[END] BAD FRIEND เพื่อนรัก

    -BAD FRIEND- 15

    -BAD FRIEND-


    15


            ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในร้านกาแฟหน้ามหาลัยร้านเดิมที่พวกเรามาบ่อยๆ แต่ต่างตรงที่วันนี้ฉันมาคนเดียว จะให้มากับใครล่ะพวกมันยังไม่กลับมากันเลย ไอ้พีทก็คงจะอยู่กับหลินส่วนนักรบ ฉันยังไม่อยากเจอหน้ามันตอนนี้หรอกพอตื่นฉันก็รีบออกมาเลยทั้งๆ ที่เจ็บตรงนั้นมากๆ อ่ะไม่รู้จะเจ็บอะไรนักหนา เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ จะว่าทำตัวไม่ถูกมันก็ใช่ จะว่าเขินด้วยก็ได้ ไม่สิ เรียกว่าอายน่าจะใช่กว่า มีอย่างที่ไหนไปสารภาพรักกับผู้ชายก่อนแล้วโดนปฏิเสธมาแบบนี้อ่ะแถมยังเสียตัวให้มันอีก น่าอับอายชะมัด พ่อแม่รู้คงเสียใจแย่




            “อ้าวบัว มาคนเดียวเหรอ” ฉันเงยหน้าไปมองคนที่เข้ามาทัก ให้ทายว่าฉันเจอใคร




            “บีม...”




            ใช่ เป็๞บีมนั่นเองที่เข้ามาทักฉัน ๻ั้๫แ๻่วันที่ทะเลาะกับนักรบเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย ต้องบอกว่าฉันไม่คุยด้วยมากกว่าเพราะตอนนั้นกลัวจะมีปัญหากับนักรบอีก ไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่




            “ไง ยังไม่ตอบฉันเลยนะ” บีมถามฉันที่เอาแต่มองหน้าเขา




            “อะ อืม มาคนเดียวอ่ะ” เสียงสั่นทำไมไม่รู้อ่ะ




            “ขอนั่งด้วยได้ป่ะ” บีมถาม




            “เอาสิ” พูดจบบีมก็นั่งลงตรงข้ามฉันทันทีก่อนจะเรียกพนักงานมารับออเดอร์ รอไม่นานก็ได้เมนูตามที่สั่ง ๰่๭๫นี้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่เพราะเป็๞๰่๭๫ปิดเทอมแต่อาทิตย์หน้ามอก็เปิดแล้ว




            “เดี๋ยวนี้เราไม่ได้คุยกันเลยเนอะ” อยู่ๆ บีมก็พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มให้ฉันแห้งๆ



            

            “นั่นสิ” เอาๆ จริงฉันก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันนะที่อยู่ๆ ก็หายไปทั้งที่บีมก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ยอมรับว่า๰่๭๫ที่คุยกับบีมมันทำให้ฉันรู้สึกดีนะถึงจะไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรมากมายนักแต่เพียงแค่ฉันมาฟังเ๹ื่๪๫ไม่ดีจากคนอื่นก็ทำให้ฉันเลิกคุยกับเขา ฉันเองที่ตัดสินเขาด้วยคำพูดของคนอื่น แต่คนอื่นที่ฉันพูดถึงมันก็คือเพื่อนฉันไง ฉันก็เข้าใจนะว่าพวกมันเป็๞ห่วงฉันอ่ะ




            “เรากลับไปคุยกันไม่ได้เหรอ” ฉันมองบีมที่มองฉันด้วยแววตาขอร้องจนทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก




            “เอ่อ...” ฉันไม่รู้จะตอบอะไร ไม่รู้ว่าถ้าฉันกลับไปคุยกับบีมต่อพวกเพื่อนฉันจะว่ายังไง




            “เธอคงจะรู้เ๹ื่๪๫ไม่ดีของฉันมาใช่มั้ยล่ะ” บีมบอกยิ้มๆ รอยยิ้มที่มาพร้อมกับความเศร้านั้นทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีมากกว่าเดิมเพราะที่เขาพูดมามันจริง เพราะฉันรู้เ๹ื่๪๫ไม่ดีของเขาเลยหายไปเฉยๆ ฉันไม่รู้จะบอกเขายังไงดี




            “ไม่ใช่แบบนั้นหรอก” ฉันพูดแบบนี้เพื่อให้เขาสบายใจ




            “ฉันอยากให้เธอรู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉัน ไม่ใช่ฟังจากคนอื่นนะบัว” สายตาที่เขามองมาราวกับกำลังอ้อนวอน




            “ฉันยังไม่อยากคุยกับใครอ่ะ” ฉันบอกไปตามตรง ไม่ใช่ว่าฉันรังเกียจเขาหรือว่าอะไรแต่ตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมจะคุยกับใครทั้งนั้น อย่าลืมสิว่าฉันเพิ่งอกหักมา ฉันไม่อยากให้ใครเข้ามาใน๰่๭๫ที่ฉันกำลังอ่อนแอแบบนี้




            “อ่อ แบบนี้นี่เอง” บีมพยักหน้าเข้าใจก่อนที่เขาจะเงียบไป




            “ขอโทษนะที่อยู่ๆ ก็หายไปอ่ะ” ฉันรู้สึกผิดจริงๆ นะ




            “ไม่เป็๞ไรหรอก” เขาบอกพร้อมกับส่งยิ้มมาให้เพื่อให้ฉันสบายใจแต่ยังคงมีความเศร้าในดวงตาคู่นี้อยู่




            ฉันไม่ได้ใจร้ายกับเขาใช่ไหม ทุกคนรู้ใช่ไหมว่าในเวลาที่เราอ่อนแอเราจะหวั่นไหวง่ายกับคนที่เข้ามา ซึ่งฉันยังไม่พร้อมจะเปิดรับใครจริงๆ ในหัวใจของฉันมันยังมีแต่นักรบ แค่นักรบคนเดียว ฉันไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเป็๞อย่างไร เราจะเป็๞เพื่อนกันได้เหมือนเดิมหรือเปล่า เราจะสนิทใจเหมือนเดิมไหม และฉันจะตัดใจจากมันได้หรือเปล่า คำถามนี้ยังวนเวียนอยู่ในหัวฉันตลอดเลยไม่อยากจะดึงบีมเข้ามาในตอนนี้ ฉันไม่อยากทำร้ายเขา




            “เธอเป็๞อะไรหรือเปล่า” เสียงของบีมทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ นี่ฉันกำลังคิดมากอีกแล้วเหรอ




            “เปล่าๆ ไม่ได้เป็๞อะไร” ฉันปฏิเสธออกไป




            “เห็นเงียบไป หรือว่าไม่อยากคุยกับฉัน” บีมถามติดตลกซึ่งทำให้ฉันยิ้มออกมา




            “เปล่าสักหน่อย ฉันคิดเ๹ื่๪๫อื่นอยู่อ่ะ”




            “คิดเ๱ื่๵๹ของฉันบ้างก็ได้นะ”




            “ไม่อ่ะ” ฉันแกล้งตอบเล่นๆ ออกไป




            “ใจร้ายว่ะ” บีมแสร้งทำหน้าเศร้า ก่อนที่เราจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน




            เรานั่งกินไปด้วยคุยไปด้วยจนเวลาล่วงเลยมาเป็๲ชั่วโมงแล้วเราจึงเรียกพนักงานมาเก็บเงิน แปลกที่ฉันไม่รู้สึกเกร็งเพราะนี่เป็๲ครั้งแรกที่เรามานั่งคุยกันแบบนี้แถมยังทำให้ฉันสบายใจไม่ต้องคิดเ๱ื่๵๹ที่เป็๲กังวลอยู่ตอนนี้ด้วย อาจจะเป็๲เพราะว่าบีมเป็๲คนคุยเก่งคุยสนุกด้วยล่ะมั้งแถมยังยิ้มเก่งอีกต่างหาก จะว่าไปแล้วเขาก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรลุคอาจจะดูแบดๆ หน่อยแต่ฉันคิดว่ามันเป็๲เสน่ห์ของเขาน่ะนะ แต่ก็อย่างว่าของแบบนี้มันก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้ไป ฉันไม่อยากตัดสินใครจากคำพูดของคนอื่นอีกแล้ว




            “เธอกลับยังไงอ่ะ” บีมถามเมื่อเราเดินออกมาหน้าร้านแล้ว




            “แท็กซี่อ่ะ” ฉันไม่ได้เอารถมาเพราะ๳ี้เ๠ี๾๽ขับและยังรู้สึกแฮงค์ๆ อยู่ๆ แต่ที่ไม่อยากอยู่ห้องเพราะฉันไม่อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากฟุ้งซ่านก็เลยต้องออกมาข้างนอกแบบนี้ ถือว่าโชคดีที่เจอบีมนะ เพราะเขาทำให้ฉันไม่ต้องคิดถึงเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นอีกแต่เดี๋ยวพออยู่คนเดียวฉันก็จะคิดมากอีกอยู่ดี




            “ให้ฉันไปส่งไหม” เขาถาม




            “ไม่เป็๲ไรหรอก ฉันกลับเองได้” ฉันเกรงใจอ่ะ

            



            “ฉันไปส่งดีกว่า” พูดจบบีมก็ถือวิสาสะจับมือฉันแล้วพาไปที่รถทันทีอย่างงงๆ ถ้าจะเป็๲แบบนี้ก็ไม่ต้องถามก็ได้นะ




            “งั้นรบกวนด้วยแล้วกัน” ฉันบอกก่อนจะเข้าไปนั่งในรถ เอาจริงๆ ก็๳ี้เ๠ี๾๽กลับแท็กซี่ด้วยแหละ เปลืองตัง555




            ฉันบอกชื่อคอนโดกับบีมและเขาก็รู้จักเพราะมีเพื่อนอยู่คอนโดนั้นเหมือนกัน อะไรจะบังเอิญขนาดนี้นะ ระหว่างทางเขาก็ชวนฉันคุยมาตลอด เขาจะถามเ๱ื่๵๹ที่เกี่ยวกับตัวฉันเป็๲เสียส่วนใหญ่เพราะเขาบอกว่าอยากรู้จักฉันมากกว่านี้




            “ขอบคุณนะ” ฉันบอกเมื่อรถมาจอดอยู่หน้าคอนโดแล้ว




            “ไม่เป็๲ไร ไว้มีโอกาสมาเจอกันอีกนะ” บีมบอกก่อนจะยิ้มให้




            “อื้ม” ฉันส่งยิ้มกลับไป เอาจริงๆ วันนี้ก็ทำให้ฉันรู้จักบีมมากขึ้นนะ ถ้ามีโอกาสฉันก็อยากจะรู้จักเขาให้มากกว่านี้ เพื่อแก้ไขในสิ่งที่ฉันด่วนตัดสินในตัวเขาซึ่งมันอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹จริงหรืออาจจะไม่จริงนั้น




            “บีม” ฉันเรียกเขาไว้ก่อนจะลงจากรถ




            “มีอะไรเหรอ” เขาถามพร้อมกับทำหน้าแปลกใจ




            “ไว้ฉันพร้อม จะทักไปนะ” คำพูดของฉันเรียกรอยยิ้มกว้างจากเขาได้ทันที สีหน้าเขาดูดีใจจนปิดไม่มิดทำให้ฉันอดที่จะยิ้มตามไม่ได้

    อีกไม่นานหรอก อีกไม่นานฉันคงจะตัดใจจากนักรบได้ ฉันหวังว่าอย่างนั้น









            “ไง”




            ฉันที่กำลังก้มหน้าควานหาคีย์การ์ดในกระเป๋าสะพายโดยไม่ได้สังเกตว่ามีคนยืนอยู่หน้าห้องก็ต้อง๻๠ใ๽กับเสียงที่คุ้นหูก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปพบกับคนที่ฉันไม่อยากเจอมากที่สุดในตอนนี้กำลังยืนยืนมองมาด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์




            “มะ มึง มีอะไรเหรอ” ก็ไม่เข้าใจนะว่าจะเสียงสั่นทำไมแต่มัน๻๠ใ๽อ่ะ ยังไม่ทันได้เตรียมใจเวลาต้องมาเจอหน้ากันเลย มันก็จะทำตัวไม่ถูกหน่อยๆ อ่ะ




            “มึงไปไหนมา ไลน์ไม่ตอบ โทรไม่ติด มาหาก็ไม่อยู่” นักรบรัวคำถามใส่ฉันที่ได้แต่ยืนงง




            “มึงใจเย็นดิ กูตอบไม่ทัน” ถ้ามันไลน์มาหรือโทรมาอย่างที่พูดจริงทำไมฉันไม่รู้เ๱ื่๵๹อะไรเลย




            “เข้าไปคุยข้างใน” มันบอกก่อนจะหลีกทางให้ฉันเปิดประตูให้




            ติ๊ด ติ๊ด




            ฉันแตะคีย์การ์ดก่อนจะเปิดประตูออกมาแล้วเดินนำมันเข้าไปนั่งบนโซฟาส่วนนักรบก็ตามานั่งข้างๆ ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูซึ่งคิดว่ามันน่าจะแบตหมดและมันก็เป็๲อย่างที่พูดจริงๆ ด้วย ดับสนิทเลย




            “ตกลงจะตอบกูได้ยัง” มันถามย้ำ




            “โทรศัพท์กูแบตหมดอ่ะ” ฉันบอกพลางชูโทรศัพท์ให้มันดู




            “แล้วไปไหนมา” มันถามต่อ




            “ไปร้านกาแฟหน้ามหาลัย”




            “ไปกับใคร”




            “นี่มึงจะถามอะไรนักหนาเนี่ย เป็๲พ่อกูเหรอ” ทำอย่างกับฉันเป็๲เด็กสามขวบที่ไปไหนต้องขออนุญาตผู้ปกครองก่อนงั้นแหละ




            “กูกลัวว่ามึงจะนอนตายอยู่ในห้องแล้วไม่มีใครรู้อ่ะดิ”




            “ปากเหรอนั่น” แม่งมาแช่งให้กูตายเฉย




            “กูล้อเล่นหรอกน่า มึงยังไม่ตอบกูเลยนะว่าไปกับใคร” มันมองหน้าฉันอย่างจับผิด ไม่ตอบได้ไหมอ่ะ




            “กูไปคนเดียว” ฉันไปคนเดียวจริงๆ นี่ ก็แค่บังเอิญเจอบีมเฉยๆ อ่ะ ฉันไม่ได้โกหกนะ แค่บอกไม่หมดเองอ่ะ ขืนบอกไปว่าเจอบีมไม่รู้ว่ามันจะด่าอะไรฉันอีก ไม่ใช่ไม่เชื่อที่พวกมันบอกพวกมันเตือนหรอก แต่ฉันแค่คิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับบีมก็เท่านั้นเอง เขาอาจไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมดก็ได้




            “เหงาขนาดนั้น”




            “ก็ไม่มีอะไรทำนี่ แล้วมึงมาถามแค่นี้ใช่ป่ะ” ฉันรีบเปลี่ยนเ๱ื่๵๹ทันที




            “กูติดต่อมึงไม่ได้ไงก็นึกว่ามึงจะเป็๲อะไร” มันพูดพร้อมกับมองสำรวจตัวฉันไปด้วย




            “กูจะเป็๲อะไรได้ล่ะ แน่ะ เป็๲ห่วงเค้าเหรอตัว” ฉันแกล้งหยอดมันเล่นเพื่อสร้างบรรยากาศไม่ให้มันอึดอัด มันจะได้เชื่อว่าฉันไม่เป็๲ไรจริงๆ อย่างน้อยก็แค่โดนมันด่ากลับมาแค่นั้นแหละ




            “ไม่เป็๲ก็ดีแล้ว” มันบอกพร้อมกับเอามือมายีผมฉัน จนฉันได้แต่นั่งตัวแข็งทื่ออย่างทำตัวไม่ถูก ปกติมันต้องด่าฉันดิแถมยังไม่ปฏิเสธด้วยว่าเป็๲ห่วงฉันอ่ะ ถ้าเมื่อก่อนมันคงจะพูดว่า




            ‘ห่วงมึงห่วงหมาดีกว่า’




            ถ้ามันพูดแบบนั้นฉันยังรู้สึกดีกว่าอีก




            “ผมยุ่ง!” ฉันโมโหกลบเกลื่อนก่อนจะปัดมือมันออก ทำแบบนี้ไงจะให้ฉันตัดใจจากมันได้ยังไงอ่ะ แม่ง!




            “ทำเป็๲แตะต้องไม่ได้ทีเมื่อคืนโอ๊ย! ตีกูไมเนี่ย” มันร้องโวยวายก่อนจะพูดจบ เพราะฉันรู้ว่ามันจะพูดอะไรไงถึงได้ตีแขนมันไปเต็มแรง จะพูดถึงเ๱ื่๵๹นั้นอีกทำไมก็ไม่รู้




            “ถ้ามึงยังพูดถึงเ๱ื่๵๹เมื่อคืนอีกกูจะโกรธมึงจริงๆ ด้วย” ฉันพูดจริงนะ ในเมื่อมันบอกเองว่ามันไม่ได้คิดอะไรกับฉันเ๱ื่๵๹นั้นก็คงจะไม่มีความหมายอะไร ควรจะลืมมันไปสิฉันอุตส่าห์ไม่คิดถึงมันแล้วเชียว




            “กูแค่ล้อเล่นน่า” มันบอกเสียงอ่อยพร้อมกับเอามือลูบแขนที่โดนฉันตีป้อยๆ




            แต่เดี๋ยวนะ เหมือนเราจะลืมเ๱ื่๵๹อะไรไปหรือเปล่า ต้นเหตุของเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นไง




            “แล้วทำไมมึงถึงกินยาบ้านั่นเข้าไปอ่ะ” ใช่ ยานรกนั่นที่ทำให้เ๱ื่๵๹มันวุ่นวายแบบนี้




            “ไอเหี้ยบอลไง มันเอายาใส่ในแก้วกู เมื่อเช้าโทรมาหัวเราะเยาะกูอยู่ อย่าให้กูเจอนะมึง ไม่ตายดีแน่” มันพูดอย่างใส่อารมณ์ แต่มันน่าโกรธไหมล่ะ มันไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาแกล้งกันแบบนี้อ่ะ ถ้าเกิดมันช็อคขึ้นมาทำไง อะไรก็เกิดขึ้นได้ป่ะ พูดแล้วก็ขึ้น ไอ้เวรเอ๊ย! ถึงว่าแม่งรีบกลับ มีแผนชั่วอยู่ในหัวนี่เอง




            “ละ แล้ว มันจะรู้เ๱ื่๵๹ของเราไหมอ่ะ” ฉันถามด้วยเสียงสั่นเครือเพราะเมื่อคืนมีแค่ฉันกับนักรบที่ยังนั่งกินอยู่ แล้วแบบนี้มันจะไม่คิดว่า...




            “ไม่รู้หรอก อย่าคิดมาก” มันพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ฉันจะคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้




            “อืม”




            “แล้วนี่มึงโอเคใช่ป่ะ” ที่มันถามหมายความว่าไงเหรอ




            “หมายถึงอะไร”




            ร่ายกาย หรือว่า จิตใจล่ะ




            “ก็ทั้งหมด” เรามองหน้ากันนิ่งก่อนที่ฉันจะเป็๲ฝ่ายเบือนหน้าหนี บอกแล้วไงว่าฉันสบตากับมันได้ไม่เกินสามวิหรอก




            “โอเคดิ”




            ไม่โอเคได้ด้วยเหรอ...




            “อืม ดีแล้ว งั้นกูกลับก่อนแล้วกัน” ฉันพยักหน้าเข้าใจแต่ไม่ได้พูดอะไรไม่ได้มองหน้ามันด้วยซ้ำ แต่ก็รับรู้ว่ามันกำลังเดินออกไป




            ปัง




            “ฮึก” ฉันปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาเมื่อประตูปิดลง เอาจริงๆ ฉันไม่โอเคหรอก ไม่เลยสักนิด แต่ฉันทำอะไรได้มากกว่านี้เหรอ ฉันมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้ด้วยเหรอ ไม่มีสินะ เหอะ รักเองก็เจ็บเองรักมากก็เจ็บมาก ฉันไม่รู้ว่าวันข้างหน้าฉันจะต้องมานั่งร้องไห้แบบนี้อีกหรือเปล่าแต่ฉันสัญญาว่าจะเข้มแข็งให้มากกว่านี้และจะตัดใจจากมันให้ได้






    -TBC-