TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 141 ผู้กำกับไพศาล

    ตอนที่ 141 ผู้กำกับไพศาล


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 





    ในขณะที่เหตุการณ์ด้านนอกกำลังแตกตื่นกับเรื่องของเฟิร์สนั้น เจ้าตัวกลับรู้สึกเบิกบานเป็นอย่างมากเมื่อพบว่าดาราแดงของตนเองมีการบ่มเพาะที่ไม่ด้อยไปกว่าการดูดซับแกนสปีริตเลย


    แต่ถึงอย่างนั้น 


    ‘น่าเสียดายที่พลังสปีริตของที่นี่ยังเบาบางกับการบ่มเพาะดาราแดง หากฉันสามารถเข้าสู่อบิสที่มีระดับสูงกว่านี้ล่ะก็ คงจะบ่มเพาะได้เร็วมากกว่านี้’


    เฟิร์สคาดว่าหากตนเองดูดซับพลังสปีริตภายในอากาศแบบนี้ต่อไป อีกเพียงไม่ถึงหนึ่งปีเขาอาจจะสามารถทะลวงเป็นขั้นสองแฉกได้


    อัตราความเร็วในการบ่มเพาะนี้ไม่ต่างไปจากการดูดซับแกนสปีริตของคนทั่วไป ซึ่งพวกเขาจะบ่มเพาะอย่างเดียวทั้งปี


    นั่นหมายความว่าเฟิร์สในตอนนี้ราวกับมีทรัพยากรให้บ่มเพาะอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมาก


    แต่เขาก็ยังคิดว่ามันเชื่องช้าเกินไปอยู่ดี หากเขาสามารถบ่มเพาะภายในอบิสได้อย่างอิสระแล้ว เขาจะตั้งค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยในการดูดซับพลังสปีริตนี้ด้วยเฉพาะ ต้องรู้ไว้ว่าการดูดซับด้วยค่ายกลในทำให้การดูดซับมีอัตราที่รวดเร็วเป็นอย่างมาก


    มันสามารถช่วยให้เขาประหยัดเวลาได้มากที่เดียว


    เช่นนี้แล้วการที่เขาจะเข้าไปในอบิสระดับสีน้ำเงินก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป


    สามสิบวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เรื่องราววีรกรรมของเฟิร์สไม่ใช่ความลับสำหรับสมาชิกในแคลน แม้แต่สมาชิกแรงค์ S หรือ SS ก็ยังให้ความสนใจกับข่าวนี้


    “เด็กคนนี้น่าสนใจจริงๆ ถ้าไม่ว่าอะไรก็ให้เขามาลงเทรดอบิสกับพวกเราได้นะ” ชายผู้มีรูปร่างกำยำ ลมหายใจเต็มไปด้วยความร้อนของเปลวเพลิงเอ่ยขึ้น


    “นั่นมันก็แค่การลงเทรดอบิสระดับต่ำไม่ใช่หรือไง ฝีมือของเขาในตอนนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นแรงค์ S” หญิงสาวในชุดสีแดงเอ่ยขัด


    “มันก็ไม่ยากนิ ก็ลองให้เขาลงเทรดอบิสระดับกลางอีกสักครั้งสิ ถ้าเขาเป็นแรงค์ S จริงๆ คงเผยฝีมือที่แท้จริงให้เห็น ... ไม่กี่ปีมานี้พวกเราสูญเสียคนที่จะลงเทรดอบิสระดับสองไปสองคนแล้วนะ หากไม่หาสมาชิกใหม่มาเพิ่ม มีหวังพวกแคลนต่างภาคคงได้ดูถูกพวกเราแน่” ชายผู้มีกล้ามดุจเหล็กกล้าเอ่ย


    พวกเขาเป็นสมาชิกระดับสูงของแคลนนิวโฮปภาคเหนือ ซึ่งรับผิดชอบอบิสที่โผล่ออกมาในภาคเหนือ


    จริงอยู่ที่แคลนของพวกเขาเป็นองค์กรที่เป็นกึ่งรัฐบาล สามารถหยิบยืมกองกำลังจากแคลนในองค์กรเดียวกันได้


    แต่นี่มันเกี่ยวพันถึงศักดิ์ศรี


    แคลนนิวโฮปภาคกลางนั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก พวกเขาเป็นถึงแคลนท็อปห้าของประเทศ แคลนของนิวโฮปภาคอื่นๆ จึงตกเป็นรองอยู่เสมอ


    ทั้งนี้ช่วงเวลาที่ผ่านมา แคลนนิวโฮปภาคเหนือก็สูญเสียสมาชิกระดับสูงไปถึงสองคน


    หากเป็นการลงเทรดอบิสระดับต่ำหรือกลางนั้นพอจะหาเวเนเตอร์คนอื่นมาทดแทนได้ง่าย แต่การจะมีเวเนเตอร์ระดับสูงถือกำเนิดขึ้นมานั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ดังนั้นอบิสระดับสูงจึงจะต้องใช้เวเนเตอร์ที่เก่งกาจในระดับ S ขึ้นไปเท่านั้น


    ไม่ใช่นั้นแล้วหากเวเนเตอร์แรงค์ต่ำกว่า S เข้าไป คงจะเป็นการเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า


    เพราะเหตุนี้ข่าวที่เฟิร์สมีโอกาสเป็นเวเนเตอร์แรงค์ S จึงสร้างความสนใจให้กับพวกเขาเป็นอย่างมาก


    “เหมือนหัวหน้าจะเรียกประชุมแล้ว คงจะเป็นเรื่องนี้สินะ” ชายรูปร่างกำยำกล่าว


    “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ ฉันเองก็อยากรู้ว่าเด็กนั่นจะมีอะไรดีเหมือนกัน”


    ขณะเดียวกัน ในที่สุดข่าวของเฟิร์สก็เล็ดลอดออกไปจนได้


    แคลนนิวโฮปภาคกลาง 


    ชายชราร่างผอมทว่ามีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งราวกับว่าบนร่างจะมีออร่าสีน้ำเงินเปล่งออกมาอยู่ลางๆ เขาคนนี้ก็คือผู้กำกับไพศาล หัวหน้าแคลนนิวโฮปภาคกลาง


    ทันทีที่เขาได้ฟังข่าวที่เลขารายงาน นิ้วมือที่เหี่ยวแห้งก็เคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ


    “พวกภาคเหนือนี่ช่างเก็บเรื่องนี้ได้ดีจริงๆ บ่มเพาะแค่ปีกว่าๆ ก็สามารถเข้าสู่ขอบเขตดาราแดงได้ มิหนำซ้ำยังจัดการมอนสเตอร์ในอบิสสีแดงระดับต่ำได้ในการโจมตีเดียว พรสวรรค์แบบนี้ต่อให้ไม่ใช่แรงค์ S ก็ยังมีอนาคตข้างหน้าที่สดใส พวกเขากล้าดียังไงกันถึงได้เก็บเพชรเม็ดนี้ไว้ ทั้งๆ ที่เขาสามารถกลายเป็นความหวังของนิวโฮปประเทศไทยได้”


    ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แม้เขาจะเป็นเวเนเตอร์ดาราน้ำเงิน แต่ก็มีพลังรบในระดับแรงค์ SS เท่านั้น ซึ่งเวเนเตอร์ดาราน้ำเงินส่วนใหญ่ล้วนเป็นเช่นนี้ 


    การที่แคลนของเขาไม่สามารถเข้าสู่อันดับหนึ่งของประเทศได้เพราะแคลนนั้นขาดเวเนเตอร์แรงค์ SSS ซึ่งทรัพยากรมนุษย์เช่นนี้ ใช่ว่าจะปรากฏขึ้นได้ง่ายๆ


    เมื่อเด็กหนุ่มที่ชื่อเฟิร์สวันฉายแววออกมา แน่นอนว่าเขาย่อมเกิดความสนใจขึ้นมา


    “เรียกดาบสีชาดออกมาพบฉันหน่อย”


    “ได้ค่ะ”


    แล้วในเวลาไม่นาน ชายวัยกลางคนที่มีกลิ่นอายของดาบอันแรงกล้าก็เดินเข้ามาในห้อง


    แน่นอนว่าคนคนนี้คือเวเนเตอร์ที่มีการบ่มเพาะระดับสูง เขาก็คือดาบสีชาดแห่งแคลนนิวโฮปภาคกลาง เวเนเตอร์ดาราแดงแปดแฉกผู้มีไอเทมสปีริตประเภทดาบที่มากฝีมือ


    “หัวหน้าเรียกฉันมาพบมีเรื่องอะไรหรอ?” ดาบสีชาดเอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่สบายๆ


    “ฉันมีเรื่องให้นายจัดการหน่อย ... ลองดูนี่สิ” 


    ว่าแล้วผู้กำกับไพศาลก็ส่งข้อมูลของเฟิร์สวันให้กับดาบสีชาดดู


    “โอ้ มีเด็กแบบนี้ปรากฏตัวขึ้นมาด้วยหรอ แถมเขายังใช้ดาบเป็นอาวุธอีกด้วย ... ไม่สิ รูปร่างแบบนี้คงเรียกว่ากระบี่มากกว่า สงสัยเขาเป็นพวกบ้าหนังกำลังภายในอย่างแน่นอน”


    ผู้กำกับไพศาลยิ้มและเอ่ย “มีคนเคยเห็นว่าเขาสามารถควบคุมวัตถุได้ แม้แน่ว่าเด็กคนนี้อาจจะเล่นพิเรน ทำตัวเป็นมือกระบี่และลอบใช้พลังจิตทำแทน แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็แข็งแกร่งกว่าระดับดาราแดงทั่วไป ฉันอยากจะให้นายไปพิสูจน์เรื่องนี้”


    “พิสูจน์?”


    “ใช่แล้ว เขาพักอยู่บ้านส่วนตัวที่มีพ่อเป็นเวเนเตอร์ดาราขาวคนหนึ่ง ฉันต้องการรู้ว่าเขาใช่เวเนเตอร์แรงค์ S จริงๆ หรือไม่?”


    “ถ้าหากเขาใช่คุณจะทำอะไรกับเขา”


    “แน่นอนว่าต้องดึงตัวให้เขามาเข้าร่วมกับแคลนของเราสิ”


    “พวกภาคเหนือคงจะปล่อยตัวเขาให้มาเป็นของคุณอยู่หรอก”


    “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ยังไงพวกเราก็เป็นส่วนหนึ่งของนิวโฮป ตอนนี้ดูเหมือนว่าภาคเหนือกำลังขาดแคลนเวเนเตอร์ระดับสูง พวกเขาจะต้องมาขอคนจากพวกเราไปช่วยแน่ ฉันมีวิธีต่อรองที่ดีก็แล้วกัน”


    “ว๊าว ... คุณนี่ก็น่ากลัวเหมือนกันนะเนี้ย” ดาบสีชาดเอ่ยอย่างหยอกล้อ


    “เดี๋ยวเถอะ! เจ้าเติ้ล นี่แกยังเห็นฉันเป็นปู่ของแกอยู่อีกไหมเนี้ย” ผู้กำกับไพศาลกล่าวเสียงเข้ม


    “ไม่กล้า ไม่กล้า ผมไม่กล้าแล้ว ผมจะไปทำตามคำสั่งของหัวหน้าเดี๋ยวนี้แหละ” ท่าทางของดาบสีชาดดูไม่ได้สลดเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเดินออกจากห้องอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้ชายชราอดที่จะส่ายศีรษะไปมาไม่ได้


    …………


    หลังจากครบกำหนดภารกิจสามสิบวัน เฟิร์สได้ทำการแบ่งแกนสปีริตให้กับสมาชิกในกลุ่ม


    “คือ .. คือว่า ...” แว่นใหญ่มีท่าทางที่เกรงอกเกรงใจเฟิร์สอย่างเห็นได้ชัด


    จะให้ไม่เกรงใจได้ยังไงเล่า เพราะเฟิร์สถึงกับแบ่งแกนสปีริตให้พวกเขาเท่าๆ กัน ทั้งๆ ที่พวกเขาแทบไม่ได้ทำอะไรเลย แม้จะเก็บเกี่ยวแกนสปีริตก็ทำไม่ทันเสียด้วยซ้ำ


    “คุณเฟิร์สวัน นี่มันไม่มากเกินไปสำหรับพวกเราอย่างนั้นหรอ?” กระต่ายดำเอ่ยอย่างเกรงใจเพราะตรงหน้าของเธอมีแกนสปีริตกองอยู่หลายร้อยก้อน


    ต้องรู้ไว้ว่านี่เป็นจำนวนแกนสปีริตที่เธอได้รับมากที่สุดตั้งแต่เคยลงเทรดอบิส


    ต่อให้เป็นการกวาดล้างครั้งแรกก็ไม่เคยได้เยอะขนาดนี้ มากที่สุดก็แค่หลายสิบก้อนเท่านั้น


    เฟิร์สยิ้มและเอ่ย “พวกคุณไม่ต้องเกรงใจผมหรอก พวกเราทำทุกอย่างตามกฎที่ตกลงกันไว้ สิ่งนี้เรียกว่ายุติธรรมแล้ว”


    “เอาเป็นว่าผมขอตัวก่อนนะครับ” เฟิร์สวาดมือออกไปครั้งหนึ่งแกนสปีริตก็ลอยหายเข้าไปในแหวนเก็บของ


    “นะ ... นั่น! นั่นมันแหวนมิติเก็บของ!” ดาวเงินตกใจถึงกับลุกขึ้นชี้ในทันที


    แหวนมิติเก็บของ ... นี่ไม่ใช่ไอเทมที่เวเนเตอร์ธรรมดาจะครอบครองได้!

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน