มือผมจับเรียวขาเธอแล้วอ้าออกอีกครั้ง ก่อนจะสอดท่อนเนื้อยัดเข้าไป ความฉ่ำแฉะเปรอะเลอะรอบ ๆ กลีบกุหลาบของเธอ
ผมยกสะโพกแล้วกระแทกยัดเข้าไป ร่างกายเธอเกร็งขึ้นทันที ร้องครวญครางออกมาด้วยความใแต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกเสียวซ่านที่ยากจะบรรยาย
ผมไม่รอช้า กระแทกกระทั้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรง เตียงสั่นไหวไปตามจังหวะของการกระทำ
่เอวซอยถี่ๆ อย่างระรัว จากนั้นโน้มกายลงไป สอดแขนใต้รักแร้เธอแล้วโอบกอดไว้แน่น พลางสูดดมกลิ่นหอมจากผิวเปียกเหงือ ซุกไซ้ไปตามลำคอ
ริมฝีปากของผมไล่ลงไปตามลำคอ และ หยุดอยู่ที่หน้าอก กลิ่นหอมจาง ๆ ของเธอทำให้ผมยิ่งคลั่งไคล้ ผมขบเม้มยอดอกเบา ๆ เป็จังหวะเดียวกับที่ผมกระแทกกระทั้นกายเข้าไปไม่หยุดหย่อน เธอกรีดร้องออกมาทางลำคอด้วยความเสียดเสียว จิกเล็บลงบนแผ่นหลังของผมอีกครั้งอย่างแรง
ในขณะที่ผมกำลังบดเบียดและนัวเนียริมฝีปากกับหน้าอกของเธอ ผมเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เธอร้องครางเสียงกระเส่าออกมา ร่างกายกระตุกและแข็งเกร็งรูเนื้อบีบรัด ผมเองก็อดกลั้นความรู้สึกไม่ไหว ปลดปล่อยความสุขสมออกมาอย่างเต็มที่ ก่อนจะล้มตัวลงนอนทับร่างเธอด้วยความเหนื่อยอ่อน
ผมกับเธอนอนพักอยู่แบบนั้นสักพัก ก่อนที่ผมจะหยิบกระดาษทิชชูมาห่อถุงยางอนามัยที่เต็มไปด้วยของเหลวขุ่น ๆ แล้วนำไปทิ้ง
หลังจากนำถุงยางไปทิ้ง ผมกลับมาที่เตียงอีกครั้งแล้วขึ้นไปนอนหงายเปลือยกายอยู่บนนั้น เมษาโถมตัวเข้ามากอดผมไว้แน่น มือขวาของผมก็โอบกอดสะโพกเธอไว้
เราทั้งคู่ยังคงหายใจหอบถี่ พิงตัวพิงใจกันและกันอยู่บนเตียงที่ชื้นแฉะไปด้วยเหงื่อ ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง มีเพียงเสียงหอบหายใจของเราสองคนที่ยังคงดังอยู่เป็ระยะ
เธอซบหน้าลงบนอกของผมแล้วเอ่ยเบาๆ "หนูเหนื่อยสุด ๆ เลย" เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม
แขนของผมที่โอบเธออยู่ขยับไปัับั้นท้ายของเธอเบาๆ แล้วลูบไล้ขึ้นลงช้าๆ เธอซบหน้าลงกับอกของผมแล้วครางเสียงอ้อน "พี่วายุ... ไม่เอาแล้วค่ะ ไม่ไหวแล้ว"
ผมยิ้มรับ ก่อนจะเอ่ยแกล้งหยอกเบา ๆ “ที่นอนชุ่มเหงื่อหมดเลย จะนอนได้ไหมเนี่ย”
เธอไม่ตอบยืดยาว ซบหน้ากับอกพลางพูดเสียงเรียบแต่แฝงความอ้อน
“ก็ไปนอนห้องพี่ไง”
...
ตื๊ด… ตื๊ด… เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังขึ้นในความเงียบของยามเช้า เวลา 04.00 น. พอดี
ผมที่กำลังหลับอยู่รู้สึกถึงมือบาง ๆ ของเมษาที่กุมแขนผมแน่น ก่อนเธอจะเขย่าแรง ๆ อย่างงัวเงีย
“พี่… ตื่นได้แล้ว”
เสียงเธอแ่เบา ตายังปิดสนิท ราวกับบังคับตัวเองให้พูดทั้งที่ยังไม่อยากลืมตาเลยสักนิด
ผมตื่นขึ้นขยี้ตาแล้วเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาปิด ผมอยู่แบบนั้นสักพักพยายามที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำ
ขณะที่ผมกำลังจะหลับอีกครั้ง เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้น
ติ๊ง...!
[ข้อความย้อนหลัง]
[เมษาทำทุกอย่างเพื่อคุณ]
[ได้รับ 5,000 บาท คูณค่าความสนิท ระดับ 3 / 5,000X6 = 30,000 บาท ]
[ได้รับเมื่อ เธอพยายามกลืนท่อนเอ็น]
[คุณพาเธอขึ้น์ 3/3 ครั้ง]
[ได้รับเงิน 30,000 บาท คูณค่าความสนิท ระดับ 3 / 30,000X6 = 180,000 บาท]
[เมษาพาคุณขึ้น์ 1/3 ครั้ง]
[ได้รับเงิน 10,000 บาท คูณค่าความสนิท ระดับ 3 /10,000X6 = 60,000 บาท]
[คุณได้เรียนรู้ ทักษะ การใช้นิ้ว]
[คอมโบครวญคราง ต่อเนื่อง]
[ได้รับรวม 2,000 บาท]
[ยอดเงินคงเหลือ: 511,780 บาท]
ผมลืมตาขึ้นมาด้วยความตะลึง จนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต้องขยี้ตาซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าตัวเลขตรงหน้านั้นเป็ของจริง
ทันใดนั้น ความง่วงหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตัวเต็มที่ เมื่อคืนช่างคุ้มค่าเสียจริง
ผมหันไปมองเมษาที่นอนสงบอยู่ข้าง ๆ ความรู้สึกอบอุ่นเอ่อล้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะก้มลงหอมแก้มเธอเบา ๆ อย่างทะนุถนอม
ผมลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำอุ่นปล่อยให้ละอองไอน้ำล้อมรอบร่างกาย พลางเหลือบตามองจอโปร่งใสที่ลอยขึ้นมาตรงหน้า
[คุณได้เรียนรู้ ทักษะ การใช้นิ้ว]
[คอมโบพิเศษ: เสียงครวญคราง]
ผมหัวเราะในลำคอเบา ๆ “ทักแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ…” พึมพำพร้อมรอยยิ้มที่อดไม่ได้ ที่จะนึกถึงภาพเมื่อคืน
“แปลกจริง ๆ…” ผมหยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ “เงินเยอะขนาดนี้ ฉันคงไม่ต้องไปทำงานแล้วมั้ง”
ทันใดนั้น ข้อความสีแดงก็กะพริบบนจอโปร่งใส
[คำเตือน: หากคุณไม่เล่นไปตามกฎ คุณจะถูก ซัดดาวน์]
ผมหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นคำ ๆ นั้น “เอ่อ… ฉันพูดเล่นน่า” ผมหัวเราะแห้ง ๆ พยายามแก้สถานการณ์ ทั้งที่เหงื่อเย็น ๆ ซึมออกมาตามขมับ
...
ผมขับรถออกมาจากโรงแรมได้ไม่นาน ท้องฟ้าก็มืดครึ้มก่อนจะมีฝนโปรยลงมา เสียงหยดน้ำกระทบกระจกหน้ารถดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ โชคยังดีที่ไม่มีลมแรง จึงทำให้บรรยากาศรอบๆดูเย็นและชื้น
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ รถของผมก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้าน อยู่มีเงิน บ้านเลขที่ 999/8
แต่สิ่งที่สะดุดตาคือ… ประตูใหญ่หน้าบ้านเปิดอ้าอยู่
ผมลดกระจกข้างลงเพื่อส่องดูสถานการณ์ เห็นพี่คมศักดิ์กำลังกางร่ม เดินตรงมาหาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะโบกมือเรียกให้ผมขับรถเข้าไปจอดด้านใน
ผมขับรถเคลื่อนเข้าไปจนถึงลานหน้าบ้าน เนื่องจากในโรงรถไม่มีที่ว่างเหลือแล้ว จึงจอดไว้ตรงนั้นแทน ก่อนดับเครื่องยนต์ลง
พี่คมศักดิ์ยืนกางร่มรออยู่ข้างประตูรถ ราวกับเตรียมตัวมารับผมั้แ่แรก
ผมลงรถพร้อมกล่าวว่า “สวัสดีครับพี่”
“สวัสดีน้อง พอดีเลย พี่กำลังจะพาคุณสาระออกไปต่างจังหวัดพอดี” พี่คมศักดิ์พูดพลางก้าวนำผมไปทางประตูบ้าน ก่อนจะหยุดยืนรออยู่ตรงนั้น
ผมที่ยืนเฉย ๆ ด้วยความเบื่อหันไปมองลานจอดรถแทน รถราคาแพงจอดเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ทั้งโตโยต้า อัลพาร์ด เมอร์เซเดส-เบนซ์ BMW รวมถึงมอเตอร์ไซค์อีกสองคันที่วันก่อนผมยังไม่เห็น
พี่คมศักดิ์ขอแยกตัวไปเพื่อเอารถมาจอดรอที่หน้าบ้าน
หลังจากยืนรออยู่ครู่หนึ่ง ประตูบ้านก็ถูกเปิดออก คนแรกที่ก้าวออกมาคือคุณสาระ เขาดูมีอายุหกสิบปีจากข้อมูลที่ระบบบอก ร่างท้วมพุงป่อง เดินออกมาพร้อมไม้เท้าในมือ ใบหน้ามีริ้วรอยชัดเจนบอกถึงวัยชรา แต่ก็ยังแต่งตัวเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตรายทางกับกางเกงสแลครีดเนี้ยบ ชวนให้รู้สึกถึงความภูมิฐาน
ตามมาด้วยหญิงสาวรูปร่างราวนาฬิกาทราย ผิวขาวเนียนสะดุดตา ใบหน้าสวยคมมีเสน่ห์ ผมสีน้ำตาลถูกรวบมัดราบเรียบ เธอเดินเคียงข้างพร้อมพยุงแขนคุณสาระไว้อย่างใกล้ชิด แววตาของเธอทั้งอ่อนโยนและมั่นคง
“สาวสวยคนนี้คือใครกัน มะขิงและขมิ้นก็ไม่น่าจะใช่เพราะดูสาวเกินไป หรือว่าเป็พี่คนโต... แล้วทำไมระบบไม่บอกอะไรเลย” ผมพึมพำอยู่ในใจ พลางมองเธออย่างไม่ละสายตา
“หรือว่าเธอเป็...” ผมคิดไม่ตก ขณะนั้นเองเสียงระบบดังขึ้น
ติ๊ง...!
[ผู้หญิงคนนั้นคือภรรยาของคุณสาระ ชื่อ ชะเอม อายุ 43 ปีครับ]
ผมถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าภรรยาของคุณสาระจะยังดูอ่อนเยาว์ขนาดนี้ ผิวขาวเนียนไร้ริ้วรอย
“ห๊ะ...นี่คนอายุ 43 เหรอ บ้าไปแล้ว...แต่พอดูดี ๆ เธอก็ดูเป็ผู้ใหญ่” ผมชะงักความคิดทันที ดวงตายังคงจับจ้องไม่กะพริบ “ผิวใสเนียน หุ่นก็ดีเกินไป... นี่ขนาดไม่ได้แต่งหน้าเลยนะเนี่ย”