเธอเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก
ชาญชัยขมวดคิ้วแน่นใบหน้าที่เคยสงบนิ่งกลับเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดในพริบตา
“ดูเหมือนจะเป็พวกซอมบี้อีกแล้ว”
เขาตอบเสียงต่ำดวงตาไม่ละจากทิศทางของเสียงปืนที่ยังคงดังต่อเนื่อง
่นี้ไม่รู้เพราะอะไรจำนวนของซอมบี้ที่มุ่งหน้าเข้าหาค่ายกลับเพิ่มขึ้นผิดปกติราวกับมีบางอย่างกำลังดึงดูดพวกมันเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
บางทีค่ายอพยพแห่งนี้อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป หากผู้นำไม่เร่งจัดการค่ายอพยพนี้อาจจะแตกเข้าสักวัน
เสียงะโและเสียงฝีเท้าดังสะท้อนจากแนวรั้วเสริมด้วยเสียงเหล็กเสียดสีกับะุปืนทำให้แซนรู้สึกขนลุกวาบเธอเห็นสีหน้าของพ่อแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่เื่เล็กน้อยเลย
จากเศษเสี้ยวความทรงจำที่ยังหลงเหลือในหัวแซนจำได้ดีว่าการโจมตีจากซอมบี้ครั้งล่าสุดเพิ่งผ่านไปไม่นานและนั่นก็เกิดขึ้นใกล้กับแนวรั้วเหมือนกัน
เห็นได้ชัดว่า“พื้นที่รอบนอก” ที่พวกเธออาศัยอยู่นั้นเริ่มไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว
แต่การจะขอย้ายเข้าไปอยู่“ด้านใน” ซึ่งได้รับการป้องกันด้วยกำแพงสูงและมีอาหารพร้อม ต้องแลกมาด้วย“พลังพิเศษ” หรือ “เส้นสาย” เท่านั้น ไม่มีทางอื่น
คนธรรมดาอย่างเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้าใกล้ประตูด้วยซ้ำ
การปะทะกันระหว่างทหารยามกับฝูงซอมบี้สงบลงในที่สุดบรรยากาศเงียบงันราวกับทุกสิ่งหยุดหายใจ
ชาญชัยพยักหน้าให้ลูกสาวแล้วจึงก้าวเดินเพื่อไปดูสถานการณ์ พร้อมกับแซนที่เดินตามไปอย่างระวัง
สิ่งที่พวกเขาเห็นทันทีเมื่อมาถึงแนวรั้วลวดหนามก็คือกองซากศพของซอมบี้ที่นอนตายเกลื่อนพื้นดินนอกค่าย
กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งจนแสบจมูก
แมลงวันบินวนว่อนอยู่เหนือร่างเน่าที่ขาดวิ่น
เืดำคล้ำเกาะเป็คราบบนผิวดิน
แซนรีบยกมือขึ้นปิดจมูกและปากแทบหันหน้าหนีไปทางอื่น
เธอไม่อยากมองภาพสยองพวกนั้นให้นานแต่เมื่อเธอมองมันผ่านหน้าต่างระบบสร้าง เธอก็ต้องชะงักไปทันที
[ขาย?]
คำถามปรากฏอยู่ตรงหน้าพร้อมปุ่มกด
ซากศพซอมบี้พวกนี้ระบบยอมรับงั้นเหรอ!?
แซนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองแต่ก็ลองกด ‘ขาย’ หนึ่งในซากศพอย่างเงียบๆ
ไม่มีใครสังเกต
ไม่มีเสียงเอะอะ
ซากศพหนึ่งตัวหายไปต่อหน้าต่อตาเธอในทันที
[+50 เหรียญ]
ดวงตาของแซนเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นจนเผลอกำแขนพ่อแน่น
ในขณะที่ผู้คนรอบข้างต่างยังคงหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจบลงทหารยามเริ่มออกคำสั่งคัดเลือกผู้อพยพบางส่วนให้ออกไปจัดการกับกองศพนอกรั้วพวกเขาจะได้ค่าจ้างเป็เพียง ขนมปังแห้งชิ้นเดียว ที่ขึ้นราไปแล้วครึ่งก้อน
แต่ถึงอย่างนั้นผู้อพยพหลายคนก็ยังแย่งกันยกมือเสนอตัว โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
แซนยืนกอดแขนพ่อไว้แน่นขณะที่มืออีกข้างยังคงควบคุมหน้าต่างระบบล่องหน กดขายซากศพไปทีละตัวอย่างเงียบงัน
ไม่มีใครล่วงรู้
ไม่มีใครได้ยิน
แต่ทุกคลิกของเธอคือเงิน50 เหรียญที่เพิ่มขึ้นในระบบ
“แซนเรากลับกันเถอะ” ชาญชัยเอ่ยเสียงเบา
“ไม่ได้ค่ะพ่อเรายังกลับไม่ได้”
“หืม?ทำไมล่ะลูก?”
“เพราะซากศพซอมบี้พวกนั้นขายได้ตั้ง 50 เหรียญแน่ะค่ะ”
ชาญชัยนิ่งอึ้งไปชั่วขณะดวงตาเบิกโพลงอย่างใ แต่เมื่อเข้าใจความหมายเขาก็ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างเงียบงันก่อนจะยืนข้างลูกสาวสำรวจรอบด้านอย่างระมัดระวัง
ไม่นานหลังจากนั้นขณะที่แซนกำลังกดขายซากศพอีกศพหนึ่ง เธอก็ต้องชะงัก
เพราะร่างที่เธอกำลังจะกด"ขาย" ดันขยับได้!
ดวงตาเธอสั่นไหวอย่างใแต่ระบบกลับขึ้นข้อความว่า
[+100 เหรียญ]
ซอมบี้ขายได้ถึงแม้มันจะยังไม่ตายงั้นเหรอ?!
แซนกลืนน้ำลายเธอไม่คิดว่าระบบจะนับแม้กระทั่งซอมบี้ที่ยังมีชีวิต
และที่น่าใกว่านั้นคือราคามันเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว!
ตอนนี้มือของเธอเริ่มสั่นเพราะการค้นพบสิ่งสำคัญเข้าให้แล้ว
ซอมบี้เหล่านี้คือ “ตั๋วเงิน”
คือ“ขุมทรัพย์” ที่เดินได้ของเธอ!
และตราบใดที่ยังมีซอมบี้อยู่ทุกมุมทั่วโลกเธอกับพ่อแม่ก็จะไม่มีวันอดตายอีกต่อไป!