ตงอ๋องฉู่ฉือ เหออ๋องฉู่เหลียง และซ่งเจียอี เดินทางมาที่จวนของหลินอ๋องฉู่อันเพื่อปรึกษาหารือเรื่องการเดินทางไปยังดินแดนในความปกครองของตน
หลิวจางหมิ่นทำขนมและอาหารรอต้อนรับพวกเขามีทั้งข้าวอบเผือก ไก่ผัดขิง ผัดมันฝรั่งใส่หมูสับ ซุปซี่โครงหมูมันฝรั่ง กุยช่ายทอด บัวลอยเผือก แป้งย่างไส้กุยช่าย แพนเค้กมันฝรั่ง และเผือกหิมะ ทุกคนได้แต่ยืนตะลึงกับเมนูอาหารมากมายที่วางอยู่บนโต๊ะ
“พี่สะใภ้ ท่านจะทำเลี้ยงคนทั้งจวนเลยหรือขอรับ” ฉู่เหลียงพูดหยอกพี่สะใภ้ของตน
“ไปอยู่ทางเหนือข้าคงไม่มีทางอดตายเป็นแน่” ฉู่ฉือพูด
“พี่สี่ หรือข้าจะขอไปอยู่กับพวกท่านทางนั้นดี ข้าไปทูลขอพี่สามเลยดีหรือไม่” ฉู่เหลียงแสร้งทำท่าคิด
“เจ้าจะไปขอร้องข้าเรื่องใดหรือน้องหก” เสียงฮ่องเต้ดังขึ้น
ทุกคนรีบหันไปทำความเคารพ วันนี้ฮ่องเต้ออกจากวังเป็นการส่วนตัวพร้อมกับฉู่หลงเฉินบุตรชาย ซึ่งเวลานี้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาทแล้ว
“อาหารหน้าตาแปลกเหล่านี้เป็นฝีมือน้องสะใภ้อย่างนั้นหรือ” ฮ่องเต้ถามหลิวจางหมิ่น
“เป็นฝีมือของท่านแม่ทั้งหมดเลยขอรับเสด็จลุง ท่านแม่ทำอาหารอร่อยมากเลยขอรับ” ฉู่เฟยหรงชมมารดาของตน
“เสด็จพ่อ เราเริ่มลงมือกันเลยได้ไหมขอรับ เฟยหรงเล่าให้ข้าฟังว่าอาสะใภ้ทำอาหารและขนมอร่อยให้เขากินบ่อยๆ ข้าอยากจะตามเขาออกจากวังมานานแล้วขอรับ” ฉู่หลงเฉินบอก
ทุกคนได้ฟังก็ได้แต่หัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของเด็กน้อยทั้งสอง ก่อนที่จะทั้งหมดจะเริ่มกินอาหารอย่างรวดเร็ว
“น้องสะใภ้ ฝีมือเจ้าดีกว่าพ่อครัวหลวงเสียอีก” ฮ่องเต้กล่าวชมอย่างพอใจ
“อาสะใภ้ขอรับ อาหารเหล่านี้ทำมาจากพืชผักเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น อาสะใภ้เป็นคนคิดค้นสูตรอาหารเหล่านี้ขึ้นมาเองหรือขอรับ” ฉู่หลงเฉินถามด้วยความสงสัย
เมื่อได้ยินคำถามของเขา ทุกคนก็หันกลับไปมองที่จานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง ก็พบว่าอาหารทั้งหมดมีวัตถุดิบหลักคือมันฝรั่ง เผือก และกุยช่ายเท่านั้น
“หลงเฉินเจ้าช่างสังเกตยิ่งนัก เป็นอย่างที่เจ้าว่าส่วนประกอบหลักของอาหารเหล่านี้คือมันฝรั่ง เผือก กุยช่าย และแป้งสาลี” หลิวจางหมิ่นตอบเขาช้าๆ และพูดต่อ
“มันฝรั่ง เผือก และข้าวสาลี เป็นพืชที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตเป็นจำนวนมาก สามารถแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของชาวบ้านทางเหนือได้เป็นอย่างดีเจ้าค่ะ และผักที่สามารถปลูกได้ในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นยังมีอีกหลายชนิด อย่างกุยช่ายนี่ก็สามารถเติบโตได้ดีในที่ที่อากาศเย็นเช่นกัน”
“น้องสะใภ้ทำอาหารพวกนี้เพราะคิดที่จะให้ชาวบ้านทางเหนือปลูกพืชเหล่านี้อย่างนั้นหรือ” ฮ่องเต้ถามอย่างสนใจ
“พี่สาม เมื่อตอนที่ข้าอยู่ที่เมืองเหอ พืชผักเหล่านี้ถูกส่งมาทางเรือมากมาย แต่มีชาวบ้านเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้วิธีที่จะนำมันมาปรุงเป็นอาหาร ข้าคิดว่าหากเรานำพืชพันธุ์เหล่านี้ไปให้ชาวบ้านทางเหนือเพาะปลูก และสอนวิธีการปรุงอาหารให้พวกเขา ข้าคิดว่าจะเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านได้ยั่งยืนกว่าการส่งมอบเสบียงไปให้เหมือนที่ผ่านมานะขอรับ”
ฉู่อันเป็นผู้ตอบฮ่องเต้ด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากให้ฮ่องเต้เกิดความสงสัยในตัวชายาของเขา เพราะเขาได้ปรึกษาเรื่องนี้จากหลิวจางหมิ่นมาหลายวันแล้ว ในยุคของนาง การนำพืชผลเหล่านี้มาทำอาหารนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ในยุคนี้ไม่เหมือนกัน ชาวบ้านบางคนยังไม่รู้จักมันฝรั่งเสียด้วยซ้ำ แม้แต่ฮ่องเต้เอง ฉู่อันยังคิดว่าพระองค์คงไม่รู้จักมันฝรั่งเช่นกัน
“เจ้ารู้วิธีปลูกมันฝรั่งด้วยหรือน้องสะใภ้” ฮ่องเต้ยังถามต่ออย่างสนใจ
“รู้เจ้าค่ะ แต่ข้ายังต้องให้น้องหกช่วยข้าอีกแรง”
“พี่สะใภ้จะให้ข้าช่วยอะไรหรือขอรับ” ฉู่เหลียงรีบถาม
“เพราะน้องหกมีการติดต่อการค้ามากมาย ข้าอยากให้น้องหกช่วยหาเมล็ดพันธุ์พืชผักที่จะขนไปทางเหนือเจ้าค่ะ” หลิวจางหมิ่นตอบคำถามและขอความเห็นจากฮ่องเต้พร้อมกัน
“พี่สะใภ้ต้องการสิ่งใด ท่านบอกกับข้ามาได้เลยขอรับ ข้าจะรีบจัดการให้ท่านทันที” ฉู่เหลียงรับปากอย่างรวดเร็ว
“น้องสะใภ้ เราไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีความรู้มากมายถึงเพียงนี้ เราขอบใจพวกเจ้ามาก หากเหตุการณ์ทางเหนือผ่านไปได้ด้วยดี เราคงเบาใจได้มากเลยทีเดียว” ฮ่องเต้ซึ้งใจ
“เสด็จพ่อ ข้าอยากเดินทางไปทางเหนือกับเสด็จอาขอรับ ข้าอยากไปพบท่านแม่ทัพใหญ่” ฉู่หลงเฉินถามอย่างมีความหวัง
“หลงเฉิน เจ้ายังเดินทางไปกับอาไม่ได้ เจ้ายังเล็กนัก ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อีกทั้งสถานการณ์ทางเหนือยังไม่เรียบร้อย ต่อไปหากเจ้าจะทำสิ่งใดเจ้าต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาให้มาก” ฉู่อันตอบและสอนเขา
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับเสด็จอา” ฉู่หลงเฉินตอบเสียงเบา
“เสด็จพี่ ท่านต้องเร่งฝึกวรยุทธ์ให้เก่งเร็วๆ นะขอรับ ข้าจะรอท่านอยู่ที่นั่น” ฉู่เฟยหรงปลอบพี่ชายตนเอง
“เฟยหรง ข้าสัญญา ข้าจะฝึกฝนวรยุทธ์จนชำนาญ และเมื่อข้าโตขึ้น ข้าจะไปพบเจ้าแน่นอน” ฉู่หลงเฉินรับคำอย่างจริงจัง
ทุกคนฟังพวกเขาแล้วก็ได้แต่ยิ้มตาม ฮ่องเต้พอใจกับความรักที่พวกเขาพี่น้องมีต่อกันและทรงหวังให้ต่อไปพวกเขายังจะมีความรักความห่วงใยที่บริสุทธิ์ใจอย่างนี้ให้กันไปตลอด