บทที่ 156
พู่กันหยินหยาง
ซูฉีเก็บรวบรวมแต้มความดีได้จำนวนมากก่อนหน้านี้ แต้มความดีส่วนใหญ่ใช้ไปกับการพัฒนากิจการของตนเอง
แต่ว่านางเองก็มีแต้มความดีที่เก็บหลงเหลือเอาไว้เช่นเดียวกัน เก็บสะสมมันมาเป็นเวลานานในตอนนี้มันก็ทำให้นางมีแต้มความดีจำนวนมาก
แต่หลังจากที่แต้มความดีพวกนั้นถูกเก็บมาสักพัก ในตอนนี้นางเองก็นำเอาแต้มความดีจำนวนมากไปซื้อของที่ตนเองคิดว่ามันมีประโยชน์
“ คุณหนูเจ้าคะนี่มันอันใดอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ” ลี่ถังมองพู่กันรูปร่างประหลาดที่อยู่ภายในมือของคุณหนู
สิ่งที่อยู่ภายในมือของคุณหนูของนาง มันเป็นพู่กันรูปร่างแปลกประหลาดที่นางไม่เคยพบเห็นมาก่อน
ก่อนหน้านี้ก็พบเห็นว่าคุณหนูของนางใช้พู่กันหลายต่อหลายอัน นางเองก็ไม่เคยพบเห็นพู่กันแบบนี้มาก่อน
มันน่าแปลกประหลาดจริงนะเหตุใดคุณหนูของนางจึงมีพู่กันแบบนี้ได้ พู่กันที่คุณหนูของนางถือเป็นพู่กันด้ามยาว มีรูปลักษณะเป็นสีดำสลับขาว
ในสายตาของคนธรรมดาทั่วไปคงจะมองว่ามันเป็นพู่กันที่น่าแปลกประหลาด ลี่ถังไม่เคยจำได้ว่านางเคยไปซื้อของสิ่งนี้มาให้กับคุณหนูของนาง
“ ข้าจำได้ว่าคุณหนูไม่เคยไหว้วานข้าไปให้ซื้อพู่กันแบบนี้นิเจ้าคะ ”
“ แล้วเหตุใดมันถึงไม่อยู่ภายในมือของท่านได้หรือว่ามีผู้ใดซื้อมาให้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ”
“ ไม่ใช่ๆไม่ได้มีผู้ใดซื้อมาให้ข้าเป็นคนซื้อมันมาเองเจ้าผู้การนี้ ”
“ เพลงอย่างนั้นหรือเจ้าคะคุณหนูไปซื้อมาที่ใดเจ้าคะ ของข้าก็อยู่กับท่านตลอดจำไม่ได้ว่าท่านไปซื้อมาจากที่ใด ”
“ ฮ่าๆๆ จะจำไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอกตัวของข้าไปซื้อมาคนเดียว ”
“ ไปซื้อมาคนเดียว ”
“ เรื่องนั้นเจ้าไม่จำเป็นจะต้องรู้หรอกแต่ว่าเจ้าสิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่จะช่วยข้าได้มากเลยทีเดียว ”
ลี่ถังแสดงใบหน้าประหลาดใจ ถึงแม้ว่าเจ้าพู่กันที่อยู่ภายในมือของคุณหนูของนางมันจะดูแปลกประหลาดไปบ้าง เองก็มองเห็นว่ามันเป็นพู่กันธรรมดาเพียงแค่มีรูปร่างประหลาด
ไม่เข้าใจว่ามันจะแตกต่างจากพู่กันธรรมดาอย่างไร
…
ตกดึก
ลี่ถังพักผ่อนหลังจากที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ซูฉีนั่งอยู่บริเวณใจกลางบ้าน พู่กันที่อยู่ภายในมือของนางอยู่ๆมันก็เป็นแสงสว่างไสวขึ้นมา“ ”
“ ของวิเศษของวิเศษ ”
เจ้าผู้การที่เปล่งแสงสว่างไสวอยู่ๆมันก็เริ่มวาดลวดลายอักขระสลักลงไปภายในหินด้วยตนเอง
“ ใช้ได้จริงๆด้วยสมกับเป็นของวิเศษที่ต้องใช้แต้มความดีถึง 10,000 แต้มในการแลกมา ”
“ เจ้านี่มันคือพู่กันหยินหยาง ”
“ โดยเจ้าพู่กันนี้มันเป็นของวิเศษเพียงแค่นึกคิดมันเองก็สามารถสลักหรือว่าเขียนในสิ่งที่ตนเองนั้นต้องการได้ ”
“ ไม่เพียงเท่านั้นมันยังเป็นของวิเศษที่เพียงแค่ถ่ายทอดพลังวิญญาณก็สามารถนำมาใช้ในการสร้างอักขระได้ด้วย ”
“ มันสามารถทำงานได้ด้วยตนเองมันเป็นเหมือนกับพู่กันวิเศษที่สามารถใช้ในการเหมือนกับเครื่องยนต์ ”
“ เพียงแค่นี้ห้ามบวกกับพลังของเจ้าหุ่นไม้วิเศษที่สามารถจำลองร่างกายการทำงานของเราในการเขียนอักขระก็จะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ”
“ ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากเพียงแค่นี้การผลิตพวกศิลาอัขระมันเองก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากเย็นสำหรับเราอีกแล้ว ”
“ ความเร็วในการทำงานเองก็คงจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยอดเยี่ยมหลังจากนี้ข้าคงจะทำเงินได้จำนวนมหาศาลจากเจ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้า ” ซูฉีพยักหน้าขึ้นลงกับตนเอง
“ แต่ว่ามันเองก็น่าประหลาดนะ ในยามนี้ตัวของข้ากำลังพัฒนาอักขระ ”
“ หลังจากการนำเอาวิธีอักขระอะไรอย่างมารวมกัน มันก็ทำให้พัฒนาอักขระได้หลายอย่าง แต่ว่ามันเองก็น่าแปลกประหลาดตรงที่ การสร้างอักขระมีส่วนประกอบที่ซับซ้อนมากเกินไป ”
“ ในตอนนี้อยากจะสร้างอักขระพวกเครื่องยนต์จัง ” ซูฉีคิดว่าถ้าสร้างปัญญาประดิษฐ์ประเภทเครื่องยนต์ขึ้นมา มันคงจะสามารถช่วยนางได้มาก
เมืองชายแดนแห่งนี้มันมีผู้คนมากมายก็จริง แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ก็คือ จำนวนแรงงานภายในเมืองแห่งนี้มีจำกัด
เพราะว่าจำนวนผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาส่วนใหญ่เป็นแขกที่เข้ามาเที่ยวชมเมือง
บางคนที่เข้ามาภายในเมืองที่ตั้งใจจะย้ายมาปักหลักที่เมืองแห่งนี้ ก็เป็นพวกที่มีเงินทองอยู่แล้ว
เพราะแบบนั้นพวกคนงานหรือว่ากำลังคนในการทำงานมันเองก็น้อยลงไป เพราะมีกิจการมากมายเริ่มผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ซูฉีรับคนจำนวนมากที่เป็นคนงานเข้ามาในรอบใหม่ แต่ว่าคนพวกนั้นที่รับเข้ามาก็ดูเหมือนว่าจะเป็นคนชุดสุดท้ายของเมืองแห่งนี้แล้ว
ถ้าเกิดว่ากิจการของนางจะทำการขยับขยาย ก็คงจะหาคนงานไม่ได้ง่ายดายเช่นนี้
เมื่อกำลังคนหรือว่าคนงานที่ใช้ในการทำงานน้อยลงไปมันก็เป็นปัญหา ซูฉีคิดว่าถ้านางสามารถสร้างอักขระประเภทที่สามารถใช้ทดแทนเครื่องยนต์ได้ มันน่าจะสามารถช่วยให้นางทดแทนในกำลังคนที่กำลังน้อยลงเรื่อยๆ
“ แต่ว่าอักขระประเภทเดียวกับพวกเครื่องยนต์มันก็จำเป็นจะต้องใช้พลังวิญญาณเป็นตัวทดแทน ”
“ รู้สึกว่าภายในยุคสมัยของเราถ้าเกิดจะสร้างพวกเครื่องจักร ก็คงจำเป็นจะต้องสร้างพวกแบตเตอรี่ด้วยสินะ ”
“ พลังวิญญาณไม่เหมือนกระแสไฟฟ้าที่สามารถมีสายนำพลังวิญญาณได้ กระแสไฟฟ้าเองก็มีพวกตัวนำไฟฟ้าเหมือนกับพวกสายไฟ”
“ แต่ว่าทางด้านของพลังวิญญาณมันไม่ได้มีตัวนำเหมือนกับพวกพลังของกระแสไฟฟ้านี่สิ ”
“ ศิลาที่สามารถกักเก็บพลังวิญญาณเป็นตัวสำรองพลังงานที่ใช้กับพวกเครื่องจักรอย่างนั้นหรอ ”
“ ไม่เลวถ้าจะเริ่มทำการพัฒนาก็คงจะต้องเริ่มจากเจ้าของพวกนั้นก่อน ” ซูฉีในยามค่ำคืนมักจะนั่งคิดไอเดียต่างๆ เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของนาง
ในยามนี้นางเริ่มมีความคิดดีๆปรากฏขึ้น แต่ว่าการที่จะทำพวกเรื่องพวกนั้นมันคงจะไม่ง่ายดายนะ
ตามความคิดของซูฉีแล้วการที่จะสามารถพัฒนาพวกมันได้ทั้งหมดมันก็คงจะใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆเลยทีเดียว
“ เอาล่ะงานยังคงเหลืออยู่พวกนี้เป็นพวกงานที่ได้รับจากเมือง ”
“ พวกศิลาแสงเริ่มเป็นที่ต้องการจำนวนมาก ในยามนี้ทั้งภายในกองทัพและภายในเมืองแห่งนี้ไม่สามารถขาดพวกศิลาแสงได้แล้ว ”
“ เอาล่ะเรื่องการผลิตให้มากขึ้น ”
“ ซูฉีไม่มีเวลาพักหรอกนะ ” ซูฉีฮึดแรง นางต้องทำงานต่อ ในราตรีทุกราตรีส่วนใหญ่นางก็ใช้เวลาในการทำงานโดยการสะสางงานพวกนี้ตลอด
พวกศิลาอักขระที่นางสร้างขึ้นมันเริ่มเป็นที่ต้องการจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้มันทำให้อัตราการผลิตมันจำเป็นจะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยขณะที่มีเพียงแค่ตัวของนางเท่านั้นที่สามารถผลิตของพวกนี้ได้
นางเลยเลือกที่จะเร่งการผลิตให้มากขึ้นโดยการใช้ของวิเศษจากร้านค้าความดี
แต้มความดีส่วนใหญ่ในตอนนี้นางใช้ใบในการแลกเปลี่ยนพลังวิญญาณ เพราะว่าจำนวนการใช้พลังวิญญาณของนางต่อวันหนึ่งมันก็ใช้ไม่น้อย
ยิ่งกิจการของนางเติบโตพลังวิญญาณที่ต้องใช้เองก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ต่อวันนึงนั่งสูญเสียแต้มความดีไปเป็นพันในการแลกเปลี่ยนพลังวิญญาณ
แต่นั่นเองก็เป็นผลดีแล้วนะที่ทำให้ตัวของนางสามารถใช้พลังวิญญาณได้ยังไม่มีขีดจำกัด
ไม่เหมือนกับพวกผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณภายในโลกใบนี้ที่มีขีดจำกัดมากมาย
มันเองก็เป็นสิ่งที่ทำให้นางสามารถพัฒนาพวกอักขระพวกนี้ได้รวดเร็วกว่าพวกนักฝึกฝนพลังวิญญาณภายในโลกใบนี้
เช้าวันถัดมา
จบบท