เขตป่าหมอก
“เ้าหมาโง่ วิ่งตัดผ่านเขตหมอกมายานี้ไปเลย!”แม็กซ์ะโสั่งด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ“ถ้าอ้อมไปนอกจากจะเสียเวลามากแล้ว ยังต้องเสียแรงหลบหลีกฝูงสัตว์อสูรที่พล่านอยู่รอบนอกอีกด้วยเส้นทางลัดนี้แหละเหมาะที่สุด”
“โฮ่ก!”
หลังจากที่แม็กซ์และาาหมาป่าทมิฬแผงคอเงิน สามารถจัดการกับกึ่งาาอีกาเงาสังหารได้สำเร็จอย่างสวยงามทั้งคู่ก็ไม่เสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว จึงรีบออกเดินทางต่อทันทีครั้งนี้เขาเลือกใช้เส้นทางที่ใคร ๆ ต่างหวาดกลัว นั่นคือการตัดผ่านเขตหมอกมายาเพื่อข้ามไปยังอีกฟากหนึ่งของป่าหมอกที่อยู่ลึกเข้าไปข้างใน
สำหรับผู้ปลุกพลังทั่วไป... เขตหมอกมายาแห่งนี้เปรียบเสมือนแดนมรณะที่ไม่มีใครอยากเผชิญหน้าหมอกหนาทึบที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ ไม่เพียงแต่บดบังการมองเห็นเท่านั้นแต่ยังมีพลังพิเศษที่สามารถบิดเบือนการรับรู้ทิศทาง ตัดขาดประสาทััทั้งหมดและสร้างภาพลวงตาให้ผู้ที่หลงเข้ามา จนกระทั่งเดินวนอยู่ในเส้นทางเดิม ๆโดยไม่รู้ตัว จนกว่าพลังจะหมดลงหรือถูกสัตว์อสูรเข้ามาจัดการในที่สุด
แต่สำหรับแม็กซ์แล้ว... หมอกมายาอันตรายนี้กลับเป็เพียงหมอกธรรมดาที่มีความหนาแน่นมากกว่าปกติเท่านั้น “ภาพลวงตาก็คือภาพลวงตาไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นจริง” เขาพึมพำกับตัวเอง
“ตราบใดที่ข้ามีทักษะเนตรเทวทัศน์สามารถมองทะลุถึงต้นตอและพลังงานที่ซ่อนอยู่เื้ัก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัว” ม่านตาของแม็กซ์พลันเปล่งประกายสีทองอ่อนแผ่แสงเรืองรองออกมาอย่างนุ่มนวล
เนตรเทวทัศน์ เป็ทักษะที่สามารถมองทะลุผ่านภาพลวงตา กับดักพลังงานและสิ่งแปลกปลอมที่ซ่อนอยู่ภายในได้โดยตรงไม่ว่าจะเป็พลังมายาระดับไหนก็ไม่อาจปิดบังทักษะนี้ได้ สิ่งที่คนอื่นมองเห็นเป็หมอกอันตรายที่ทำให้หลงทาง...กลับกลายเป็เพียงเส้นทางลัดที่ชัดเจนในสายตาของเขา
“อย่าช้าไปต่อเลย เ้าหมาโง่” แม็กซ์ตบหลังของคู่หูเบาๆ เป็สัญญาณ
“โฮ่ก!” ราชันหมาป่าทมิฬแผงคอเงินพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงจนเกิดเป็ภาพพร่ามัววิ่งผ่านม่านหมอกหนาทึบและกับดักพลังงานนับไม่ถ้วน เหมือนกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านที่คุ้นเคยไม่มีสิ่งใดมาขัดขวางการเดินทางของทั้งคู่ได้
ผ่านไปไม่นานนัก...
“หยุดก่อน!”
แม็กซ์ยกมือตบลงที่แผงคอของหมาป่าเพื่อส่งสัญญาณ ทำให้าาหมาป่าหยุดฝีเท้าลงทันที“เหมือนมีอะไรบางอย่างเพิ่งเกิดขึ้นที่นี่”
แม็กซ์กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างละเอียด เขาเห็นต้นไม้บางต้นหักโค่นลงกับพื้นรอยกรงเล็บขนาดใหญ่ขูดลึกเข้าไปในเปลือกไม้และพื้นดินซึ่งบ่งบอกว่าเหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน “แถวนี้เพิ่งมีการต่อสู้ที่รุนแรงเกิดขึ้นแน่”
าาหมาป่าก้มลงสูดดมกลิ่นอากาศและพื้นดินอย่างละเอียดจมูกที่ไวสามารถแยกแยะกลิ่นได้แม้จะเจือปนกับความชื้นและกลิ่นพืชพรรณ ฟุด...ฟุดฟิด... มันส่งเสียงร้องตอบกลับมาทันทีด้วยน้ำเสียงที่สงสัย
“โฮ่ก!”
“กลิ่นของมนุษย์งั้นหรือ?” แม็กซ์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความประหลาดใจ “มนุษย์... ถ้าพลังไม่สูงพอ ก็ไม่น่าจะกล้าเข้ามาลึกถึงเขตหมอกมายาแห่งนี้ได้เลย”
เขาหันไปมองเ้าหมาป่าด้วยสายตาเตรียมพร้อม “นำทางตามกลิ่นไปดูหน่อย”
“โฮ่ก!”
าาหมาป่าออกวิ่งอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายเดิมหรือออกล่าสัตว์อสูร หากแต่เป็การตามกลิ่นและรอยเท้ามนุษย์ โดยมีเนตรเทวทัศน์ของแม็กซ์คอยตรวจสอบเพื่อนำทางให้
หมอกสีขาวขุ่นกลืนร่างของทั้งคู่หายเข้าไปอีกครั้ง... ยิ่งวิ่งเข้าไปลึกกลิ่นอายก็ยิ่งชัดเจนและเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆจนกระทั่งเหลือระยะห่างเพียงกว่าหนึ่งกิโลเมตรเท่านั้น
แม็กซ์หลับตาลง เพื่อรวบรวมสมาธิก่อนจะส่งกระแสพลังจิติญญาไปรวมกันที่ดวงตาทั้งสองข้าง <เนตรเทวทัศน์>ขยายระยะการมองเห็นให้ไกลที่สุด!”
แสงสีทองจากม่านตาพลันสว่างวาบจนส่องแสงออกมาอย่างชัดเจน ขอบเขตการมองเห็นขยายออกไปไกลกว่าปกติหลายเท่าตัวแต่แลกมาด้วยการที่พลังในร่างกายถูกสูบไปอย่างรวดเร็ว “จะใช้นานไม่ได้... สิ้นเปลืองพลังเกินไป”
ภาพที่อยู่ไกลออกไปเริ่มชัดเจนขึ้นท่ามกลางม่านหมอกสีขาว แม็กซ์มองเห็นเงาร่างของหญิงสาวนางหนึ่งกำลังเดินอยู่ท่ามกลางฝูงจิ้งจอกเพลิงเกือบสิบตัวแต่สิ่งที่ทำให้เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย คือพฤติกรรมของฝูงจิ้งจอกเ่าั้... พวกมันไม่ได้แสดงท่าทีดุร้ายไม่ได้ล้อมรอบเพื่อโจมตีหรือขังเหยื่อไว้ กลับเดินนำหน้าและเดินประกบสองข้างตัวหญิงสาวอย่างเป็ระเบียบคล้ายกับว่ากำลังพานางไปยังที่ใดที่หนึ่ง
เมื่อแม็กซ์มองตามทิศทางที่ฝูงจิ้งจอกกำลังเคลื่อนตัวไปสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็กังวลทันที “ไม่ดีแล้ว...” เขาพึมพำขณะที่สีหน้าเปลี่ยนไปเป็จริงจัง
“ทางนั้นคือรังของราชินีจิ้งจอกเพลิงวารีสัตว์อสูรระดับสูงที่มีพลังมายาที่เก่งกาจ เ้าของอาณาเขตแห่งนี้” เขารีบสั่งยกเลิกการใช้เนตรเทวทัศน์ทันทีก่อนที่พลังจิติญญาจะถูกใช้ไปมากกว่านี้
“มนุษย์คนนั้นไม่ได้ถูกไล่ล่า...แต่กำลังถูกล่อลวงเข้าไปอย่างชัดเจน” แม็กซ์วิเคราะห์สถานการณ์ในใจ “เ้าหมาโง่ ตามไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!”
“โฮ่ก!” าาหมาป่าทมิฬแผงคอเงินพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงสุดทิ้งไว้เพียงแรงลมพัดไล่หลัง เพียงไม่กี่อึดใจทั้งคู่ก็สามารถอ้อมไปขวางหน้าและดักอยู่ด้านหน้าขบวนจิ้งจอกเพลิงได้สำเร็จ
ตู้มมมม!! ร่างกายขนาดมหึมาของราชันหมาป่าทิ้งตัวลงกลางเส้นทางเดินอย่างหนักทำให้พื้นดินบริเวณนั้นแตกร้าวเป็รอยยาว ฝุ่นและเศษหินกระเด็นกระจายออกไปรอบทิศพร้อมกับแผ่กระจายกลิ่นอายความเป็าาอสูรระดับสูงออกมาอย่างทรงพลัง
“โฮ่กกก”
กี้... ฝูงจิ้งจอกเพลิงทุกตัวชะงักฝีเท้าทันทีขนบริเวณหลังและแผงคอลุกตั้งชันขึ้นดวงตาสีแดงเพลิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกแรงกดดันจากความเหนือกว่าทางพลังอำนาจ ทำให้พวกมันแทบจะขยับตัวไม่ได้ และในวินาทีนั้นเองทักษะการควบคุมจิตใจของลีน่าก็ถูกตัดขาดลงทันทีอย่างสมบูรณ์
“กี้! กรี๊!” ฝูงจิ้งจอกเพลิงแตกตื่นกระจัดกระจายวิ่งหนีเข้าป่าลึกกันคนละทิศ คนละทางราวกับกำลังหนีความตายที่ใกล้เข้ามา
“กรี๊ดดด!!” ลีน่ากรีดร้องสุดเสียงด้วยความใขาทั้งสองข้างก้าวถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ ใบหน้าซีดเผือดจนไม่มีเืฝาด หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอกนางมองเห็นเพียงร่างกายมหึมาของาาหมาป่าทมิฬที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า ขณะที่คนนั่งอยู่บนหลังของมันถูกบดบังจนมองไม่เห็น
“หยุดกรีดร้อง... เสียงดังเกินไปแล้ว” เสียงพูดที่ฟังดูเป็ธรรมชาติและเป็ภาษามนุษย์ดังขึ้นมาจาก้าหลังของหมาป่าทำให้ลีน่าชะงักงันทันที
“มะ... หมาป่าทมิฬ... พูดภาษามนุษย์เหรอ” นางพึมพำด้วยความตื่นตะลึง
แม็กซ์ถอนหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความรู้สึกเหนื่อยใจเล็กน้อย “มันจะไปใช่ที่ไหนล่ะ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนยกมือขึ้นตบที่แผงคอของราชันหมาป่า เพื่อส่งสัญญาณให้ลดท่าทีที่ดูน่ากลัวลง าาหมาป่าหมอบตัวลงกับพื้นอย่างว่าง่ายเพื่อให้ผู้ขี่สามารถลงมาสู่พื้นได้สะดวกขึ้น “เลิกทำให้คนอื่นกลัวได้แล้วเ้าหมาโง่” แม็กซ์เอ็ดคู่หูไปทีหนึ่ง
“โฮ่ก...” เ้าหมาป่าส่งเสียงร้องตอบเสียงเบาราวกับกำลังงอนที่ถูกขัดเมื่อร่างกายของาาหมาป่าลดระดับลงลีน่าจึงมองเห็นเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนหลังของมันได้อย่างชัดเจน
“จะ... เ้า เป็เ้า!” ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจจนสุดขีด“คนที่ข้าเคยเห็นอยู่แถวเขตสลัมนอกฐานเมื่อไม่นานมานี้!” นางมองสลับไปมาระหว่างแม็กซ์กับราชันหมาป่าทมิฬอย่างสับสน“จะ... เ้า กับสัตว์อสูร ทำไม...”
“เ้าเลิกพูดติดอ่างเสียที”แม็กซ์ยักไหล่ด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนัก “ข้าเป็มนุษย์อย่างที่เ้าเห็นนั่นแหละส่วนเ้านี่ก็เป็สัตว์อสูร” เขาตบเบา ๆ ที่คอของหมาป่าอีกครั้ง “มันคือคู่หูและสัตว์เลี้ยงของข้า ที่คอยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมามันไม่ทำร้ายมนุษย์โดยไม่มีเหตุผล เพราะงั้นเ้าไม่ต้องกลัวจนสั่นขาแบบนั้นก็ได้”
ลีน่ายังคงยืนอึ้งไม่หายภาพที่เห็นตรงหน้าขัดแย้งกับหลักการและความรู้ทุกอย่างที่นางเคยเรียนมาั้แ่เด็กมนุษย์กับสัตว์อสูรเป็ศัตรูที่ต้องเข่นฆ่ากันเสมอ แต่กลับมีคนที่สามารถขี่และเป็เพื่อนกับาาอสูรได้เช่นนี้
แม็กซ์ไม่ได้ใส่ใจกับสีหน้าที่กำลังสับสนของนางมากนักเขาหันมองไปยังทิศทางที่ฝูงจิ้งจอกเพลิงเพิ่งหนีหายไปก่อนจะหันกลับมาถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “ช่างเื่ของข้าไปก่อน ว่าแต่...เ้ามาที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไมถึงเดินมากับพวกจิ้งจอกเ้าเล่ห์พวกนั้นได้?”
ลีน่าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียบเรียงสติและอารมณ์ที่ยังตื่นตระหนกอยู่ ให้กลับมาสงบลงได้บ้าง “ข้าชื่อลีน่า” นางแนะนำตัวก่อน “ข้ามาพร้อมกับทีมเพื่อฝึกฝนประสบการณ์และล่าสัตว์อสูรในภาคสนามตามโปรแกรมของฐาน แต่ระหว่างที่กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่นั้น...”
“เฮ้อ...” นางถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกท่วมท้น “อยู่ ๆก็มีเสียงะเิดังสนั่นขึ้นหลายครั้งติดต่อกันทำให้ฝูงสัตว์อสูรทั่วบริเวณแตกตื่นอย่างหนัก พวกมันวิ่งพล่านหนีไปทั่วทิศ จนกลายเป็คลื่นสัตว์อสูรที่ซัดท่วมทุกเส้นทางทีมของพวกเราจึงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นั้นทำให้กระจัดกระจายและพลัดหลงกันไปคนละทิศสุดท้าย... ข้าก็หลงเข้ามาในเขตหมอกมายาแห่งนี้โดยไม่รู้ตัว”
เมื่อได้ฟังเื่ราวมาถึงจุดนี้ แม็กซ์หันหน้าไปมองอีกทางมุมปากกระตุกเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิดที่เพิ่งตระหนักได้ ‘เอ่อ...’ เขาพึมพำในใจ ‘อย่างนี้... เสียงะเินั่นฝีมือตรูเองสินะ...ซวยแล้วไง...’ เขานึกในใจ
‘ไม่รู้ว่ามีคนได้รับอันตรายหรือเสียชีวิตไปกี่คนแล้วเนี่ยขออย่าให้มีใครตายเลย...’ เขาเพียงแต่คิดในใจและอยากจะยกมือขึ้นเขกหัวตัวเองสักทีแต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงถอนหายใจเงียบ ๆ เพื่อระบายความรู้สึกผิดออกมา
ส่วนเ้าหมาป่าทมิฬเมื่อได้ฟังเื่ราว ก็หันมามองหน้าแม็กซ์แล้วแสร้งทำเป็จะยกเท้าหน้าขึ้นมาปิดปากไว้ ร่างกายสั่นระริกเหมือนกำลังกลั้นขำไว้จนแทบไม่อยู่
แม็กซ์เมื่อเห็นท่าทางของคู่หูก็ทำสีหน้าขึงขังกัดฟันกรอดส่งสายตาขู่ด้วยความหมายชัดเจนว่า ‘ถ้าเ้าทำให้ความแตก ข้าเอาเ้าตายแน่’ เพราะเหตุนี้เ้าหมาโง่จึงรีบหยุดอาการทันที กลับมายืนนิ่งทำท่าสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่แม็กซ์จะหันกลับมาหาลีน่าพร้อมทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ลีน่าจึงเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังจากที่เข้ามาในเขตหมอกมายาั้แ่การพยายามหาทางออก การใช้ทักษะเนตรมายา การพบฝูงจิ้งจอกเพลิง จนถึงการต่อสู้กับเสือดำเขี้ยวโลหิตอย่างละเอียดให้แม็กซ์ฟัง
“ดังนั้น... เ้าจึงคิดว่าพวกมันเป็เพียงผู้นำทางจึงยอมเดินตามไปด้วยความไว้ใจ?” แม็กซ์ถามขึ้นเมื่อฟังจบ “แล้วเ้ารู้ไหมว่า พวกมันตั้งใจจะพาเ้าไปที่ไหนกัน?”
ลีน่าส่ายหน้าตอบด้วยความไร้เดียงสา “ตอบตามตรง ข้าก็ไม่รู้จุดหมายปลายทางที่แท้จริงเพียงแค่คิดว่า ถ้าเดินตามไปสุดทาง ก็น่าจะพบทางออกหรือรู้ความจริงเอง”
แม็กซ์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม “ถ้าอย่างนั้น ขอถามได้ไหมว่าเ้าหลอมรวมยีนอะไรมา?”
“ข้า... หลอมรวมกับยีนจิ้งจอกมายา”ลีน่าตอบคำถามโดยไม่ได้ปิดบังความจริง
“ข้าพอเข้าใจถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกมันแล้วล่ะ”แม็กซ์พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเริ่มสอนบทเรียนสำคัญ “ก่อนอื่นข้าขอบอกกฎการเอาตัวรอดข้อแรกของข้าให้เ้าจำไว้ให้ขึ้นใจ นั่นคืออย่าไว้ใจคนแปลกหน้า และยิ่งเป็สัตว์อสูรด้วยแล้ว ยิ่งไว้ใจไม่ได้แม้แต่น้อยแม้แต่ข้าเองก็ตาม”
ก่อนที่เขาจะอธิบายถึงเจตนาที่แท้จริงของฝูงจิ้งจอกเพลิง “ทิศทางที่เ้ากำลังเดินตามไปนั้นเป็รังของราชินีจิ้งจอกเพลิงวารี ส่วนเหตุผลที่มันส่งพวกบริวารมาล่อเ้าไป...ถ้าข้าคาดไม่ผิด ก็เพราะว่าสายเืที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเ้าคือสิ่งที่มัน้า”
ลีน่าทำสีหน้าสงสัยยิ่งขึ้น “เอ๋... ทำไมถึงเป็งั้นล่ะ?”
“ที่ศูนย์ฝึกของเ้า ไม่ได้สอนเหรอว่ามนุษย์ล่าสัตว์อสูร ่ชิงพลังงานกับสายเื เพื่อความแข็งแกร่งและการเอาตัวรอด?”แม็กซ์ถามกลับ
“สัตว์อสูรก็ไม่ได้ต่างกันเลยมันก็ล่ามนุษย์ที่ปลุกพลังและหลอมรวมยีน เพื่อ่ชิงพลังิญญาและสายเืเพื่อความแข็งแกร่งเช่นกัน”เขาอธิบายต่ออย่างละเอียด “สายเืจิ้งจอกมายาที่เ้าหลอมรวมมานั้นมีคุณสมบัติพิเศษที่หายากมาก หากราชินีจิ้งจอกเพลิงวารีได้รับมันจะสามารถช่วยยกระดับสายเืของตนเองให้บริสุทธิ์และแข็งแกร่งขึ้นส่งผลให้วิวัฒนาการไปสู่ระดับที่สูงกว่าได้เร็วขึ้นอีกหลายเท่าตัว”
“โอ้... ที่แท้แล้วก็เป็แบบนี้นี่เอง”ลีน่าอุทานออกมาด้วยความเข้าใจกระจ่างแจ้ง “ดังนั้นมันจึง้าล่อลวงข้าเข้าไปฆ่า เพื่อ่ชิงเอาสายเืและพลังไปใช่ไหม?”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังสนทนากันอยู่นั้น...
อิ้ววว!!! เสียงร้องแหลมสูงดังก้องกังวานลอยมาจากที่ไกลออกไปทำให้บรรยากาศรอบบริเวณเปลี่ยนไปทันทีเกิดแรงกดดันมหาศาลที่แผ่กระจายออกมาจากทิศทางลึกเข้าไปในป่า
“นั่นเสียงอะไรกัน!”ลีน่าถามด้วยความใ
เสียงที่ดังขึ้นนี้คือเสียงของสิ่งมีชีวิตใดและจะนำพาเหตุการณ์อะไรที่อันตรายตามมาอีกบ้าง?
***
เกร็ดน่ารู้ท้ายตอนที่17
กฎของพื้นที่ และ สัญชาตญาณการแย่งชิงอาณาเขต
หลังจากที่อารยธรรมมนุษย์ล่มสลายเพราะถูกฝูงสัตว์อสูรบุกโจมตีโลกใบนี้ก็เหลือเพียงกฎแห่งสัญชาตญาณและการแย่งชิงพื้นที่เพื่อเอาชีวิตรอด
1. ธรรมชาติของพื้นที่และชั้นบรรยากาศ
ข้อจำกัดพลังงานตั้งต้น:ปริมาณและความหนาแน่นของพลังิญญาในอากาศแต่ละพื้นที่จะถูกล็อกระดับไว้ทำให้มนุษย์และสัตว์อสูรไม่สามารถดูดซับพลังจากชั้นบรรยากาศมาใช้ฝึกเพื่อเลื่อนระดับใหญ่ได้หากอยากเก่งขึ้น มีหนทางเดียวคือต้องล่าและชิงแกนพลังมาดูดซับโดยตรง
การเปลี่ยนสภาพตามสิ่งมีชีวิต:ทว่า... พลังิญญาที่แผ่ออกมาจากร่างกายของสิ่งมีชีวิตระดับสูงสามารถย้อมบรรยากาศได้หากมีตัวตนระดับสูงอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นเป็เวลานาน พลังิญญาของพวกเขาจะค่อย ๆสะสมในชั้นบรรยากาศมากขึ้นและแผ่กระจายกลิ่นอายของระดับที่สูงขึ้นออกมาทำให้ทั้งสัตว์อสูรและมนุษย์ในแถบนั้น สามารถดูดซับพลังิญญาในอากาศมาฝึกฝนเพื่อเพิ่มขั้นย่อยได้ยิ่งมีผู้ระดับสูงอยู่รวมกันมาก พลังิญญาในอากาศก็ยิ่งหนาแน่นตามไปด้วยและทำให้โอกาสเลื่อนระดับได้สูงมากขึ้น
2. คลื่นสัตว์อสูรบุกฐาน (าชิงอาณาเขต)
สัตว์อสูรรวมฝูงสร้างคลื่นบุกโจมตีที่อยู่อาศัยของมนุษย์มีเหตุผลเดียวตามสัญชาตญาณคือ “้าพื้นที่พลังงานหนาแน่นสูงไว้เพียงฝ่ายเดียว”ส่วนมนุษย์ก็้าแค่ “ปกป้องฐานที่มั่น” ของตนเองเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น(ฐาน C-888) เดิมทีพื้นที่รอบฐานมีกฎของพื้นที่ล็อกระดับพลังไว้ไม่เกินระดับาา แต่หากฝั่งมนุษย์หรือสัตว์อสูรสามารถทลายกฎเกณฑ์พื้นที่ฝึกฝนจนเลื่อนเข้าสู่ระดับจักรพรรดิ ได้สำเร็จ พลังิญญาของระดับจักรพรรดิที่แผ่ออกมาจะค่อย ๆ ย้อมให้พื้นที่โดยรอบกลายเป็แหล่งพลังิญญาที่หนาแน่นขึ้น
ผลลัพธ์:สัตว์อสูรเ้าถิ่นจะเกิดสัญชาตญาณหวงแหนอาณาเขตและ้ายึดครองพื้นที่นี้ไว้เองฝ่ายเดียวพวกมันจึงสร้างคลื่นเพื่อบุกถล่มฐาน C-888 ทันที
3. บทสรุปแห่งการอยู่รอด
หากมนุษย์พ่ายแพ้:ฐานล่มสลาย อาณาเขตจะตกเป็ของสัตว์อสูรอย่างสมบูรณ์
หากมนุษย์ป้องกันฐานไว้ได้:พื้นที่นี้จะถูกประกาศว่าเป็ของมนุษย์ ฐาน C-888 จะได้รับการยอมรับว่าสามารถต้านทานคลื่นอสูรระดับจักรพรรดิได้และสามารถยกระดับขึ้นเป็“ฐานระดับ B หรือ ระดับ A” ทันทีและพวกสัตว์อสูรจะไม่กล้าเสี่ยงชีวิตสร้างคลื่นมาบุกโจมตีอย่างไร้เหตุผลอีกหากไม่จำเป็มันคือบททดสอบความแข็งแกร่งของทั้งสองเผ่าพันธุ์ว่าใครจะได้เป็เ้าของพื้นที่แห่งนี้!