“หึๆ เหตุใดจึงได้สุขใจนัก หืม หลังจากได้รับรางวัลจากเสด็จพ่อมา นี่ก็เข้าวันที่ห้าแล้วเ้าก็ยังยิ้มไม่หุบ”
“มิดีหรือเพคะ” เจียวซินว่าพลางยกกาน้ำชารินให้สวามีที่นั่งรับชาหลังสำรับเย็นอยู่ นางสงสัยไม่น้อยว่าโลกนี้มีแต่ชาหรือ เหตุใดไปที่ใดผู้คนก็ต่างดื่มชากันทั้งนั้น อ่อ ลืมไปว่ามีสุราด้วยเช่นกัน
“ดี เ้าสุขใจพี่เองก็สุขใจไปด้วย”
“คิกๆ เหตุใดจึงหวานเลี่ยนถึงเพียงนี้เล่า น้องไปนำชามาให้เทียนเกออีกดีกว่า” ว่าแล้วเจียวซินก็ลุกขึ้นเพื่อจะไปนำชาชุดใหม่มาให้ท่านอ๋อง ที่นางต้องออกมายกชาเองเช่นนี้ก็เพราะนางยัง้าเก็บเงินทองอยู่ ดังนั้นจึงได้ทำงานปรนนิบัติท่านอ๋องเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ เผื่อวันข้างหน้าท่านอ๋องนอกลู่นอกทางนางจะได้มีเงินทองดูแลตนเองได้
อ่อ เื่นี้อย่าได้เอ่ยให้ท่านอ๋องได้ยินเชียว มิเช่นนั้นเอวนางนางคงเคล็ดไปอีกหลายวัน ฮื่ออออ
“ครานี้จะเอากี่ตำลึงเล่า ไม่นานเ้าคงร่ำรวยกว่าพี่แล้วกระมัง” เฟยเทียนอดยิ้มออกมามิได้ มือหนาล้วงเอาถุงเงินออกมาวางเตรียมไว้ให้ชายา
“คิกๆ ราคาเดิมเพคะ แต่หากเทียนเกอพึงใจที่น้องปรนนิบัติจะให้เพิ่มน้องก็จะรับไว้” ร่างบางหมุนตัวออกไปจากห้องโถงเป็จังหวะเดียวกับที่อนุจ้งเดินเข้ามาในตำหนักพอดี
“พระชายา” อนุจ้งย่อตัวคำนับผู้ที่มียศเหนือกว่า
“อืม มีอันใดงั้นหรือเหตุใดจึงมาที่นี่เล่า” ได้ยินคำถามของเจียวซิน จ้งลู่เอินถึงกับอยากะโใส่หน้าให้รู้ว่านางก็เป็หนึ่งในเมียท่านอ๋องเช่นกัน
เหตุใดนางจะมาที่ตำหนักนี้มิได้!!!
“หม่อมฉันจะมาขออนุญาตท่านอ๋องออกไปเยี่ยมบ้านเดิมเพคะ นานแล้วที่มิได้พบท่านแม่”
“อ่อ เช่นนั้นก็เข้าไปเถิดท่านอ๋องอยู่ที่ห้องโถง ข้ากำลังไปนำชามาให้พอดี เ้าจะเอาด้วยหรือไม่เล่า” เจียวซินเอ่ยถามอย่างใจกว้าง ตั้งตนเป็ศัตรูไป ก็เท่านั้น รั้งแต่จะทำให้จ้งลู่เอินระแวดระวังนางมากขึ้น สู้ทำตัวเป็มิตรแล้วลอบสังเกตเอาคงจะดีกว่า
“รบกวนพระชายาแล้ว ขอบพระทัยเพคะ” จ้งลู่เอินก้มคำนับ เมื่อเจียวซินเดินผ่านนางไป นางจึงได้หันไปมองคนสนิทของตนเอง บ่าวรับใช้คนสนิทของ จ้งลู่เอินพยักหน้าให้ผู้เป็นาย เป็สัญญาณว่าได้เริ่มทำตามแผนที่พวกนางได้วางกันไว้แล้ว เมื่อรู้ดังนั้นอนุจ้งก็ยกพัดขึ้นปิดรอยยิ้มเย้ยหยันของตนเองแล้วจึงตรงไปที่ห้องโถงของตำหนักใหญ่ทันที
“น้องนำชามาให้แล้วเพคะ” เจียวซินยกกาน้ำชามาวางไว้บนโต๊ะกลม
“อนุจ้งมีกิจธุระจะพูดคุยกับพี่ พี่จึงได้อนุญาตให้นางเข้ามา” เฟยเทียนเอ่ยความจริงออกไปทุกประการโดยมิรอให้เจียวซินไถ่ถามเพราะเกรงว่าชายาตัวน้อยของเขาจะเข้าใจผิด
“เพคะ อนุจ้งกล่าวกับน้องแล้ว” เจียวซินกำลังจะยอบตัวนั่งลงข้างสวามี แต่กลับมีเสียงเรียกขัดขึ้นมา
“พระชายาพ่ะย่ะค่ะ มีช่างไม้มาขอพบ รออยู่ที่หน้าจวนพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นหรือ พาเขาไปที่ศาลาริมน้ำเถิด”
“อนุจ้ง เ้ากลับไปก่อนเถิด” เฟยเทียนที่ได้ยินดังนั้นจึงอยากจะไปฟังเจียวซินพูดคุยกับช่างไม้ด้วย อีกอย่างมาในเวลามืดค่ำเช่นนี้มิเหมาะสมที่ให้ชายาอยู่กับชายอื่น แม้ว่าจะมีนางกำนัลอยู่ด้วยนับสิบคนก็เถอะ
“เทียนเกออยู่คุยกิจธุระกับอนุจ้งก่อนเถิดเพคะ หากพูดคุยเสร็จแล้วค่อยตามน้องไปที่ศาลา” คำกล่าวของเจียวซินทำให้อนุจ้งแอบลอบยิ้มในใจ เช่นนี้ก็เป็ไปตามแผนการที่นางได้วางไว้
ช่างง่ายดายเสียจริง หึๆ
“เช่นนั้นพี่จะรีบตามไป” สิ้นคำตอบรับของสวามีเจียวซินก็เดินไปที่ศาลาริมน้ำ เมื่อไปถึงก็พบเข้ากับชายชราผู้หนึ่งที่แต่งเนื้อแต่งตัวเรียบร้อย มองโดยรวมแล้วดูภูมิฐานมิน้อย แต่ทว่าชายชรากลับมิอาจซ่อนท่าทีร้อนรนเอาไว้ได้
ชายชราเมื่อเห็นว่าเจียวซินเดินขึ้นศาลาริมน้ำมาก็รีบก้มลงคำนับจนหัวจดพื้นพื้น
“มิต้องมากพิธีไป ท่านลุกขึ้นเถิดเราจะได้สนทนากันเสียที เหตุใดท่านถึงมาในเวลามืดค่ำเช่นนี้เล่า”
“โปรดอภัยให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ โปรดอภัยให้กระหม่อมด้วย!” ชายชราได้แต่ก้มคำนับเอาศีรษะโขกกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า
“ท่านหยุดก่อน! ใจเย็นลงบ้างเถิด…บอกซื่อแซ่ของท่านให้ข้ารู้ได้หรือไม่”
“กระหม่อมมีนามว่าหานเต๋อ แซ่ซ่งพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ท่านซ่งมีเื่กังวลใจสิ่งใดกล่าวกับข้ามาตามตรงเถิด”
“กระหม่อมมาวันนี้เพื่อขอเลื่อนวันที่ได้นัดหมายกับท่านอ๋องเอาไว้พ่ะย่ะค่ะ ด้วยเพราะบุตรชายของกระหม่อมป่วยหนักจึงต้องรับเร่งพาเขาไปรักษา จึงมิอาจมารับใช้พระชายาตามรับสั่งของท่านอ๋องได้ โปรดอภัยให้กระหม่อมด้วย พ่ะย่ะค่ะ” ซ่งหานเต๋อกล่าวขอประทานอภัยพร้อมกับก้มคำนับพระชายาอีกครั้ง เขาร้อนรนเหลือเกินทั้งเื่ที่บุตรชายป่วยและเื่ที่คิดจะขัดรับสั่งท่านอ๋อง หากว่าพระชายาและท่านอ๋องมิพอใจหัวเขาจะต้องหลุดจากบ่าเป็แน่ แต่จะให้เขามานั่งใช้ความคิดในขณะที่บุตรชายยังป่วยหนักอยู่เช่นนี้ งานที่ได้คงมิอาจเป็ที่พอใจของท่านอ๋องและพระชายาเป็แน่
“บุตรชายท่านป่วยงั้นหรือ เช่นนั้นก็รีบนำเขาไปรักษาเถิด แล้วนี่ท่านเดินทางมาอย่างไร”
“กระหม่อมเดินเท้ามาพ่ะย่ะค่ะ”
“ซวนซวน เ้าไปแจ้งให้ทหารนำรถม้าไปส่งท่านซ่ง และพาบุตรชายของท่านซ่งไปส่งถึงโรงหมอด้วย”
“เพคะพระชายา” สิ้นคำสั่งนายซวนซวนก็รีบร้อนไปแจ้งเื่แก่ทหารยามทันที
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะพระชายา” ซ่งหานเต๋อซาบซึ้งเหลือเกินที่พระชายามิได้จะเอาผิดเขา ทั้งยังให้คนมาช่วยเขาอีก ชายชราก้มตัวลงคำนับเจียวซินอีกครั้งแล้วรีบร้อนกลับเรือนตนเองทันที
“เช่นนั้นเรากลับไปแจ้งท่านอ๋องก่อนเถิด หากท่านซ่งมิอาจทำงานให้เราได้ จะได้ขอให้ท่านอ๋องช่วยเหลืออีกครา” เจียวซินบอกกล่าวกับคนสนิทแล้วจึงพากันกลับตำหนักใหญ่
หลังจากที่เจียวซินออกไปพบกับช่างไม้ เฟยเทียนก็ได้สอบถามกิจธุระสำคัญของอนุจ้งทันที
“เ้ามีสิ่งใดก็รีบพูดมาเถิด ข้ารีบ”
“หม่อมฉันรินชาให้นะเพคะ” จ้งลู่เอินรินชาในกาที่เจียวซินเป็ผู้ยกมาให้ ท่านอ๋องลงในจอก
“ขอบใจ พูดเื่ของเ้ามาเถิด” เฟยเทียนมองจอกชาที่ถูกรินใส่จนเติมด้วยสายตานิ่งเฉย โดยมิคิดจะยกขึ้นมาดื่มแม้แต่น้อย
“ท่านอ๋องดื่มชาก่อนดีหรือไม่เพคะ จะได้ชุ่มคอ” จ้งลู่เอินพยายามโน้มน้าว ให้เฟยเทียนดื่มชาของเจียวซินที่นางแอบให้นางกำนัลของตำหนักใหญ่ใส่ยาปลุกกำหนัดเอาไว้ นางมีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าพระชายาจะพูดคุยกับช่างไม้นานเท่าใด ดังนั้นนางจะต้องเร่งให้ท่านอ๋องดื่มชาให้ได้
“ไม่หล่ะ หากข้ากระหายข้าจะดื่มมันเอง มิต้องให้เ้ามาบอก”
“เพคะ…เื่ที่หม่อมฉันจะพูดคุยเป็เื่ที่หม่อมฉันอยากขออนุญาต ท่านอ๋องออกไปเยี่ยมเยือนท่านแม่เพคะ หม่อมฉันได้ยินข่าวจากท่านพ่อว่า่นี้ท่านแม่มักจะกล่าวว่าคิดถึงหม่อมฉันอยู่หลายครา” เฟยเทียนเมื่อได้ฟังดังดันก็หยุดคิดเล็กน้อย แล้วจึงเอ่ยอนุญาตไป
“อืม ข้าอนุญาต หากเ้าจะไปวันใดก็ให้มาแจ้งจิ้นหนานก่อน ข้าจะให้ จิ้นหนานเตรียมของกำนัลให้ใต้เท้าจ้งและฮูหยินเอาไว้ให้”
“ขอบพระทัยเพคะท่านอ๋อง”
“มีเท่านี้ใช่หรือไม่”
“เอ่อ คือ-” ยังมิทันที่อนุจ้งจะเอ่ยอันใด เสียงนางกำนัลก็ทูลว่าพระชายาเอกขอเข้าเฝ้าท่านอ๋อง
เหตุใดจึงรวดเร็วเช่นนี้ มิใช่ว่าพระชายาจะต้องอยู่พูดคุยกับช่างไม้นานกว่านี้หรือ แล้วทีนี้นางจะทำอย่างไรเล่า!!!
“เหตุใดจึงรวดเร็วนักเล่า” เฟยเทียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย ร่างหนาลุกขึ้นประคองชายาให้มานั่งเก้าอี้ข้างตน
“บุตรชายของท่านซ่งป่วยหนัก น้องจึงให้เขากลับไปก่อน”
“ทำให้เ้าเสียเวลาไปอีกแล้ว ต้องขอโทษเ้าด้วย ท่านซ่งก็อย่างไรแทนที่จะให้คนมาแจ้งก่อน เ้าจะได้มิต้องรออยู่ทั้งวันเช่นนี้”
“มิเป็ไรเพคะ อย่าได้กล่าวโทษผู้ใดเลย…น้องยกชาให้เทียนเกอดื่มดีหรือไม่” เจียวซินมิอยากให้เฟยเทียนกล่าวโทษผู้ใดจึงได้รีบยกน้ำชาหมายจะป้อนเข้าปากสวามี แต่ทว่าก็มีเสียงดังขึ้น…
“อย่าดื่มเพคะท่านอ๋อง! ในชามียาพิษเพคะ!!!”
!?!!
ทุกคนในห้องต่างตื่นตระหนกกับคำพูดของพระชายารองอันที่เร่งรีบเข้าไปในห้องโถง ตามมาด้วยอนุตงและอนุถัง ด้านอนุจ้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าในกาน้ำชา มียาปลุกกำหนัดก็ตื่นตระหนกไม่แพ้กันที่มีผู้อื่นรู้ว่าในกาน้ำชามียาปลุกกำหนัด
“พูดอันใดของเ้า ขยายความมาให้กระจ่าง” ร่างสูงลุกขึ้นเอ่ยเสียงเข้มจนทุกคนต่างขนลุกกันเป็เกลียว
“คนสนิทของหม่อมฉันพบเห็นว่านางกำนัลผู้นี้ ใส่บางอย่างลงไปในน้ำชาที่พระชายาเอกนำมาเพคะ” คนสนิทของชายารองอันและคนสนิทของอนุตงช่วยกันลากนางกำนัลผู้นั้นมาให้ท่านอ๋อง เมื่อเห็นหน้านางกำนัลที่ชายารองอันกล่าวอ้างว่าใส่ยาพิษลงไปในชา มือบางของอนุจ้งก็กำเข้าหากันแน่น ขาบางเริ่มสั่น
นี่มีผู้เห็นเหตุการณ์ด้วยอย่างนั้นหรือ! เอ๊ะ?!! แต่อย่างไรนางก็รอดมิใช่หรือจะวิตกไปทำไมกัน
“เ้าทำจริงหรือไม่!!” เสียงเข้มเอ่ยตะคอกจะนางกำนัลผู้นั้นถึงกับสั่นกลัว
“มะ มะ หม่อมฉัน หม่อมฉัน…”
“พูดออกมา!”
“เพคะ! มะ หม่อมฉันนำไปใส่จริงเพคะ ตะ แต่ว่าเป็คำสั่งของพระชายาเอกหม่อมฉันมิอาจขัดได้เพคะ” นางกำนัลผู้นั้นหลับตาแน่นกลั้นใจพูดไปตามที่อนุจ้งได้สั่งเอาไว้ ร่างบางของนางกำนัลผู้นั้นสั่นเทาไปด้วยความกลัว ทรุดกายลงก้มหมอบคำนับอยู่กับพื้น
“เ้าพูดอันใดของเ้า! ข้ามิได้ออกคำสั่งเช่นนั้นกับเ้าเลยสักครา” เจียวซินทั้งใและโมโหที่นางกำนัลผู้นี้เอ่ยโทษนางทั้งที่นางมิได้เป็คนออกคำสั่งใดๆ เลย เจียวซินเงยหน้าขึ้นมองสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของคนรอบข้างที่มองมาทางนาง จนเจียวซินรู้สึกหวั่นใจมิน้อย ยิ่ง่นี้นางรู้สึกว่าตนเองอารมณ์ขึ้นลงจนบางครั้งหนิงเออร์แทบตามอารมณ์นางมิทัน พอเจอกับสถานการณ์เช่นนี้นางจึงอดรู้สึกเศร้าใจมิได้ ตากลมเริ่มสั่นไหวขึ้นสีแดงก่ำ ร่างบางหันไปสบตาสวามี
“น้องมิได้ทำอย่างที่นางพูดแม้แต่น้อย”
“พี่รู้ๆ …จิ้นหนานไปนำเข็มเงินมาทดสอบพิษ” เฟยเทียนเมื่อเห็นว่าชายาของตนน้ำตาคลอก็รีบเข้าไปกอดปลอบทันที แล้วจึงหันไปสั่งขันทีคนสนิท จิ้นหนานเมื่อได้รับคำสั่งก็ไปนำเข็มเงินมาทดสอบพิษในกาน้ำชาทันที เข็มเงินแปรเปลี่ยน เป็คราบสีดำให้เห็นชัดเจนจนทุกคนต่างใ แท้จริงแล้วสำรับคาวหวานและ น้ำชาจะต้องมีการทดสอบพิษก่อนนำมาให้ผู้เป็นายเสมอ แต่ครานี้เหตุใดจึงเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นได้
“มะ มีพิษอยู่จริงพ่ะย่ะค่ะ” เจียวซินเมื่อได้ยินว่าในน้ำชามีพิษอยู่จริงถึงกับตัวสั่นเทา หากว่าชายารองอันมิเข้ามาขัด คงเป็นางที่ป้อนยาพิษให้กับท่านอ๋องด้วยตนเอง คงเป็นางที่ทำให้ท่านอ๋องต้องเ็ป…
“เช่นนั้นพระชายาคงต้องขยายความให้กระจ่างแล้วว่าเกิดเื่เช่นนี้ได้อย่างไร” อนุตงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่ทว่ากลับแฝงไปด้วยแววตาเย้ยหยัน
“ข้ามิได้ทำสิ่งใดทั้งนั้น ข้าเพียงไปรับชาจากโรงครัวมา มิได้เฉียดกายเข้าใกล้นางกำนัลผู้นี้แม้แต่น้อย อีกอย่างข้าจะวางยาสวามีตนเองด้วยเหตุใด” คนในห้องโถงต่างพยักหน้าเห็นด้วย พระชายามิมีเหตุผลใดที่จะลงมือฆ่าท่านอ๋องเลยแม้แต่น้อย พระชายาเป็ที่โปรดปรานของท่านอ๋องอย่างมาก ทั้งครอบครัวของ พระชายาเองก็ถือข้างองค์รัชทายาทและท่านอ๋องมาโดยตลอด เช่นนี้คงมิเกี่ยวข้องกับการแย่งชิงบัลลังก์ แล้วพระชายาจะมีเหตุผลใดที่ต้องฆ่าสวามีของตนเองเล่า
“เ้ามิต้องใส่ใจไป พี่จะทำการตรวจสอบเื่นี้เอง อย่างไรเื่ก็ต้องกระจ่าง และหากมันผู้ใดคิดป้ายสีชายาข้า ข้าจะมิเว้นโทษพวกมันแม้แต่คนเดียว!” น้ำเสียงอันเยือกเย็นของเฟยเทียนยิ่งทำให้นางกำนัลที่ถูกจับได้รู้สึกหวาดกลัวเข้าไปอีก
“ทหารจับตัวนางกำนัลผู้นี้ไปไว้ที่คุกใต้ดิน” ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเข้ามาจับกุมตัวนางกำนัลตามที่ผู้เป็นายสั่ง
“ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันเพียงทำตามคำสั่ง โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ ฮื่อออ โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วย” เสียงร้องไห้คร่ำครวญของนางกำนัลดังขึ้น เมื่อนางรู้ว่าตนเองมิอาจรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ได้
นางมิน่าเห็นแก่เงินเพียงไม่กี่ตำลึงเลย ไม่น่าเลย
“เกิดอันใดขึ้นพ่ะย่ะค่ะ” ห่าวซวนที่พึ่งกลับมาจากต่างเมืองได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากในตำหนักใหญ่ก็รีบร้อนเข้าไปดูทันที
“เ้ามาก็ดีแล้ว นำชานี้ไปตรวจสอบให้ข้าทีว่าเป็พิษชนิดใด”
“มิมีสี มิมีกลิ่น แต่กลับตรวจพบพิษ หากให้กระหม่อมคาดเดาคงเป็พิษที่อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้” ห่าวซวนรับกาน้ำชาจากผู้เป็นายมาตรวจสอบ
“ข้าก็คิดเช่นนั้น เ้ารีบนำไปตรวจสอบเถิด” ห่าวซวนจึงเร่งรีบนำชาไปให้ท่านหมอจ้าวตรวจสอบทันที
“ส่วนพวกเ้าทุกคนให้รั้งรออยู่ที่นี่ก่อนข้าจะสืบความพวกเ้าทุกคนด้วยตนเอง” เฟยเทียนเอ่ยสั่งทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ให้รั้งรอที่ตำหนักใหญ่
“เกรงว่าท่านอ๋องคงจะกล่าวผิดเพคะ นางกำนัลผู้นั้นกล่าวว่าพระชายาเอกเป็ผู้กระทำ เกรงว่าผู้ที่สมควรถูกไต่สวนคงเป็พระชายาเอกมากว่า หม่อมฉันเป็ผู้ที่ช่วยท่านอ๋องมิให้ดื่มชานั้น นับเป็ความดีความชอบมิใช่หรือเพคะ” ชายารองอันกล่าวถ้อยคำเรียบง่ายแต่ทว่าก็มีส่วนที่ถูกอยู่ไม่น้อยจนเหล่าอนุทั้งหลายต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวนั้น
“หากเป็พวกหม่อมฉันที่ถูกกล่าวหา ท่านอ๋องคงมิรอช้าที่จะส่งพวก หม่อมฉันเข้าคุกใต้ดินกระมังเพคะ หึ เป็พระชายาเอกนี่ดีเสียจริง” ชายารองอันเอ่ยถ้อยคำประชดประชันออกมาโดยมิเกรงกลัวเลยสิ่งใด ทั้งยังถือดีว่าตนเป็ผู้ช่วยชีวิตท่านอ๋องเอาไว้จึงกล้ากล่าววาจาล่วงเกินท่านอ๋องถึงเพียงนี้
เพล้ง! มือหนาของเฟยเทียนคว้าเอาจอกชากระเบื้องชั้นดีปาลงบนพื้นตรงหน้า อันอ้ายฉิงจนแตกกระจาย
“กรี๊ดดดดดด” เหล่าชายาอนุที่ยืนอยู่บริเวณใกล้เคียงต่างกรีดร้องด้วยความใ แล้วรีบถอยกรูกันไปด้านหลัง
“เ้าคิดว่าเ้าเป็ผู้ใดถึงกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้กับข้าและชายาของข้า เป็เพียงบุตรขุนนางที่คิดฏต่อบ้านเมืองมีเกียรติสูงส่งอันใดมาเอ่ยทวงบุญคุณต่อข้า! คิดว่าข้ามิรู้หรือว่าเป็เ้าที่ส่งข่าวให้พวกสกุลสวะของเ้ามาลอบสังหารข้าครั้งแล้วครั้งเล่า!” เฟยเทียนยกมือที่สั่นเทาด้วยความโมโหชี้หน้าอันอ้ายฉิง สันกรามทั้งสองขบกัดกันแน่น
คำพูดของท่านอ๋องทำให้ทุกคนต่างหันไปมองชายารองอันอย่างมิน่าเชื่อ สกุลอันกำลังคิดจะฏงั้นหรือ กล้าทำเื่เลวร้ายถึงเพียงนี้เลยหรือ!!!
ด้านอันอ้ายฉิงเองก็ใไม่น้อยที่ท่านอ๋องทราบเื่ที่นางเป็สายข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของท่านอ๋องให้กับสกุลของนาง ทั้งยังทราบเื่ที่สกุลของนางคิดจะฏ
มิได้การแล้ว ต้องแจ้งให้ท่านพ่อรู้โดยเร็ว!
“เทียนเกอใจเย็นก่อนเถิดเพคะ ให้น้องไปรออยู่ที่คุกใต้ดินก่อน หากเทียนเกอไต่สวนจนได้หลักฐานว่าน้องไม่ผิดแล้วค่อยปล่อยน้องออกมาก็ยังไม่สาย” เจียวซินกลัวว่าท่านอ๋องจะโมโหจนพลั้งปากพูดเื่สำคัญไปจึงได้กล่อมสวามีให้ใจเย็นลง อย่างที่นางว่าั้แ่แรกที่พบกัน แม้ท่านอ๋องจะเป็ถึงแม่ทัพที่น่าเกรงขาม สุขุม เยือกเย็น แต่ทว่าก็ยังมีความเป็เด็กที่เอาแต่ใจและใจร้อนอยู่บ้าง ถูกชายารองอันกล่าวว่าถึงเพียงนั้นคงโกรธอยู่ไม่น้อย
“ไม่ พี่มิยอมให้เ้าไปอยู่ในที่แบบนั้นเป็แน่” เฟยเทียนหันมามองใบหน้างดงามของชายา ร่างสูงพยายามปรับอารมณ์และน้ำเสียงของตนเองให้เบาลง
“เช่นนั้นเพียงกักบริเวณน้องดีหรือไม่ จะได้เป็ธรรมแก่ทุกฝ่าย”
“อืม เ้าไปรอพี่ที่เรือนซุ่ยหลิวก่อนเถิด เื่ทางนี้พี่จัดการเรียบร้อยเมื่อใดจะไปรับเ้ากลับตำหนัก” เจียวซินเดินไปที่เรือนซุ่ยหลิวพร้อมกับหนิงเออร์ และนายทหารอีกสองคน เมื่อมาถึงเรือนซุ่ยหลิวทหารทั้งสองนายก็ยืนประจำการเฝ้าอยู่หน้าประตูเรือน
“มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันเพคะ”
“ข้าเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด แต่ที่แน่ๆ จะต้องมีคนคิดร้ายต่อท่านอ๋องและข้า เพราะหากท่านอ๋องดื่มยาพิษลงไปอาจถึงแก่ชีวิตและข้าก็จะได้ชื่อว่าเป็ผู้ที่สังหาร หรือหากเหตุการณ์เช่นวันนี้ข้าก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็คนร้ายจนอาจจะถูกลงโทษสถานหนักได้ คนพวกนั้นตั้งใจยืมมือข้า เกือบไปแล้วหนิงเออร์ ข้าเกือบเป็คนที่ทำร้ายท่านอ๋องด้วยสองมือข้าเสียแล้ว” ใบหน้างดงามก้มมองมือทั้งสองข้างของตนที่ยังสั่นเทาอยู่ หนิงเออร์ที่เห็นผู้เป็นายกล่าวโทษตนเองจึงยื่นมือเข้าไปกุมมือบางของเจียวซินเอาไว้
“ท่านอ๋องมิได้เป็อันใดแม้แต่น้อยเพคะ ทั้งท่านอ๋องเองก็มิได้หูเบาเชื่อคำของนางกำนัลผู้นั้น พระชายาทำใจให้สบายก่อนเถิดเพคะ” หนิงเออร์ลุกขึ้นพยุงผู้เป็นายให้ไปนั่งแช่เท้าในน้ำธารน้ำตก
เจียวซินนั่งเอาเท้าแช่น้ำคิดเรื่อยเปื่อยอยู่ไม่นานก็ได้ยินเสียงคนเดิน เข้ามา หรือจะเป็ท่านอ๋อง! ร่างบางยกยิ้มอย่างสดใสหันกลับไปมองตรงประตูเข้าเรือน
แต่กลับพบเข้ากับ…
Knock Knock! ยังไงอีกละเนี่ยยยยย ใครเป็คนทำ! อนุจ้งหรือเปล่า หรือใคร!!!