เช้าวันใหม่มาเยือน เป็ครั้งแรกที่ฟางเซียนไม่ต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อทำงานบ้านและเตรียมอาหารรอสมาชิกในครอบครัวเหมือนที่ฟางเซียนคนเดิมเคยทำ ซึ่งปกติแล้วครอบครัวที่นี่มักทานอาหารเพียงสองมื้อ คือมื้อเที่ยงและมื้อเย็น
ั้แ่เกิดเื่เมื่อวานนี้ เธอและครอบครัวได้แยกตัวออกมาจากครับคัรวให้แล้ว เธอจึงไม่ต้องรีบตื่นนอนมารับใช้พวกเขาอีกต่อไป
เธอสามารถนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงกับลูกๆ ได้ โดยไม่ต้องมีใครมาต่อว่าเธอ เมื่อที่ผ่านมา
จนกระทั่งทุกคนออกไปทำงานและเด็กโตในบ้าน เดินทางไปโรงเรียน หรือออกไปเก็บผักป่ากันหมดแล้ว
“แม่ครับ ตอนนี้สายแล้วนะ ผมหิวข้าวแล้ว น้องก็ตื่นเพราะหิวแล้วด้วย น้องร้องไห้หิวใหญ่เลยครับ… ท้องผมกับท้องน้อง ร้องจ๊อกๆ แล้วคร้าบ”ฮุ่ยหมิ่งตื่นมาด้วยความหิว
แต่ด้วยความที่ยังกลัวแม่จะโดนย่าและป้าสะใภ้ใหญ่ตำหนิเหมือนเมื่อวาน เขาจึงไม่กล้าออกไปหาอะไรกินเองในครัว ได้แต่ส่งเสียงเรียกแม่เบาๆ เพื่อให้ท่านตื่นขึ้นมาทำอาหารให้เขากับน้องๆ
ฟางเซียนลืมตาขึ้นเห็นลูกทั้งสองนั่งมองตนตาแป๋ว เธอรีบลุกจากที่นอนเอ่ยถามเสียงเบา“ตื่นกันแล้วเหรอครับ หิวกันแล้วสินะ เดี๋ยวแม่ไปทำอาหารให้นะ หนูดื่มนมรองท้องไปก่อนได้ไหมครับ?”
ฟางเซียนรีบลงจากเตียงนอน ไปจัดการต้มน้ำร้อน เพื่อชงนมให้เด็กๆ ดื่มกันก่อน
…
ฟางเซียนเดินกลับเข้ามาพร้อมกะละมังที่ใส่น้ำอุ่น เธอเรียกให้ลูกชายที่กำลังเล่นกับนอนให้ลงจากเตียง “ฮุ่ยหมิ่ง หนูมาล้างหน้าแปรงฟันก่อนครับ” หลังจากบอกลูกชายแล้ว เธอทำท่าทางทำเป็หยิบของจากตู้เสื้อผ้าออกมา
ฟางเซียนหยิบของออกมาจากตู้เสื้อผ้าแล้ว ยื่นแปรงสีฟันเด็กที่มียาสีฟันเด็กให้ลูกชาย“หนูแปรงฟันก่อนนะครับ แล้วค่อยมาดื่มนม”
“นี่คืออะไรครับ?”เ้าตัวน้อยรับของไปถือไว้ และถามด้วยความสงสัย
ฟางเซียนที่กำลังเช็ดหน้าให้ลูกสาวหันมาตอบ “สิ่งที่ลูกถือเรียกว่าแปรงสีฟัน ส่วนบนแปรงคือยาสีฟันครับ ถ้าลูกใช้อันนี้แปรงฟัน ฟันของลูกจะขาวสะอาด ไม่ผุ และมีกลิ่นหอมด้วยนะ มาครับเดี๋ยวแม่สอน”
เธอผลักออกจากลูกสาว ไปหยิบแปรงสีฟันของตัวเองออกมา ทำท่าทางให้ลูกชายดู เธอสาธิตวิธีการแปรงฟันอย่างใจเย็น และอธิบายขั้นตอนให้ลูกชายฟัง
“วางขนแปรงเข้าหาฟันให้ปลายอยู่ตรงขอบเหงือก เอียงทำมุม 45 องศาแบบนี้ แล้วค่อยๆ ปัดขึ้นลงทั้งด้านหน้า ด้านใน และฟันกราม จุดไหนที่มีเศษอาหารติดก็ให้แปรงตรงนั้นนานหน่อยนะครับ”
หลังจากสอนลูกชายเสร็จ เธอก็ออกจากห้องยกน้ำร้อนที่ต้มเอาไว้ลงจากเตา ก่อนจะยกกลับเข้าไปในห้องนอน และชงนมใส่แก้วให้เด็กๆ
“ใครแปรงฟันเสร็จแล้ว ก็มารับนมไปดื่มก่อนนะลูก”สั่งจบเธอก็ป้อนนมให้ลูกสาวคนเล็ก“ดื่มกันช้าๆนะนมในแก้วยังร้อนอยู่มาก”
หลังจากให้้นมลูกสาวเสร็จ เธอก็ปล่อยให้ลูกสาวนอนเล็กอยู่บนเตียง “แม่จะออกไปทำอาหารก่อน หนูช่วยแม่ดูน้องด้วยนะ ระวังอยากให้น้องตกจากเตียง”เธอขอให้ลูกชายช่วยเหลือในการดูแลน้องสาว เด็กๆพยักหน้ารับปาก
ฟางเซียนเห็นว่าลูกเข้าใจแล้ว เธอก็ยกหม้อน้ำร้อนออกจากห้อง กลับไปที่ห้องครัว
…
วันนี้จะทำอะไรกินดีนะ...
ฟางเซียนคิดถึงอาหารที่เธอจะทำให้ลูกๆกับตัวเองกิน คิดอยู่สักพัก เธอตัดสินใจจะนำอาหารชุดใหญ่ ที่เคยเตรียมไว้จากมิติออกมาในครั้งนี้ ด้วยเวลาในการทำอาหารมีไม่มาก เธอและเด็กๆก็หิวกันมากด้วย ร่างกายนี้ก็อ่อนแอมาก
หลังจากคิดได้แล้ว เธอก็เอาอาหารผัดผักสี่สหาย ผักกาดขาว เห็ดหอมสด ยอดคะน้าฮ่องกง และหน่อไม้ฝรั่งลวก ราดด้วยน้ำสต๊อกกลมกล่อม
จานที่สองเป็แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ จานที่สามเป็หมูทอดซอสเปรี้ยวหวาน ที่มีสีส้มแดงน่าทาน เธอตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่โถกระเบื้องเคลือบมาวางบนโต๊ะ
“ฮุ่ยหมิ่ง อาหารเสร็จแล้ว มาทานเร็วลูก” ก่อนจะกลับเข้าไปอุ้มลูกสาวออกมา
“โห... แม่ครับ ทำไมอาหารเยอะขนาดนี้ แล้วนี่ข้าวขาวๆอีก กลิ่นหอมจังเลย ผมเคยเห็นแต่คุณย่าหุงให้คุณอาสี่กับอาห้าทานตอนกลับมาจากในเมืองเท่านั้น แถมยังมีเนื้อด้วย!” ฮุ่ยหมิ่งตื่นเต้นมาก
ทั้งสองคนที่ลูกชายพูดถึง คือลูกชายลูกสาวของพ่อแม่สามี พ่อแม่สามีมีลูก 5 คน คนแรกเป็ลูกชายคนโต ชื่อฮุ่ยเจียงแต่งกับสะใภ้ใหญ่เจียลี่ มีลูกด้วยกัน 3 คน คือ ฮุ่ยชิวอายุ5ขวบ กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียกประถมของหมู่บ้าน ฮุ่ยเจวียนลูกสาวคนโต อายุ 6 ขวบ และลูกสาวคนเล็กฮุ่ยหลัน อายุ 4 ขวบ
ลูกชายคนรอง ฮุ่ยเฟิน ไปเป็ทหาร แต่งงานกับ นางฟางเซียน มีลูกด้วยกันสองคน ลูกชายคนโต ฮุ่ยหมิ่ง อายุ3ขวบ ลูกสาวคนเล็ก ฮุ่ยเหมย อายุ1ขวบ
ลูกชายคนที่สาม ฮุ่ยหวง ทำงานในทุ่งนา แต่งงาน กับ นางหนิงเจี้ยน มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ลูกชาย ชื่อฮุ่ยตง อายุ3ขวบ
ลูกคนที่สี่ ฮุ่ยคัง ทำงานอยู่ใน โรงงานในเมือง แต่งงานกับ นางหลี่รั่วถง ทำงานเป็ครูในโรงเรียนในเมือง มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ฮุ่ยฮว๋า อายุ 2 เดือน
ลูกคนที่ห้า เป็ผู้หญิง เป็ลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่สามี ตอนนี้เรียนอยู่ในเมือง
“น่าทานก็รีบทานเข้า วันนี้แม่ต้องเข้าไปในอำเภอ ลูกกับน้องไปอยู่กับคุณยายเฉิน คุณยายข้างบ้านก่อนนะจ๊ะ แม่กลับมาจะซื้อขนมมาให้” ฟางเซียนกล่าวกับลูกชายระหว่างกำลังป้อนอาหารให้กับลูกสาว
“แอ้ะ แอ้ะ”เสียงลูกสาวประท้วงว่าอาหารหมดปากแล้ว สนใจหนูหน่อย
“จ้า จ้า “ฟางเซียน รีบป้อนอาหาร เด็กก่อนที่ลูกสาวตัวน้อยจะอาละวาดฟาดงวง ฟาดงา ไปก่อน
“ได้ครับ แม่ซื้อขนมมาฝากด้วยนะ”เด็กชายกล่าวกับคุณแม่ไปด้วย ในปากก็ยังเคี้ยวหมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน อยู่เลย แก้มทั้งสองพองออก มาคลายก้อนซาลาเปาสีขาวๆอยู่แล้ว
“จ๊ะ ฮุ่ยหมิ่งหนูอย่าทานแต่หมูทอดสิ ผัดผักสี่สหายด้วย จานนี้ก็อร่อยนะครับ”ไม่ว่าเปล่าฟางเซียนจัดการคีบผัก ให้ลูกชายหนึ่งชิ้น
“แม่ครับ แต่ผมชอบหมูทอดจานนี้มากกว่านิครับ”เด็กชายฮุ่ยหมิ่งบอกผู้เป็แม่ อย่างไม่พอใจก่อนจะจัดการ คีบผักมาวางข้างๆถ้วยข้าว ก่อนจะคีบหมูทอดอีกชิ้นเข้าปาก
“ฮุ่ยหมิ่ง!”ฟางเซียนที่เห็นลูกชายคีบผักที่เธอตักให้ ไปวางไว้ด้านข้างขอบถ้วยข้าว เธอจึงเรียกลูกชาย และใช้ สายตามองถ้วยข้าวของลูกชายไปในตัว
“เดี๋ยวผมกินครับ”ฮุ่ยหมิ่งเห็นสายตาผู้เป็แม่ ก็รีบคีบผัดเข้าปากทันที
“เก่งมากครับ ทานอาหารต้องทานให้หมดอย่ากินทิ้ง กินขว้าง ไม่ว่าอาหารชนิดนั้นลูกจะไม่ชอบกินแค่ไหนก็ตามยิ่งเป็่เวลาที่ประเทศของเราขาดแคลนอาหาร อาหารยอมเป็สิ่งจำเป็ พี่ใหญ่ในวันนี้สามารถกินอาหารให้อิ่มท้องได้ แต่คนอื่นๆคนในหมู่บ้าน เด็กในหมู่บ้าน หรือคนในประเทศนี้ พวกเขาไม่สามารถกินอาหาร ให้อิ่มท้องได้เหมือนกับลูกในตอนนี้ เพราะฉะนั้น ลูกจะต้องเห็นคุณค่าของอาหาร ที่ทำให้ลูกได้กินได้อิ่มท้อง”ฟางเซียนกล่าวสอนลูกชายด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เธอพูดให้ลูกชายฟังอย่างช้าๆ ให้เขาได้เข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังสอน
“ครับแม่ ต่อไปผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วผักผมก็จะทานให้หมดไม่เหลือทิ้งครับ”ฮุ่ยหมิ่งได้ฟัง ในสิ่งที่ผู้เป็แม่สอนก็รับปากก่อนจะตักอาหารจานผัดเข้าปากอีกครั้ง