บทที่ 2 ระบบแลกเปลี่ยนไขมัน
เมื่อผู้คนในบริเวณนั้นได้ยินว่าเปาซิงหวังอยากจะติวหนังสือให้ซูหลี่เหยา พวกเขาก็แสดงออกถึงสีหน้าเหยียดหยามทันที
พวกเขาทุกคนในคลาสรู้ดี ว่าเปาซิงหวังนั้นคะแนนสอบแย่ยิ่งกว่าซูหลี่เหยาเสียอีก เพราะงั้นนี่มันก็ชัดเจนเลยว่าเขาเพียงแค่้าหาจังหวะพาสาวสวยออกไปเดทด้วยเท่านั้นเอง
แต่ถึงแม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าใจจริงของเปาซิงหวังนั้น้าอะไร แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
นั่นก็เพราะว่าตระกูลของเปาซิงหวังนั้นค่อนข้างจะมีแบ็คอัพที่หนาเอาการ ดังนั้นแล้วเหล่านักเรียนในคลาสเดียวกันจึงไม่อยากจะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับปัญหาที่ตามมาซักเท่าไหร่
หลังจากที่เธอได้ยินเปาซิงหวังเอ่ยถามเช่นนั้น ซูหลี่เหยาที่กำลังร้องไห้อยู่ก็ผลิยิ้มออกมาราวกับฤดูใบไม้ผลิได้มาเยือนแล้วเลย
ถึงแม้ว่าเปาซิงหวังจะไม่ได้เป็คนดีเด่อะไรนัก แต่ตราบใดที่เขามีเงิน ซูหลี่เหยาก็สนใจเขาแน่นอน โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่จากค่ายแอปเปิลนั่นแล้วก็ร้านนั่งชิลด์สุดหรูอย่างสตาร์บัคส์อีก
เธอรีบรุดเข้าไปหาเขาพร้อมทั้งควงแขนของอีกฝ่ายไว้ด้วยความรักและพูดด้วยเสียงหวาน “โอเค ไปกันเลย! ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นานกว่านี้อีกแล้ว”
สองมาตรฐานสุดๆ ก่อนหน้านี้เธอก็เพิ่งจะไล่คนอ้วนอย่างอู๋ตี้ให้ไปตายแท้ๆ แต่ตอนนี้เธอกลับโยนตัวเองเข้าอ้อมแขนของเปาซิงหวังไปเสียแล้ว
เมื่อเห็นว่าซูหลี่เหยาเป็ฝ่ายรุกเข้าหาเขาก่อน เปาซิงหวังก็ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจและแสดงออกถึงความเหนือกว่าผ่านสีหน้าของเขา เขามองไปยังอู๋ตี้ด้วยความเหยียดหยามก่อนจะพูดขึ้น “เห็นหรือเปล่า? เทพธิดาที่นายไม่อาจเอื้อมถึงตอนนี้อยู่กับฉันแล้ว ไอ้อ้วนยากจนขี้แพ้อย่างนายน่ะก็ควรจะหัดเจียมตัวไว้บ้างนะ”
ใช่แล้ว อู๋ตี้นั้นทั้งอ้วนแล้วก็ยากจน ครอบครัวของเขานั้นมีฐานะทั่วๆไป เป็คนงานในตำแหน่งเล็กๆที่โรงงาน และรายได้ของพวกเขาเองก็ถือว่าระดับทั่วๆไปอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่เขาจะได้เข้าโรงเรียน โรงงานที่ครอบครัวของเขาเคยทำอยู่นั้นโดนฟ้องล้มละลายหลังจากทำมาหลายปี และนั่นทำให้ทุกๆคนจำเป็ต้องหางานทั่วทั้งเขตมาทำเพื่อให้อู๋ตี้ได้เรียน
และอู๋ตี้เองก็รู้ดีถึงสถานการณ์ทางบ้านของเขา ดังนั้นเขาจึงพยายามตั้งใจเรียนและใช้ชีวิตอย่างประหยัดอดออม แต่ถึงเขาจะไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าดีๆ หรือกินอะไรหรูๆ ตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถลดน้ำหนักได้ด้วยปัญหาเื่สุขภาพอยู่ดี
ในตอนที่เขาเป็น้องใหม่ของที่นี่ เขาจำเป็ต้องรับเงินทุนเพื่อการศึกษาสำหรับผู้มีรายได้น้อยเพื่อช่วยค่าเทอม เขายังคงจำภาพนั้นได้ดี ภาพที่เหล่าเพื่อนร่วมชั้นของเขามองเขาด้วยความดูถูก
ราวกับพวกเขาจะพูดว่า “ไอ้หมูหน้าไม่อายนี่ไปรับเงินทุนช่วยเหลือมางั้นเหรอ? แค่กินให้น้อยลงก็มีเงินเหลือแล้วไม่ใช่หรือไง?”
ดังนั้นแล้วตลอด 3 ปีในมหาลัยแห่งนี้ อู๋ตี้จึงไม่มีคนที่กล้าเรียกได้ว่าเพื่อนเพื่อจะเล่นด้วยเลยแม้แต่คนเดียว เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่เหมือนคนอื่นๆ พวกเขาอยู่สูงเกินไป เพราะงั้นเขาจึงไม่เข้าไปรวมกับคนอื่นๆและแยกตัวออกมา
และถึงแม้ว่าเขาจะเห็นการเลือกปฏิบัติของซูหลี่เหยา ผู้ที่ซึ่งเป็เทพธิดาประจำใจของเขา แต่เขาก็ทำได้แค่มองเธอหายออกไปกับเปาซิงหวังโดยที่ไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น
กลับมายังหอพักในตอนกลางคืน อู๋ตี้ทิ้งตัวนอนลงบนเตียง คิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้และตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะไปคุยกับอาจารย์เพื่อขอเปลี่ยนที่นั่งในวันพรุ่งนี้
ในตอนนั้น คนอื่นๆที่อยู่ในหอต่างรวมตัวกัน ใช้มือถือโทรศัพท์และเล่นเกมด้วยกัน แต่กลับไม่มีใครชวนเขาเล่นด้วยเลย
ถึงพวกนั้นจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขา หากแต่เสียงเจี๊ยวจ๊าวนั่นก็ทำให้เขานั้น นอนหลับได้ช้ากว่าปกติ
แต่พอเคลิ้มๆเหมือนจะหลับ เสียงที่แ่เบาก็ดังขึ้นมาในหัวของเขาทันที
‘ระบบแลกเปลี่ยนไขมันขั้นต้น เริ่มปฏิบัติการ เข้าสู่ขั้นตอนการตรวจจับระดับไขมันในร่างกาย 10, 9 ,8 ...’
‘2, 1 สิ้นสุดการตรวจจับ ค่าไขมันในร่างกายอยู่ที่ 49.08% มีน้ำหนักทั้งสิ้น 151 กิโลกรัม เริ่มกระบวนการเปิดช่องทางแลกเปลี่ยนไขมันใน 10, 9, 8, …’
‘... 2, 1 กระบวนการเปิดช่องทางเสร็จสิ้น ่แรกของระบบพร้อมปฏิบัติการ ระบบสื่อสาร : ปลดล็อก’
‘ ทางเลือก 1 : ยา
ทางเลือก 2 : อาวุธเวทมนตร์
ทางเลือก 3 : พลังเวทย์
กรุณาเลือก… ’
เมื่อสิ้นเสียง อู๋ตี้ที่กึ่งหลับกึ่งตื่นก็เห็นช้อยส์ทางเลือก 3 ช้อยส์ในกรอบสีทองลอยขึ้นมาในอากาศตรงหน้าเขา
นี่มันคืออะไรน่ะ?
ถึงจะยังคงสงสัย แต่เขาก็ค่อยๆยื่นมือของเขาออกไป และแตะไปที่ช้อยส์ ‘พลังเวทย์’ ในข้อที่ 3 จากนั้นเสียงที่คลุมเครือก็ดังขึ้นอีกครั้ง และภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนเป็ตัวเลือกของสิ่งที่เขาเลือก
‘ กรุณาเลือกเวทมนตร์ที่้า
ทางเลือก 1 : หลบหนีว่องไว
ทางเลือก 2 : ร่างกายโปร่งแสง
ทางเลือก 3 : ั์ตา์
กรุณาเลือก...’
เมื่อสิ้นเสียงไปอีกครั้ง ตรงหน้าอู๋ตี้ก็ปรากฏเป็ช้อยส์ทางเลือกใหม่ขึ้นมา และเขายังคงชี้ไปยังทางเลือกที่ 3 อยู่ ั์ตา์
เสียงเบาเอ่ยขึ้นพร้อมกับมีตัวหนังสือสีทองปรากฏขึ้นแบบกระจัดกระจายไปมาก่อนที่มันจะจัดแถวใหม่เป็ข้อความยาวๆให้อ่าน
‘การเลือกเสร็จสิ้น เข้าสู้หน้าแนะนำ ั์ตา์’
‘ั์ตา์ เวทมนตร์เบื้องต้นระดับสูง มันสามารถมองเห็นถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับทุกๆสิ่งได้ในอนาคต คนธรรมดามักจะเรียกมันว่า การพยากรณ์ เพราะเวทมนตร์นี้เกี่ยวข้องกับการหยั่งรู้ถึงวิถี์ แต่ละครั้งที่ใช้จะอยู่ได้เพียง 10 วินาทีเท่านั้น และทุกๆครั้งที่ใช้งาน ก็จะต้องแลกกับไขมัน 1 กิโลกรัม ยัง้าที่จะแลกเปลี่ยนอยู่หรือไม่?’
เมื่อมองต่ำลงมาเขาก็พบกล่องทางเลือก 2 กล่องหน้าตาเหมือนสิ่งที่อยู่ในเกม ปุ่มหนึ่งเพื่อยืนยัน ส่วนอีกปุ่มเพื่อยกเลิก
อู๋ตี้เลือก ยืนยัน โดยไม่ต้องคิดอะไรเลย
‘การแลกเปลี่ยน เสร็จสิ้น ั์ตา์ ถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่พูดชื่อของั์ตา์ คุณก็สามารถใช้มันได้เลย’
เสียงที่คลุมเครือนั้นพูดจบซึ่งเป็ขณะเดียวกับที่อู๋ตี้ตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดมา
มันเป็ความฝัน…
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แม้แต่ตัวเขาเองยังเยาะเย้ยตัวเอง นี่มันจะเป็เื่ดีไปได้ยังไง? ในเมื่อเขานั้นลดน้ำหนักไม่ได้เนื่องมาจากมันเกี่ยวพันกับชีวิต แล้วไหนจะแลกเปลี่ยนเวทมนตร์นั่นอีก
ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดเมื่อวานจะกระตุ้นเขาอยู่ไม่น้อยเลย มันทำเอาเขาคิดเื่รูปลักษณ์ทั้งวี่ทั้งวันแถมยังเอากลับไปคิดต่อในฝันอีก นี่คงเป็เหตุผลว่าทำไมเขาถึงฝันแปลกๆเมื่อคืนแน่ๆ
ในวันนี้ซูหลี่เหยาไม่ได้เข้าเรียน และเปาซิงหวังเองก็ไม่ได้เข้าเรียนด้วยเช่นกัน ไม่อยากคิดถึงเื่นี้เลย ทั้งสองคนต้องโดดเรียนและไปเดทกันอยู่แหงๆ
อู๋ตี้นั้นอดที่จะอุดอู้อยู่ในใจไม่ได้ แต่เขาก็ทำได้แค่คิดอย่างเป็ตุเป็ตะว่า ถ้าหากเขาเองเป็ลูกคนรวยบ้าง ผลลัพธ์มันจะเปลี่ยนแปลงไหม?
เช้านี้เขาไม่สบอารมณ์เสียเท่าไหร่ และเมื่อถึงเวลาเที่ยง เขาก็ไปชั่งน้ำหนักตรงตาชั่งที่วางอยู่บริเวณหน้าทางเข้าโรงอาหารเหมือนปกติ
ที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยนั้นจะมีเครื่องชั่งน้ำหนักตั้งไว้อยู่ที่ด้านหน้า นี่นับเป็คุณสมบัติหลักๆของมหาวิทยาลัยเลย ส่วนจุดประสงค์นั้นก็เพื่อให้เหล่านักศึกษาคอยควบคุมน้ำหนักของตัวเองซึ่งจะส่งผลดีกับร่างกายโดยตรง
อู๋ตี้มาชั่งน้ำหนักที่นี่ทุกๆครั้ง และถึงแม้ว่าเขาจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นทุกๆครั้งแต่เขาก็ยังหวังที่จะได้เห็นน้ำหนักมันลดลงมาบ้าง อย่างน้อยซัก 0.1 กิโลกรัมก็ยังดี
ร่างตุ๊ต๊ะยืนอยู่บนตาชั่ง ตัวเลขบนหน้าปัดก็ค่อยๆหมุนจนมันหยุดนิ่งอยู่ตรงก่อนจะถึงเขตสีแดง
“1….149 กิโลกรัม? น-น้อยกว่า 150 กิโลกรัมแล้ว? เป็ไปได้ยังไงน่ะ!? นี่ฉันน้ำหนักลดงั้นเหรอ!?”
น้ำหนักของอู๋ตี้ลดลงอย่างรวดเร็ว นั่นจึงทำให้เขารีบลงแล้วขึ้นไปชั่งใหม่อีกครั้ง
และในครั้งนี้ เข็มบนหน้าปัดก็ยังคงชี้ไปที่ 149 กิโลกรัมเช่นเดิม อู๋ตี้ส่ายหน้าแบบไม่เชื่อสุดๆก่อนจะรีบลงมา “ด-ดูท่าวันนี้คงจะเป็วันแย่ๆของฉันสินะ แต่มันก็ไม่น่าพังได้นี่นา เพราะฉันก็ออกจะมาชั่งน้ำหนักที่นี่บ่อยๆ”
หลังจากที่ลงมาจากแท่นชั่งแล้ว ขณะที่เขายังเดินมาได้ไม่ไกล เขาก็ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดอย่างดีอกดีใจดังขึ้นมาจากด้านหลัง
2 สาวที่ 1 ในพวกเธอขึ้นไปยืนบนตาชั่งและพูดกับอีกคนหนึ่งด้วยความตกอกใ “ว้าว! ดูนี่สิหลิงหลิง! ฉันลดลงมาอีก 1 กิโลแล้วนะจากเมื่อวาน! มันดีมากๆเลย! ดูเหมือนว่ายานั่นจะได้ผลล่ะ”
หญิงสาวอีกคนที่ชื่อหลิงหลิงนั้นดูอิจฉาและเอ่ยตอบ “จริงเหรอ? ปิงปิง เจ๋งไปเลยนี่นาที่มันสามารถทำให้เธอน้ำหนักลดลงได้ถึงกิโลในวันเดียวแบบนี้ เอายานั่นมาแบ่งฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันเองก็จะผอมด้วย!”
ได้ยินบทสนทนาของสองสาว อู๋ตี้ก็ช็อกขึ้นมาเลย เขารีบหันกลับไปและเดินไปหาพวกเธอก่อนจะถามด้วยความตื่นเต้น
“ธ-เธอบอกว่าน้ำหนักของเธอลดลงในวันเดียว ใช่หรือเปล่า? ตาชั่งนี่ไม่ได้เสียใช่ไหม?”
หญิงสาวเหลือบมองอู๋ตี้ด้วยความโมโห “แก ไอ้อ้วน! นั่นมันเพราะนายไม่อยากเชื่อในน้ำหนักของตัวเองล่ะสิ ถึงได้บอกว่าเครื่องเสียน่ะ!”
สาวอีกคนเองก็มองมายังอู๋ตี้ เธอเองก็ดูไม่มีความสุขเช่นกัน “ใช่แล้ว! ฉันเองยังเชื่อเลยถ้าเครื่องชั่งนี่จะบอกว่าฉันอ้วนน่ะ! ไปกันเถอะปิงปิง ปล่อยตานี่ไป”
ทั้งสองรีบจูงมือกันและรีบเดินไปทางอื่นขณะปล่อยให้อู๋ตี้ยืนงงอยู่ตรงนั้น
อีกครั้งหนึ่ง อู๋ตี้ค่อยๆขึ้นไปยืนบนตาชั่งและดูว่าหน้าปัดบอกเขาว่าอะไร และมันยังคงเป็ 149 กิโลกรัมเช่นเดิม
ครั้งนี้ที่เคยโดนหัวเราะใส่ กำลังเป็ฝ่ายหัวเราะบ้าง
“ฺฮ่าๆๆๆ! ฉันน้ำหนักลงถึง 2 กิโลเลย! ฮ่าๆๆๆ”
ผู้คนที่อยู่ทั้งด้านในและด้านนอกของโรงอาหาร เมื่อเห็นอู๋ตี้หัวเราะเสียงดังอยู่ที่เครื่องชั่ง พวกเขาก็แอบกระซิบกระซาบกันและหัวเราะการกระทำนั้นด้วย
แต่ถึงอย่างนั้นอู๋ตี้ก็ไม่ได้แคร์อะไร เขาหยุดหัวเราะในทันทีเมื่อนึกถึงฝันเมื่อคืนได้ ในตอนนี้ เขาเริ่มจะตระหนักแล้วว่า ‘หรือเมื่อคืนไม่ได้ฝันไป?’