ตอนที่ 1: เสียงครางปริศนา
แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าสาธารณะริมถนนใหญ่ลอดผ่านรอยแยกเล็กๆ ของผ้าม่านทึบแสงเข้ามาในห้องนอนที่มืดสลัว มันทอดเงาสีส้มหม่นเป็เส้นยาวพาดผ่านผืนเตียงกว้าง ผมนอนลืมตาอยู่ในความเงียบงัน เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเป็จังหวะครางแ่เบาสม่ำเสมอ ผสานกับเสียงลมหายใจของตัวผมเองที่ดูจะหนักหน่วงกว่าปกติเล็กน้อย ทว่า ข้างกายของผมในตอนนี้กลับมีเพียงความว่างเปล่า... ความเย็นชื้นที่หลงเหลืออยู่บนที่นอนฝั่งขวาบอกให้รู้ว่าคนที่เคยนอนอยู่ตรงนั้นลุกออกไปได้พักใหญ่แล้ว
ผมชื่อธันว์ ปีนี้อายุสี่สิบแปดปีแล้ว
สำหรับผู้ชายหลายคนในวัยนี้ มันอาจเป็่เวลาแห่งความมั่นคงในหน้าที่การงาน มีตำแหน่งเป็ผู้จัดการฝ่ายการตลาดในบริษัทเอกชนที่มั่นคง มีบ้าน มีรถ และมีชีวิตที่ผู้คนภายนอกมองว่าน่าอิจฉา แต่ในความจริงของร่างกาย ผมรู้ดีว่าสัจธรรมแห่งสังขารไม่ได้ละเว้นใครเลย ทุกเช้าที่ผมตื่นมาส่องกระจกเงาในห้องน้ำ ผมจะเห็นเส้นผมสีดอกเลาที่เริ่มแซมขึ้นตรงขมับอย่างชัดเจน ริ้วรอยรอบดวงตาที่ลึกขึ้นยามยิ้ม และที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกเหนื่อยง่ายล้าลึกที่เกิดขึ้นในกระดูก อาการปวดเมื่อยตามข้อเข่าและแผ่นหลังยามที่ต้องนั่งประชุมยาวนานหลายชั่วโมง หรือความเครียดจากการทำงานที่คอยสูบพลังชีวิตไปจนเกือบหมดสิ้นเมื่อถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน
และนั่นคือเหตุผลหลักที่ทำให้ผมรู้สึกผิดต่อ 'ริน' ภรรยาสุดที่รักของผมเสมอมา
รินคือภรรยาวัยสามสิบสองปีของผม เธอเป็ผู้หญิงที่งดงามและสมบูรณ์แบบจนบางครั้งผมยังแอบนึกสงสัยในใจว่าตัวเองทำบุญด้วยอะไรถึงได้เธอมา รินมีเรือนร่างที่เป็กุลสตรีสะดุดตา ผิวขาวเนียนละเอียดละมุนตาราวกับน้ำนมที่ได้รับการดูแลประคบประหงมอย่างดี ใบหน้าของเธอเฉี่ยวปนหวาน ดวงตากลมโตและริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อธรรมชาติ หุ่นทรงนาฬิกาทรายของเธอเด่นชัด อกอวบอิ่มกลมกลึง เอวคอดกิ่ว และสะโพกผายที่ขยับไหวอย่างมีเสน่ห์ยามที่เธอเยื้องย่างไปมาในบ้าน ยามที่เธอแต่งตัวสุภาพเรียบร้อยออกไปทำงานข้างนอก สายตาของหนุ่มๆ แทบจะทุกคนมักจะจ้องตามเธอจนตาปรอย แต่รินกลับเป็ภรรยาที่ดี อ่อนหวาน และรักเดียวใจเดียว เธอเอาใจใส่ผมในทุกๆ เื่ ั้แ่เตรียมอาหารเช้า จัดเสื้อผ้าทำงาน ไปจนถึงคอยบีบนวดให้ผมยามที่ผมกลับมาบ้านด้วยความเหนื่อยล้า
แต่ภายใต้ความอ่อนหวานเรียบร้อยเป็กุลสตรีนั้น... ผมรู้ดีว่ารินซ่อนความ้าทางเพศที่สูงลิ่วและร้อนแรงเอาไว้ภายใน
รินยังอยู่ในวัยสาวสะพรั่ง วัยที่ฮอร์โมนและความปรารถนาทางกายพุ่งสูงถึงขีดสุด ในขณะที่ตัวผมเริ่มก้าวเข้าสู่่ปลายของวัยกลางคน ร่างกายของผมตอบสนองความ้าของเธอได้ไม่บ่อยนัก กิจกรรมบนเตียงของเราลดน้อยถอยลงเหลือเพียงสัปดาห์ละครั้ง หรือบางครั้งก็นานกว่านั้นเนื่องจากความเหนื่อยล้าของผม หลายครั้งที่ผมพยายามใช้ยาบำรุงหรืออาหารเสริมช่วย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมีเพียงอาการปวดหัวตุบๆ และหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งทำให้ผมตระหนักว่าผมไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติของสังขารตัวเองได้เลย
ทุกครั้งที่ร่วมรักกัน ผมมักจะเป็ฝ่ายหมดเรี่ยวแรงอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ตัวเองพุ่งทะยานสู่ปลายทางและมอดดับไปในเวลาเพียงไม่กี่นาที ทิ้งให้รินนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางความอุ่นชื้นและอารมณ์รักที่ค้างคาโดยไม่มีทางออก ผมสงสารเธอจับใจ... หลายคืนที่ผมแอบลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความมืดแล้วเห็นเธอนอนมองเพดานเงียบๆ ลมหายใจของเธอยังคงติดขัดและดวงตาคู่งามนั้นเต็มไปด้วยความอึดอัดที่ไม่มีคำพูดใดจะอธิบายได้
จนกระทั่งค่ำคืนนี้...
เราเพิ่งผ่านพ้นบทรักสั้นๆ ไปตอนประมาณสี่ทุ่ม ผมพยายามเค้นเรี่ยวแรงที่พอจะหลงเหลืออยู่จากวันที่ทำงานหนักเพื่อเอาใจเธอ รินส่งเสียงครางแ่เบาเพื่อเอาใจผมและช่วยประคองกิจกรรมรักให้ดำเนินไปจนถึงจุดสิ้นสุด แต่หลังจากที่ผมปลดปล่อยน้ำรักและทิ้งตัวลงซบหน้ากับไหล่เนียนของเธอด้วยความเหนื่อยล้าจนแทบหมดสติ ผมก็วูบหลับไปแทบจะทันที ทิ้งให้รินนอนกอดผมไว้เงียบๆ ในความมืดมิด
ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกตอนประมาณตีสองด้วยอาการคอแห้งผาก สายตาเหลือบมองหาภรรยาแต่พบเพียงความว่างเปล่าข้างกาย ผมพยุงตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ เสียงน้ำไหลจากฝักบัวเล็ดลอดออกมาจากห้องน้ำพร้อมแสงไฟสีเหลืองนวลที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูไม้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องชะงักฝีเท้าไม่ใช่เสียงน้ำ... แต่เป็เสียงครางแ่ต่ำที่สั่นสะท้านปนสะอื้นคร่ำครวญชวนใจสั่น
เท้าของผมก้าวไปข้างหน้าอย่างแ่เบาโดยอัตโนมัติ ความเป็ห่วงในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็ความอยากรู้อยากเห็นที่น่าละอาย ผมขยับเข้าไปใกล้ประตูห้องน้ำ แนบหูลงกับบานประตูไม้ช้าๆ พยายามจับใจความเสียงกระซิบกระซาบที่ซ่อนอยู่เื้ัเสียงน้ำไหล
เสียงน้ำที่ไหลกระทบพื้นกระเบื้องไม่สามารถปิดกั้นเสียงสะอื้นและเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของรินได้เลย ผมได้ยินเสียงฝ่ามือเปียกชื้นลูบไล้ไปตามเนื้อตัว เสียงผิวเนื้อนุ่มบดเบียดเสียดสีกันเป็จังหวะรวดเร็วถี่รัว รินกำลังยืนช่วยตัวเองอยู่ใต้สายน้ำอุ่น... เธอกำลังพยายามปลดปล่อยความอึดอัดและอารมณ์ค้างคาที่ผมทิ้งค้างไว้ให้เมื่อหัวค่ำ
"อึ่ก... ฮื่อ... อ๊า..." เสียงรินครางแ่ต่ำลึกในลำคอ มันฟังดูแหบพร่า ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความกระสันอยากอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนยามที่เราอยู่บนเตียงร่วมกัน ยามที่อยู่กับผม รินมักจะเกรงใจและแสดงอารมณ์อย่างสุภาพอ่อนโยน แต่ในห้องน้ำเวลานี้ เสียงของเธอดิบเถื่อนและเปิดเผยอารมณ์ใคร่อย่างถึงที่สุด
และทันใดนั้น ประโยคที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางของภรรยาก็ทำให้ตัวผมชาวาบและแข็งทื่อไปทั้งร่าง
"อื้อ... พี่... พี่วิน..." รินครางสะอื้น ลมหายใจหอบกระเส่าจนเป็เสียงซี้ดปากกระเส่า "แรงๆ... อ๊ะ... กระแทกเข้ามาแรงๆ เลยพี่... ซอยหนูหนักๆ... อ๊า..."
สมองของผมมึนชาไปชั่วขณะ 'พี่วิน'? วินมอเตอร์ไซค์งั้นเหรอ?
ในหัวของผมแล่นย้อนกลับไปคิดถึง่กลางวันที่เราเพิ่งกลับมาจากซื้อของ รินนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างปากซอยเข้ามาในหมู่บ้านเนื่องจากรถของผมเสีย ชายคนนั้นเป็หนุ่มวัยรุ่นรูปร่างล่ำสัน ผิวเข้มกรำแดด มีกล้ามแขนปูดโปนเป็มัดๆ จากงานใช้แรงงาน และสวมเสื้อกั๊กสีส้มตึงเปรี๊ยะ รินคงแอบมองและเก็บเอาภาพเรือนร่างดิบเถื่อนของชายแปลกหน้าคนนั้นมาจินตนาการยามที่เธอกำลังใช้นิ้วมือปรนเปรอช่องทางรักของตัวเองในห้องน้ำ
"อ๊า... แน่นเสียว... พี่วิน... เอาอีก... เอาหนูแรงๆ..." เสียงรินครางถี่ขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะมือที่ขยับเร็วขึ้น เสียงลูบไล้และััผิวเนื้อดังฟังหวาดเสียวจนผมแทบหยุดหายใจ
ผมยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตูห้องน้ำ ความรู้สึกแรกคือความใและคาดไม่ถึงที่ได้ยินภรรยาผู้แสนเรียบร้อยครางเรียกหาชายแปลกหน้า แต่ในวินาทีต่อมา ความรู้สึกผิดกลับทับถมเข้ามาในใจ... รินต้องเก็บกดความ้าขนาดไหนถึงต้องมาปลดปล่อยด้วยจินตนาการดิบๆ ถึงคนแปลกหน้าแบบนี้ ทั้งหมดเป็เพราะผม... เพราะความชราและร่างกายที่ไม่ได้เื่ของผมเองที่ทำให้เธอต้องเผชิญกับความโหยหาและอึดอัดใจเช่นนี้
ทว่า สิ่งที่น่าเหลือเชื่อที่สุดกลับเกิดขึ้นกับร่างกายของผมเอง
ท่อนเนื้อที่เคยนอนนิ่งสนิทและปลุกเร้าได้ยากเนื่องจากอายุและสุขภาพ กลับเริ่มขยายตัวแข็งชันขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งใต้กางเกงนอน ลำเนื้ออุ่นร้อนปูดโปนขยายขนาดจนคับแน่น ความตื่นตัวที่แสนรุนแรงนี้แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังยามที่ผมได้ยินเสียงภรรยาครางละเมอถึงชายอื่น มันไม่ใช่ความหึงหวงที่อยากทำลายล้าง แต่เป็ความตื่นเต้นที่แสนลึกลับ ความรู้สึกวาบหวามปนเปไปกับความรู้สึกผิดที่เห็นรินแสดงตัวตนที่ดิบและหื่นกระหายออกมา
เสียงของรินในห้องน้ำกระชั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเธอส่งเสียงกรีดครางแ่ต่ำและหอบยาวอย่างสุขสม เสียงน้ำไหลจากฝักบัวยังคงดำเนินต่อไป แต่เสียงครางเงียบหายไปแล้ว เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแ่ๆ ของเธอที่ค่อยๆ สงบลง
ผมรีบก้าวเท้ากลับมาที่เตียงนอนอย่างเงียบเชียบที่สุด ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างและหลับตาลง แสร้งทำเป็นอนหลับสนิทใต้เงาสลัว หัวใจของผมยังคงเต้นระรัวเป็กลองรบ ท่อนเนื้ออุ่นร้อนยังคงขยายตัวแข็งขืนจนปวดหนึบอยู่ในความมืด
ไม่นานนัก ประตูห้องน้ำแง้มออก รินก้าวเดินอย่างเบามือกลับมานอนข้างกายผม กลิ่นสบู่อ่อนๆ ผสมกับกลิ่นแชมพูสระผมกลิ่นกุหลาบของเธอฟุ้งกระจายในอากาศยามที่เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่าง รินขยับตัวเข้ามากอดเอวผมจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับแผ่นหลังของผม มือบางที่ยังคงเย็นชื้นเล็กน้อยััเข้ากับหน้าอกของผมช้าๆ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอเป่ารดผิวเนื้อผม แต่ตัวเธอกลับสั่นเทาเล็กน้อยคล้ายกับกำลังร้องไห้สะอื้นเงียบๆ ด้วยความรู้สึกผิดต่อสามีในสิ่งที่เธอเพิ่งกระทำลงไปในห้องน้ำเมื่อครู่
ผมแสร้งทำเป็นอนนิ่ง แสร้งทำเป็หลับสนิทไร้เดียงสา ทว่าในใจกลับเต้นรัวและหมุนวนอยู่กับเสียงครางเรียกชื่อชายอื่นในจินตนาการของภรรยา...
*ถ้าขีดจำกัดของผมทำให้เธอมีความสุขไม่ได้... และจินตนาการถึงคนอื่นคือสิ่งที่เธอโหยหา... ผมควรจะยอมปล่อยให้ฝันของเธอเป็จริงไหม?*
ผมเบิกตากว้างจ้องมองเพดานห้องนอนในความสลัว ปล่อยให้ความเงียบงันกลืนกินพวกเราสองคน ความคิดแปลกใหม่ที่แสนอันตรายและเร่าร้อนเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ ในส่วนลึกของจิตใจสามีแก่อย่างผม... ความคิดที่จะเปิดโอกาสและจัดเตรียมปาร์ตี้วงเหล้ากับเพื่อนสนิท เพื่อส่งตัวเธอให้เผชิญหน้ากับความเร่าร้อนดิบเถื่อนของคนอื่นจริงๆ...