บทที่ 108
การประมูลในรอบปี
ฤดูเหมันต์เยี่ยมเยียนผ่านเข้ามาถึงอากาศทั่วทั้งบริเวณตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ฤดูหนาวแรกของปีที่หาเงินเข้ามาอยู่ภายในร่างกายนี้จางหยวนยืนอยู่อาคารที่สูงกว่าสามชั้นมันเป็นอาคารที่เป็นที่ตั้งของร้านขายผักวิญญาณของเขา
ในตอนนี้กำลังนั่งขมักเขม้นมองเอกสารที่อยู่ด้านหน้าบัญชีรายรับรายจ่ายที่ใช้ไปในช่วงที่ผ่านมา
ในขณะที่กำลังนั่งอยู่นั้นเองสายลมเย็นๆพัดโชยเข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกนดังแว่วจากด้านนอก“ สู่ฤดูหนาวแล้ว… ”
เสียงนั้นตะโกนดังเข้ามาจากบริเวณด้านนอก
ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจเสียงตะโกนของเหล่าผู้คนที่อยู่บนถนนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จางหยวนได้ยินแบบนั้นดวงตามองตรงออกไปพบเห็นสีขาวโปรยปรายลงมาจากท้องนภา
ก้อนน้ำแข็งร่วงโรยลงมาอย่างช้าๆจางหยวนมองเห็นฤดูหนาวย่างกายเข้ามาถึงร่างกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาเดินมุ่งตรงไปยังริมหน้าต่างใช้ดวงตาจ้องมองหิมะสีขาวโปรยปราย
ดวงตาเต็มไปด้วยความเหม่อลอยและก็พูดขึ้นกับตนเอง “เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ”
“ งานประมูลเองก็กำลังจะเริ่มขึ้นเช่นเดียวกัน”
ในตอนนี้มันเข้าสู่ฤดูหนาวเรียบร้อยแล้ว
ยามฤดูเหมันต์เคลื่อนที่มาถึงงานประมูลในรอบปีเองก็กำลังจะเดินทางมาถึงเช่นเดียวกัน
จางหยวนในช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาเตรียมการหลายๆอย่างเอาไว้
เขาเตรียมการเอาไว้เพื่อที่จะเข้าร่วมงานประชุมในรอบปีนี้ที่จะถูกจัดขึ้นมา
โดยสิ่งที่เตรียมการเอาไว้มีมากมายหลากหลายอย่างจนตอนนี้เขาเองก็เตรียมตัวพร้อมเรียบร้อยแล้วที่จะเข้าร่วมงานประมูลในครั้งนี้
หลังจากที่ฤดูหนาวผ่านมาถึงภายในเมืองแห่งนี้ผู้คนเดินอยู่บนถนนน้อยลงจำนวนหนึ่ง
ผู้คนบางส่วนเอาแต่เก็บตัวอยู่ภายในจวนเพราะว่าฤดูหนาวปีนี้ดูจะหนาวกว่าปีที่แล้วมาก
แต่คนส่วนใหญ่เองก็ทำการรับมือกับความหนาวเย็นที่มันปรากฏขึ้นได้ในระดับนึงพวกเขาเตรียมตัวมาแล้วทั้งเครื่องนุ่งห่มและก็อาหารที่เตรียมเอาไว้
มันเลยทำให้ภายในเมืองแห่งนี้ไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากฤดูหนาวที่เดินทางมาถึงในครั้งนี้
แต่กิจการการค้าขายของจางหยวนผู้คนน้อยลงในระดับหนึ่งเพราะว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่อยากจะมาต่อแถวรอซื้อผักวิญญาณในถนนที่เต็มไปด้วยความหนาวเย็น
แต่ว่านั่นเองก็ไม่ใช่ผลกระทบอันใหญ่หลวงอะไรเพราะยังมีคนรอซื้อผักวิญญาณหมดทุกวันอยู่เช่นเดิม
งานของเขาทำงานอย่างขยันขันแข็งหลังจากผ่านมาหลายเดือนที่รับคนงานใหม่มาจำนวนมากในตอนนี้คนงานพวกนั้นพัฒนาความสามารถและเริ่มปรับตัวเข้ากับงานที่ตนเองทำได้
ร้านอาหารเองก็ขายดิบขายดีโดยร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านอาหารที่ถูกทำขึ้นมาเป็นที่ตอบรับอย่างบี้กับผู้คนภายในเมืองแห่งนี้
ร้านอาหารของเขาใหญ่ขึ้นกำไรเองก็มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกันจางหยวนปรึกษากับคุณหนูใหญ่หงว่าจะขยับขยายร้านในช่วงปีหน้า
แต่ในตอนนี้สิ่งที่เขากำลังสนใจมากที่สุดก็คืองานประมูลทีมันเดินทางมาถึง
งานประมูลขนาดใหญ่ในรอบปีนี้ถือว่าเป็นงานประมูลที่เขาจำเป็นจะต้องให้ความสนใจมากที่สุด
หลังจากที่ฤดูหนาวเดินทางมาถึงได้ประมาณสามวันจางหยวนเตรียมตัวอย่างรวดเร็ว
ในวันนี้เขาสวมใส่ชุดขนสัตว์หนาป้องกันความหนาวยืนอยู่บริเวณด้านหน้าบ้านของตนเองพร้อมกับหย่งคัง
หย่งคังที่ยืนอยู่ข้างๆยืนอยู่ด้วยถ้าถามสงบนิ่งยืนกอดอกแล้วก็มองมาที่จางหยวน“เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลในช่วงที่เจ้าไม่อยู่เขาจะดูแลภายในสถานที่แห่งนี้ให้เป็นอย่างดี”
จางหยวนยกยิ้มขึ้นที่มุมปากตอบกลับไปอย่างไว้วางใจ “ขอรับข้าเชื่อใจว่าท่านทำได้อย่างแน่นอน ”
ในตอนนี้เขาจำเป็นจะต้องเดินทางไปที่เมืองหลวงก่อนเพื่อไปเตรียมตัวกับงานประมูลที่กำลังจะมาถึง
ในตอนนี้เขาไม่มีความกังวลหลงเหลืออยู่ภายในใจแล้วเพราะว่าหย่งคังสามารถดูแลกิจการต่างๆแทนเขาได้ในช่วงที่ไม่อยู่
คนงานสามารถทำงานกันเป็นผู้ที่ดูแลก็เพียงแค่ชี้นิ้วทรัมป์ไม่ใช่เรื่องยากเย็น
ในขณะที่กำลังยืนรอบางอย่างอยู่นั่นเองรถม้าเคลื่อนที่มาจากด้านหน้ามาจอดลงบริเวณด้านหน้าของพวกเขา
คุณหนูใหญ่หงก้าวเท้าลงมาจากรถม้าด้วยท่าทางสงบนิ่งนางสวมใส่ชุดขนสัตว์สีแดงปกปิดร่างกายภายนอกเอาไว้
หลังก้าวเท้าลงมาจากรถม้ามารับนายท่านของตัวเองที่กำลังยืนอยู่
นางเดินมาหยุดลงบริเวณด้านหน้าก้มศีรษะลงเล็กน้อยแล้วก็พูด “ทุกอย่างเตรียมการเอาไว้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะนายท่าน ”
“ ดีตัวของท่านจำเป็นจะต้องเดินทางไปกับข้าเกี่ยวกับเรื่องร้านท่านจัดการไว้แล้วใช่หรือไม่”
“ ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเจ้าคะตอนนี้น้องหญิงของข้าดูแลและจัดการเรื่องพวกนี้ได้เป็นอย่างดีนางสามารถจัดการทุกอย่างแทนข้าได้ในขณะที่ข้าไม่อยู่” คุณหนูใหญ่รับหน้าที่ในการเดินทางไปกับเขา
นางเป็นคนที่มีเส้นสายแล้วก็มีความรู้ในระดับสูงจางหยวนเลยต้องการให้นางเดินทางไปด้วยในครั้งนี้เพื่อที่จะไปช่วยกันออกความเห็น
ในตอนนี้เขาเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกันคุณหนูหงคนน้องตอนแรกคิดว่าเป็นคนเงียบๆแต่ว่านางกลับสามารถดูแลจัดการเกี่ยวกับเรื่องคนงานและก็ยังดูแลจัดการเกี่ยวกับหลายๆอย่างที่พี่สาวของนางทำได้
ถือว่านางเป็นคนที่มีความสามารถคนหนึ่งเลยทีเดียวในครั้งนี้คุณหนูหงจำเป็นจะต้องเดินทางไปกับเขานางเองฝากให้น้องสาวของนางคอยดูแลกิจการภายในบริเวณนี้
หลังจากที่จัดเตรียมทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยจางหยวนพยักหน้าตอบรับกลับไป“ ในเมื่อพวกเราเตรียมการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยถ้าเช่นนั้นก็เตรียมตัวเดินทางเถอะ”
“ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ”
พวกเขาทั้งสองคนได้เริ่มออกเดินทางโดยมีผู้ติดตามติดตามไปประมาณสามถึงสี่คนเป็นผู้คุ้มกันของตระกูลหงที่ตอนนี้มาเป็นข้ารับใช้ของจางหยวน
ที่ผ่านมาจางหยวนดูแลคนภายในตระกูลนี้ดีเป็นอย่างมากจนผู้คนภายในตระกูลรู้สึกปลื้มปิติ
มีบางคนพูดว่าจางหยวนนั้นดูแลดีกว่าตอนที่อยู่ที่จวนตระกูลหงเสียอีก
จางหยวนไม่ได้จำกัดอิสรภาพทั้งที่พวกเขานั้นเป็นทาสจางหยวนให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเพียงแต่ว่าเวลางานนั้นจำเป็นต้องลงมือทำอย่างสุดความสามารถ
ในช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาก็เป็นข้อพิสูจน์แล้วพวกทาสเหล่านั้นดึงความสามารถของตัวเองออกมาใช้งานได้อย่างเต็มที่
ในตอนนี้ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องอะไรแล้ว
จางหยวนเดินทางมุ่งตรงไปที่เมืองหลวงสถานที่แห่งนี้อยู่ห่างเมืองหลวงไม่เท่าไหร่
รถม้าวิ่งตรงใช้เดินทางหนึ่งวันหนึ่งคืนเดินทางไปถึงเมืองหลวงได้ในที่สุด
รถม้าเคลื่อนที่อยู่บนถนนเส้นใหญ่บริเวณด้านนอกเมือง
จางหยวนนั่งอยู่ภายในรถม้าด้วยท่าทางสงบนิ่งกับคุณหนูใหญ่หง
ภายในรถม้าเต็มไปด้วยความเงียบก่อนที่จะมีเสียงจากสารถีผู้ขับเคลื่อนรถมาบริเวณด้านนอกดังเข้ามา“ เดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้วขอรับ”
หลังจากได้ยินเช่นนั้นจางหยวนที่นั่งทำท่าทางจะหลับดีดตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วเขาแสดงท่าทางตื่นตัวยกม่านของรถม้าขึ้นมองตรงไปด้านหน้า
นครขนาดใหญ่โตที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้คือเมืองหลวงพื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดศูนย์กลางแห่งทุกอย่างภายในราชวงศ์ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของ
จางหยวนมองเห็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ด้านหน้ายกยิ้มขึ้นที่มุมปากและกล่าวกับตนเองภายใน“ ตัวของข้าไม่ได้เดินทางกลับมานานขนาดไหนแล้ว ”
“ ผ่านไปร่วมปีในที่สุดก็เดินทางกลับมาสักทีเมืองหลวง…”
หลังจากที่เดินทางออกไปจากเมืองหลวงด้วยความผิดหวังมากมายในตอนนี้เขาได้เดินทางกลับมาที่สถานที่แห่งนี้อีกครั้ง
จางหยวนจ้องมองขาหนึ่งข้างของเขาที่พิการยกฝ่ามือลูบคลำไปมาที่ขาข้างนั้นพร้อมกับความแค้นภายในใจ
เห็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ด้านหน้าความทรงจำภายในอดีตทั้งหมดย้อนคืนกลับมาอีกครั้งความรู้สึกเจ็บปวดที่บาดแผลที่หายไปเป็นเวลานานผุดขึ้นมาราวกับว่าย้ำเตือนบาดแผลในใจ
“ ข้ากลับมาแล้ว… ”
จบบท