ตะวันวาด

    45

            อัญญามองหลานชาย ก่อนจะส่ายหน้าให้อีกฝ่ายน้อยเป็นเชิงบอกว่าเธอจะจัดการเหลนตัวเล็กเอง อันธกานต์ยอมแพ้ไป ร่างสูงลุกขึ้นยืนสูดลมหายใจเข้าลึก

            เขาเดินไปห้องน้ำครู่หนึ่ง ก่อนค่อยเดินกลับไปยังห้องนั่งเล่นของตัวบ้าน ร่างสูงนั่งลงตรงโซฟาข้างสินธพที่มองหลานสาวกินขนมกับภรรยาของเขา

            “ลุงครับ”

            สินธพหันมองหลานชายตามเสียงเรียก

            “ผมจะขายคอนโดที่พัทยา”

            "...!?"


            ช่วงเย็น.. ภายในภัตตาคารร้านอาหารจีน

            “พี ลูกค้าโต๊ะสิบบอกว่าไม่ได้สั่งปลาทอดซีอิ๊ว แต่สั่งปลาทอดน้ำปลาน่ะ”

            พีรภัทรหันขวับไปมองตะวันวาดที่ลุกลี้ลุกลนเข้ามาภายในห้องครัว มือเรียวยกขึ้นเคาะศีรษะอย่างโทษตัวเอง

            “เราเบลอแน่เลยตะวัน ขอบคุณนะ เดี๋ยวเราจะออกไปขอโทษลูกค้า”

            ตะวันวาดพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะวางเมนูอาหารที่เธอเพิ่งจดจากลูกค้าอีกโต๊ะให้แม่ครัวที่กำลังทำอาหารอยู่ หญิงร่างใหญ่ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ หล่อนยิ้มแสยะกว้างพร้อมยกนิ้วชี้ปาดคอเป็นพีรภัทร

            ซวยแน่.. ริมฝีปากพะงาบเป็นคำพูดที่ไร้เสียงก่อนแม่ครัวร่างใหญ่จะหันกลับไปทำอาหารต่อ

            พีรภัทรมีสีหน้าไม่ดีนัก ตะวันวาดได้ส่งทำหน้าส่งกำลังใจให้เขา


            เย็นวันที่สองของการทำงานที่ภัตตาคารร้านอาหารจีนเป็นไปอย่างราบรื่นสำหรับตะวันวาด แตกต่างกับพีรภัทรที่วันนี้ดูเหมือนสติจะไม่ค่อยอยู่กับตัว เขารับเมนูมาผิดแล้วผิดอีกจนเฮียเจ้าของภัตตาคารที่ดูแสนใจดีกลับมีสีหน้าไม่พอใจมากนัก ตะวันวาดต้องช่วยเตือนเขาอยู่หลายครั้ง

            “วันนี้ลื้อเป็นอะไรนักหนา” เขาเอ่ยบ่นขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บกวาดร้านอาหาร นาฬิกาเรือนไม่ใหญ่นักที่แขวนอยู่บนเสากลางร้านตีบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน

            “ขอโทษครับเฮีย พอดีว่าผมยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เมื่อวานเลยเบลอไปหน่อย” เขาก้มศีรษะขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างรู้สึกผิด

            ตะวันวาดยังคงกวาดพื้นต่อไป ขณะที่ได้ยินบทสนทนานั้นอย่างบังเอิญ

            “นี่ถ้าไม่ติดว่าทำงานดีมาตลอดสองเดือนกว่านี้ อั้วจะไล่ลื้อออกซะวันนี้เลย” อาเฮียยังบ่นต่อไป

            ชายหนุ่มยังคงพร่ำขอโทษ และรับปากว่าจะไม่ผิดพลาดแบบวันนี้อีก

            ทั้งคู่เดินกลับออกมาจากภัตตาคารพร้อมกัน

            “วันนี้ลำบากตะวันแย่เลย ขอโทษด้วยนะ” เขาเอ่ย ปั้นยิ้มยากอย่างรู้สึกผิด

            ตะวันวาดส่ายหน้า

            “ไม่เป็นไร Everyone has a bad day (ทุกคนมีวันแย่ ๆ ของตัวเองทั้งนั้น) ” คำตอบที่ได้รับทำให้พีรภัทรยิ้มกว้างขึ้น

            “I just have sleepless day (ฉันแค่มีวันที่ไม่ได้นอนเท่านั้นล่ะ) ” เขาตอบกลับ

            ทั้งคู่หัวเราะให้กัน

            “ตะวันกลับบ้านยังไงเหรอ? เดินไปด้วยกันมั้ย? ” ชายหนุ่มถาม

            พีรภัทรและตะวันวาดเดินกลับออกมาจากร้านอาหารด้วยกัน พีรภัทรเล่าให้เธอฟังว่าเขายุ่งกับการช่วยงานที่บ้าน พร้อมกับทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทไปด้วยทำให้ไม่ได้นอนมากว่า 36 ชั่วโมงแล้ว ตะวันวาดมองอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วงพร้อมกับเตือนให้เขารีบกลับไปนอน ทั้งคู่แยกกันที่เส้นถนนใหญ่ ชายหนุ่มเดินทางไปยังรถไฟฟ้าใต้ดินที่ใกล้ที่สุด ขณะที่ตะวันวาดเดินกลับหอพักของเธอที่อยู่ไม่ไกลจากร้านอาหาร

            รอยยิ้มกว้างพร้อมดวงตากลมที่หยีเล็กลงประทับลงในห้วงความคิดของพีรภัทรอย่างน่าประหลาดใจ เขาเลิกคิ้วน้อย ๆ ขณะที่ตะวันวาดหันหลังกลับไปแล้ว ชายหนุ่มยิ้มให้ตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวกลับเช่นกัน..


            บ้านสินธพ..

            “คุณหนูแน่ใจนะครับ เรื่องคอนโด” เสียงคนเป็นลุงถามย้ำชายหนุ่มตรงหน้าเขาอีกครั้ง ขณะที่ทั้งคู่เดินกลับออกมาจากตัวบ้าน

            “ครับ” เสียงทุ้มตอบนิ่ง ๆ ไม่เอ่ยอะไรต่อ

            สินธพมองแผ่นหลังกว้างที่สูงกว่าเขาอย่างลังเลใจ สีหน้าชายวัยกลางคนลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด

            “อย่างนี้หนูตะวันน่าจะลำบากแย่เลยนะครับ”

            “....” ไร้ซึ่งความคิดเห็นใด ๆ ตอบกลับ

            “ผมรบกวนลุงทำสัญญาซื้อขาย แล้วก็ติดต่อทุกอย่างด้วยนะครับ” เขาเอ่ย ขณะที่ก้าวเดินไปได้อีกสองสามก้าว

            ติดต่อทุกอย่าง.. สินธพเข้าใจดีกว่าหลานชายหมายความว่าอย่างไร.. ติดต่อทนาย ทำสัญญา แจ้งข่าวให้ตะวันวาด.. คนกลางอย่างเขานั้นลำบากใจเสียจริง.. สินธพไม่ทราบว่าเหตุใดหลานชายจึงปุบปับอยากจะขายห้องคอนโดที่พัทยาทั้งที่ก่อนหน้านี้อนุญาตให้บ้านของตะวันวาดอาศัยมานานกว่า 10 ปี คนเป็นลุงลอบสังเกตท่าทีที่ผิดปกติของหลานชาย

            “แล้วถ้าตะวันวา..”

            “ฝากด้วยนะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยสวนขึ้นไม่เปิดโอกาสให้สินธพพูดอะไรต่อมากมาย

            ชายวัยกลางคนได้แต่ยกมือลูบหน้าผากไปมาอย่างคิดไม่ตก

            “เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ” เขาตอบ

            อย่างไรเสีย.. ทรัพย์สมบัติก็เป็นของอันธกานต์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น..


            เช้าวันต่อมา..

            ตะวันวาดตื่นขึ้นมาพร้อมกับข่าวร้ายจากสินธพเรื่องคอนโดที่พ่อแม่เธอกำลังอาศัยอยู่.. ร่างบางทึ้งผมตัวเอง กลอกสายตาไปมาอย่างหงุดหงิดหลังจากที่วางสายจากสินธพเรียบร้อยแล้ว

            “เป็นบ้าอะไรของเค้า..” เธอพึมพำกับตัวเอง

            10 นาทีก่อน..

            “ขายคอนโด? ทำไมล่ะคะ? หนูก็ง่ายเงินครบทุกเดือนนะคะ จ่ายก่อนด้วย”

            “ลุงรู้.. ลุงเองก็ลำบากใจเหมือนกัน แต่ในฐานะที่ลุงเป็นตัวแทนของคุณธันลุงได้แต่แจ้งให้หนูทราบเท่านั้น”

            “แล้วสัญญาที่ทำกับหนูล่ะคะ? ”

            “จริง ๆ ในทางกฎหมายหนูก็มีสิทธิ์ฟ้องร้องนะ.. แต่ลุงว่าทุกอย่างมันจะยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่”

            “....” ตะวันวาดเงียบไปเกือบหนึ่งนาที.. เธอรู้สึกเหมือนโดนใครเอาค้อนทุบศีรษะเข้าอย่างจัง

            “แต่พ่อตะวันผ่อนเกือบจะครบอยู่แล้ว..”

            “เงินส่วนที่จ่ายมาแล้ว คุณหนูจะจ่ายคืนให้ครับ”

            ราคาคอนโดตั้งแต่ตอนที่ซื้อคือ 15 ล้าน.. พ่อของเธอผ่อนไปแล้ว 10 ล้าน เหลือที่ตะวันวาดต้องผ่อนต่ออีก 5 ล้าน..

            “อย่างนี้.. ถ้า.. ถ้าคอนโดถูกขายจะเกิดอะไรขึ้นคะ? ”

            “ถ้ามีคนซื้อ.. ดีที่สุดคือหนูอาจจะต้องติดต่อกับเจ้าของใหม่เรื่องผ่อนคอนโด ถ้ายังอยากจะให้พ่อแม่อยู่ที่นั่นต่อ”

            “...”

            “ที่ลุงกังวลก็คือ ตอนนี้จำนวนเงินต่อเดือนที่หนูจ่ายอยู่ค่อนข้างถูกมากสำหรับคอนโดห้องใหญ่ขนาดนั้น.. ลุงไม่รู้ว่าเจ้าของใหม่จะเห็นด้วยหรือเปล่า เรื่องนั้นอาจจะต้องลองตกลงดู.. ถ้าหากแย่ที่สุดก็คือเขาอาจจะไม่อนุญาตให้หนูเช่าต่อ”

            “คุณธัน.. จะขายที่ราคาเท่าไหร่เหรอคะ? ”

            สินธพเงียบไปหลายวินาที ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

            “ราคาต้นเลยครับ.. คุณหนูรีบปล่อย”

            “ทำไมอยู่ ๆ คุณหนูของลุงถึงจะขายคอนโดล่ะคะ?”

            “ลุงเองก็อยากรู้เหมือนกัน..” เสียงนั้นตอบอย่างจนใจ

            “พรุ่งนี้ลุงจะส่งจดหมายแจ้งให้รับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร..” สินธพถอนหายใจ

            “ลุงรบกวนตะวันบอกให้พ่อแม่ย้ายออกภายในหนึ่งเดือนนะ”

            “....” สินธพวางสายไป

            “โอ๊ยยยย” ตะวันวาดทึ้งศีรษะตัวเองอีกครั้ง เธอถอนหายใจเป็นครั้งที่สิบ ก่อนตัดสินใจกดเลื่อนหน้าจอมือถือของตัวเอง พร้อมยกเลิกบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของอันธกานต์..

            ตื่ดดด… ตื่ดด…

            หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้..

            เสียงหญิงสาวปลายสายดังขึ้น ตะวันวาดมองมือถือในมือของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

            ทิ้งระเบิดเอาไว้แล้วยังติดต่อไม่ได้อีกเหรอเนี่ย? คนตัวเล็กกดโทรอีกครั้ง.. ตะวันวาดพยายามเช่นนั้นอยู่เกือบ 10 ครั้งก่อนจะยอมแพ้

            ถ้าเขาไม่ได้ปิดมือถือ.. ก็คงบล็อกเบอร์เธออย่างแน่นอน.. บ้าจริง!

            ตะวันวาดตัดสินใจโทรกลับไปหาสินธพ..

            “ติดต่อไม่ได้เหรอ? เดี๋ยวลุงจะลองโทรดูนะ”

            สินธพเงียบหายไปเกือบห้านาทีก่อนจะติดต่อตะวันวาดกลับมา

            “ลุงเองก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน.. ตะวันจะคุยเรื่องคอนโดใช่ไหม”

            “ใช่ค่ะ” น้ำเสียงเล็กตอบอย่างร้อนใจ

            “ลุงคิดว่ายังไงเย็นนี้คุณหนูน่าจะมาหาวาเลนไทน์.. ตอนนี้น่าจะอยู่ที่ทำงาน ตะวันจะลองมารอที่นี่ไหม? ”

            “พอดีตอนเย็นตะวันต้องทำงานพาร์ทไทม์ค่ะลุง.. เดี๋ยวหนูไว้ลองติดต่อเขาพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ” เธอตอบ

            ทั้งคู่วางสายจากกันไป..


            ตะวันวาดพยายามติดต่ออันธกานต์อยู่ 3 วัน แต่ความพยายามนั้นไร้ซึ่งผลสัมฤทธิ์..  หญิงสาวครุ่นคิดถึงวิธีการที่เธอจะได้พบเขาเพื่อพูดคุย

            ถ้าหากไปที่บริษัทก็คงจะไม่เหมาะ.. เพราะแถมเธอไม่รู้ตารางงานของเขาอีกด้วย

            จะไปรอบ้านสินธพ.. เธอก็ติดงานที่ภัตตาคาร

            ไม่สิ.. เธอลองโทรหาเพตราดูก็ได้นี่นา.. ว่าแล้วตะวันวาดก็ไม่รอช้ารีบกดโทรศัพท์หาหญิงสาวที่เปรียบเสมือนเจ้านายเก่าของเธออีกคนหนึ่ง

            “เมื่อวานคุณแทนเข้าออฟฟิคนะ แต่วันนี้รู้สึกว่าจะไม่เข้า ตะวันมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? นี่เป็นยังไงบ้าง..” ตะวันวาดจบลงด้วยการคุยกับเพตราอยู่อีกเกือบห้านาทีก่อนทั้งคู่จะวางสายจากกันไป..

            “เฮ้ออออ” เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้น ดวงตากลมปิดลงช้า ๆ

            ยิ่งเธอรอนานเท่าไหร่.. ยิ่งไม่เป็นผลดีมากเท่านั้น.. ตะวันวาดคิดอย่างร้อนใจ

            “เค้าต้องการอะไร..”

            ในที่สุด.. ช่วงเย็นวันนั้นตะวันวาดก็ตัดสินใจลางานที่ภัตตาคารและไปรอพบอันธกานต์ที่บ้านสินธพ หลังจากเธอนั่งเล่นกับวาเลนไทน์ได้เกือบหนึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มร่างสูงที่หายลับไปราวกับธาตุอากาศก็ปรากฏตัวขึ้น

            สีหน้าของอันธกานต์ดูไม่ได้ประหลาดใจนักที่เห็นตะวันวาด.. เขาหยุดชะงักเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองลูกสาวที่เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เขา วาเลนไทน์ลุกจากตรงที่ตัวเองนั่งอยู่เดินไปหาอันธกานต์

            ร่างสูงย่อตัวอุ้มลูกสาวยืนขึ้น ตะวันวาดเดินตามวาเลนไทน์มา

            สายตาของทั้งคู่ประสานกันอีกครั้ง หญิงสาวขบริมฝีปากล่างของตัวเอง

            “ขอคุยด้วยแป๊บหนึ่งได้มั้ยคะ”


    คล้ายกับเรื่องตะวันวาด ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604