เซบาสเตียนเดินนำผมตรงไปยังศาลาหลังหนึ่งในสวนกว้างของคฤหาสน์ตระกูลเมลฟอร์ดศาลาหลังนั้นเป็ศาลาแบบโมเดิร์นสมัยใหม่ที่ทำด้วยหินอ่อนซึ่งผมเป็คนออกแบบให้กับท่านพ่อและพี่อเล็กเซียตอนที่ทั้งสองอยากหาอะไรมาใส่ไว้ในสวนเพื่อไม่ให้มันโล่งเกินไป
ใจจริงผมอยากสร้างศาลาทรงไทยไปด้วยซ้ำก็มันเป็ความประทับใจแรกตอนผมไปเที่ยวไทยเลยนี่นา แต่มันไม่เข้ากับบรรยากาศในบ้านเลยเลือกแบบโมเดิร์นไปแทน
ตอนสร้างเสร็จใหม่ๆทั้งสองคนดูถูกใจกับมันมากผิดกับผมที่ยังรู้สึกมันยังขาดๆ เลยขอทั้งสองว่าอยากจัดการอะไรเพิ่ม แล้วลากพี่ๆคนงานในบริษัทของพี่อเล็กเซียมาช่วยสุดท้ายมันก็กลายเป็สวนดอกไม้ที่มีศาลาตั้งอยู่ตรงกลางสวนไป สวยถูกใจคนในบ้านยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
แต่เพราะเหตุการณ์นั้นทำให้ผมโดนท่านพ่อกับพี่อเล็กเซียเลียบๆเคียงๆให้ไปช่วยที่บริษัทของพี่อเล็กเซียมาโดยตลอดซึ่งผมเองก็บอกปัดไปตลอดนั่นละ ก็ตอนนั้นผมยังี้เี แถมยังพึ่งเข้าไปอ่านหนังสือในหอสมุดลิเทียร์ด้วยเลยกลายเป็เหตุให้บอกปัด แต่ว่างๆผมก็ยังเขียนแบบให้กับพี่อเล็กเซียนะ เขาเลยยอมๆไม่ตื๊อมากนัก
เมื่อศาลาหลังดังกล่าวเข้าสู่ระยะสายตาผมก็มองเห็นร่างบางในชุดอัศวินสีเงินนั่งอยู่ในศาลา เอาจริงๆเพราะผมสีแดงยังกะเปลวเพลิงนั่นต่างหากจึงทำให้ผมสังเกตเห็นอีกฝ่ายได้จากระยะไกล
เมื่อผมเดินเข้ามาในตัวศาลา ผมก็สังเกตเห็นดาบประจำตัวของหล่อนถูกถอดวางพาดหน้าขาของหล่อนเอาไว้ ลายเปลวเพลิงสีแดงตามชุดเกราะนั้นฉวัดเฉวียนดูสวยงามแสดงให้เห็นถึงความสามารถของช่างที่ทำมันเธอยกน้ำชาที่เซบาสเตียนน่าจะสั่งให้เมดยกมาให้ขึ้นดื่มก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
ผมเดินตรงเข้าใกล้โต๊ะกลางศาลาพร้อมๆกับที่เธอรับรู้ได้ถึงการมาของผมหล่อนวางแก้วน้ำชาลงก่อนจะปรับท่าทาง ปล่อยให้ผมเอนตัวนั่งลงในฝั่งตรงข้าม ก่อนที่ผมจะรับแก้วน้ำชาจากเซบาสเตียนแล้วยกขึ้นดื่มหล่อนจ้องหน้าของผมอยู่นานก่อนจะกระแอ้มไอหนึ่งครั้งเพื่อเรียกความสนใจจากผม
ผมเลิกคิ้วมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจแม่ทัพสาวเ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงผู้เป็คู่หมั้นของเขาวันนี้เดินทางมาหาผมถึงคฤหาสน์ประจำตระกูลแต่เช้าตรู่แต่หล่อนมาทำไม?
“สวัสดียามเช้าครับท่านแม่ทัพเซลิน่า ทอรัส วัลคอร์ต ไม่ทราบว่ามาหาผมถึงคฤหาสน์เช้าขนาดนี้มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?” ผมเอ่ยทักทายอีกฝ่ายอย่างเต็มยศก่อนจะฉีกยิ้มการค้าให้หล่อนแต่ดูท่าหล่อนจะไม่สนใจผมเลยแฮะ
คนตรงหน้าทำหน้าเครียดจนใบหน้าสวยดุนั้นยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีกดวงตาเรียวคมสีน้ำตาลนั้นจ้องมาที่ผมอย่างไม่วางตานี้คิดจะเล่นจ้องตากับผมอย่างงั้นรึไง? ผมกับเธอจ้องตากันโดยไม่พูดอะไรหลายสิบนาทีสุดท้าย ริมฝีปากอวบอิ่มกระชับได้รูปนั้นอ้าออก กล่าวคำพูดหนึ่งออกมา
"ข้าขอถอนหมั้นกับเ้า!"
"ห่ะ?ถอนหมั้นรึครับ? ก็ถอนสิครับ" ที่แท้ก็เื่ถอนหมั้นนี่เอง ช่างมันสิเนอะ ไม่เห็นจะต้องหน้าเครียดขนาดนั้นเลยนี่ ผมกล่าวสวนกลับอีกฝ่ายอย่างไม่สนใจ พลางยกชาขึ้นดื่มอีกอึกก่อนจะวางลง
“นี่เ้าไม่ใเลยรึไง!?”อีกฝ่ายร้องถามอย่างไม่เข้าใจในทีท่าทีไม่แยแสของผม คิดหรือไงว่าผมจะใส่ใจกับคนที่แสดงท่าทีรังเกียจกับผมน่ะ?ไร้สาระน่า ใส่ใจทำไม ยิ่งมาเอ่ยปากถอนหมั้นเองนี่ยิ่งดีเลยละครับ จะได้ไม่มีห่วงมารัดคอผมซักที
“จะใทำไมละครับ ทั้งคุณทั้งผมเองก็ไม่ได้รักกันแถมคุณเองยังดูท่าจะไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่ด้วย ฉะนั้นอยู่ๆคุณมาขอถอนหมั้นผมเองแบบนี้มันไม่เหนือความคาดหมายหรอกครับ”ผมตอบแล้วฉีกยิ้มสดใสให้กับคนตรงหน้า พลางมองหน้าของอีกฝ่ายที่เผยใบหน้าอึ้งๆจนผมอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะเบาๆ
“อย่ามาหัวเราะข้านะ!” แม่ทัพสาวเห็นผมแอบหัวเราะหล่อนก็แหวใส่ผมทันทีจนผมต้องเปลี่ยนจากหัวเราะมาเป็กลั้นขำก่อนที่เ้าหล่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์
“ผู้ชายอ่อนแอเช่นเ้านั้นข้าไม่้ามาเป็สามีของข้าและอีกอย่าง ตอนนี้ข้านั้นยังไม่้าที่จะแต่งงาน ข้า้าที่จะรับใช้อาณาจักรต่อไปหวังว่าเ้าจะเข้าใจ” อีกฝ่ายว่าพลางตีหน้าขึงขังใส่ผมแล้วใช้ดวงตาเรียวคมสีน้ำตาของตนจ้องผมอย่างกดดันโอเค เข้าใจนะว่าถ้าเป็คุณเ้าของร่างละก็ ป่านนี้คงกลัวตัวสั่นงกๆไปแล้วละนะครับแต่เผอิญผมไม่ใช่คนๆนั้นซะด้วย เื่แค่นี้ไม่ทำให้ผมรู้สึกอะไรด้วยหรอก
แต่ว่ามองๆไปแล้วพอหล่อนทำหน้าขึงขังแบบนี้ก็ดูน่ารักดีนะผมคิดเช่นนั้นก่อนจะส่ายหัวอย่างอ่อนใจแล้วสลัดความคิดดังกล่าวออกไปก่อนจะปรับท่าทางโดยยกขาขึ้นมานั่งไขว่ห้างและประสานมือไว้ที่หน้าตักสายตาที่จ้องมองอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็จ้องเขม็ง แต่ริมฝีปกยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม
“ครับ ผมเข้าใจแต่ถือว่าผมและคุณเห็นตรงกันอยู่เื่หนึ่งผมเองก็ยังไม่้าจะแต่งงานเช่นกันครับ...โดยเฉพาะผู้หญิงที่มองคนแค่ภายนอกแบบคุณ”ผมว่าพร้อมกับเอียงคอแล้วฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมเป็การกวนประสาท
ชิ้ง!
ดาบที่อยู่บนหน้าตักของหล่อนจนถึงเมื่อครู่ถูกชักออกมาพาดเข้ากับลำคอของผมอีกฝ่ายหอบหายใจอย่างหนักจนใบหน้าของเ้าตัวแดงเพราะความโกรธ จิตสังหารแผ่ออกจากร่างบางแต่ผมก็ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหนนอกจากนั่งยิ้มและหมุนแก้วชาของตนเล่น
“ถอนคำพูดของเ้าเดี๋ยวนี้!เ้าคนไร้มารยาท!”
“ขอโทษด้วยนะครับท่านแม่ทัพเผอิญว่าผมเป็คนมีมารยาท แต่ว่ามารยาทนั้น ผมใช้กับคนที่มีมารยาทกับผมเท่านั้นคุณที่ดูถูกผมว่าอ่อนแอคงไม่จำเป็หรอกมั้งครับ?” ผมสวนกลับไปด้วยรอยยิ้มร่างของอีกฝ่ายยังคงสั่นเทาไปด้วยความโกรธก่อนจะสะบัดหน้าหันไปอีกด้านแล้วหมุนตัวเดินหนีออกจากศาลาพร้อมกับเก็บดาบที่เมื่อครู่พาดคอผมกลับไป
“นี่! ท่านแม่ทัพ!”ผมะโเรียกร่างบางที่สะบัดตัวเดินหนีผมจนผมสีเปลวเพลิงของหล่อนสะบัดไปมาในขณะที่ตนยังคงนั่งอยู่ที่เดิมด้วยรอยยิ้ม
“อะไรเ้าคนถ่อย!” อีกฝ่ายหยุดแล้วหันมาะโกลับอย่างหงุดหงิดใบหน้าเรียวสวยของหล่อนยังคงแดงไปด้วยความโกรธจากการที่โดนผมกวนประสาทใส่ ผมเดาได้เลยว่าในใจของหล่อนคงอยากจับดาบในมือนั้นฟันคอผมจนจะทนไม่ไหวถ้าไม่ติดว่าผมเป็น้องชายของเพื่อนสนิทหล่อนอ่ะนะ
“ถอนหมั้นสินะครับ!” สิ้นคำพูดของผมร่างบางก็ก้มลงไปคว้าหินแถวนั้นปาใส่ผมทันทีก่อนจะหมุนตัวกลับแล้วเดินหนีไปโชคดีที่ผมโยกหัวหลบได้ทัน มันเลยบินเฉียดหน้าผมไปแทน
ก็แค่ถามว่าถอนหมั้นสินะครับเองนาปาหินใส่กันเลยวุ๊ย แต่เ้าหล่อนยังไม่ตอบคำถามเราเลยแฮะว่าถอนไม่ถอน?
.................................................................................................................................................
ชื่อของข้าคือ ‘เซลิน่า ทอรัส วัลคอร์ต’
บุตรีของอดีตแม่ทัพอัลแตร์ ทอรัสวัลคอร์ต อดีตแม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งราชอาณาจักรเวสเทล่า
ตัวข้าเป็แม่ทัพข้างกายขององค์จักรพรรดินีลอเรไลอควาเรียส ฮาร์ฟไนท์ เวสเทล่า ประมุขสูงสุดองค์ปัจจุบันของราชอาณาจักรแห่งนี้
ข้ามีคู่หมั้นอยู่คนหนึ่งเขาเป็ผู้ชายที่อ่อนแอ ขี้ขลาดและขลาดกลัวกับสิ่งต่างๆจนคนรอบข้างสมเพชและกลั่นแกล้งเขาอย่างหนัก
ชื่อของเขาคือ ‘นาธาน เมลฟอร์ด’ น้องชายของเพื่อนสนิทของข้า
เขาอ่อนแอจนแม้แต่ตัวข้ายังรู้สึกสมเพชเวทนาเขามักจะหลบอยู่ข้างหลังพวกพี่ๆทั้งสองอยู่ตลอดข้ารู้สึกละอายเป็อย่างมากที่ถูกท่านพ่อจับหมั้นกับผู้ชายคนนี้และทุกๆครั้งที่เขาเจอข้า เขามักจะสะดุ้งและมองข้าอย่างหวดกลัวไม่เข้าใจว่าจะกลัวอะไรกันนักกันหนาหากท่านพ่อ้าให้ข้าหมั้นกับตระกูลเมลฟอร์ดจริงๆทำไมท่านพ่อถึงไม่ให้ข้าหมั้นกับลูกชายคนโตของบ้านนั้นแทนกันถ้าเป็แบบนั้นตัวข้าก็คงพอจะรับได้อยู่หรอกข้าเฝ้าถามตัวเองอยู่แบบนั้นแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบ
จนกระทั่งเมื่อ2ปีก่อนคู่หมั้นที่น่าสมเพชของข้าตกบันไดหัวฟาดพื้นไม่ได้สติไป3วันข้าไปเยี่ยมเ้าตัวในวันที่เขาฟื้นมาได้ซัก2-3วัน แววตาแรกที่ข้าได้รับจากเขาคือความแปลกใจกับความเรียบนิ่งที่ฉายชัดออกมาจากดวงตาของเขาก่อนที่เ้าตัวจะเปลี่ยนไปเป็ยิ้มแล้วพยักหน้ารับรู้ถึงการมาของตัวข้าข้าไม่พูดอะไรกับเขาก่อนจะหันหลังกลับออกไปด้วยความรู้สึกงงงวยกับการแสดงออกของเ้าคู่หมั้นที่แสนจะน่าสมเพชคนนั้น
อีกครั้งที่ข้าได้เจอกับเขาคือในวันงานวันเกิดครบรอบ21ปีของตัวข้าที่คฤหาสน์วัลคอร์ตสายตาที่สองที่ข้าได้รับจากเขาคือการกวาดตามองตัวข้าั้แ่หัวจรดเท้าเป็การประเมินตัวข้าก่อนจะกลายเป็สายตาชื่นชมแล้วกลับไปเรียบนิ่งอีกครั้งแม้ว่าริมฝีปากของเขาจะคลี่ยิ้มอยู่ตลอดเวลาก็ตามแต่ตัวข้าััไม่ได้ถึงอารมณ์ของเขาเลยแม้แต่น้อยและทุกๆครั้งที่ข้าแอบลอบมองอีกฝ่ายเขาก็จะหันกลับมาฉีกยิ้มให้กับข้าแม้ว่าตาจะยังคงเรียบนิ่งอยู่อย่างเดิมก็ตาม
ตัวเขาในวันนั้นเปลี่ยนไปมากจากครั้งที่เขาตกบันไดร่างกายของเขากำยำและสูงขึ้น ไม่ขลาดกลัวและหลบอยู่หลังคนอื่นสายตาที่หวาดกลัวไปกับรอบข้างกลับกลายเป็เรียบนิ่งไม่สนใจคนรอบข้างใบหน้าผอมๆดูไม่น่าชมกลับกลายเป็คมเข้มและมีรอยยิ้มทรงเสน่ห์ประดับเอาไว้ตลอด
ข้าแปลกใจกับสภาพของอีกฝ่ายเป็อย่างมากแต่ข้าก็พยายามไม่เก็บมันมาใส่ใจ สุดท้ายข้าก็ตัดสินใจขอถอนหมั้นกับคู่หมั้นกับคนๆนั้นข้าตรงไปยังคฤหาสน์ของตระกูลเมลฟอร์ดติดต่อกับหัวหน้าคนรับใช้ว่าข้าขอเข้าพบกับเขาเป็การส่วนตัวก่อนที่หัวหน้าคนรับใช้จะพาข้าไปรอยังศาลาทรงแปลกตาที่ตัวข้ารู้สึกชอบมันั้แ่แว๊บแรกที่เห็น
ข้านั่งดื่มชารอคู่หมั้นผู้น่าสมเพชของข้าออกมาพบก่อนที่เขาจะเดินมานั่งในฝั่งตรงข้ามกับตัวข้าแล้วยกชาขึ้นดื่มอย่างไม่สนใจอยู่นานจนข้าต้องกระแอ้มไอเรียกเขาให้หันมาเ้าตัวทำเพียงแค่มองตรงมาที่ข้าแล้วเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“สวัสดียามเช้าครับท่านแม่ทัพเซลิน่าทอรัส วัลคอร์ต ไม่ทราบว่ามาหาผมถึงคฤหาสน์เช้าขนาดนี้ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”เขาทักทายข้าด้วยน้ำเสียงสุภาพและรอยยิ้มที่มักใช้เป็ประจำข้าแสร้งทำเป็ไม่สนใจ ก่อนจะทำหน้าเครียดแล้วจ้องหน้าเขาอยู่นานก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันดัง
"ข้าขอถอนหมั้นกับเ้า!"
"ห่ะ? ถอนหมั้นรึครับ?ก็ถอนสิครับ"เขาตอบข้ากลับมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อยจนข้ายังอดไม่ได้ที่จะแปลกใจก่อนที่เ้าตัวจะยกน้ำชาขึ้นมาดื่มแบบไม่ใส่ใจจนข้ารู้สึกหงุดหงิด
“นี่เ้าไม่ใเลยรึไง!?”ข้าอดไม่ได้ที่จะถามเขาอย่างฉงน
“จะใทำไมละครับทั้งคุณทั้งผมเองก็ไม่ได้รักกัน แถมคุณเองยังดูท่าจะไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่ด้วยฉะนั้นอยู่ๆคุณมาขอถอนหมั้นผมเองแบบนี้มันไม่เหนือความคาดหมายหรอกครับ” คำตอบของเขาทำเอาข้าอึ้ง ก่อนที่ข้าจะโมโหเมื่อเขาแอบหัวเราะข้า
“อย่ามาหัวเราะข้านะ!” ข้าแหวใส่เขาอย่างอดไม่อยู่ เขารับฟังข้าด้วยการเปลี่ยนจากแอบหัวเราะเป็กลั้นขำข้าสูดหายใจอย่างอดกลั้นสติอารมณ์แล้วพูดเหตุผลของตัวข้าออกไป
“ผู้ชายอ่อนแอเช่นเ้านั้นข้าไม่้ามาเป็สามีของข้าและอีกอย่าง ตอนนี้ข้านั้นยังไม่้าที่จะแต่งงานข้า้าที่จะรับใช้อาณาจักรต่อไป หวังว่าเ้าจะเข้าใจ” เขารับฟังข้าด้วยรอยยิ้มเช่นเดิมสายตาที่เขามองมาที่ข้านั้นข้าอ่านไม่ออก ก่อนจะส่ายหัว แล้วปรับท่าทางของตนแล้วพูดตอกหน้าข้าอย่างเจ็บแสบ
“ครับ ผมเข้าใจแต่ถือว่าผมและคุณเห็นตรงกันอยู่เื่หนึ่งผมเองก็ยังไม่้าจะแต่งงานเช่นกันครับ...โดยเฉพาะผู้หญิงที่มองคนแค่ภายนอกแบบคุณ”
ชิ้ง!
“ถอนคำพูดของเ้าเดี๋ยวนี้!เ้าคนไร้มารยาท!” ข้าอดไม่ได้กับคำพูดดูถูกของเขาจนชักดาบพาดคออีกฝ่ายโดยไม่ได้ยั้งคิดคนๆนี้ทำไมถึงพูดอะไรหยาบคายเช่นนี้ออกมา!
“ขอโทษด้วยนะครับท่านแม่ทัพเผอิญว่าผมเป็คนมีมารยาท แต่ว่ามารยาทนั้น ผมใช้กับคนที่มีมารยาทกับผมเท่านั้นคุณที่ดูถูกผมว่าอ่อนแอคงไม่จำเป็หรอกมั้งครับ?” คำพูดด้วยรอยยิ้มของเขาทำเอาข้าหมดคำพูดข้าสะบัดหน้าหนีอีกฝ่ายแล้วเดินออกจากศาลาด้วยความโกรธ ดาบถูกเก็บกลับเข้าไปในฝัก
“นี่! ท่านแม่ทัพ!” น้ำเสียงติดสนุกดังขึ้นไล่หลังข้าจนตัวข้าต้องหันกลับไปมองค้อนคนเรียกที่กำลังนั่งฉีกยิ้มสนุกสนานอยู่บนศาลา
“อะไรเ้าคนถ่อย!” ข้ากระแทกเสียงกลับไปหาอีกฝ่ายอย่างโมโห
“ถอนหมั้นสินะครับ!” สิ้นคำพูดล้อเลียนของเขา ข้าก็ก้มลงไปเก็บก้อนหินปาใส่อีกฝ่ายแล้วสะบัดหน้าหันหนีพร้อมกับรีบก้าวขาออกจากบริเวณนั้นอย่างฉุนเฉียวคนอะไร น่าหมั้นไส้ที่สุด!