วันที่ ยี่สิบเก้า สิงหาคม เวลาหัวค่ำ เยี่ยหลงที่ทำงานเสร็จแล้ว เขาก็ลงมายังมหาพงไพรร้อยอสูรในทันที
เมื่อคนลงมา เขาก็เจอเข้ากับชายนามอัลเบียนที่มาอยู่ก่อนแล้ว
" คุณอัลเบียน ลงมาที่มหาพงไพรร้อยอสูรทำไมหรอครับ ? " เยี่ยหลงถามด้วยความสงสัย
" ก็ลงมาช่วยแนะนำการฝึก มันตรา ให้เธอยังไงล่ะครับ "
" แนะนำการฝึก มันตรา ให้กับผม ? "
" ใช่ครับ แนะนำการฝึกให้ " " เพราะมีอีกหลายเื่ที่ผมยังไม่ได้บอกหรือแนะนำกับเธอเลยน่ะครับ "
" ถ้าเป็อย่างงั้น เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าไหมครับ จะได้ไม่เสียเวลา " เยี่ยหลงกล่าวด้วยความร้อนใจอยากจะฝึกเต็มแก่
" เดี๋ยวก่อน ก่อนที่ผมจะเริ่มฝึกให้กับเธอเยี่ยหลง ผมจะขออธิบายอะไรบางอย่างให้เธอเข้าใจก่อน "
อัลเบียนกล่าวเสร็จ ต่อมาคนจึงเริ่มอธิบายต่อ
" มันตรา มีด้วยกันสามรูปแบบ คือ มันตราจู่โจม มันตราสังเกตการณ์ มันตราจิตสังหาร "
" มันตราจู่โจม เหมือนที่ผมเคยอธิบายไป ขั้นแรกมันจะเสมือนเกราะคุ้มครองกาย ยิ่งเกราะแข็งมากเท่าไหร่การโจมตีก็จะยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น ส่วนขั้นที่สอง มีไว้โจมตีโดยเฉพาะ มันคือการนำมันตราส่วนเกินที่ห่อหุ้มตัวเราที่เสมือนกับเกราะคุ้มกันกายเราเอาไว้ ให้ไหลมารวมกันที่จุดๆเดียว แล้วส่งมันตราเข้าไปในร่างของศัตรู กลายเป็พลังอันยิ่งใหญ่ที่สามารถทำลายศัตรูได้จากภายใน "
" มันตราสังเกตการณ์ มันตราประเภทนี้ ทำให้ผู้ใช้ััได้ถึงการมีอยู่ของผู้อื่นและทำนายการเคลื่อนไหวของพวกเขา จนไปถึงขั้นมองเห็นอนาคตนอกจากนี้ ยังสามารถใช้เพื่อตรวจหาวัตถุใกล้เคียงได้อีกด้วย "
" มันตราจิตสังหาร มันตราประเภทนี้ ช่วยทำให้ผู้ใช้สามารถข่มขู่และเอาชนะคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอกว่าได้อย่างง่ายดาย โดยทำให้พวกเขาหมดสติหรือสลบไสลไป ทั้งนี้มันยังใช้ห่อหุ้มร่วมกับมันตราจู่โจมเพื่อเสริมแกร่งการโจมตีให้รุนแรงกว่าเดิมได้อีกด้วย "
เยี่ยหลงที่พกสมุดมาก็จดทุกคำพูดที่อัลเบียนพูดอธิบายลงไปในสมุดอย่างตั้งใจ
" งั้นเรามาเริ่มกันเลยเถอะ เริ่มจากมันตราจู่โจมก่อนเลยก็แล้วกัน "
" อืม ได้ครับ "
เยี่ยหลงตั้งใจรวบรวมสมาธิไปที่หมัด จากนั้นก็โคจรพลังต่างๆให้ไหลเวียนมายังที่มือทั้งสองข้าง ต่อมาจึงต่อยหมัดไปยังต้นไม้ที่อยู่ด้านหน้า
" ย้า "
" ยังไม่ใช่ครับ เธอใช้แมนน่ามากเกินไป "
" ย้า "
" นี่ก็ยังไม่ใช่ เธอใช้พลังิญญามากเกินไป " " เธอต้องทำให้พลังต่างๆไหลมารวมกัน จนเกิดเป็จุดกึ่งกลาง เกิดเป็พลังใหม่ที่เรียกว่ามันตราสิถึงจะถูก "
" อันนั้นผมทราบดีครับ แต่ว่าจะให้ผมทำยังไงได้ ผมทำยังไงก็ทำไม่ได้สักกะที "
" งั้นเอาอย่างงี้ ถ้าอีกครึ่งชั่วโมงเธอยังฝึกไม่ได้ เรามาเปลี่ยนการฝึกมันตรารูปแบบอื่นกันจะดีกว่าไหมครับ "
" เอาตามนั้นก็ได้ครับ "
หลังเยี่ยหลงตอบกลับอัลเบียนจบ คนก็ฝึกแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมาโดยมีอัลเบียนบอกว่าใช่หรือไม่ใช่อยู่ใกล้ๆแบบเดิม เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง เยี่ยหลงที่ฝึกมันตราจู่โจมไม่สำเร็จ ก็รู้ตัวแล้วว่าต้องเปลี่ยนไปฝึกมันตรารูปแบบอื่น ภายในใจตนก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย เพราะในใจคนคิดไปเอง ว่าอีกนิดเดียวก็จะทำได้อยู่แล้ว
" นี่ก็ผ่านมาครึ่งชั่วโมงแล้ว งั้นเรามาฝึกมันตรา สังเกตการณ์ กันดีกว่าครับ " อัลเบียนกล่าวพลางยื่นผ้าผืนหนึ่งให้กับเยี่ยหลง " ผ้าผืนนี้เอาไว้ปิดตาครับ " อัลเบียนกล่าวบอก
เยี่ยหลงก็ยื่นมือไปรับผ้าปิดตามา จากนั้นก็นำมันมาปิดตาตน
" ต่อมาเธอก็ต้องนั่งขัดสมาดครับ " อัลเบียนกล่าว
เยี่ยหลงก็ทำตาม หลังจากนั้นอัลเบียนหยิบท่อนไม้ที่อยู่ใกล้ตัวขึ้นมาหนึ่งท่อน
" เดี๋ยวผมจะเอาท่อนไม้นี้ฟาดหัวเธอ ให้เธอโยกหัวหลบโดยที่ไม่มองและในขณะเดียวกันให้เธอโคจรพลังต่างๆให้มาไหลรวมกันที่ประสาทััทั้งห้า เข้าใจแล้วใช่ไหมครับ "
เยี่ยหลงไม่พูดตอบเพียงพยักหน้าบอกเป็คำตอบเพียงเท่านั้น
เมื่อเยี่ยหลงตอบรับ อัลเบียนคนก็เล็งฟาดไม้ลงมายังหัวคนด้วยความเบามือ
" โอ้ย เจ็บๆ " เยี่ยหลงที่หลบไม่พ้นนั้นก็โดนไม้ฟาดเข้าหัวอย่างจัง จนคนลงไปชักดิ้นชักงอ
" ขอโทษด้วยครับ ผมคงจะลงมือหนักไปหน่อย "
" ไม่เป็ไรครับ เราต่อกันเลยเถอะครับ " เยี่ยหลงกล่าวทั้งๆที่ยังเจ็บหัวอยู่ แต่ไม่ชักดิ้นชักงอแล้ว
" งั้นเรามาต่อกันเลยครับ " อัลเบียนฟาดลงอีกครั้ง
" โอ้ย เจ็บๆ "
ฟาดลงอีกครั้ง
" โอ้ย เจ็บๆ "
ฟาดอีกครั้ง
" โอ้ย เจ็บๆ "
อัลเบียนฟาดวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างงั้น จนหัวคนโดนฟาดปูดเป็ลูกมะกรูดลูกใหญ่ที่ไม่ได้คั้น
จนเวลาล่วงเลยไปจนถึงครึ่งชั่วโมงอีกครั้ง
" เอาเป็ว่าวันนี้เราพอแค่นี้กันก่อนดีกว่าครับ " อัลเบียนกล่าว
" อ้าวทำไมละครับ ยังเหลือมันตราจิตสังหารอยู่อีกหนึ่งมันตราที่ยังไม่ได้ฝึกเลยหนิครับ "
" มันตราจิตสังหาร เป็มันตราที่ฝึกยากที่สุด เพราะจะต้องใส่พลังมันตราลงไปในพลังิญญาโดยไม่ให้พลังมันตราหลอมรวมเข้ากับพลังิญญา และจะต้องปลดปล่อยมันออกมาในรูปแบบคลื่นพลังที่มองไม่เห็นโดยใช้จิตเป็ตัวควบคุม หรือนำมันมาห่อหุ้มมันตราจู่โจม ซึ่งการห่อหุ้มนั้นยากกว่าการปลดปล่อยเป็คลื่นพลังมันตราจิตสังหารเสียอีกครับ " อัลเบียนอธิบายเยี่ยหลงก็เข้าได้อย่างง่ายดาย
" ถ้างั้นวันนี้เราพอแค่นี้ กันแบบเดิมใช่ไหมครับ ? "เยี่ยหลงกล่าว
" ใช่ครับ แต่ถ้าเธอจะฝึกต่อก็ตามแต่ใจเธอก็แล้วกันครับ "
" ถ้างั้นผมขอฝึกิญญายุทธ์ สักสองชั่วโมงก็แล้วกันครับ "
พอเยี่ยหลงประกาศว่าจะฝึกต่อ อัลเบียนที่ได้ฟัง ก็ไม่ค้าน ปล่อยให้เยี่ยหลงฝึกตามใจตน ส่วนตนก็กลับขึ้นไปยังร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด
เยี่ยหลงที่เริ่มฝึก ก็เริ่มฝึกจากอัญมณีสีน้ำเงิน หรือก็คือิญญายุทธ์สัตว์อสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า
เยี่ยหลงที่เริ่มฝึก ก็เริ่มจากใช้อัตลักษณ์ของท่อนล่างงูในการเคลื่อนไหว
เยี่ยหลงที่ฝึกไปฝึกมา พอเวลาอัญมณีหมดจนเปลี่ยนอัญมณีไป เยี่ยหลงก็เปลี่ยนรูปแบบการฝึกไปตามอัญมณีนั้นๆ
จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงสองชั่วโมง เยี่ยหลงที่ทราบเวลาแล้ว คนจึงกลับขึ้นไปนอน
และแล้ววันเวลาก็ผ่านไป จนมาถึง วันที่ สามสิบเอ็ด สิงหาคม ซึ่งเป็วันสุดท้ายของเดือน เวลารุ่งเช้า เยี่ยหลงที่ตื่นเช้ามา ก็เข้ามารอฟีนิกซ์ยังร้านนั่งเล่น เพื่อรอรับตังค์ประจำเดือน
ใช้เวลาไม่นานประมาณ สิบห้านาที ฟีนิกซ์ก็เข้ามายังร้านนั่งเล่น เมื่อคนเข้ามาคนมุ่งไปนั่งยังโต๊ะกลางร้าน
" อะ นี่เงินมึงเยี่ยหลง สามพันบาท "ฟีนิกซ์กล่าวพลางหยิบเงินให้เยี่ยหลง
" ส่วนนี้ของมึงไอ้ฝัด หนึ่งหมื่นเจ็ดพันเจ็ดร้อยบาท หักค่าตัดเงินเดือนแล้วเรียบร้อย " ฟีนิกซ์กล่าวพลางยื่นเงินให้กับฝัด ฝัดก็รับมาด้วยความเต็มใจพร้อมกับน้ำตาที่เสียเงินไปสามร้อยบาท
" เออ คุณฟีนิกซ์ครับ วันนี้เป็วันสุดท้ายของเดือนแล้ว งั้นผมขอลากลับบ้านนะครับ "
" เออ ได้ดิ ไปเหอะ "
" ว่าแต่คุณฟีนิกซ์จะไม่หักเงินผมหกร้อยใช่ไหมครับ ที่ผมไม่ได้ทำงานวันนี้ ? "
" เออ ไม่หักหรอก ไปเหอะ "
" ขอบคุณครับคุณฟีนิกซ์ "
เมื่อเยี่ยหลงพูดคุยและรับเงินมาเสร็จ คนจึงเดินกลับไปยังร้านรับจ้างสารพัด ก่อนจะเดินออกจากร้านและเดินกลับบ้านตนไป
ใช้เวลาไม่นานเยี่ยหลงก็กลับมาถึงบ้านของตน
เอี๊ยด เสียงเยี่ยหลงเปิดประตูบ้านดัง
" ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกกลับมาแล้ว "
เพล้ง เสียงสิ่งของหล่นแตกดัง เป็สตรีนางหนึ่งที่อยู่เบื้องหน้าของเยี่ยหลง ที่ทำสิ่งของหล่นแตกออกจากมือจนมีเสียงดัง ด้วยอาการใปนดีใจที่ได้เจอเยี่ยหลงอีกครั้ง สตรีนางนั้นหาใช่ใคร นางคือ มู่ชางเยว่ ซึ่งเป็แม่ของเยี่ยหลงนั่นเอง
แต่ในบ้านหาได้มีแต่นางไม่ หากแต่มีบุรุษวัยกลางคนใกล้ชราผู้หนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะกลางบ้านด้วยอีกคน
" ลูกแม่ " นางกล่าวเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามาสวมกอดเยี่ยหลง
" ลูกพ่อ " เอี้ยเฉินกล่าวเรียกพลางเดินมากอดเยี่ยหลงด้วยเช่นกัน
" ไหนเล่ามาสิ อยู่ที่นั่นเป็ยังไงบ้าง อยู่ดีกินหรือเปล่า " มารดาของเยี่ยหลงกล่าวถาม
เมื่อมารดาเยี่ยหลงถามมาอย่างงั้น เยี่ยหลงก็เล่าออกไปด้วยความตื่นใจและดีใจที่ได้ทำงานที่นั่น
เมื่อมารดาและบิดาเยี่ยหลงได้ฟัง แม้จะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างเพราะมีเื่เหลือเชื่อมหัศจรรย์มากมายปะปนอยู่ในคำพูดเ่าั้ แต่พวกเขาก็ดีใจและสุขใจที่ได้เห็นเยี่ยหลงทำงานที่นั่นแล้วมีความสุข
ระหว่างที่เอี้ยเฉินที่เฝ้ามองบุตรชายตนเล่าเื่มากมายที่ตนได้ประสบพบเจอมาอยู่นั้น เขาที่เฝ้ามองเยี่ยหลงอยู่ก็พบบางอย่างที่ผิดปกติกับร่างกายของเยี่ยหลง
เอี้ยเฉินเดินเข้ามาจับตัวเยี่ยหลง ก่อนจะถามไปว่า " ลูกพ่อ พ่อขอถามเ้าหน่อย ตอนนี้พลังิญญาเ้าอยู่ในระดับไหนกันแล้ว "
" ลูกอยู่ในระดับผู้ปลุกิญญาขั้นเก้าขอรับท่านพ่อ "
!! ' เป็ไปได้ยังไง ไหนพวกหมอที่เราเคยเชิญมาต่างบอกกับเราว่า เยี่ยหลงจะพิการไม่อาจฝึกฝนพลังิญญาและพลังเวทมนต์ได้ชั่วชีวิตไงล่ะ ไหงตอนนี้กลับ !!? '
" ท่านพ่อมีอะไรรึเปล่าขอรับ ?"
เอี้ยเฉินที่ตะลึงอยู่ เมื่อได้ยินบุตรตนถามดังนั้นจึงค่อยๆคลายความตะลึงออกและปล่อยมือออกจากตัวเยี่ยหลง ก่อนจะตอบกลับไปว่า " อ๋อ ไม่อะไรหรอก "
" ว่าแต่เยี่ยหลงลูกแม่ เ้ากินอะไรมารึยัง ? " มู่ชางเยว่กล่าวถามเยี่ยหลง
" ยังไม่ได้กินเลยขอรับ "
" งั้นเดี๋ยวแม่จะเข้าครัว ทำของโปรดให้เ้ากินก็แล้วกันนะ " นางกล่าวเสร็จ คนก็เดินมุ่งไปยังครัวในทันที
พอมู่ชางเยว่เข้าหลังครัวไปได้ไม่นาน เยี่ยหลงก็กล่าวถามขึ้น " ท่านพ่อ ลูกมีเื่อยากจะขอท่านหน่อยได้หรือไม่ "
" ได้สิ ไหนลองว่ามาซิ เ้าจะขออะไรลูกพ่อ "
" งานประลอง สี่ ตระกูล ลูกขอร่วมประลองด้วยได้ไหม ? "
!! " ไม่ได้เด็ดขาด "
" ทำไมละท่านพ่อ ตะกี้ท่านยังบอกว่าได้อยู่เลย ? "
" ก็ใช่อยู่ที่พ่อบอกว่าได้ เพราะว่าพ่อไม่คิดว่ามันจะเป็เื่นี้หนิ พ่อว่าเ้าขออย่างอื่นเถอะ "
" ลูกไม่อยากได้อย่างอื่นขอรับ ลูก้าเข้าร่วมประลองขอรับ " เยี่ยหลงกล่าวอย่างหนักแน่นในจุดยืน
เมื่อเอี้ยเฉินได้ฟังดังนั้น ตนก็รู้เลยว่าไม่มีทางหักห้ามบุตรตนไม่ให้ร่วมลงประลองได้
" งั้นเอาอย่างงี้ ถ้าเ้าสามารถบรรลุระดับวิญญาจารย์ขั้นเก้าได้ พ่อจะให้เ้าร่วมลงประลอง " " เอาตามนี้ตกลงมั้ย "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้นก็ดีใจใหญ่ แม้จะรู้ว่าการที่จะบรรลุระดับวิญญาจารย์ซึ่งเป็ระดับสองต่อจากระดับผู้ปลุกิญญา ภายในสองเดือนเป็เื่ที่เป็ไปได้ยาก
ที่เอี้ยเฉินพูดมาดังนั้นก็เพราะไม่อยากให้เยี่ยหลงเข้าร่วมประลอง แต่อีกในหนึ่งก็ไม่อยากตัดความหวังของบุตร จึงได้กล่าวไปแบบนั้น
" เย่ ขอบคุณมากขอรับท่านพ่อ "
" เออ ว่าแต่พ่อยังไม่ได้ถามเ้าเลย" เอี้ยเฉินที่เพิ่งนึกขึ้นได้จึงกล่าวถามขึ้น " ว่าิญญายุทธ์ของเ้าคืออะไรรึ ? " เอี้ยเฉินกล่าวถามด้วยความสงสัย
" ิญญายุทธ์ของลูกคือิญญายุทธ์สายพิเศษิญญายุทธ์สัตว์อัญมณีขอรับ "
" ิญญายุทธ์สายพิเศษเหรอ " " เฮ้อ "
" พ่อว่าเ้าเปลี่ยนไปคิดดูใหม่ได้หรือไม่ เื่ลงร่วมประลองน่ะ " เอี้ยเฉินเมื่อรู้ว่าิญญายุทธ์ของเยี่ยหลงคือสายพิเศษ ก็รู้สึกอยากให้เยี่ยหลงเปลี่ยนใจไม่ร่วมลงประลอง
" ทำไมหรอขอรับท่านพ่อ ? "
" สายพิเศษเป็สายที่มีเงื่อนการใช้งาน " เอี้ยเฉินเริ่มอธิบายให้เยี่ยหลงฟัง " เมื่อต่อสู้จริงผู้ใช้จะต้องคิดคำนวณให้แม่นยำและคิดคำนวณให้มากกว่าคนที่อยู่สายอื่นจากทั้งสามสายไม่นับรวมิญญายุทธ์แปรผัน ฉะนั้นเวลาต่อสู้จริงคนส่วนมากที่อยู่สายพิเศษจะตกม้าตายกันตรงนี้แหละ คือ คิดน้อยไปบ้าง คิดมากไปบ้าง จนทำให้บางครั้งบางทีเราโจมตีแบบคิดน้อยเกินไปหรือบางทีเราโจมตีช้าเกินไปเพราะมัวแต่คิด "
" เพราะอย่างงี้แหละ พ่อจึงไม่อยากให้เ้าร่วมลงประลอง "
เมื่อเยี่ยหลงได้ฟังดังนั้น ตนจึงคิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง " เอาอย่างงี้ท่านพ่อ เดี๋ยวพอเรากินข้าวกันเสร็จแล้ว เรามาประลองิญญายุทธ์กันดีกว่าขอรับ "
" ประลองิญญายุทธ์ กับพ่อรึ ? "
" ใช่แล้วขอรับ "
หลังจากที่เยี่ยหลงกับเอี้ยเฉินพูดคุยกันเสร็จ อาหารที่มู่ชางเยว่ทำก็เสร็จพอดี นางจึงค่อยๆทยอยยกข้าวปลาอาหารมายังโต๊ะที่พ่อลูกนั่งกันอยู่
เมื่อเยี่ยหลงกับเอี้ยเฉินกินกันเสร็จ คนก็รอสักพักให้หายอิ่มอาหารเสียก่อน ก่อนที่จะพากันเดินมาหยุดอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้านเพื่อเตรียมประลอง
ทั้งสองยืนประจันหน้ากัน เยี่ยหลงไม่พูดพร่ำทําเพลงเปิดใช้ิญญายุทธ์สัตว์หมึกั์สายวงน้ำเงิน ใช้หนวดหมึกั์เข้าโจมตีใส่เอี้ยเฉิน ส่วนเอี้ยเฉินที่เห็นดังนั้นก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าหนวดหมึกั์ทั้งแปดหนวดมาจากสัตว์อสูรอะไรและรู้ได้ทันทีเลยว่ามันนั้นมีพิษ
" ิญญายุทธ์หมึกั์สายวงน้ำเงิน " " แสนปีงั้นรึ!! " " เ้าไปได้มันมาได้ยังไงลูกพ่อ " เอี้ยเฉินกล่าวถามพลางเคลื่อนตัวหลบการโจมตีจากหนวดหมึกั์ของเยี่ยหลง
" พอดีคนที่ร้าน ที่ลูกไปทำงาน เขาช่วยลูกจับน่ะขอรับ "
เอี้ยเฉินที่ได้ฟังดังนั้น ก็ตระหนักรู้ในทันทีเลยว่าสถานที่ที่เยี่ยหลงบุตรตนได้ไปทำงานนั้น หาใช่ที่ปกติธรรมดาสามัญไม่ ตอกย้ำเข้าไปอีก หลังจากที่คนพวกนั้นชิงตัว อี้ผิง กลับมาให้เซี่ยเซียวหยงได้ แบบไม่ส่งผลต่อวิบัติตระกูลเซี่ยและตัวพวกคน
เอี้ยเฉินที่โยกตัวหลบจนพอ คนจึงเปิดใช้ิญญายุทธ์เข้าตอบโต้เยี่ยหลงบ้าง
ิญญายุทธ์ที่เอี้ยเฉินเปิดใช้นั้น คือ ิญญายุทธ์สายสัตว์ ิญญายุทธ์วานรหกแขน ห้าสัญลักษณ์
สัญลักษณ์ิญญายุทธ์สายสัตว์เมื่อครบสิบสัญลักษณ์นั้น จะมีรูปเป็รูปกริฟฟอนที่นั่งจ้องมองด้วยสายตาดุดันและขาหน้าฝั่งขวายกเหยียบดาบที่ชี้ลงอยู่
โดยสัญลักษณ์แต่ละส่วนจะแบ่งแยกได้ดังนี้
ส่วนที่หนึ่ง - ปรากฏร่างสิงโตที่นั่งมองจ้องอยู่
ส่วนที่สอง - หัวสิงโตเปลี่ยนเป็หัวของนกอินทรีหลับตา
ส่วนที่สาม - ขาหน้าข้างขวายกขึ้น
ส่วนที่สี่ - เท้าหน้าขวาเปลี่ยนเป็เท้าอินทรี
ส่วนที่ห้า - เท้าหน้าซ้ายเปลี่ยนเป็เท้าอินทรี
ส่วนที่หก - ปีกขวาปรากฏ
ส่วนที่เจ็ด - ปีกซ้ายปรากฏ
ส่วนที่แปด - ดาบลักษณะชี้ลงใต้ที่เท้าหน้าฝั่งขวาปรากฏขึ้น
ส่วนที่เก้า - ดวงตาข้างขวาเปิดลืมขึ้น
ส่วนที่สิบ - ดวงตาข้างซ้ายเปิดลืมขึ้น
เอี้ยเฉินตอบโต้หนวดหมึกั์ของเยี่ยหลงด้วยหมัดในร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์โดยไม่หวั่นกลัวพิษของมันแม้แต่น้อย
เมื่อหมัดวานรของเอี้ยเฉินและหนวดหมึกั์ของเยี่ยหลงเข้าปะทะกัน มันจึงทำให้เกิดเสียงดังตูมตามเกิดขึ้น
พอหนวดหมึกั์ของเยี่ยหลงเข้าปะทะกับหมัดวานรของเอี้ยเฉิน เยี่ยหลงก็รู้ได้ทันทีเลยว่า บิดาตนกำลังอ่อนข้อให้ เพราะหากบิดาตนเอาจริงกะอีแค่หนวดหมึกั์ของผู้ปลุกิญญาขั้นเก้าเพียงแค่นิ้วเดียวก็เพียงพอที่จะสลายทำลายิญญายุทธ์หนวดหมึกั์ได้แล้ว
เยี่ยหลงที่เห็นบิดาตนแค่เล่นๆกับตนไม่เอาจริงสักที คนจึงเปิดใช้ิญญายุทธ์ที่สอง ิญญายุทธ์สัตว์ิญญายุทธ์อสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า
ฉับพลันในทันทีที่เยี่ยหลงเปิดใช้ิญญายุทธ์ที่สอง คนก็ใช้อัตลักษณ์ท่อนล่างงู ในการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเข้าหาร่างของเอี้ยเฉิน
เมื่อตนสามารถััร่างของเอี้ยเฉินผู้เป็บิดาได้ คนจึงเปิดใช้ทักษะ "บททดสอบแห่งจิติญญา" ดึงร่างิญญาของเอี้ยเฉินออกมา จากนั้นจึงเปิดใช้ทักษะ "หนวดหมึกั์ฟาดพสุธา" เรียกหนวดหมึกั์ออกมาจากบนพื้นเพื่อกระหน่ําโจมตีร่างิญญาของเอี้ยเฉิน
' เสร็จล่ะ ' เยี่ยหลงคิดในใจพลางแสยะยิ้ม
เอี้ยเฉินที่ััได้ถึงความอันตราย ตนจึงะเิพลังิญญาออกมาลบล้างทักษะิญญาของเยี่ยหลง
" อ๊า!! " เยี่ยหลงร้องออกมาด้วยความใ เพราะทักษะิญญาของตนถูกหักล้าง บวกกับ โดนคลื่นพลังิญญาของเอี้ยเฉินซัดเข้าใส่
" !! เป็อะไรมั้ย ลูกพ่อ !! ? " เอี้ยเฉินกล่าวถามด้วยความตื่นตระหนกเพราะกลัวเยี่ยหลงจะาเ็
" ไม่เป็อะไรขอรับท่านพ่อ ว่าแต่ท่านพ่อ เห็นว่าลูกเป็ยังไงบ้างขอรับจากที่ลองสู้กันมา? "
" ิญญายุทธ์ทั้งสองที่เ้าได้มาล้วนได้มาจากสัตว์อสูรแสนปีทั้งสิ้น " " หนึ่งคือิญญายุทธ์สายสัตว์ที่ได้มาจากสัตว์อสูรหมึกั์สายวงน้ำเงินแสนปี อีกหนึ่งคือิญญายุทธ์สายสัตว์ ที่ได้มาจากสัตว์อสูรอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้าแสนปี "
เอี้ยเฉินสาธยายต่อ " ลูกพ่อหากว่าเ้าอยู่ในสามสายหลัก คือ อาวุธ สัตว์ ภูติ การที่จะดูดซับสัตว์อสูรแสนปีนับว่าเป็ไปไม่ได้ เพราะระดับยังไม่ถึงระดับราชันจักรพรรดิิญญาซึ่งเป็ขั้นเก้าของสิบวิถีมนุษย์ "
สิบวิถีมนุษย์ คือ สิบระดับขั้นพลังิญญาของมนุษย์แบ่งเป็
ระดับที่หนึ่ง ผู้ปลุกิญญา แบ่งเป็เก้าขั้นย่อย
สามารถดูดซับสัตว์วิเศษที่อายุไม่เกิน เก้าสิบเก้าปี
สีของิญญา คือ สีขาว
ระดับที่สอง วิญญาจารย์ แบ่งเป็เก้าขั้นย่อย
สามารถดูดซับสัตว์วิเศษที่อายุไม่เกิน เก้าร้อยเก้าสิบเก้าปี
สีของิญญา คือ สีเหลือง
ระดับที่สาม อัคราจารย์ิญญา แบ่งเป็เก้าขั้นย่อย
สามารถดูดซับสัตว์วิเศษที่อายุไม่เกิน เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าปี
สีของิญญา คือ สีม่วง
ระดับที่สี่ มหาวิญญาจารย์ แบ่งเป็เก้าขั้นย่อย
สามารถดูดซับสัตว์วิเศษที่อายุไม่เกิน ห้าหมื่นปี
สีของิญญา คือ สีดำ
ระดับที่ห้า ปรมาจารย์ิญญา แบ่งเป็เก้าขั้นย่อย
สามารถดูดซับสัตว์วิเศษที่อายุไม่เกิน หกหมื่นปี
สีของิญญา คือ สีส้ม
ระดับที่หก กษัตริย์ิญญา แบ่งเป็เก้าขั้นย่อย
สามารถดูดซับสัตว์วิเศษที่อายุไม่เกิน เจ็ดหมื่นปี
สีของิญญา คือ สีน้ำเงิน
ระดับที่เจ็ด จักรพรรดิิญญา แบ่งเป็เก้าขั้นย่อย
สามารถดูดซับสัตว์วิเศษที่อายุไม่เกิน แปดหมื่นปี
สีของิญญา คือ สีคราม
ระดับที่แปด บรรพบุรุษิญญา แบ่งเป็เก้าขั้นย่อย
สามารถดูดซับสัตว์วิเศษที่อายุไม่เกิน เก้าหมื่นปี
สีของิญญา คือ สีฟ้า
ระดับที่เก้า ราชันจักรพรรดิิญญา แบ่งเป็เก้าขั้นย่อย สามารถดูดซับสัตว์วิเศษที่อายุไม่เกิน ห้าแสนปี
สีของิญญา คือ สีแดง
ระดับที่สิบ ราชันพรหมยุทธ์ แบ่งเป็เก้าขั้นย่อย
สามารถดูดซับสัตว์วิเศษที่อายุมากกว่าล้านปีขึ้นไปได้ไม่จำกัดอายุ
สีของิญญา คือ สีทอง
" แต่การที่เ้าเป็สายพิเศษมันจึงไม่เป็อะไร แต่ก็แลกมาด้วยกับที่ไม่มีวันเพิ่มทักษะในิญญายุทธ์ขึ้นมาได้อีก ยกเว้นิญญายุทธ์ตื่น"
" แต่การที่เ้าเป็สายพิเศษและได้รับสัตว์อสูรแสนปีมา ก็หาใช่เื่ปกติสามัญไม่ หากเื่นี้ใครรู้เข้า จะต้องเป็เื่น่าตระหนกพอสมควรเลยทีเดียว "
" สรุปแล้ว ลูกเป็อย่างไรบ้างขอรับ ? " เยี่ยหลงกล่าวถามย้ำ
" จากที่พ่อ ได้ประลองกับเ้ามา ทักษะิญญาของิญญายุทธ์สัตว์หมึกั์สายวงน้ำเงินถือว่ายอดเยี่ยมมาก หากเจอกับศัตรูที่อยู่ระดับเท่ากัน เ้าถือว่าอยู่เหนือกว่าระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่ก็ยังมีข้อติอยู่
คือ เื่เงื่อนไขการเปิดใช้งานของทักษะิญญาบททดสอบแห่งจิติญญาของเ้า ที่ต้องเข้ามาััร่างกายของอีกฝ่ายให้ได้เสียก่อน มันจึงจะสามารถใช้งานได้ ด้วยเหตุนี้มันจึงบังคับให้เ้าต้องเปิดใช้ิญญายุทธ์ที่สองของเ้าอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนทักษะิญญาของิญญายุทธ์อสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า พ่อยังไม่เห็น แต่ถ้าให้พ่อเดาที่เ้าไม่ใช้ออกมา เป็เพราะมีความเสี่ยงใช่หรือไม่ "
" ใช่แล้วขอรับ ทักษะที่ลูกได้มาคือ ทักษะการกอดรัดของอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้าและิัลื่นไหล ทักษะการกอดรัดของอสรพิษเขี้ยวดาบสายฟ้า ถ้าลูกไม่ใช้ท่อนล่างเข้าไปรัด ก็ต้องใช้ร่วมกับหนวดหมึกั์ ฉะนั้นถ้าไม่จำเป็ ลูกเลยไม่อยากใช้น่ะขอรับ"
" ดีแล้วที่ลูกรู้จักพลังตนว่าควรใช้อะไรตอนไหน ถ้างั้นวันนี้ เราพอแค่นี้กันก่อนดีกว่ามั้ยลูกพ่อ "
" ก็ได้ขอรับ ยังไงประสงค์ของลูก ในการสำแดงพลังให้ท่านพ่อเห็นก็สำเร็จเป็ที่เรียบร้อยแล้ว "
เมื่อทั้งสองพูดคุยกันเสร็จ ทั้งคู่ก็พากันเข้าไปในบ้านเพื่อไปใช้เวลาอันน้อยนิดที่มีระหว่างพ่อแม่ลูกให้คุ้มค่า
เช้าวันที่หนึ่ง กันยายน เยี่ยหลงที่ใช้วันหยุดจนหมดแล้ว คนก็กล่าวลาบิดากับมารดาตน เพื่อกลับไปยังร้านที่ตนทำงาน
เมื่อเยี่ยหลงกลับมาถึงร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด คนก็เจอกับทุกคนที่อยู่ในร้าน
" สวัสดีครับ คุณอัลเบียน คุณแคน คุณอาท คุณฟีนิกซ์ คุณกิลด์ คุณซีค " เยี่ยหลงทักทายทุกคนในร้าน
" เออ เยี่ยหลงมาพอดีเลย กูมีเื่จะคุยด้วยหน่อย " ฟีนิกซ์กล่าว
" มีเื่อะไรหรอครับ ? "
" คืองี้ที่ร้านนั่งเล่นของฉัน ในวันที่แปด กันยา จะมีลูกค้ามาฉลองวันเกิดที่ร้านฉัน ทีนี้เขาอยากได้ดนตรีสดมาร้องเพลงในงานของเขา กูจะถามมึงว่า มึงสนใจที่จะมาเล่นกีตาร์ร้องเพลงในงานวันเกิดเขาไหมวะ ? "
" ร้องเพลง ? เล่นกีตาร์ ? ผมเนี่ยนะ ? " " เล่นกีตาร์ผมพอเล่นแบบงูๆปลาๆได้ตามความทรงจำที่ได้มาจากพวกคุณ แต่ร้องเพลงนี่สิ ผมกลัวว่าผมจะร้องไม่ได้น่ะสิครับ "
" เวลาเหลืออีกตั้งเจ็ดวันยังมีเวลาฝึกซ้อมนะเว้ย อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ คิดดีๆได้เงินด้วยนะเว้ย ตั้งสามร้อย
แหน่ะ "
' ทำไมคุณฟีนิกซ์คะยั้นคะยอเราจัง ? ' เยี่ยหลงคิด
" ฟีนิกซ์มาคุยกับกูตรงนี้หน่อยสิ " แคนกล่าวเรียกฟีนิกซ์
" กูถามจริงมึงได้เงินมากี่บาท " แคนกัดฟันกระซิบถามฟีนิกซ์
" สามหมื่น "
!! " ฮะ มึงได้มาสามหมื่น แต่มึงให้มันสามร้อยเนี่ยนะ !! " แคนพูดด้วยเสียงเบา
" ชู่ มึงเบาๆสิ เดี๋ยวมันได้ยิน "
" นี่กูก็เบาสุดแล้ว "
' ทั้งสองคนกระซิบอะไรกัน ? ' เยี่ยหลงคิดด้วยความสงสัย
" สรุปแล้วจะเอาไหมเยี่ยหลง " ฟีนิกซ์กล่าวถาม
" สามร้อยก็สามร้อยครับ เอาครับ " " แต่ผมมีข้อแม้อย่างหนึ่งนะครับ "
" ข้อแม้อะไรวะ ? "
" ผมขอฝึกดนตรีเพียงแค่สองชั่วโมงต่อวันนะครับ เพราะจะเอาเวลาที่เหลือมาฝึกปรือพลังิญญา "
" งั้นเอาอย่างงี้ เวลาที่ไม่มีลูกค้าเข้าร้านนั่งเล่น แกก็ให้ไอ้ฝัดช่วยสอนเล่นกีตาร์ให้ พอหัวค่ำร้านปิดแกก็มาฝึกเต้น ร้องเพลง เล่นกีตาร์ที่ห้อง้าที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดก็แล้วกันนะ " " เอาตามนั้นตกลงมั้ย " ฟีนิกซ์ถามเอาคำตอบ
" เอาตามนั้นก็ได้ครับ งั้นผมขอไปทำงานที่ร้านนั่งเล่นก่อนก็แล้วกันนะครับ เพราะใกล้สายแล้ว"
" เออ ไปเหอะ แต่อย่าลืมเอากีตาร์ไปด้วยล่ะ จะได้เริ่มฝึกวันนี้เลย "
" โอเคตามนั้นครับ "
หลังจากเยี่ยหลงกล่าวตอบรับเสร็จ คนก็มุ่งไปยังห้องนอนของตัวเองก่อน เพื่อไปหยิบกีตาร์ จากนั้นคนจึงค่อยมุ่งไปยังร้านนั่งเล่นเป็ที่ต่อมา
เมื่อคนมาถึงร้านนั่งเล่น คนก็เจอกับฝัดที่มาทำงานเปิดร้านเป็คนแรก พอเยี่ยหลงเจอฝัด คนจึงบอกคำบอกของฟีนิกซ์ให้กับฝัดได้รับรู้
" พี่ฝัด คือ อย่างงี้ครับ คือ คุณฟีนิกซ์จะให้พี่ช่วยฝึกสอนกีตาร์ให้กับผมหน่อยน่ะครับ เวลาที่ไม่มีลูกค้าน่ะครับ "
" เออ พี่รู้มาจากพี่ฟีนิกซ์มาก่อนแล้ว ว่าจะมีลูกค้ามาจ้างจัดงานวันเกิดที่ร้านเราใช่มั้ยล่ะ " " ตอนที่พี่ฟินิกซ์บอก จะให้เอ็งมาร้องเพลงด้วยค่าจ้างสามร้อยบาท พี่คิดว่าเอ็งจะไม่เอาเสียอีก "
" ตอนแรกผมก็กะจะไม่เอาแหละครับ แต่คุณฟีนิกซ์คะยั้นคะยอบวกกับได้เงินด้วย ถึงแม้เงินมันจะน้อยแต่ก็เป็เงิน ผมเลยตัดสินใจเอาน่ะครับ "
" ดีแล้ว ไม่เลือกงานไม่ยากจน " " ทว่าจะให้พี่ฝึกกีตาร์ให้ในเวลาเจ็ดวัน จะให้เล่นเป็เลยมันคงจะยาก แต่ถ้าจะให้เล่นเป็เพลงต่อเพลงไปคงจะได้ ด้วยเวลาแค่นี้ "
" ก็ใช่ ที่จะให้เล่นก็เล่นเป็เพลงต่อเพลงไปนี่แหละ " ฟีนิกซ์ที่เข้ามายังร้านนั่งเล่นกล่าวขึ้น " เดี๋ยวคุณเบียร์ลูกค้าที่จะมาจัดงานวันเกิดที่ร้าน เข้ามายังร้าน เดี๋ยวฉันจะถามให้ว่าเขา้าเพลงอะไรเป็พิเศษหรือเปล่า พวกแกจะได้มีแนวทางการฝึกซ้อมเฉพาะเพลงไป "
กริ้ง กริ้ง เสียงกระดิ่งติดประตูร้านดัง เป็คนเพศชายที่เดินเข้ามา
" เอ้า คุณเบียร์ตายยากจริง กำลังพูดถึงอยู่พอดีเลย สวัสดีครับ " ฟีนิกซ์กล่าวทักทายคนเพศชายที่เดินเข้ามา เยี่ยหลงกับฝัดที่เห็นดังนั้นก็สวัสดีตาม
" สวัสดีครับคุณฟีนิกซ์ สวัสดีครับทุกคน "
" ว่าแต่ที่คุณเบียร์มาวันนี้เพราะจะมาบรีฟเพลง ในงานวันเกิดใช่ไหมครับ ? " ฟีนิกซ์กล่าวถาม
" ก็ใช่แหละครับ คือผมอยากได้เพลงแนวประมาณว่าแอบชอบ แอบรัก อะไรประมาณนี้แหละครับ "
ฟีนิกซ์ยังไม่ได้ทันถามอะไร คนที่ชื่อเบียร์ก็พลันพูดต่อ " คือผมแอบชอบเตยเ้าของงานวันเกิดมานานแล้วครับ แล้วผมก็อยากจะใช้งานวันเกิดปีนี้ของเขา เป็วันที่ผมจะบอกชอบเขาด้วยน่ะครับ "
" สบายมากครับผม ไม่ว่าจะเป็เพลงอะไร คนของผมก็เล่นเป็หมดนั่นแหละครับ " ฟีนิกซ์กล่าว
' คุณฟีนิกซ์กล่าวอย่างนี้ ไม่ดูตัวเราเอาซะเลย ' เยี่ยหลงคิดในใจ
" งั้นเรามาเลือกเพลงกันเลยดีกว่ามั้ยครับ "
" ก็ดีเหมือนกันครับ จะได้ไม่เสียเวลา เดี๋ยวผมมีธุระต่อด้วย "
" งั้นเชิญนั่งครับ "
" โอเค ครับ "
หลังจากฟีนิกซ์กับคนที่ชื่อเบียร์พูดคุยกันเสร็จ คนก็ต่างพากันมานั่งยังโต๊ะกลางร้านใกล้เคาน์เตอร์
ฟีนิกซ์วางแท็บเล็ตที่ถือมาด้วยไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็เปิดแท็บเล็ต เพื่อที่จะเลือกเพลงที่จะมาใช้ในงานวันเกิด
ใช้เวลาไม่นานเบียร์ก็ได้เพลงตามที่ตน้า โดยมีเพลงสำคัญๆที่เบียร์บรีฟมาได้ดังนี้
เพลง รู้ยัง เพลง ไม่กล้าบอกชัด
เพลง พิง เพลง ฉันเป็คนแบบนี้
เพลง มองใจ
เพลง ที่รัก(เธอ)
และเพลงอีกสิบกว่าเพลงที่เบียร์คิดว่าเตยจะชอบก็ได้เลือกมาให้เตย
พอเลือกเพลงเสร็จ เบียร์ก็ขอตัวไปทำธุระของตนต่อ หลังจากที่เบียร์ออกไป ฝัดก็เริ่มฝึกกีตาร์ให้กับเยี่ยหลงในทันที
ทั้งคู่ฝึกซ้อมกันจนมีลูกค้าเข้ามายังร้าน ทั้งคู่จึงหยุดซ้อมมาบริการลูกค้า พอทั้งคู่บริการเสร็จ ทั้งสองก็เริ่มซ้อมกันต่อ โดยทำอย่างงี้วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา จนร้านปิด
พอร้านนั่งเล่นปิด ฝัดกับเยี่ยหลงก็มุ่งมายังห้องประตูคู่ชั้นสองของร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดเพื่อฝึกกีตาร์กันต่อ
เมื่อทั้งคู่มาถึง เยี่ยหลงกับฝัดก็เจอกับอัลเบียนที่มาอยู่ก่อนแล้ว
" คุณอัลเบียนมาทำอะไรที่ห้องดนตรีหรอครับ ? "
" ก็มาฝึกเต้นให้กับเธอไงครับ "
" คุณอัลเบียนจะมาฝึกเต้นให้กับผมหรอ ? "
" ฟีนิกซ์ไม่ได้บอกหรอครับว่า จะให้ผมฝึกเต้นให้กับเธอน่ะครับ "
" ไม่ได้บอกครับ ตอนแรกผมคิดว่าคุณฟีนิกซ์จะเป็คนฝึกเต้นให้กับตัวผมเองเสียอีก "
" งั้นหรอครับ " " ไหนๆก็รู้แล้วว่าผมจะเป็คนฝึกให้
งั้นเรามาเริ่มฝึกกันดีกว่านะครับ จะได้ไม่เสียเวลาสองชั่วโมงอันมีค่าไป " " ไหนผมขอดูหน่อยสิว่ามีเพลงไหนที่น่าเต้นบ้าง "
อัลเบียนกล่าวพลางทำท่ายื่นมือมาขอแท็บเล็ตที่อยู่ในมือของฝัด เมื่อฝัดทราบดังนั้นก็ยื่นแท็บเล็ตให้ไป
อัลเบียนที่ดูลิสเพลงสำคัญแล้ว จึงกล่าวขึ้น " เพลงที่เต้นได้ที่ดูน่าจะสนุกก็มีอยู่เพลงเดียว คือ เพลง รู้ยัง "
หลังจากกล่าวเสร็จ คนก็เปิดคลิปเต้นเพลง รู้ยัง บนยูทูปในแท็บเล็ตให้เยี่ยหลงดู และให้คนเต้นตาม
เยี่ยหลงที่ดูอยู่ ก็พยายามเต้นตามอย่างสุดกำลัง แต่เต้นยังไงก็ยังเก้เก้กังกัง แข็งไปบ้าง อ่อนไปบ้าง ไม่สวยเอาเสียเลย
อัลเบียนที่เห็นดังนั้นก็บอกให้เยี่ยหลงหยุด แล้วดูเขา
พอเยี่ยหลงหยุด อัลเบียนจึงเต้นตามคลิปในยูทูปให้เยี่ยหลงดู เมื่ออัลเบียนที่เป็คนมาเต้นทุกอย่างก็ดูดีไปหมด ไม่แข็งเกินไป ไม่อ่อนเกินไป เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ
เยี่ยหลงที่ดูอยู่ ก็ปรบมือให้กับอัลเบียนเมื่ออัลเบียนเต้นจบ
" ว้าว คุณอัลเบียนเก่งจังเลยครับ "
" เดี๋ยวผมจะเต้นให้ดูทีละสเต็ปช้าๆนะครับ แล้วเธอก็เต้นตาม แล้วอย่าลืมร้องเพลงตามด้วยนะ "
" เอาล่ะ หนึ่ง สอง สาม เริ่ม "
เมื่ออัลเบียนบอกว่าเริ่ม เยี่ยหลงที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ณ ขณะนั้น ก็เริ่มเต้นตามอัลเบียนไปอย่างช้าๆ ส่วนปากก็ร้องเพลงตามอัลเบียนไปด้วยเช่นกัน
ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ไม่รู้ว่าเป็พร์หรือผลพวงจากการถ่ายทอดความทรงจำรูปแบบเพียงรู้ก็ลงมือทำได้ดุจมีประสบการณ์กันแน่ ที่ทำให้เยี่ยหลงสามารถคัดลอกไลน์การเต้นตามคลิปบนยูทูปได้ประมาณเจ็ดถึงแปดส่วน เหลืออีกแค่จดจำให้ได้ก็เพียงพอ
" ไหนๆคุณก็เต้นเพลง รู้ยัง พอได้แล้ว เหลือแค่ปรับไลน์กับจดจำท่าให้ได้ก็เพียงพอ งั้นเรามาฝึกร้องเพลงอื่นกับเล่นกีตาร์กันดีกว่านะครับ "
อัลเบียนกล่าวต่อ " ฝัดเป็คนฝึกกีตาร์ให้ เดี๋ยวผมจะฝึกร้องเพลงให้เองครับ "
" เข้าใจแล้วครับ " เยี่ยหลงตอบรับ
ฝัดกับอัลเบียนใช้เวลาที่เหลืออยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมงในการฝึกดนตรีให้เยี่ยหลงอย่างเต็มที่ พอเวลาหมดเยี่ยหลงก็ขอตัวไปฝึกิญญายุทธ์ที่มหาพงไพรร้อย ส่วนฝัดกับอัลเบียนก็แยกย้ายกันไปตามทางของตน
เยี่ยหลงฝึกอย่างงี้วนซ้ำไปซ้ำมา จนเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงวันที่แปด กันยา เวลารุ่งเช้า ฝัดกับเยี่ยหลงที่มาทำงานกันแล้ว ก็ต่างพากันเข้ามาจัดเตรียมร้านสำหรับงานปาร์ตี้ในงานวันเกิดคืนนี้
จัดไปจัดมา เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงตอนเย็นใกล้หัวค่ำ เบียร์กับเตยและเพื่อนๆอีกเจ็ดคนก็เข้ามายังร้านนั่งเล่น
เวลาสองทุ่มก็ถึงเวลาเป่าเค้กวันเกิด เยี่ยหลงกับฝัดและคนอีกแปดคนนอกจากเตยก็พร้อมใจกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับเตย
เมื่อร้องจบและเป่าเค้กแล้ว ดนตรีสดที่เบียร์ได้เตรียมกับพวกเยี่ยหลงเอาไว้ก็เริ่มบรรเลง
โดยเยี่ยหลงเริ่มจากเพลงที่เตยชอบก่อนเป็อันดับแรก
พอเล่นเพลงแรกจบ เตยจึงกล่าวขึ้นด้วยความชอบใจ ว่า " ว้าว นี่พวกเขารู้ได้ยังไงว่าเตยชอบเพลงนี้ " " เบียร์แกเป็บอกพวกเขาหรอ ? "
" ใช่ แล้วแกชอบมั้ย " เบียร์กล่าว
" ชอบดิ ชอบมากด้วย ขอบใจแกมากนะไอ้เพื่อนรัก "
คำว่า "ไอ้เพื่อนรัก" เล่นซะเบียร์ไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว
เมื่อเพลงแรกจบ เยี่ยหลงและฝัดก็เล่นเพลงต่อๆไป และต่อๆไป จบครบสิบกว่าเพลงที่เตยชอบ
ทีนี้ก็ได้เวลาที่จะเล่นเพลงแอบชอบแอบรักที่เบียร์ได้บรีฟเอาไว้ เยี่ยหลงเริ่มจากเพลง ที่รัก(เธอ)
ต่อมาก็เล่นเพลง ฉันเป็คนแบบนี้
และต่อมาก็ เพลง พิง
ต่อมาก็เพลง มองใจ
เมื่อเล่นเพลง มองใจ เสร็จ ฟีนิกซ์จึงประกาศ " ต่อไปนี้จะเป็โชว์พิเศษจากทางร้านเรานะครับ "
ฟีนิกซ์กระซิบเบาๆบอกเยี่ยหลง " เล่นเต้นเพลง รู้ยัง "
" อ๋อ โอเค เข้าใจแล้วครับ " เยี่ยหลงกล่าวตอบกลับด้วยเสียงเบาๆพร้อมกับทำท่ามือ"ok"
หลังจากที่เยี่ยหลงเข้าใจแล้ว คนจึงเริ่มร้องกะเต้นเพลง รู้ยัง ในทันที
พอเล่นเพลงจบ เบียร์กับเตยและเพื่อนอีกเจ็ดคนก็ปรบมือให้กับเยี่ยหลงกันระงม ส่วนเยี่ยหลงก็ผะโงกหัวตอบรับ ขอบคุณที่คนปรบมือเชยชม
เมื่อเยี่ยหลงเล่นเพลง รู้ยัง เสร็จ คนจึงเล่นเพลงต่อไปในทันที ซึ่งเหลืออยู่เพลงเดียว คือเพลง ไม่กล้าบอกชัด ของศิลปินชื่อ เจฟ
เมื่อถึงเพลงนี้ เยี่ยหลงรวมถึงฟีนิกซ์และฝัดก็ต่างส่งซิกบอกให้เบียร์บอกกล่าวบอกชอบเตยไป
" เตย "
" หึ ว่า ? "
" คือ คือ คือว่า " เบียร์อึกอัก
" มีอะไรก็พูดมาสิ "
เบียร์ที่ประหม่าก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี ก็เลยหันหน้ามามองพวกฟีนิกซ์ พอมองมา คนก็เจอกับพวกฟีนิกซ์ที่ขยับปากบอกสลับกับร้องเพลง เป็คำว่า "บอกเลย บอกเลย"
เบียร์หันกลับมามองเตยเช่นเดิม ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ และกล่าวร้องเพลงตามเยี่ยหลงเป็คำบอก " อยากบอกให้ชัด ว่ารักเธอ "
เมื่อเบียร์ร้องเพลงท่อนนี้จบ คนก็กล่าวบอกเตยไปว่า " เพลงท่อนนี้แหละ คือความรู้สึกของฉันที่มีต่อแก ที่ฉันไม่เคยบอกแกเลย ก็เพราะว่า ฉันกลัวจะเสียแกไป แต่ตอนนี้วันนี้ถามว่าฉันกลัวมั้ย บอกเลยว่ากลัวมาก แต่ฉันกลัวจะเสียแกไปให้กับคนอื่นมากกว่า แต่ถ้าแกไม่คิดอะไรกับฉัน ฉันขอให้เราเป็เพื่อนกันเหมือนเดิมได้มั้ยวะ "
" เบียร์ ฉันคงเป็เพื่อนกับแกไม่ได้แล้วว่ะ " เตยตอบกลับ
เมื่อเบียร์ได้ยินดังนั้น คนก็หงอยเศร้าในทันที ส่วนพวกฟีนิกซ์ที่บรรเลงเพลง ไม่กล้าบอกชัด อยู่นั้น ก็รู้สึกอยากจะเปลี่ยนเพลงเป็เพลงแนวอกหักในทันที
" พวกเราคงเป็เพื่อนกันไม่ได้แล้วว่ะ งั้นเรามาเป็แฟนกันนะ "
เบียร์ที่ได้ฟังดังนั้น ก็ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง " ตะกี้แกพูดว่าอะไรนะ "
" ฉันบอกว่า เราเป็แฟนกันนะ " เตยกล่าวย้ำ
" ไชโย พี่ เตยเขายอมเป็แฟนกับผมแล้วพี่ ไชโย " เบียร์หันมากล่าวกับฟีนิกซ์
""" ยินดีด้วยครับคุณเบียร์ """ ฟีนิกซ์กับฝัดและเยี่ยหลงกล่าวร่วมยินดีกับคุณเบียร์พร้อมๆกัน
" นี่น้อง น้องเล่นดนตรีดีมาก เอาทิปจากพี่ไปคนละพัน " เบียร์กล่าวบอกกับฝัดและเยี่ยหลง
" ขอบพระคุณครับคุณเบียร์ " ฝัดกล่าว
" ขอบคุณครับคุณเบียร์ " เยี่ยหลงกล่าว
พอเยี่ยหลงกับฝัดรับทิปจากเบียร์มา งานปาร์ตี้ก็ดำเนินต่อมาประมาณอีกครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะถึงเวลาเลิกลา
เมื่องานปาร์ตี้เลิกลา ลูกค้าและเพื่อนลูกค้าก็แยกย้ายกันกลับไปจนหมด เหลือเพียงฝัด ฟีนิกซ์และเยี่ยหลงที่ช่วยกันเก็บกวาดร้านกันอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง จึงเก็บกวาดเสร็จ
เวลาตีหนึ่งตรง เป็เวลาที่พวกเยี่ยหลงเก็บกวาดร้านกันเสร็จ พอเก็บกวาดร้านเสร็จ เยี่ยหลงก็ขอตัวกลับไปนอนยังห้องนอนของตน โดยที่วันนี้เขาขอไม่ฝึกิญญายุทธ์ไปหนึ่งวัน
*หมายเหตุ* ทางผู้เขียนนิยายเื่นี้ ไม่ได้มีเจตนาจะละเมิดลิขสิทธิ์เพลงใดๆที่กล่าวถึงในนิยายตอนนี้ โดยเฉพาะเพลง ไม่กล้าบอกชัด ที่ค่ายอักษรย่อ ภาษาอังกฤษสองตัว เป็เ้าของลิขสิทธิ์ ที่ผมได้มีการนำเนื้อเพลงมาใส่ด้วย หากทางนั้น จะคิดค่าลิขสิทธิ์ หากไม่แพงจนเกินไป ผมยินดีจะจ่าย ปัจจุบันผมได้ติดต่อทางนั้นไปทาง ig แล้ว แต่ไม่มีใครตอบ
ปล.หากว่าแพงเกินไป ทางผมยินดีที่จะลบท่อนเพลงนี้ออกให้ แต่ขอให้คุยกันก่อน ก่อนที่จะมีการฟ้องร้องกันครับ และทางเราต้องขอโทษด้วยที่นำเนื้อเพลงมาใส่โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตก่อนครับ