"ชั้นไหนครับ" ผมถามขึ้นพร้อมกับรอกดปุ่มหมายเลขที่อยู่ตรงหน้า (หน้าจริงๆครับ เพราะตอนนี้หน้าผากผมแทบจะติดไปกับปุ่มกดในลิฟต์แล้ว)
"ชั้น 18 ครับ" คุณพุฒตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแปลกๆจนผมอดสงสัยไม่ได้ ต้องหันกลับไปดูคนที่ยืนอยู่ด้านหลังก่อนจะเห็นคนตัวสูงอมยิ้มอยู่
"ยิ้มอะไรครับ" ผมถามขึ้น อีกคนพยายามทำหน้านิ่ง
"ผมยิ้มเหรอครับ" คุณพุฒตีหน้าตึงกว่าเก่าพร้อมกับเลิกคิ้วถามอย่างไม่เนียน
"ไม่มั้งครับ หน้าคุณจะะเิแล้ว" ผมตอบติดประชดกลับไป
"ก็คุณน้ำมนต์น่ารักนิ่ครับ เคยน่ารักยังไงก็ยังน่ารักเหมือนเดิม" คุณพุฒพูดขึ้นทำเอาผมไปไม่เป็ คนตัวสูงชอบพูดจาแปลกๆ ชอบทำเหมือนเราเคยรู้จักกันมาก่อนทั้งๆที่เราเพิ่งเคยเจอกันแท้ๆ
"หยุดเลยครับ อย่ามาพูดเล่นนะคุณพุฒ ผมกำลังจะไปปราบผีแล้วต้องทำสมาธิครับ!" ผมพูดขึ้นเสียงดังลั่นลิฟต์ พร้อมทำหน้าตาขึงขังที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเพิ่มเลเวลความน่ากลัว
"น่ากลัวมากครับ ผีที่คุณจะไปปราบต้องแย่แน่ๆ" คุณพุฒพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มกว้างกว่าเดิมจนผมหมั่นไส้
"คุณล้อผมเหรอครับ..."
ติ๊ง***
เสียงเตือนลิฟต์ดังขึ้น ผมจึงหันกลับมาเตรียมตัวที่จะก้าวออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
/// อยู่ไม่ได้แล้วครับตอนนี้รู้สึกหน้าร้อนมากๆ ///
.........
.........
ผมรอให้ประตูลิฟต์เปิดอย่างใจจดใจจ่อ แต่...
/// ทำไมลิฟต์มันไม่เปิดสักทีวะ หรือผิดชั้น...///
"ไม่ผิดชั้นหรอกครับ แต่ต้องใช้คีย์การ์ดเปิด ชั้นนี้เป็ชั้นที่ไฟมันอยู่คนเดียวเป็ชั้นส่วนตัวน่ะครับ" เสียงคุณพุฒดังขึ้นอีกครั้งจากด้านหลังแต่ครั้งนี้ทำไมมัน...
/// ทำไมมันถึงใกล้ขนาดนี้วะเนี่ย ///
ในขณะที่ผมกำลังจะหันกลับไปหาต้นเสียง แผ่นหลังก็รู้สึกเหมือนแนบเข้ากับผนังเย็นเฉียบที่มองไม่เห็น พร้อมกับลมหายใจที่เป่ารดลงมาข้างหู
"มันต้องใช้คีย์การ์ดครับคุณน้ำมนต์" เสียงที่ได้ยินใกล้เกินความจำเป็ ทำให้ผมนิ่งไม่กล้าขยับ
"น้ำมนต์ครับ ผมต้องใช้คีย์การ์ดสแกน" คุณพุฒพูดขึ้นอีกครั้งก่อนขยับเข้าใกล้กว่าเดิม
"อึก..." ลมหายใจเ้ากรรมติดขัดขึ้นมากะทันหัน ลมร้อนที่เป่ารดข้างหูทำให้เกิดความรู้สึกที่ทั้งแปลกทั้งคุ้นเคย
"เป็อะไรไปครับน้ำมนต์ คุณน่าจะชินนะ"
"คุณพุฒ...คุณ..."
คุณพุฒแตะคีย์การ์ดลงบนช่องสแกนข้างประตูที่อยู่ตรงหน้าผม
ติ๊ง***
เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่ถูกเปิด แผ่นหลังกว้างที่เดินนำออกไปด้านนอก ผมพ้นลมหายใจออกด้วยความโล่งอกก่อนเดินตามร่างสูงไป
/// เฮ้อ เกือบแล้ว เกือบช็อกตายแล้วน้ำมนต์ =_= ///
โถงทางเดินหน้าลิฟต์ถูกปูด้วยหินอ่อนขัดมันจนเกิดเงาสะท้อน ผนังประดับภาพศิลปะแนวคิวบิสม์สลับกับโคมไฟทันสมัย สุดทางเดินเป็ประตูขนาดใหญ่ที่น่าจะเป็ห้องของพี่ไฟ เพียงแค่ออกเดินยังไม่ถึงสามก้าว กลิ่นเหม็นเน่าก็ตลบอบอวลไปทั้งชั้น ร่างสูงที่เดินนำหยุดลง พร้อมหันกลับมามองผม
"มีอะไรหรือเปล่าครับคุณพุฒ" ผมถามเพราะอยู่ๆก็รู้สึกเป็ห่วงขึ้นมา
"ไปต่อไม่ได้แล้วครับ" คุณพุฒหันมาบอกผมด้วยสีหน้ากังวล
"คุณพุฒรอผมตรงนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเข้าไปเอง" ผมบอกกลับไปเพราะสีหน้าคุณพุฒไม่สู้ดีนัก
"รออีกหน่อยได้ไหมครับ หนึ่งใกล้ถึงแล้ว"
"ไม่ได้แล้วครับ เดี๋ยวผมเข้าไปดูก่อน พี่ไฟอาจจะกำลังแย่"
"งั้นก็ระวังตัวด้วยนะครับ"
"ไม่ต้องห่วงครับ เชื่อมือเถอะ ถ้าคุณรู้จักผมคุณจะไม่ห่วงเลยเลยสักนิด"
"ทำไมผมจะไม่รู้จักคุณล่ะครับ คนเคยรักทั้งคน"
"ฮะ! มะ เมื่อกี้คุณพุฒว่าอะไรนะครับ" ผมถามคุณพุฒกลับไปเพราะเหมือนจะได้ยินอะไรแว่วๆ
"เปล่านะครับ ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย" คุณพุฒเอ่ยขึ้นยิ้มๆ
/// ยัง...ยังจะยิ้มอีก ผมกลัวจนขาสั่นไปหมดแล้ว ///
ผมเดินผ่านคนตัวสูงตรงไปที่ประตูใหญ่ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ใจผมก็หวิวอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่ความกลัว แต่การช่วยพี่ไฟในครั้งนี้เหมือนจะเป็จุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างที่ผมต้องเผชิญต่างหาก
"เดินดีๆนะครับ อย่าขาสั่นล่ะ" คุณพุฒพูดขึ้นในขณะที่ผมกำลังจะถึงประตู
"คุณจะไปไหนก็ไปเลยคุณพุฒ ไปรอรับพี่หนึ่งข้างล่างก็ได้ครับ"ผมเอ่ยไล่โดยไม่หันกลับไปมอง ก่อนได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของคนที่อยู่ข้างหลัง
"จริงๆเลยนะคุณพุฒ เวลานี้ยังจะเล่นอีก" ผมเดินมาถึงประตูใหญ่ที่ตั้งอยู่สุดทางเดิน บริเวณนี้เต็มไปด้วยของสกปรก ทั้งกลิ่นเหม็นเน่าและฝุ่นเกาะเกรอะกรังไปทั่วหน้าประตู ทั้งๆที่ตอนออกมาจากลิฟต์ยังดูเป็โรงแรมระดับห้าดาวอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับเหมือนโรงแรมร้างซะมากกว่า
ผมเอื้อมมือจับลูกบิดประตูรูปทรงตัวแอล แรงสั่นกระทบเข้ากับฝ่ามือทันทีที่ัั
"ใครครับ" เสียงเด็กผู้ชายอายุไม่น่าจะเกินสิบขวบดังมาจากในห้อง
/// ใคร? เด็กที่ไหนมาอยู่ห้องพี่ไฟ ///
"ผมถามว่าใครครับ แม่ผมไม่อยู่ครับค่อยมาใหม่วันหลังนะ"
"แล้วพ่ออยู่ไหมครับ" ผมถามกลับไป
"พ่อออกไปข้างนอกกับแม่ครับ"
/// พี่ไฟมีน้องชายคนเดียวคือเฟียสเพื่อนของผม และที่สำคัญพ่อพี่ไฟเสียแล้ว ///
"เปิดประตูให้หน่อยครับ" ผมพูดขึ้น พอจะรู้แล้วว่าเด็กที่คุยกับผมต้องเป็กุมารผีลูกของผีพรายตนนั้นแน่ๆ
"กูบอกแล้วไง! ว่าพ่อกูไม่อยู่!" เสียงเด็กะโกลับออกมาด้วยความก้าวร้าว
"เื่ของพ่อมึง! ไม่ใช่พ่อกู!" ผมตอบกลับเสียงดังก่อนจะออกแรงหมุนลูกบิดประตู
"น้ำมนต์ ระวังตัวนะครับ" เสียงคุณพุฒะโบอกผมด้วยความเป็ห่วงจากหน้าลิฟต์
"คุณพุฒลงไปรับพี่หนึ่งเถอะครับ ไม่ต้องห่วงผม พี่หนึ่งมาชั้นนี้เองไม่ได้แน่ๆฝากด้วยนะครับ" ผมบอกคุณพุฒก่อนจะเปิดประตูเข้าไปภายในห้องที่มืดจนมองอะไรไม่เห็น
"คิ คิ คิ มาแล้วเหรอ~~~" เสียงเด็กเล็กแหลมลากยาวถามขึ้น ผมนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามกลับไป คุณปู่บอกไว้ว่าสิ่งชั่วร้ายมักเ้าเลห์ ให้ตั้งสติให้ดี
"มาช้านะ มันเกือบตายแล้ว คิ คิ คิ" เสียงนั้นยังคงดังต่อไป ผมไม่สามารถรับรู้ได้ว่าต้นเสียงอยู่ทิศทางไหน เพราะเหมือนเสียงจะดังขึ้นทั่วทั้งห้อง
รอไม่นานสายตาก็ชินกับความมืด ผมเพ่งมองผ่านประตูกระจกที่กั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น เห็นวัตถุขนาดเท่าลูกบอล กำลังเด้งขึ้นลงอยู่บนเตียง
"มันกำลังจะตาย~~ มันจะตายแล้ว~~ อีกนิด อีกนิดเดียว~~"
ผมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ เสียงนั้นยังคงดังขึ้นเรื่อยๆในขณะที่วัตถุประหลาดกำลังตกกระทบกับร่างที่อยู่บนเตียง
/// ใคร? ///
"อีกนิด! คิ คิ คิ อีกนิดเดียว!" ผมเดินมาถึงประตูกระจกก็ต้องใ เพราะบนเตียงนั้นเหมือนจะเป็ร่างพี่ไฟที่นอนหมดสติอยู่ โดยมีหัวของเด็กกำลังเด้งขึ้นลงกระแทกอก ตาที่อยู่บนหัวถลนออกมานอกเบ้าห้อยต่องแต่ง ปากกำลังพูดและหัวเราะชวนสยอง
ผมเปิดประตูกระจกและกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปภายในห้องเพื่อช่วยพี่ไฟ
"จะ~ ไป~ ไหน~ " แรงดึงจากด้านหลังทำให้ผมต้องหยุด ก่อนหันกลับไปเห็นร่างของเด็กไม่มีหัวที่นุ่งโจงกระเบนสีดำสกปรก กำลังยื่นมือมาดึงปลายเสื้อของผมไว้
"ปล่อย!" ผมพูดขึ้นเสียงแข็ง
"อีกนิดหน่า มันใกล้ตายแล้ว"
"กูบอกให้ปล่อย!" ผมเอื้อมมือจับไหล่ของร่างผีกุมารก่อนจะท่องบทสวดที่ปู่เคยสอน
"ปล่อยกู! ปล่อย! ร้อน! กูร้อน! ปล่อยกู!" คราวนี้เป็เสียงของเด็กผีะโขึ้นด้วยความเ็ป
ตึ้ง!! ตึ้ง!!
เสียงวัตถุกระทบกับประตูกระจก ทำให้ผมหันกลับไปมอง หัวของเด็กผีลอยกระทบกับประตูจนเริ่มเละ ลูกตาและเศษเนื้อติดกระจกดูน่าสยดสยอง ร่างของเด็กสะบัดตัวออกจากมือผมก่อนที่จะหายไป
/// ลืมหัวนะเด็กน้อย ///
ผมเดินเข้าไปภายในห้อง ร่างของพี่ไฟนอนหายใจโรยรินอยู่บนเตียง ผมหยิบผ้ายันต์ผืนใหญ่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนเดินเข้าไปหาหัวของเด็กที่ยังโขกอยู่กับประตูกระจกและใช้ผ้ายันต์คลุมไปที่สิ่งนั้น หัวของผีเด็กร่วงลงพื้นก่อนจะนิ่งไปทันที
/// น่าเวทนาจริงๆ ///
"เอาหัวคืนมานะ!" เสียงเด็กผีดังขึ้นจากด้านนอกห้องนอน
"บอกมาก่อนว่าของอยู่ไหน"
ผมพูดขึ้นก่อนจะมัดผ้ายันต์ที่ห่อหัวเป็ทรงถุงอาหารของคนญี่ปุ่นพร้อมถือแกว่งไปมาอย่างกวนๆ
"ไง จะบอกไหม ไม่บอกจะเอาหัวไปต้มกินแล้วนะ"
"บอกไม่ได้ เดี๋ยวจะโดนตี" เสียงผีเด็กพูดขึ้นอย่างหงอยๆ
/// ดูจากที่ทำเมื่อกี้ ไม่น่าจะกลัวโดนตีนะ ///
"กระซิบก็ได้ ไม่มีใครรู้หรอก" ผมกระซิบบอกเด็กผีกลับไป ก่อนที่ร่างไม่มีหัวจะหยุดนิ่ง
"บอกปุ๊บ คืนหัวปั๊บเลย" ผมพูดกระตุ้นอีกครั้ง
"แน่นะ" เด็กผีถามกลับพร้อมกับท้าวมือที่เอว ทำให้ดูเหมือนกุมารขึ้นมานิดๆ
"แน่สิ"
"ของอยู่ใต้ที่นอน เอาหัวคืนมาเลย" เด็กผีพูดขึ้นพร้อมกับยื่นมือผอมแห้งมาตรงหน้า
"เดี๋ยว ขอดูของก่อน"
/// เหมือนส่งยานิดๆนะจุดนี้ ///
ผมแบกร่างพี่ไฟมานอนที่โซฟาปลายเตียงอย่างทุลักทุเล เพราะพี่ไฟตัวสูงมากตามแบบฉบับของนักกีฬาบาสเกตบอล ก่อนเดินกลับไปข้างเตียงเพื่อหาของ
"เปิดไฟให้หน่อย" ผมพูดกับกุมารที่ยังคงยืนนิ่งอยู่
"......"
"หาของไม่เจอไม่คืนหัวนะ" ไม่นานทั้งห้องก็สว่าง ผมยกที่นอนขนาดคิงไซสขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะเห็นของที่ถูกซ้อนไว้ ถุงสีน้ำตาลซีดที่เขียนอักขระภาษาที่ผมไม่กล้าอ่านออกเสียงวางอยู่ ผมหยิบถุงผ้าออกมาและวางที่นอนกลับลงที่เดิมก่อนจะหันไปคุยกับเด็กผีที่ยังยืนอยู่ด้านนอก
"คืนหัวแล้วจะกลับบ้านเหรอ"
"ใช่"
"ไม่อยากไปเกิดเหรอ"
"ไม่อยาก! จะอยากเกิดไปทำไม เกิดแล้วเขาก็ฆ่าทิ้งไม่มีใคร้าหรอก" ผีเด็กพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"แล้วจะกลับไปทำบาปทำกรรมต่อหรือไง"
"เขาให้ทำอะไรก็ต้องทำ แม่เอามาให้เขาแล้ว ไม่รู้จะไปอยู่ไหนไม่มีที่ไป"
"อยากทำกรรมดีไหม" ผมถามขึ้นอีกครั้ง
"ทำดีแล้วได้อะไร" ผีเด็กถามขึ้นด้วยความสงสัย ถึงจะถูกจูงจมูกให้ทำกรรมชั่วมามากขนาดไหน แต่ก็ยังคงมีความไร้เดียงสาของเด็กอยู่ในคำถาม
"แล้วหลอกคนให้กลัว ทำคนตาย ชอบเหรอแบบนี้"
"ไม่ชอบ ตอนจะตายเจ็บ...ไม่ได้ตั้งใจ...ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าลุงคนนั้นด้วย" ผีเด็กตอบขึ้นเสียงเศร้า
"มาอยู่ด้วยกันไหม เราพอจะมีบุญอยู่ด้วยกันบ้าง"
"อยู่ไม่ได้ เดี๋ยวโดนตี..."
"มาอยู่กับพี่ไม่โดนตี มาไหมเดี๋ยวช่วย"
"จริงเหรอ จะช่วยจริงๆเหรอ"
"จริงสิ มานี่ มาใกล้ๆ" ผีเด็กเดินเข้ามาหา เมื่อมีแสงสว่างทำให้เห็นรอยแดงเป็ริ้วตามเนื้อตัว
"เขาทรมานเหรอ"
"อื้ม"
"แล้วชื่ออะไร"
"ไม่มีชื่อหรอก แม่ยังไม่ได้ตั้ง"
"เดี๋ยวตั้งชื่อให้ มาอยู่ด้วยกัน" ผมพูดขึ้นเพราะไม่สามารถปล่อยเด็กคนนี้ให้กลับไปทำบาปได้อีกแล้ว ไหล่ของร่างเล็กไม่มีหัวตรงหน้าค่อยๆสั่นขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ
"ฮึก พี่จะให้ผมอยู่ด้วยเหรอ...ผมจะมีชื่อ...จะไม่โดนตีจริงๆใช่ไหม" เสียงพูดปนร้องไห้ดังขึ้นจนผมอดสงสารไม่ได้
"จริง แต่อยู่ด้วยกันต้องเป็เด็กดีนะ"
"เป็เด็กดีเป็ยังไง พี่สอนผมได้ไหม"
"อื้ม ได้สิ" ผมรับปากพร้อมกับแกะผ้ายันต์ออก ตรงหน้าปรากฏร่างเด็กผิวขาวแต่มีริ้วแดงเกือบทั้งตัว ใบหน้าเปื้อนยิ้มปนน้ำตาที่ไหลอาบข้างแก้มตอบ เด็กน้อยอยู่ในชุดโจงกระเบนเก่าสีซีด
"ของที่อยู่ใต้ที่นอนของใคร" ผมถามขึ้น
"ของแม่"
"แม่ให้ทำเหรอ"
เด็กน้อยพยักหน้า
/// ผมโดนผีพรายหลอกเข้าให้แล้วสิ ร้ายจริงๆ///
"พอใจ ชื่อพอใจไหม" ผมถามเด็กน้อยตัวผอมตรงหน้า สงสัยต้องให้กินเยอะๆแล้วผมชอบเด็กอ้วน
"พอใจ..." เด็กน้อยทวนชื่อพร้อมเอียงคอทำท่าคิด
"เออ ผมจะชื่อพอใจ" เด็กน้อยพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"ครับ พูดครับ ไม่พูดเออ"
"เออครับ ผมจะชื่อพอใจ" เด็กน้อยพูดขึ้นอีกครั้ง
"ฮ่าๆ ค่อยๆสอนไปแล้วกันนะ มานี่สิ" ผมเรียกพอใจให้เดินเข้ามาหา ก่อนหยิบสร้อยที่เป็เครื่องรางสำหรับภูตผีขึ้นมาผูกไว้ที่ข้อมือเล็ก เด็กน้อยก้มมองด้วยความงง
"กันไว้ก่อน เผื่อเขาเรียกกลับจะได้ไม่เป็ไร"ผมพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มให้
………
"น้ำมนต์! น้ำมนต์!" เสียงเรียกดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนพี่หนึ่งจะวิ่งเข้ามาพร้อมกับคุณพุฒ
"ไอ้ไฟ" พี่หนึ่งเดินเข้ามาหาเพื่อนที่นอนอยู่บนโซฟาอย่างรวดเร็ว
"พี่ไฟไม่เป็ไรครับ น่าจะหลับนานไปหน่อย พี่พาพี่ไฟไปโรงพยาบาลเถอะครับ" ผมบอกพี่หนึ่งที่ตอนนี้คงเป็ห่วงเพื่อนตัวเองไม่น้อย
"พี่ฝากดูเฟียสด้วย เดี๋ยวพาไฟไปโรงพยาบาลแล้วพี่จะรีบกลับ ไอ้พร้อมช่วยกูแบกไอ้ไฟหน่อย" พี่หนึ่งบอกผมก่อนจะหันไปบอกคุณพุฒให้ช่วยแบกพี่ไฟ
/// ว่าแต่... ทำไมพี่หนึ่งเรียกคุณพุฒว่าพร้อมล่ะ ///
/// แล้วลงไปรับพี่หนึ่งเฉยๆ ทำไมคุณพุฒต้องเปลี่ยนชุดด้วย...แต่ชุดนี้น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย ///
.........
"ไว้เจอกันนะครับพี่หนึ่ง ไว้เจอกันครับคุณพุฒ" ผมะโบอกทั้งสองคนที่เดินแบกพี่ไฟไปที่หน้าลิฟต์ ก่อนจะเห็นพี่หนึ่งส่งยิ้มกลับมาแบบแปลกๆ สงสัยพี่ไฟตัวหนักแน่ๆ ส่วนคุณพุฒก็ขมวดคิ้วแน่น สงสัยจะหนักไม่แพ้กัน
"พี่" เสียงเด็กน้อยเรียกผมจากในห้อง
"ว่าไงพอใจ"
"พี่เขาชื่อพุฒเหรอ"
"ใช่ เพื่อนพี่เอง"
"ผมว่าไม่ใช่นะ"
"ใช่สิ คุณพุฒเขาเป็เพื่อนพี่จริงๆ"
"ผมหมายถึง...เขาใช่พี่พุฒเหรอ"
"ใช่สิ ถามอะไรแปลกๆนะเรา กลับกันเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่พาไปวัด" ร่างบางเดินออกจากห้องพร้อมกับเด็กน้อยพอใจที่ได้ชีวิตใหม่ โดยไม่ทันสังเกตเงาดำที่กำลังมองตามด้วยความอาฆาต
***Rw