จางฟานอวี้ก้าวลงจากบันได รู้สึกอ่อนแรงไม่น้อย แต่เพื่อขัดขวางความดีความชอบของโจวซ่งหลง นางจำเป็ต้องให้องค์ชายสามเอาหมอหานมาเป็พวกให้จงได้ สายตามองสำรวจลงไปด้านล่าง มิทันต้องหันหาก็คล้ายว่าจะเห็นโจวหลงเฉิงนั่งโดดเด่นกว่าผู้ใด
องค์ชายสามเงยหน้าเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมา เขาประสานสายตาเขากับสตรีที่อยู่ไกลออกไปครู่หนึ่ง ยกน้ำชาขึ้นมาจิบครั้งสุดท้ายก็เป็จังหวะเดียวกันกับที่ฟานอวี้ลงมาถึงบันไดขั้นแรก
คนที่ต้องเดินเข้าไปหาองค์ชายถูเหงื่อกลางฝ่ามือไปมา แต่เมื่อเขาไม่ยอมลุกมา ก็เป็นางเองที่ต้องเดินเข้าหาบุรุษ
“นายท่าน..ไปกันเถิดเ้าค่ะ” จางฟานอวี้เป็ฝ่ายออกปากก่อน เมื่อไปหยุดยืนต่อหน้าเขาแล้วอีกฝ่ายไม่ยอมเอ่ยทัก เพียงแค่ปรายตามองมาและหันหน้าไปทางอื่นอย่างไม่แยแส บีบให้นางต้องพูดคุย
โจวหลงเฉิงไม่ตอบสิ่งได้ เขายกการินน้ำชา ยื่นจอกชาไปฝั่งตรงข้าม “นั่งลง”
“เ้าค่ะ”
“เมื่ออยู่ภายนอกให้เรียกท่านพี่ ฮูหยินเรียกสามีว่านายท่าน เ้าไม่คิดว่าประหลาดไปหน่อยหรือ”
จางฟานอวี้พยักหน้ารับ การเรียกขานว่านายท่านตามองครักษ์จางก็ประหลาดอยู่ และตอนนั้นเองก็เป็่ที่นางสังเกตว่าอาภรณ์ที่สวมใส่เป็อาภรณ์คู่
“ดื่มยาก่อน เราจึงจะไปกัน” โจวหลงเฉิงอธิบายจบได้ไม่นานก็มีเสี่ยวเออร์ถือถาดใส่ถ้วยยาออกมาจากหลังครัว
ถ้วยยาครั้งนี้กลิ่นมิใช่อย่างที่คุ้นเคยแล้ว นางยกดื่มจนหมดโดยไม่บ่นเื่ความขม ยกจอกชาที่องค์ชายสามรินไว้ให้ตามลงไป แต่ยังไม่ทันที่จะรินอีกถ้วยเพื่อล้างความขมปร่า ก็มีก้อนน้ำตาลมาตกที่ตัก ทว่าคนให้กลับหมุนกายเดินออกไปด้านนอกเสียแล้ว
.
.
.
รถม้าขององค์ชายสามเคลื่อนมาจอดหน้าโรงหมอหาน แสงอาทิตย์สีอำพันทอดยาวเหนือหลังคาครึ่งหลังเป็กระเบื้องเคลือบ อีกครึ่งหนึ่งเป็ไม้ที่ไม่งดงามนัก เสียงระฆังลมจากร้านค้ารอบข้างไม่ทำให้บรรยากาศในโรงหมอแห่งนี้ดูงดงามขึ้นเลย มันดูแล้วอึมครึมตึงเครียดกว่าที่นางจำได้มากนัก
ด้วยยามนี้ชายคนหนึ่งอุ้มเด็กหญิงที่ไม่ได้สติ มายังทิศทางของโรงหมอที่ฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นสมุนไพรคละคลุ้ง
“ท่านหมอ! ท่านหมอช่วยบุตรของข้าด้วย!” ชายคนนั้นคุกเข่าส่งกับพื้น
“ตายแล้ว อย่านำตัวนางเข้ามานะ ตุ่มขึ้นทั้งตัวเช่นนี้หากนำมาติดพวกเราที่ร่างกายอ่อนแออยู่จะทำอย่างไร” คนไข้ที่มาหาหมอหานเพื่อขอเทียบยาโวยวายออกมา
“ท่านหมอรีบเขียนเร็วเข้า ข้าจะได้รีบไป ตุ่มหนองมากมายเช่นนี้น่ารังเกียจยิ่ง” คนไข้ชายอีกคนรีบคะยั้นคะยอท่านหมอ
“ท่านหมอ ช่วยบุตรของข้าเถิด ข้าเดินเท้ามาสามวันด้วยหมอท่านใดต่างก็บอกว่าไร้ทางรักษา ได้ยินชื่อเสียงท่านหมอจึงดั้นด้นมา หากท่านไม่ช่วยเหลือข้า ชีวิตบุตรสาวเพียงคนเดียวคงจบสิ้นแล้ว”
ชายที่กอดเด็กหญิงไว้แนบอกร้องไห้ออกมาก้องฟ้า เสียงสะอื้นปะปนกับเสียงร้องปานจะขาดใจตายดังออกมาเป็ระยะ
“พวกเ้าป่วยเล็กน้อย ไปๆ ค่อยมาเอาเทียบยาพรุ่งนี้ ตุ่มปริศนาเช่นนี้จึงน่าสนใจ” แววตาของหานปาเหวินบ่งบอกถึงการรอชมเื่สนุก หมอหนุ่มเคลื่อนฝีเท้าขยับเข้าหาเด็กหญิงที่นอนไร้สติ
“ท่านหมอมิได้ๆ ข้าทนไอเช่นนี้ไม่ไหวแล้ว”
“ฮูหยินผู้เฒ่าของข้าก็มิอาจทนได้เช่นกัน คนแก่ปวดกระดูกทุกข์ทรมานนัก”
“มิใช่ถึงตาย! ไม่รู้จักรอคอยก็ไม่ต้องมารับเทียบยาข้า หมออื่นมากมายไปหาเสีย ไป! ไปซะ” ปาเหวินไล่คนไข้ที่ไม่รู้ฟังให้ออกจากหน้าร้านตนเองไป
“นี่น่ะหรือ คนที่ข้าจะหาประโยชน์ได้” องค์ชายสามหันมาถามฟานอวี้หลังมองเหตุการณ์ตรงหน้า ชายที่มิได้มีใจรักการรักษา แต่ดูแล้วคงเห็นว่าเป็ปริศนาที่ต้องไขเสียมากกว่า
“ท่านพี่ก็เพียงแค่ต้องใช้คนให้ถูกหน้าที่มิใช่หรือ แปลกไปสักหน่อยก็มองข้ามไปไม่ได้หรือเ้าคะ” ฟานอวี้ยกยิ้มคำขอของนางสมปรารถนาดังตั้งใจ คิดอยากให้หมอผู้นี้ได้แสดงความสามารถ คนเจ็บด้วยโรคที่หมออื่นไม่อาจช่วยได้ก็มากองอยู่แทบเท้า
“ท่านทั้งสองมายืนรอเอาสิ่งใด” หานปาเหวินถามโจวหลงเฉิงและจางฟานอวี้ที่เพียงแค่ยืนมองไม่พูดจาอันใด
“เพียงแค่สังเกตการณ์เท่านั้น ฮูหยินของข้ามิได้ป่วยหนักหนาสามารถรอได้” โจวหลงเฉิงแสดงบทบาทสามีผู้ห่วงใยด้วยการดึงฟานอวี้เข้ามาโอบไว้อย่างรักใคร่ โดยที่ตัวคนถูกกอดได้แต่พยายามขืนตัวหนี
“เช่นนี้จึงค่อยน่าตรวจอาการ รู้ว่าอันใดเร่งด่วน อันใดรอคอยได้”
หานปาเหวินชี้ให้บิดาของเด็กหญิงนำนางเข้ามาบนโต๊ะไม้ยาว “มีเทียบยาที่หมอคนก่อนใช้รักษาติดตัวมาหรือไม่”
“มีขอรับ” ผู้เป็บิดารวบรวมสติหยิบเทียบยาทั้งหมดที่เขามี หลังตระเวนพาบุตรสาวรักษามาจนทั่ว เทียบยาทั้งหมดมิได้แตกต่างกันมากนัก ตัวยาคล้ายเดิมมีแตกต่างกันเล็กน้อยตามสูตรของหมอแต่ละสำนัก
“ยาเหล่านี้ล้วนเป็ยารักษาอาการผื่นแพ้ มิได้มีอันใดผิดปกติ ตุ่มเหล่านี้หมอที่ผ่านๆ มาล้วนบอกว่าฟูฟูมีอาการแพ้ขอรับ แต่หากเป็การแพ้จริงเหตุใดยาสมุนไพรที่ทั้งพอกผิวและดื่มกินจึงไม่ทำให้ดีขึ้นเลยเล่า”
“ก่อนมีอาการนางทำอันใดมาบ้าง เล่ามาให้ละเอียด” หมอหานเริ่มถามหาจุดเชื่อมโยง เขาเองก็เห็นด้วยว่าตุ่มเช่นนี้เกิดจากการแพ้ไม่ผิดแน่ แต่หากใช้เทียบยาแก้แล้วทั้งภายนอกภายในก็ยังไม่หาย อาจเป็อย่างอื่นที่ปรากฏอาการคล้ายคลึงกัน
“ท่านอาจารย์ลักษณะตุ่มหนองน้ำเช่นนี้ อาการแพ้ก็ไม่น่าจะผิดพลาด” หมอหญิงที่อยู่ด้านหลังเอ่ยปาก
“เงียบก่อน ให้บิดาของเด็กน้อยเล่ามาก่อน” ท่านหมอหานปาเหวินพยักหน้าให้แก่ชายที่มีสีหน้าไม่มั่นใจนัก
แม้ไม่มั่นใจนักว่าเื่ก่อนเกิดตุ่มจะรักษาบุตรสาวได้อย่างไร แต่เมื่อท่านหมอถามมาเช่นนี้ เขาก็จำต้องเล่า “ก่อนหน้านี้ บุตรสาวตามข้าไปล่าสัตว์ นางถูกแมลงต่อย แต่แผลนั้นก็หายสนิทดีแล้ว แต่ตุ่มนี้ขึ้นมาใน่เวลาไล่เลี่ยกัน หรือเป็อาการจากแมลงนั้นหรือท่านหมอ”
“เทียบยาทาแมลงต่อยมีหรือไม่ นำออกมา”
“นี่ขอรับ” เขาเก็บเทียบนานั้นไว้เผื่อว่าจะมีคนในครอบครัวถูกกัดต่อยอีก จึงได้ยังมีให้หมอหานดู
หานปาเหวินวางเทียบยาทั้งห้าแผ่นเรียงกันนิ้วมือจิ้มลงไปบนกระดาษทีละแผ่นจากนั้นก็ยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบโกร่งมาสองอัน บดสมุนไพรสองชนิดผสมไขผึ้งทาไว้บนหน้าแข้งที่ยังไม่มีตุ่มขึ้น เขาเอายาพอกไว้หนึ่งก้านธูป เมื่อเช็ดออกก็เห็นว่าฝั่งหนึ่งเริ่มมีตุ่มแดงๆ ก่อตัวขึ้น ส่วนอีกฝั่งิัยังปกติอยู่
“ท่านหมอก็รักษามิได้หรือเหตุใดผิวบุตรสาวข้าแดงเยี่ยงนั้น นี่ไม่ใช่ยาหรอกหรือ” เขากอดเด็กหญิงร้องไห้ นางคันเนื้อตัวจนเขาต้องเอาเกลือป้ายไว้บนตุ่มน้ำทั้งที่แตกแล้วและยังมีอยู่ แต่เมื่อทำเช่นนั้นฟูฟูน้อยก็แสบระบมจนหมดสติไประหว่างทางมาโรงหมอ คนเป็บิดาร้องไห้ออกมาอีกระลอกหนึ่ง
“ผิดแล้ว ที่นางไม่หายเสียทีเป็เพราะแพ้สมุนไพรในเทียบยา ข้าจะเขียนเทียบที่ตัดสมุนไพรตัวที่แพ้ออกให้”
“แพ้สมุนไพร?” ผู้เป็พ่อปาดน้ำตาออกด้วยความงุนงง “คนเราจะแพ้ยารักษาได้อย่างไร”
“เหตุใดจะไม่ได้เล่า หมอที่ผ่านมาคงมิได้ขอดูเทียบยาเก่า จึงไม่สังเกตว่ามีสมุนไพรที่เหมือนกันสองตัวในทุกเทียบ หากแพ้แล้วไม่หายเสียทีก็คงเพราะได้รับสิ่งที่แพ้ซ้ำๆ”
“หากมิใช่อาการแพ้ท่านอาจารย์อาจสำราญกว่านี้” หมอหญิงกล่าวเสียงเรียบ
“แช่งชักหรือ” บิดาของบุตรที่เพิ่งผ่านความเป็ความตายโมโหหน้าแดง
“เย็นไว้ ข้ากับศิษย์เพียงแต่ชมชอบโรคที่ท้าทายเท่านั้น ส่วนเด็กน้อยคนนี้ เมื่อพิสูจน์แล้วว่าแพ้สิ่งใดก็สร้างเทียบใหม่ได้ หมอทุกท่านวิเคราะห์โรคได้ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ยาผิดเท่านั้น จากนี้ท่านเอาขี้เถ้าผสมน้ำไม่อุ่นไม่เย็นให้นางแช่เช้าเย็น รับเทียบยาใหม่ไปพอกตัวก็จะหายได้ในไม่ช้า ครั้งแรกหมอหญิงฝึกหัดจะเป็คนช่วยเหลือว่าทำอย่างไรบ้าง ตามนางไปด้านหลังเถิด จะทำยาพอกชุดแรกให้”
หานปาเหวินถอนหายใจสุดท้ายก็มิได้มีเื่สนุกให้เขาแก้ไขหาคำตอบ เมื่อเป็เช่นนี้ก็ได้แต่ทำหน้าเบื่อโลกหันไปมองคู่ชายหญิงที่รออยู่เสียนานแล้ว
“ฮูหยินน้อยผู้นี้เป็อันใดมาเล่า” ปาเหวินถามพลางยกมือเรียกให้มายังที่ตรวจ
“นางดื่มเทียบยาห้ามครรภ์ชั้นเลวของเ้า ข้า้าให้มดลูกของฮูหยินกลับมาแข็งแรงดังเดิม” องค์ชายสามเอ่ยด้วยเสียงเย็นเหยียบพร้อมสังหารคนได้
“อ่าา…ข้าไม่รับรักษาเหล่าอนุโสมม เช่นนี้ไม่ดีหรือไม่มีมารหัวขนเติบโตขึ้นมาแทงข้างหลังผู้ใดอีก” หมอหานยิ้มหน้าตาย