เมื่อถึงกำหนดที่จะต้องออกเดินทาง ผมจึงได้เตรียมตัวออกเดินทางทันที ในตอนแรกฉีิ ้าที่จะเดินทางไปด้วยแต่ผมห้ามไว้ ผม้าให้ฉีิ อยู่จัดการเื่การนำความรู้เื่พืชผักผลไม้นี้ไปเผยแผ่ให้ชาวบ้านในแคว้นก่อนที่จะถึงฤดูหนาวให้เสร็จก่อน แล้วค่อยตามไปทีหลังเพราะผมบอกไปว่าจะไปที่สำนักเทพกระบี่แคว้นฉี ตอนแรกร่างสูงไม่ยินยอม แต่ผมขู่ว่าถ้าไม่ยอมผมจะไม่พูดด้วย จึงทำให้ร่างสูงต้องยอมโดยปริยาย
และด้วยเหตุนี้ข่าวลือเื่ท่านเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬได้ออกมาให้ความรู้กับคนของสำนักดาราทมิฬ เกี่ยวกับอาหารการกินพืชผักผลไม้ต่างๆ เพื่อนำมาบอกแก่ชาวแคว้นฉู่ ก็ได้กระจายไปทั่วแคว้นทันทีรวมถึงได้กระจายไปถึงแคว้นข้างเคียงอีกด้วย
ส่วนทางฝั่งขุมอำนาจต่างๆ ก็ยังไม่หยุดสืบหาเบาะเเสตัวตนของท่านเซียนในป่าเทวะทมิฬ แต่ก็ไม่มีใครได้พบอะไรเลย
ตอนนี้ผมก็ได้เดินทางออกจากสำนักดาราทมิฬแล้วด้วยว่าระยะทางมันไกลผมจึงตัดสินใจเดินทางด้วยการขี่กระบี่บิน
เมื่อผมเดินทางมาถึงรอยต่อระหว่างแคว้นฉู่ และแคว้นฉี ผมก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังแว่วมาจึงได้ตัดสินใจขี่กระบี่เข้าไปดูทันที
เข้าไปถึงก็เจอกับรถม้าคันใหญ่คันหนึ่งที่โดนกลุ่มชายชุดดำจำนวนหลายสิบคนกำลังยืนล้อมรอบรถม้าคันนั้นอยู่
ข้างๆ รถม้าก็มีครอบครัวครอบครัวหนึ่งที่มีแม่และลูกชายอีก สองคนพร้อมกับบ่าวรับใช้นั่งรวมกันอยู่พร้อมกับร้องไห้ข้างๆ ผู้ซึ่งน่าจะเป็หัวหน้าครอบครัวที่กำลังได้รับาเ็สาหัสอยู่และคนอีกกลุ่มหนึ่งน่าจะเป็ทหารรับจ้างกำลังถือกระบี่ชี้ไปที่กลุ่มชายชุดดำที่ยืนล้อมอยู่ และทหารรับจ้างเ่าั้ก็มีอาการาเ็สาหัสเช่นเดียวกัน
ด้วยเพราะระดับการฝึกฝนของกลุ่มโจรนั้นล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับ์ขั้นปลายกันทั้งหมด แต่ในกลุ่มของทหารรับจ้างมีระดับ์ขั้นสูงสุดก็คือขั้น 5 เพียงแค่ 5 คนเท่านั้น เหลือมีระดับการฝึกฝนอยู่เพียงระดับนภาขั้นสูงเท่านั้น
“พวกเ้าจงยอมจำนนซะและส่งทรัพย์สินมีค่ามาให้หมด”
เสียงหัวหน้าโจรพูดขึ้น
" เ้าเป็ใครกล้าหรือยังไงปล้นรถมาของจวนตระกูลหลิงแห่งแคว้นฉี "
ทหารรับจ้างคนหนึ่งกล่าวขึ้น
" จวนตระกูลหลิงงั้นหรอ น่าจะรวยมากล่ะสิท่าได้มีรถม้าคันใหญ่แบบนี้ เราน่าจะสบายไปอีกหลายวันเลยลูกพี่ "
ลูกน้องในกลุ่มโจรเอยขึ้นด้วยความละโมบพร้อมหันไปพูดกับลูกพี่ของมัน
" เป็คนจวนตระกูลหลิงแล้วยังไง แค่ผู้ฝึกตนไม่กี่คนพวกข้าไม่กลัวหรอก พวกเราการมันฆ่ามันให้หมดแล้วเอาสมบัติของพวกมันมาส่วนผู้หญิงจับตัวกลับไปด้วย "หัวหน้าโจรสั่ง
" ขอรับท่านหัวหน้า " พวกมันรับคำแล้วจึงได้พุ่งตรงเข้าไปยังกลุ่มทหารรับจ้าง และกลุ่มคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นทันที ทางด้านผมที่เห็นเหตุการณ์แบบนั้นก็ได้เหาะเข้าไปช่วยทันทีเช่นกัน
" ทักษะที่ 5 พลานุภาพะเืรอบทิศ "
ฟิ้วว ชิ้งงง ชิ้งงง ชิ้งงงๆ
ตูมๆ ตูมๆ ๆ " อ้ากกก อ้ากก "
เมื่อผมพูดจบก็เกิดเป็กระบี่หลายเล่มพุ่งลงมาจากอากาศปักลงตรงพื้นขวางทางกลุ่มโจรพวกนั้นไม่ให้มันเข้าใกล้กลุ่มคนเ้าของรถม้าคันนั้นได้จนพวกโจรนั้นกระเด็นออกไปคนละทิศละทางด้วยความรุนแรงของพลังกระบี่
เหตุการณ์นี้สร้างความใให้กับเ้าของรถม้าและทหารรับจ้างรวมทั้งหัวหน้าโจรที่ออกคำสั่งเป็อย่างมาก
" นั้นใครกันกล้าดียังไงมาทำร้ายคนของข้า " หัวหน้าโจรพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองรอบๆ ตัวแต่ก็ไม่เจอกับใคร
" ข้าจะเป็ใครไม่ใช่เื่ของเ้า " ผมพูดขึ้น
เมื่อทั้งหมดได้ยินเสียงจึงหันไปตามเสียงเรียกก็ได้เจอกับบุรุษร่างบางสวมใส่อาภรณ์สีขาว สวมหน้ากากไว้บนใบหน้าและมีหยกสีเขียวมรกตให้ไว้ในเอวกำลังลอยอยู่บนอากาศบรรยากาศรอบตัวของคนผู้นั้นไม่ต่างอะไรกับเทพ์ผู้ยิ่งใหญ่
และผมก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกต่อไปและได้เรียกใช้ทักษะที่ 6 จัดการกับกลุ่มโจรทั้งหมดทันทีโดยไม่ปล่อยให้พวกมันมีโอกาสแม้แต่จะพูดออกมา
" ทักษะที่ 6 หมื่นกระบี่หวนตระกูล "
ฟิ้วว ชิ้งๆๆๆๆ ชิ้งงงๆๆๆ ตูมม
อ้ากก อ้ากก อ้ากกๆๆ
เสียงกระทบกันของกระบี่หมื่นเล่มกับเสียงร้องโหยหวนของกลุ่มโจรได้ดังขึ้นแล้วเงียบหายไปสร้างความใให้กับกลุ่มคนเ้าของรถม้าและทหารรับจ้างที่อยู่ตรงนั้นเป็อย่างมากและก่อนที่พวกเขาจะได้พูดอะไรผมก็เลยใช้ทักษะของหอแก้ว 9 สมบัติช่วยพวกเขาทันที
" 9 สมบัติเปลี่ยนเป็แก้วหอแก้ว 9 สมบัติ 1เรียกรักษา 2 เรียกฟื้นฟู 3 เพิ่มพลังิญญา "
พูดจบก็ปรากฏเป็แสง 9 สีปรากฏเป็รูปหอแก้ว 9 สมบัติลอยอยู่เหนือหัวของคนกลุ่มนั้นก่อนจะทำการรักษาจนคนเ่าั้หายเป็ปกติเหมือนว่าไม่เคยมีอาการาเ็สาหัสมาก่อนและพลังิญญาก็เพิ่มขึ้นเป็อย่างมากพร้อมกับเลื่อนระดับการฝึกฝนได้อีกด้วย
เมื่อได้สติทุกคน ทั้งหมดจึงได้ลุกขึ้นพร้อมกับคุกเข่าลงคำนับไป๋ชิงทันที
" ขอบพระคุณท่านเทพที่ช่วยเหลือ ขอรับ/เ้าค่ะ "
ทุกคนที่คุกเข่าลงร้องะโขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับโขกหัวคำนับ จนทำให้ผมที่กำลังลอยอยู่บนอากาศถึงกับทำสีหน้าปั้นยาก
" อะไรกันฟะ คนบนโลกนี้นี่มันเป็อะไรกันตอนอยู่แคว้นฉู่ข้าก็ได้เป็เซียน พอมาแคว้นฉี ข้ากลับได้เป็เทพซะงั้น แล้วแคว้นต่อไปข้าจะเป็อะไรวะเนี่ย "
ผมคิดออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
" เฮ้อ พวกท่านลุกขึ้นเถอะ " ผมพูดขึ้นพร้อมกับลอยลงมายืนอยู่ที่พื้น
" ขอรับ / เ้าค่ะ " ทุกคนเอ่ยขึ้นพร้อมกันก่อนจะลุกขึ้น
" พวกท่านมาจากที่ไหนแล้วกำลังจะไปไหน"ผมถามออกไป
คนที่เป็เหมือนหัวหน้าครอบครัวจึงได้พูดขึ้นมาด้วยความเคารพว่า
"พวกข้าน้อยเป็คนของแคว้นฉีขอรับแต่มาทำธุระในแคว้นฉู่ พร้อมกับเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องด้วยตอนนี้พวกเราก็กำลังจะเดินทางกลับแคว้นฉีแต่ก็โดนกลุ่มโจรดักปล้นกลางทางขอรับท่านเทพ "
ผมที่ได้ยินอย่างนั้นจึงพูดขัดขึ้นมาว่า
"ข้าไม่ใช่เทพหรอกข้าชื่อไป๋ชิง ต่อไปเรียกข้าว่าไป๋ชิง"
" เเล้วนี้พวกท่านเป็คนของตระกูลหลิงงั้นรึ "
"ใช่ขอรับข้าน้อย หลิงฟงชิง เป็ประมุขของตระกูลหลิงแห่งแคว้นฉี ขอรับ ส่วนนี่ ซิงฮวาเป็ฮูหยินข้า และลูกชายทั้งสองคนของข้า หลี่จิ้นและเซียนฟง ขอรับ"
หลิงฟงชิงกล่าวตอบพร้อมกับถามออกไปว่า
"ข้าขอถามได้หรือไม่ขอรับท่านเทพ เอ่อ ท่านไป๋ชิง ท่านกำลังจะไปที่ใดหรือขอรับ "
"ข้ากำลังจะไปที่สำนักเทพกระบี่ " ผมตอบออกไป
" สำนักเทพกระบี่หรือขอรับ หากท่านไม่รังเกียจข้าอยากเชิญท่านไปพักที่จวนตระกูลหลิงของพวกเราก่อนแล้วค่อยออกเดินทางไปที่สำนักเทพกระบี่ เพราะอีกไม่กี่วันสำนักเทพกระบี่จะเปิดรับลูกศิษย์เข้าสำนักขอรับ แล้วข้ายังมีลูกชายคนโตกับลูกสาวคนรองที่กำลังเรียนอยู่ในสำนักเทพกระบี่อีกด้วย "
หลิงฟงชิงกล่าวออกมาอย่างนอบน้อม เพราะตัวเขาเพิ่งมาจากแคว้นฉู่ แล้วเขาย่อมได้ยินข่าวลือของท่านเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬ และเขาก็มั่นใจว่าบุคคลที่อยู่ตรงหน้านี้คือท่านเซียนท่านนั้นอย่างแน่นอน
' นี่มันไม่ใช่แค่เซียนแล้วท่านผู้นี้ต้องเป็เทพอย่างแน่นอน '
นี่คือความคิดของหลิงฟงชิง
" ก็ได้ข้าจะไปพักที่จวนของท่าน "
ผมตอบตกลงออกไปเมื่อได้ตกลงกันเป็ที่เรียบร้อยแล้วพวกเขาทั้งหมดจึงออกเดินทางเข้าสู่เขตของแคว้นฉีทันที โดยผมได้นั่งรถม้าร่วมไปกับคนของตระกูลหลิงด้วยและด้วยเพราะว่ารถม้านั้นคันใหญ่จึงไม่ได้อึดอัดอะไรมากนัก
เมื่อมาถึงจวนตระกูลหลิง ก็ได้มีชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งวิ่งเข้ามาหาพร้อมร้องะโมาพร้อมกันว่า
" ท่านพ่อท่านแม่พวกท่านกลับมาแล้ว พวกท่านไม่เป็อะไรใช่หรือไม่ ขอรับ/เ้าคะ "
" พี่ใหญ่พี่รอง " เด็กทั้งสองคนร้องเรียกด้วยความดีใจพร้อมกับวิ่งเข้าไปกอด
" พวกเ้าทั้ง 4 คนอย่าเสียมารยาท ลี่อิง ซ่งเทียน มาคารวะท่านไป๋ชิงท่านผู้นี้คือคนที่ช่วยเหลือพวกพ่อไว้ "
หลิงฟงซิงกล่าวเอ็ดบุตรชายและบุตรสาวของตน
" คารวะท่านไป๋ชิงเ้าค่ะ/ขอรับ ขอบพระคุณที่ช่วยเหลือท่านพ่อท่านแม่และน้องๆ ของข้าไว้ "
ทั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
" มันไม่ใช่เื่สำคัญอันใด มันเป็เื่ที่สมควรทำอยู่แล้วต่อไปไม่ต้องพูดถึงอีก " ผมพูดออกไปยิ้มๆ
" เอาล่ะถ้างั้นพวกเราเข้าไปในจวนกันเถอะ ส่วนพวกเ้าไปเตรียมที่พักให้ท่านไป๋ชิง "
หลิงฟงชิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันไปสั่งบ่าวในจวน
" เ้าค่ะนายท่าน " บ่าวรับใช้รับคำก่อนจะลุกออกไป
" เชิญท่านไป๋ชิงเข้าไปในจวนก่อนเถอะขอรับ "
หลิงฟงชิง พูดขึ้นก่อนจะพาผมเดินเข้าไปในจวนเมื่อเข้ามาถึงในจวนแล้วหลิงฟงชิงจึงได้ถามกับลูกทั้งสองของตนออกไปว่า
" อิงเอ๋อเทียนเอ๋อพวกเ้ากลับมาบ้านครั้งนี้เพราะการคัดเลือกลูกศิษย์ของสำนักเทพกระบี่ใช่หรือไม่ "
" ใช่ขอรับท่านพ่อ " ซ่งเทียนเอ่ยตอบ
ผมที่นั่งฟังอยู่จึงได้ถามออกไปว่า
" แล้วการคัดเลือกลูกศิษย์จะจัดขึ้นวันใดหรือ "
" อีก 3 วันข้างหน้านี้เ้าค่ะ" ลี่อิงเอ่ยตอบ
เมื่อได้คุยกันไปได้สักพักผมจึงได้ขอตัวไปพักผ่อน
เมื่อไป๋ชิงออกไปแล้วซ่งเทียนจึงได้เอ่ยขึ้นว่า
" ท่านพ่อท่านผู้นี้เป็คนช่วยพวกท่านไว้จริงๆ หรือทำไมข้าไม่สามารถััถึงระดับการฝึกฝนและพลังธาตุของเขาได้เลย "
หลิงฟงชิงได้ยินเช่นนั้นจึงได้รีบพูดเตือนลูกชายว่า
" เ้าอย่าได้พูดให้มากไปท่านผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาที่อย่างที่พวกเ้าคิด อย่าได้ทำให้ท่านไป๋ชิงโกรธเคืองเป็อันขาด เอาล่ะต่อไปเดี๋ยวเ้าก็จะรู้เอง วันนี้พวกเ้าไปพักเถอะ "
หลิงฟงชิงพูดตัดบท
" ขอรับ / เ้าค่ะท่านพ่อ"
ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกันก่อนจะเดินกลับห้องของตนไป