“นี่ๆ นาเรียหายงอนฉันเถอะนะ...น่านะ”
มิเรเซียพยายามง้อนาเรียอย่างเต็มที่ด้วยทุกอย่างที่เธอมีแต่ทว่านาเรียกลับเมินเฉยและปฏิบัติต่อมิเรเซียอย่างเ็า
“...ช่วยอย่าเข้ามาใกล้ฉันในระยะสิบกิโลเมตรด้วยค่ะ”
“มันจะไม่ไกลเกินไปเหรอไงนั่น! ปกติแค่ไม่กี่เมตรก็พอแล้วนี่นา!”
“...ตัวอันตรายอย่างท่านต้องให้ไปอยู่ไกลๆถึงจะปลอดภัยค่ะ”
“แง ! อย่าทิ้งเค้าไปเลยน้านาเรีย !”
มิเรเซียพุ่งเข้าไปกอดและเอาหน้าซุกหน้าอกของนาเรียเอาไว้พร้อมกับถูไถไปมา
“ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะคะ!”
“ม่ายยยยเอา !”
นาเรียพยายามแกะร่างของมิเรเซียออกแต่ทว่าทางด้านมิเรเซียเองก็เกาะเธอแน่นราวกับว่าใช้กาวอย่างดีมาแปะเอาไว้
ทำไมแกะยากจังล่ะเนี่ย!
“นี่ท่านเป็ตุ๊กแกเหรอยังไงคะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคะ!”
“ม่ายยยยยยยยยยย”
“ก็บอกให้ปล่อย...ยังไงล่ะคะ!”
หางของนาเรียฟูขึ้นมาพร้อมกับแรงแกะที่เพิ่มมากขึ้นแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ร่างของมิเรเซียที่เกาะเธอแน่นขยับออกไปเลยแม้แต่นิดเดียว
อึก...แถวนี้มีชะแลงบ้างไหมเนี่ย! ถ้ามีจะได้เอามาแงะคุณหนูออกไปซะ!
ทำไมเกาะเหนียวจังเลยล่ะเนี่ย! เป็จิ้งจกเหรอไงกันคะ!
นาเรียพยายามแกะร่างของมิเรเซียออกอย่างเต็มที่ส่วนทางด้านมิเรเซียเองก็กอดเธอแน่นอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน
และในขณะที่ทั้งสองกำลังต่อสู้(?)กันอยู่นั่นเอง...อยู่ๆ มิเรเซียก็คิดอะไรดีๆ บางอย่างขึ้นมาได้ซะอย่างนั้น
เดี๋ยวนะ...ในตอนนี้ที่ๆ พวกเราอยู่กันนั้นเป็จุดอับสายตานี่นา...ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า...
เราสามารถทำสิ่งนั้นได้สินะ!
มิเรเซียเผยรอยยิ้มที่มีเลศนัยออกมาพร้อมกับเอื้อมมือไปดึงหางของนาเรียจนเธอร้องออกมาด้วยความใ
“อุย๊ะ !”
นาเรียร้องออกมาพร้อมกับทรุดไปที่พื้นอย่างอ่อนระทวย...เพราะว่าสำหรับมนุษย์สัตว์แล้วหางเปรียบเสมือนตัวที่ช่วยทำให้ร่างกายสมดุลนั่นเอง นอกจากนี้มันก็ยังมีเส้นประสาทอยู่มากมายทำให้ถ้าหากถูกดึงอย่างแรงก็เป็เื่ง่ายที่จะล้มลงไปนอนกองกับพื้นแบบนี้นั่นแหละ
“คิกๆๆจะยอมหายงอนฉันดีๆ หรือจะหายงอนทั้งน้ำตาล่ะนาเรีย”
“อะ-เอ๊ะ ?อ๊าย !”
นาเรียร้องออกมาพร้อมกับสะดุ้งโหยงสุดตัวเมื่อจู่ๆมิเรเซียก็เข้ามาเกาะหลังเธอเอาไว้ แล้วก็งับหูอันแสนนุ่มนิ่มของเธอเบาๆ
“อะ-อึก !ยะ-อย่านะคะ- อ๊าย !”
นาเรียพยายามขัดขืนด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวและแดงก่ำแบบสุดๆก่อนที่เธอจะครางออกมาอย่างน่ารักเมื่อถูกมิเรเซียเป่าลมเข้าไปในหูของเธอ
“คิกๆๆๆจุดอ่อนไหวของเธออยู่ตรงนี้ใช่ไหมล่ะ ฉันรู้นะนาเรีย”
“ยะ-อย่าจับตรงนั้นนะคะ!”
มิเรเซียลูบหูและหางของนาเรียจนทั่วแล้วก็เริ่มขยับนิ้วนวดตรงหลังหูและโคนหางของนาเรียอย่างเชี่ยวชาญ ชำนาญ และช่ำชองจนนาเรียถึงกับครางออกมาด้วยเสียงระส่ำ
“อะ-อ๊า !อึก ! ฟู่...คะ-คุณหนูคะ...เอาอีกค่ะ...”
“คิกๆๆๆ เด็กดีๆ”
มิเรเซียเผยยิ้มออกมาพร้อมกับลูบหัวและเกาพุงของนาเรียอย่างมันมือซึ่งนาเรียก็เข้าไปอ้อนเธออย่างมีความสุข...
ดูเหมือนว่าเธอจะลืมเื่ที่งอนเราอยู่ไปเรียบร้อยแล้วสินะ...สำเร็จตามแผน!
มิเรเซียหัวเราะหึๆอยู่ในใจเมื่อทุกอย่างเป็ไปตามแผนการของเธอ...แต่ทว่า...
ในขณะที่นาเรียกำลังอ้อนเธออยู่อย่างเพลิดเพลินนั่นเอง...จู่ๆเธอก็กลับมารู้สึกตัวซะอย่างนั้น
“อ๊ะ...ไม่ใช่สิ! ไม่ต้องมาแกล้งฉันเลยนะคะคุณหนู!”
นาเรียรีบผละตัวออกมาจากมิเรเซียด้วยใบหน้าที่แดงก่ำพร้อมกับทำแก้มป่องแล้วก็รีบเดินจากไปในทันที
ชิ ! กำลังไปได้สวยแล้วแท้ๆ เชียว แต่เธอดันรู้ตัวซะได้!
...ถ้าอย่างนั้นเอาไว้เดี๋ยวค่อยต่อกันคราวหน้าเมื่อมีโอกาสก็แล้วกัน
“รอฉันด้วยสินาเรีย!”
มิเรเซียร้องเรียกเมดสาวมนุษย์สัตว์ของเธอก่อนที่จะรีบวิ่งตามหลังนาเรียไปอย่างรวดเร็ว