ผมขับรถกลับมาถึงห้องพัก ก่อนทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง ร่างกายเหมือนถูกดูดพลังไปหมดทั้งวัน
ผมหันไปมองนาฬิกา ตอนนี้เพิ่งบ่ายสามโมงเท่านั้นเอง ผมตั้งใจว่าจะงีบสักพัก ตื่นมาอีกที่เย็นค่อยออกไปหาอะไรกิน แล้วค่อยลุยงานต่อ
เช้านี้ผมทำเงินไปได้ประมาณห้าร้อยกว่าบาท จากการรับส่งผู้โดยสารทั้งผู้ชายและผู้หญิง ถือว่าเป็การเริ่มต้นที่ไม่เลว
สายตาผมเหลือบไปมองจอโปร่งแสง สถานะภารกิจประจำวันปรากฏขึ้น
[8/10 คน]
เหลืออีกแค่ สองคนเท่านั้น ที่ต้องส่งให้ครบก่อนเที่ยงคืน ผมก็จะเคลียร์ภารกิจได้สำเร็จ
ระหว่างที่ผมงีบหลับไปได้พักใหญ่ อยู่ ๆ เสียงฟ้าร้องก็ดังสนั่น ครืนนน! ตามมาด้วยเสียงลมหวีดหวิวราวกับจะพัดเอาโรงแรมทั้งหลังปลิวหายไปให้ได้ ความแรงของมันทำให้กระจกหน้าต่างสั่นกรอบแกรบไม่หยุด
ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาในความมืดครึ้ม มันเกือบจะหกโมงแล้ว
จนในที่สุด… สายฝนก็เทกระหน่ำลงมา เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาดังถี่รัวเหมือนกลองรบ ผสมกับแรงลมที่ยังพัดไม่หยุด ทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเย็นชื้น
ผมนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ฟังเสียงฝนตกหนักที่คล้ายจะกดทับลงมาไม่หยุด
“ก๊อก ๆ”
“มีคนอยู่ไหมคะ”
“ก๊อก ๆ”
จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ท่ามกลางเสียงฝนที่กระหน่ำอยู่ด้านนอก ตามมาด้วยเสียงผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยเรียกเบา ๆ
ผมชะงัก นิ่งคิดอยู่สักพักว่าใครกันแน่ถึงมาเคาะประตูเอาตอนแบบนี้
สุดท้ายก็ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ประตู แล้วก้มส่องผ่านตาแมว
สิ่งที่เห็นทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว ผู้หญิงคนหนึ่ง ดูท่าทางเหมือนนักศึกษามหาวิทยาลัย สวมเสื้อแขนยาว มืออีกข้างถือถุงบางอย่างไว้แน่น
ผมตัดสินใจค่อย ๆ บิดลูกบิดประตูออกช้า ๆ เมื่อประตูแง้มออก สิ่งแรกที่เห็นคือเธอสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มเก้อ ๆ ทำเอาผมถึงกับชะงักไป
เธอรีบเอ่ยขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ขอโทษนะคะที่เรียกเอาตอนนี้…”
ผมยิ้มบาง ๆ แล้วตอบกลับไป “ไม่เป็ไรครับ ว่าแต่… มีเื่อะไรหรือครับ?”
เธอทำท่าลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น
“พอดีลมพัดเสื้อผ้าของหนูจากระเบียง ปลิวมาอยู่ที่ระเบียงห้องพี่ค่ะ หนูขอเข้าไปเก็บแป๊บนึงได้ไหมคะ?”
“อ้อ… ได้สิครับ” ผมพยักหน้าแล้วขยับตัวหลีกทางให้
“ขอบคุณค่ะ” เธอพูดพร้อมส่งยิ้มบาง ๆ ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาในห้องอย่างช้า ๆ
หลังจากเธอเดินเข้าไป ผมก็ปิดประตูเบา ๆ แล้วพิงยืนรออยู่ตรงนั้น สายตาจับจ้องไปที่เธอซึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ เก็บเสื้อผ้าที่ปลิวมากองอยู่ตรงระเบียง ดูท่าจะเยอะพอสมควรทีเดียว
เธอใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าจะเก็บเรียบร้อย จากนั้นก็หันกลับมา ผมเปิดประตูรอไว้ให้
ก่อนก้าวออกไป เธอหันมายิ้มเล็กน้อยแล้วถามขึ้น
“พี่มาอยู่ใหม่เหรอคะ?”
ผมชะงักเล็กน้อย คิดในใจ คงเพราะหน้าตาเปลี่ยนไป เลยทำให้เธอคิดว่าผมเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่
“ใช่ครับ เพิ่งมาอยู่ไม่นานนี้เอง” ผมตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
“ค่ะ...ขอบคุณนะคะ” เมื่อเธอพูดจบก็เดินจากไป
“อืม… น้องชื่ออะไรครับ” ผมเอ่ยถามออกไป น้ำเสียงติดเกร็งเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
เธอหันหน้ากลับมาก่อนจะเปิดประตูห้องของตัวเอง พลางเอ่ยตอบเสียงใส
“หนูชื่อเมษาค่ะ”
“อ้อ… ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ พี่ชื่อวายุ” ผมพูดพลางพยายามเก็บอาการ แต่หัวใจกลับเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่
เธอยิ้มบาง ๆ ตอบกลับ “เช่นกันค่ะ”
หลังจากเธอเดินเข้าห้องไป ผมก็กลับเข้ามาในห้องของตัวเอง พร้อมกับเสียงฝนที่ยังคงตกพรำ ๆ อยู่ด้านนอก
เวลาผ่านไปจนเกือบหนึ่งทุ่ม ผมลุกขึ้นจากเตียง เตรียมตัวออกไปทำงานอีกครั้ง
คราวนี้หัวใจเต้นแรงขึ้นกว่าครั้งก่อน ทั้งตื่นเต้นและคาดหวังว่าจะได้เงิน สองเท่า ตาม่เวลาพิเศษของระบบ ั้แ่ 18:00 น. ถึง 23:59 น.
ผมยิ้มมุมปาก พลางคิดในใจว่าคราวนี้ต้องจัดเต็มแล้ว เงินก้อนใหญ่รออยู่อย่างแน่นอน