เหล่านักเรียนในเครื่องแบบสีขาวที่กำลังเลือดร้อนอย่างเต็มที่ราว ๆ 50 กว่าคน ได้วิ่งกรูเข้ามาที่เด็กโรงเรียนเบียวศาสตร์ทั้ง 5 คนด้วยความกระหายเลือด
“ถ้างั้นก็... แบ่งกันไปคนละนิดละหน่อยก็แล้วกันนะ” ว่าจบ ตูนและเพื่อน ๆ ก็ได้เข้าปะทะกับฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัวท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดครึ้มพร้อมกับเสียงฟ้าร้องที่ดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ จึงทำให้เกิดการชุลมุนขนาดใหญ่ขึ้น ณ ใจกลางโรงเรียนแห่งนี้
“แม่งเอ้ย!! ไอ่เxี้ยนั่นมันอะไรของมันวะ!!? คนอื่นยังพอเข้าใจได้ แต่ไอ่คนที่เตี้ยที่สุดแม่งเคลื่อนไหวอย่างกะหลุดออกมาจากการ์ตูน แม่งแอบถ่ายคอนเทนต์ซ่อนกล้องอยู่ที่ไหนป่ะวะ!!?”
ฝ่ายตรงข้ามมีทั้งคนตัวเล็กและตัวใหญ่ปะปนกันไป ทว่าตูนก็สามารถซัดพวกมันจนปลิวได้อย่างง่ายดาย
“ไหน ๆ พวกเราก็จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว งั้นฉันก็ให้นายได้พบกับปรมจารย์ด้านศิลปะการต่อสู้ซักครั้งหนึ่งในชีวิตละกัน” (ปาร์ค ฮยองซอก สภาวะไร้สติ : LOOKSIM)
ตอนนี้ไม่มีอะไรสามารถหยุดพวกเขาทั้ง 5 คนได้อีกต่อไปแล้ว ตูนและคนอื่น ๆ เริ่มที่จะจัดการพวกของฮงและตีตื้นขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเริ่มเข้าใกล้บันไดที่จะขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า
ทางด้านของฮงที่นั่งอยู่ด้านบนดาดฟ้าก็ได้ชวนต้นกล้าคุยขึ้นมา
“นี่ต้นกล้า... เหลือแค่เรา 2 คน แล้วนะ”
อีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร
“ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ แล้ว ฉันจะเล่าให้นายฟังก็แล้วกันว่าฉันมาเจอกับตูนได้ยังไงน่ะ ทั้ง ๆ ที่ฉันอยากจะให้เขาได้ใช้ความสามารถที่พระเจ้าได้ประทานพรมาให้ไปในทางที่ถูกต้องก็แค่นั้นเอง แต่เขากลับใช้ความสามารถนั้นไปกับเรื่องไร้สาระซะได้...”
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ที่โรงเรียนบ้านนอกแห่งหนึ่ง เนื่องจากที่บ้านทำธุรกิจใหญ่โตมีมูลค่ากว่าหลายพันล้าน พ่อของฉันก็ได้มอบหน้าที่ให้ฉันไปตระเวนหาเด็กเก่ง ๆ ที่ดูมีพรสวรรค์จากทั่วสารทิศและเชื้อเชิญให้เด็กเหล่านั้นมาทำงานที่บริษัทของพวกเราได้ทันทีหลังเรียนจบ จนกระทั่งฉันได้มาถึงโรงเรียนแห่งนี้
“สวัสดีครับคุณหนู... แฮะ ๆ ๆ เชิญเข้ามาก่อนได้เลยครับ....”
ฉันได้เข้ามาในห้องของนักเรียนที่กำลังเรียนคาบศิลปะ ซึ่งมันเป็นอะไรที่... น่าเบื่อมาก เด็กแต่ละคนฝีมือที่โคตรห่วยแตกจนชนิดที่ว่าเอารูปเหล่านั้นไปทำเป็นผ้าเช็ดเท้ายังรู้สึกน่าขยะแขยง คุณครูประจำรายวิชาเริ่มคะยั้นคะยอให้ฉันดูรูปวาดของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นลูกสาวของครูแกเอง แต่ฉันไม่สนใจเลยสักนิด จนกระทั่งฉันได้ไปสะดุดตากับเด็กตัวเล็กคนหนึ่งที่นั่งวาดรูปอยู่คนเดียวตรงมุมห้อง ฉันรู้สึกได้เลยว่าเด็กคนนี้จะต้องโดนเพื่อน ๆ รวมถึงครูบาอาจารย์รังเกียจจึงถูกไล่ออกมานั่งคนเดียวอย่างแน่นอน และเนื่องจากมีเวลาว่างฉันก็เลยขอไปดูรูปวาดของเด็กคนนั้นหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร
ทันทีที่ฉันเดินเข้าไป เด็กคนนั้นก็รีบปิดรูปวาดของตัวเองทันที ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเด็กที่ขี้อายเอามาก ๆ
“จะปิดทำไมเล่า เปิดให้ฉันดูเดี๋ยวนี้!”
เด็กคนนั้นสะดุ้งขึ้นเฮือกขึ้นมาก่อนที่จะค่อย ๆ เปิดรูปของตัวเองด้วยท่าทางสั่นกลัว ทันทีที่ฉันเห็นรูปวาดของเด็กคนนั้น ฉันก็ถึงกับตาค้างไปนานหลายวิ ภาพที่เด็กคนนั้นวาดช่างดูงดงามและมีพลังอะไรขนาดนี้ การเก็บรายละเอียด การลงหมึก การตัดเส้น เทคนิคต่าง ๆ อยู่ในขั้นปรมาจารย์ที่เรียกได้ว่าใครบางคนอาจจะต้องฝึกเป็น 10-20 ปีถึงจะได้รูปแบบนี้ขึ้นมา ซึ่งฉันก็มารู้ทีหลังว่ารูปที่เด็กคนนั้นวาดมาจากมังงะที่มีชื่อว่า Berserk
“โหวววว!!!! นายวาดเองงั้นเหรอเนี่ย!!?”
“อะ-อืม....” เด็กชายตอบกลับมาด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ
“สุดยอดไปเลย!!! นายทำได้ยังไงเนี่ย!!? นายฝึกวาดเองที่บ้านเหรอ!?”
“มะ-ไม่เคยฝึก.... แค่เห็นแล้วก็ทำตาม”
บ้าไปแล้ว!? แค่เห็นแล้วก็ทำตามได้เลยอย่างงั้นเหรอ!? นี่ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม!? คนระดับนี้มาอยู่ในโรงเรียนโกโรโกโสแบบนี้ นี่มันผ้าขึ้ริ้วห่อเพชรชัด ๆ !! เราจะไม่ปล่อยให้ใครมาแย่งไปได้เด็ดขาด!!
“ฉันชื่อฮงนะ! เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ ฉันจะมาหานายทุกวันเลย! นายชื่ออะไรล่ะ!”
เด็กชายยิ้มอ่อน ๆ ออกมาด้วยความเขินอาย “ฉะ-ฉันชื่อการ์ตูน...”
“งั้นฉันขอเรียกนายว่าตูนก็แล้วกันนะ! แต่ว่าวันนี้ฉันต้องไปแล้วล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะมาหานายใหม่! แล้วเจอกันนะตูน!!”
หลังจากที่ฉันและผู้ติดตามของฉันเดินออกไปไม่ทันไร คุณครูประจำวิชาก็ได้เดินหายใจฟึดฟัดเดินเข้ามาฉีกภาพที่ตูนวาดทิ้งอย่างไม่ไยดีเพราะโมโหที่ลูกสาวของเขาไม่ได้รับความสนใจจากฉัน ครูคนนั้นขยำรูปภาพของตูนทิ้งลงถังขยะและหันหน้ามาทางเขาด้วยสายตาขยะแขยง
“หึ... ไอ่ตัวปะหลาด...”
จนกระทั่งวันถัดมา
“ตูน!!! ฉันมาหานายแล้ว!! ขอดูภาพวาดของนายอีกรอบหนึ่งสิ!!”
ทว่าเขากลับไม่ตอบอะไรกลับมาและก้มหน้าก้มตาทำท่าทางเหมือนกับกำลังกลัวอะไรบางอย่าง
“นี่ตูน เกิดอะไรขึ้นกับรูปวาดของนายอย่างงั้นเหรอ? บอกฉันมาเถอะ ฉันช่วยนายได้นะ...”
คำพูดของฉัน ทำให้เขารู้สึกสบายใจมากขึ้นจนในที่สุดก็ยอมพูดออกมา
“โดนฉีกไปแล้ว....”
“ใครฉีก!?”
“คุณครูฉีก...”
“ครูคนไหน!? ใช่คนเมื่อวานหรือเปล่า!?”
“อะ-อืม...”
ฉันโกรธจนเลือดขึ้นหน้าทันทีเมื่อได้ยินอย่างงั้น ทำให้วันต่อมาครูคนนั้นและลูกสาวของเขาต้องย้ายออกไปที่อื่นเพราะคำสั่งของฉัน ถ้าฉันบอกให้ไปก็ต้องไป ถ้าฉันบอกให้ทำก็ต้องทำ ไม่มีสิทธิ์จะโต้แย้งอะไรทั้งนั้น และดูเหมือนว่าตูนจะรู้สึกปลอดภัยขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย และนับตั้งแต่วันนั้นฉันและตูนก็ได้อยู่ด้วยกันบ่อยขึ้น ฉันลองเปิดคลิปนักเปียโนระดับโลกคนหนึ่งให้ตูนดู ซึ่งเขาก็สามารถเล่นได้ตามต้นฉบับเป๊ะ ๆ อย่างไม่มีผิดพลาด และพอมาอีกวัน ฉันก็ให้เขาเล่นแบบเดิมอีกที ก็ปรากฏว่าเขาไม่สามารถเล่นได้แล้ว ฉันก็เลยสันนิษฐานว่าบางทีความสามารถของเขาอาจจะใช้ได้แค่ครั้งเดียว
จากนั้นพวกเราก็ได้ลองอะไรด้วยกันหลาย ๆ อย่าง ก็พบว่าเขาไม่สามารถลอกเลียนแบบคนปกติธรรมดาทั่วไปได้ ฉันจึงตัดสินใจได้ทันที่เลยว่าเขาสามารถลอกเลียนแบบได้แค่อะไรก็ตามที่เป็นระดับโลกได้เท่านั้น ซึ่งฉันก็ได้บอกเขาเกี่ยวกับสิ่งนี้ เขาสามารถเลียนแบบรูปวาดของอาจารย์มุราตะ ที่เป็นคนวาด ONE PUNCH MAN ได้ แต่ไม่สามารถเลียนแบบรูปวาดของเด็กที่นั่งข้าง ๆ ได้
จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันก็มาโรงเรียนตามปกติ
“ไงตูน!! วันนี้เรามาลองฝึกปล่อยกระสุนวงจักรกันเถอะ--- อะอ้าว! หายไปไหนแล้ว...?”
ตุ่บ ๆ ๆ ๆ
“แฮ่ก... แฮ่ก... คุณหนูครับที่ดาดฟ้า!!!”
ฉันรีบขึ้นไปดาดฟ้าทันทีเพราะรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทันทีที่ฉันวิ่งขึ้นไปถึงก็เจอกับเด็กชายตัวเล็ก คนที่ฉันเล่นด้วยอยู่ทุกวันกำลังยืนอยู่ที่ปลายตึก เนื้อตัวเปรอะเปื้อนมอมแมมคาดว่าน่าจะมาจากการถูกกลั่นแกล้งพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอยู่นองหน้า
“ตูน!! นายจะทำอะไรน่ะ!!”
“ฮึก... ฮือ....”
ฉันกวาดสายตามองไปที่ผู้คนที่กำลังมุงอยู่รอบ ๆ แทนที่จะเข้าไปช่วย แต่กลับยืนซุบซิบนินทากันซะอย่างงั้น ไอ่พวกสามัญชน!
“นี่มันรอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย? จะทำตัวเรียกร้องความสนใจไปถึงไหนกัน...”
“น่ารำคาญจริง ๆ เพราะมีไอ่ตัวประหลาดพรรคนี้อยู่ถึงทำให้โรงเรียนของเราเสื่อมเสียชื่อเสียง.... ตาย ๆ ไปได้ซะก็ดี”
“โถ ๆ ๆ ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารอะไรอย่างนี้ ก็อย่างว่าแหละ มันเป็นเรื่องของเวรของกรรมล่ะนะ”
หา!? อะไรของไอ่คนพวกนี้!? เรียกร้องความสนใจ!? ตาย ๆ ไปซะ!? เวรกรรม!? แทนที่จะช่วยกลับมายืนนินทา ไอ่พวกปัญญาอ่อนเอ้ย! ไม่ได้นะ นายต้องห้ามตายนะตูน!
ฉันค่อย ๆ เก้าเท้าเข้าไปอย่างช้า ๆ และพยายามเกลี้ยกล่อมเขาไปด้วย
“นี่ตูน... ใจเย็น ๆ ก่อนนะ... นายลองคิดดูดี ๆ สิ ว่าถ้านายโดดลงไปล่ะก็... พ่อ แม่และพี่สาวของนายจะเสียใจมากขนาดไหน... รวมถึงฉันด้วย... ฉันจะเสียใจมากนะถ้านายโดดลงไป... ฉันสัญญาเลยว่าเพียงแค่นายถอยกลับมา จะไม่มีใครสามรถมาแกล้งนายได้อีก นายจะไม่ต้องรู้สึกแบบนี้อีก นายจะไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป เชื่อฉันสิ นายยังมีฉันอยู่นะ... เพราะฉะนั้น ถอยกลับมาแล้วไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันเถอะ และจากนั้นเราก็จะไปดูการ์ตูนที่นายชอบด้วยกัน... นะ”
เด็กชายตรงหน้ายังคงร้องไห้และยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนจนเมื่อได้ระยะที่เหมาะสม ฉันก็ได้โผตัวเข้าไปโอบเอวเขาพร้อมกับดึงกลับเข้ามาทำให้สถาณการณ์ทุกอย่างคลี่คลาย
“ไม่เป็นไรแล้วตูน... นายปลอดภัยแล้ว... นายห้ามตายนะ... นายจะตายไม่ได้เด็ดขาด....”
ใช่แล้วล่ะ นายจะตายไม่ได้เด็ดขาด เพราะถ้าหากนายตายไปล่ะก็ ฉันก็เสียดายความสามารถที่นายครอบครองอยู่แย่น่ะสิ มันจะเสียดายของเปล่า ๆ ถ้าจู่ ๆ มันก็หายไปดื้อ ๆ ซะอย่างงั้น เพราะฉะนั้นนายห้ามตายเด็ดขาด ทุกอย่างมันพึ่งจะเริ่มต้น ขอแค่มีความสามารถนี้อยู่ในมือ การได้ครอบครองทุกอย่างในโลกก็ไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน....
และนับตั้งแต่วันนั้นก็ไม่มีใครกลั่นแกล้งตูนอีกเพราะเป็นคำสั่งของฉัน ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของฉันเลยสักคนแม้แต่ผู้อำนวยการโรงเรียน ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี พวกเราได้ใช้ความสามารถของตูนทำอะไรหลายอย่างที่อยากจะทำ จนกระทั่งวันนั้นได้มาถึง วันที่จะเป็นจุดเปลี่ยนของทุกอย่าง ในเวลาเลิกเรียนขณะที่ฉันกำลังจะเดินกลับไปขึ้นรถ ฉันก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของใครบางคนดังออกมาจากตรงตรอกซอยข้างหน้า ด้วยความสงสัยฉันจึงได้เดินเข้าไปดู และนั่นก็เป็นภาพที่ฉันยังจำไม่เคยลืมจนถึงทุกวันนี้
เด็กขี้อายตัวเล็กคนนั้นที่ฉันเล่นด้วยอยู่ทุกวันกำลังยืนถือมีดที่ชุ่มไปด้วยเลือดพร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นและเด็กสาวอีกคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ แววตาของเขาไม่เหมือนกับตูนที่ฉันเคยรู้จัก ราวกับว่าเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน และหลังจากวันนั้นก็เกิดข่าวใหญ่โตเกี่ยวกับคดีพยายามฆ่าของตูน
“ไม่ได้! ไม่ได้! ไม่ได้! ไม่ได้! ตูนจะติดคุกไม่ได้! ตูนจะมีประวัติที่เสื่อมเสียไม่ได้! ของของฉันจะต้องมีตำหนิมีมลทินไม่ได้!”
ฉันรีบสั่งให้ลูกน้องไปปิดข่าวให้เร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งไม่กี่วันต่อมามันก็ได้ซาลงไปตรงตามความต้องการของฉัน แต่กว่าจะรู้ตัวอีกที ตูนและครอบครัวที่ย้ายบ้านออกไปเรียบร้อยแล้ว
กลับมาที่ปัจจุบัน ตูนและเพื่อน ๆ ที่กำลังรับมือกับพวกลูกน้องของฮงก็กำลังใกล้ขึ้นมาที่ชั้นดาดฟ้าขึ้นเรื่อย ๆ ทว่าฮงยังคงพูดกับต้นกล้าไม่หยุด
“แล้วจากนั้นฉันก็ได้มาเจอเขาอีกทีตอน ม.ปลาย ฉันนึกว่าเราจะกลับมาเป็นแบบเดิมได้ซะอีก... แต่ดันถูกหักหลังซะได้... และดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เขาคนเดียวซะด้วยที่หักหลังฉัน”
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป ต้นกล้าสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังหมายถึงอะไร แต่ทว่ามันก็สายไปแล้ว ฮงได้คว้าคอของเขาและบีบจนแน่นก่อนที่จะลากมาปล่อยอยู่ที่ปลายตึกและกระทืบซ้ำลงไป
“แก! เป็นเพราะแก! ไอ่หนอนบ่อนไส้! ฉันอุตสาห์เมตตาแกและพ่อแม่จน ๆ ของแกแล้วแท้ ๆ !! ตอนนี้พวกมาเฟียกำลังไปที่บ้านของแก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกมันจะทำอะไรบ้างน่ะ เพราะฉันสั่งไปว่าอยากจะทำอะไรก็ทำ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
ทว่าในจังหวะที่ต้นกล้ากำลังโดนกระทืบ ตูนก็ได้โผล่ขึ้นมาพอดีทำให้ฮงต้องหยุดลง
“แกปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้ และหยุดบ้าซักทีฮง”
“หาา...!? นายพูดอะไรน่ะ!? ฉันเนี่ยแหละเพื่อนนาย ตัวจริงเสียงจริง ฉันช่วยนายไว้ตั้งหลายครั้งจำไม่ได้เหรอ...?”
“เออ… พอดีจำไม่ได้ว่ะ ว่าเคยไปรู้จักกับสารเลวแบบแกที่ไหน” ว่าจบตูนก็เดินตรงปรี่เข้าไปทันที ทว่าเขาก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อจู่ ๆ ก็มีชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งโผล่มายืนขวางเขาเอาไว้ พร้อมกับเสียงมอเตอร์ไซต์ท่อดังเป็นกลุ่มคณะที่บริเวณหน้าโรงเรียน
“ไงไอ่เxี้ยเตี้ย... คิดถึงกูไหม....”
“ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับแกนะไม้…”
ไม้ที่เก็บความเคียดแค้นมานับปีก็ได้ปล่อยหมัดอันใหญ่ยักษ์ของเขาลงมาที่เด็กหนุ่มตรงหน้า ทว่าตอนนี้ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ทันทีที่ไม้ปล่อยหมัดออกมา เขาก็โดนการโจมตีที่มองไม่เห็นกลับไปทั่วร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าภายในเสี้ยววิ ทำให้ร่างใหญ่น็อคกลางอากาศล้มทั้งยืนร่วงตึงลงไปกับพื้นทันที
ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ต้องใช้ถึง 3 คนรุมในวันนั้นกลับโดนคน ๆ เดียวซัดร่วงลงไปภายในเสี้ยววิ บางทีไอ่ไม้อาจจะเป็นอัจฉริยะทางด้านกระสอบทรายก็ได้ล่ะมั้งง แต่ทว่ายังไม่หมดเพียงเท่านั้น พวกแก๊งซิ่งที่ได้มาเสริมกำลังทำให้พรรคพวกของตูนต้องรับมือหนักมากขึ้นกว่าเดิม
“ไอ่แก๊งซิ่งพวกนี้ แกคุ้น ๆ ไหมไบรท์?”
“เออ โคตรคุ้นเลยว่ะ~”
หินที่ตัวใหญ่ที่สุดซึ่งเป็นเป้าสายตาได้ง่ายก็ถูกรุมทำร้ายมากกว่าคนอื่นจึงทำให้สถานการณ์ของเขาเริ่มที่จะย่ำแย่ จนกระทั่ง
ตู้ม!!
บุคคลปริศนาได้ต่อยพวกแก๊งซิ่งกับพวกนานาชาติร่วงไปทีละคน จนหินเริ่มกู้สถาการณ์กลับมาได้จึงหันไปทางคน ๆ นั้น ซึ่งเขาก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองเอาซะเลย
“แกทำแบบนี้ทำไม ไมเคิล เป็นบ้าไปแล้วหรือไง?”
“ไม่ได้เป็นบ้า ฉันก็แค่.... อยากหาเพื่อนยกเวทก็แค่นั้นแหละ....”
“หึ เดี๋ยวจบเรื่องนี้แล้วจะคิดดูอีกทีละกัน.... ไอ่กิ้งก่าเปลี่ยนสี”
“Hey!! แล้วทำไมตอนนี้ฉันไม่มีบทพูดเลยฟะเนี่ย!!?”
เปลี่ยนฝั่งกระทันหัน!!? ไอ่ไม้โดนตบเละเป็นxี้!!? สุดท้ายไอ่ฮงก็เห็นตูนเป็นแค่เครื่องมือไม่ต่างจากคนอื่นเขานี่หว่าา เขาเรียกว่าคบเพียงเพื่อผลประโยชน์! คนแบบนี้ควรอยู่คนเดียวดีที่สุด ไม่ควรมีเพื่อน ตูนจะช่วยต้นกล้าได้ไหม? เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป
มีเรื่องจะประกาศ ขออนุญาตนักอ่านทุกท่านหยุดพักอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากมีปัญหาทางด้านสุขภาพเรื้อรังที่จำเป็นจะต้องพักฟื้น ต้องขออภัยมา ณ ทีนี่ด้วยครับ แต่สัญญาว่าจะกลับมาต่อให้จบอย่างแน่นอน! ขอบคุณทุกคนมากจากใจจริงครับ
“ไม่ต้องพูดเยอะ! รีบ ๆ ไปพัก และรีบ ๆ หายได้แล้ว! จะได้กลับมาเขียนต่อไว ๆ ”
โอเคร ๆ ถ้าอาการดีขึ้นจะรีบกลับมาเขียนเลยครับคุณตูนน
“แน่ะ! พูดเองแล้วนะ ทุกคนเป็นพยาน ฟ้าดินเป็นพยาน นักอ่านเป็นพยาน ถ้าไม่กลับมาขอให้ลุงตู้เป็นนายกต่อไปอีก 100 ปี!”
เข้าใจแล้วครับ ๆ ไม่เห็นต้องพูดอะไรน่าสยดสยองขนาดนั้น งั้นก็ โปรดติดตามตอนต่อไป!