Turn Back Time ย้อนทิวา ธาราหวนคืน

    ลากตัวไปซะ!!

     

    “วันนี้มีประชุมกับบริษัทในเครือนะครับ”

    เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

     

    “นายก็ไปประชุมแทนฉันหน่อยสิโลแกนแค่นี้ทำได้ไม่ยากนี่”

    เพราะมันไม่ใช่การประชุมใหญ่อะไรส่วนมากก็จะมีแต่รายงานต่าง ๆ

    ของแต่ละกิจการ

     

    “เมื่อวานก็ให้เซนมาบอกว่าไม่เข้าบริษัทแล้ววันนี้ก็ยังมาพูดแบบนี้อีกเหรอ? เฮ้อ.........จูเลีย เธอไม่เคยทิ้งงานนี่มีเ๱ื่๵๹อะไรรึเปล่า”

    เสียงของเขาดูหงุดหงิดบนเป็๞ห่วงเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจ

     

    “ฉันมีเ๹ื่๪๫ส่วนตัวที่ต้องจัดการนิดหน่อยน่ะส่วนเ๹ื่๪๫ประชุมเดี๋ยวฉันไปอ่านรายงานเอาก็ได้นี่ อ๋อ!!แล้วก็.........ช่วยจัดการร่างสัญญาซื้อ-ขายคาเฟ่ให้ฉันหน่อยสิเร็ว ๆ นี้ต้องได้ใช้มันแน่!!”

    จูเลียบอก

            

    “จะซื้อกิจการอีกแล้วเหรอ?ตอนนี้เธอก็มีกิจการที่นับแค่ในประเทศนี้ก็เกินครึ่งแล้วนะนี่ยังไม่นับที่ต่างประเทศอีก แค่นี้ก็ดูแลกันแทบไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวก็ได้มีปัญหาหรอก”

    เขาพูดด้วยน้ำเสียงก้าวร้าวแต่แฝงไปด้วยความเป็๞ห่วงเช่นเคย

     

    “อะไรกัน?นี่นายยังไม่ชินอีกเหรอ?”

    ฉันย้ำถึงปัญหาต่างๆ ที่เคยผ่านเข้ามาและผ่านเลยไป

     

    “ให้ตายเถอะ!! ฉันก็ลืมไปเลยว่าฉันคุยกับใครอยู่ ดื้อจริง ๆ แล้วตกลงว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน?”

    น้ำเสียงของเขาแสดงความเหนื่อยใจออกมาอย่างชัดเจน

     

    “นี่นายเป็๞เลขาหรือเป็๞พ่อของฉันกันแน่เนี่ย!!”

    ฉันไม่อยากตอบจริงๆ เลยว่าอยู่ที่ไหน ไม่งั้นมีหวังโดนบ่นอีกแน่ ๆ

     

    “ลืมนะว่าฉันเป็๲ทั้งเพื่อนและเลขาของเธอนะจูเลียฉันต้องรู้ว่า เพื่อน!!และบอส!! ของฉันอยู่ที่ไหนไหม?”

    เขาเน้นย้ำคำว่าเพื่อนและบอสได้เสียวสันหลังมาก

     

    “....................”

    หญิงสาวนิ่งเงียบเพราะเริ่มรู้สึกถึงความจริงจังในคำพูดของเพื่อนตัวเอง

     

    “อย่าให้ผมต้องไปหาเองนะครับบอส!!”

    เสียงปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่

     

    “แล้วก็อย่าให้ฉันต้องพูดในฐานะเพื่อนที่ไม่ใช่ในฐานะเลขานะจูเลีย”

    โลแกนพูดช้าๆ

     

    “ทำไมนายต้องทำให้เสียบรรยากาศด้วยเนี่ยถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะจ๊ะ”

    ฉันพูดกวนๆ เพื่อที่จะทำลายความจริงจังของเขาก่อนจะตัดสายทิ้ง

     

    .................ตื้ดดด.................

     

    “เ๯้าโลแกนนี่น่ากลัวจริงๆ”

    จูเลียพึมพำ

     

    “เฮ้อ........มานั่งดูของสวยๆ งาม ๆ ปรับอารมณ์ดีกว่า”

    เธอจิบกาแฟพลางนั่งมองชายหนุ่มที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งกระฉับกระเฉงและรวดเร็ว

     

    “ใกล้ถึงเวลาเลิกงานของน้องเขาแล้วนี่นาออกไปรอก่อนก็น่าจะดี”

    ฉันลุกขึ้นออกจากร้านมายืนดักรอชายหนุ่มที่ทางออกและไม่นานนักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

     

    ต้องเป็๲น้องเขาแน่ๆ

    ฉันรู้สึกดีใจอยู่แวบหนึ่งก่อนที่จะได้ยินเสียงทักของอีกฝ่าย

     

    “ไงครับคุณบอส!!”

    เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลังของเธอ

     

    “โอ้ว........ไง........โลแกน”

    ฉันทักชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งและมีใบหน้าที่เหมือนดารา

     

    “มาหลบอยู่นี่เองเหรอครับ”

    รอยยิ้มของเขาแฝงไปด้วยความน่ากลัวและเย็นเยียบ

     

    “แค่มาพักผ่อนบ้างอะไรบ้างไง”

    ฉันแก้ตัว

     

    “ลากตัวไปซะ!!”

    เขาหันไปสั่งชายอีกคนที่เดินมาด้วยกัน

     

    “ไม่เอาน่าโลแกน ฉันยังมีเ๱ื่๵๹ที่ต้องทำอยู่นะ!!”

    หญิงสาวพูดพร้อมกับเริ่มถอยหลังทีละก้าว

     

    เวลาที่โลแกนโกรธนี่น่ากลัวสุดๆ ไปเลย ฉันล่ะกลัวทุกครั้งที่เ๯้าหมอนี้โมโหทุกที เพราะเมื่อเขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เขามักจะทำอะไรแปลก ๆ ตลอด

     

    ฮึ้ย!!แค่คิดก็ขนลุกไปทั้งตัวแล้ว

     

    “เซน!! ฉันเป็๞บอสและเพื่อนของนายนะ”

    ฉันขู่ชายอีกคนที่รูปร่างสูงใหญ่เหมือนนักรบที่ถูกฝึกมาอย่างดี

     

    “งั้นก็อย่าทำตัวเป็๲เพื่อนแต่ทำตัวให้สมกับเป็๲บอสหน่อยสิครับผมจะได้ไม่เหนื่อย”

    ชายร่างใหญ่พูดแบบเหนื่อยใจ

     

    “โอ๊ยย!!ปล่อยสิ ถ้านายไม่ปล่อยฉันจะ........”

    มือหนาๆ ของเซนล็อคแขนฉันไว้อย่างดี

     

    “พวกคุณทำอะไรน่ะ!!”

    เสียงทุ่มต่ำดังมาจากหน้าร้านทำให้ทุกคนหยุดชะงัก

     

    “คุณเป็๞ใครครับ?ถ้าไม่เกี่ยวข้องอะไรก็ไปซะ”

    โลแกนพูดกับอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก

     

    “ผมเป็๲พนักงานของร้านนี้ผมมีสิทธิดูแลความปลอดภัยของลูกค้าในร้านครับ”

    ชายหนุ่มตอบอย่างใจเย็น

     

    “อย่ามายุ่งเ๹ื่๪๫ของคนอื่นเลยหน่า”

    เซนพูดอย่างหงุดหงิด

     

    “ช่วยฉันด้วยนะคะได้โปรด!!”

    ฉันทำสายตาอ้อนวอน

     

    “ถ้าพวกคุณไม่ปล่อยผมจะแจ้งตำรวจนะครับ”

    เขาพูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาให้เห็นว่าเขากำลังจะกดโทรออกถ้าไม่หยุดการกระทำนั้น

     

    “..................”

    เซนหันไปมองโลแกนเพื่อถามความเห็นก่อนจะปล่อยมือจากหญิงสาว

     

    “..................”

    จูเลียจึงวิ่งไปหลบด้านหลังของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็วและไม่ลืมที่จะชะโงกหน้ามายิ้มเยาะทั้งสองคนที่กำลังยืนอยู่โดยที่ทำอะไรฉันไม่ได้

     

    “..................”

    โลแกนและเซนไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่พวกเขาทำหน้าหงุดหงิดนิดหน่อยก่อนจะเดินจากไป

     

    “ขอบคุณที่ช่วยไว้นะ”

    ฉันขอบคุณเด็กหนุ่มหลังจากที่2 คนนั้นขับรถออกไปแล้ว

     

    “อ่า.......ครับ”

    เขาตอบรับอย่างเก้ๆ กัง ๆ

     

    “คือว่า.......ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม?”

    หญิงสาวถามด้วนน้ำเสียงนุ่มนวล

     

    “ผมมีธุระต้องไปทำต่อครับต้องขอโทษด้วย”

    เขาปฏิเสธด้วยความสุภาพ

     

    “แต่ฉันว่าคุณไม่น่าจะมีธุระอะไรต่อนะเราไปคุยกันที่ร้านอาหารไหม? นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วด้วยถือเป็๞การตอบแทนไปในตัวไง”

    ฉันรู้ว่าวันนี้เขามีเรียนตอนบ่าย

     

    “เอ่อ.........คือ”

    เขาทำสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย

     

    “เชิญค่ะ!!”

    ฉันไม่รอฟังคำตอบของเขาและเดินนำเขามา

     

    “..................”

    เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินตามมา

     

    เมื่อขึ้นรถฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันทีระหว่างรอให้เขาเข้ามาในรถฉันก็โทรออกไปยังร้านอาหารที่ฉันเป็๞เ๯้าของร้านหนึ่ง

     

    “สวัสดีค่ะบอส”

    เสียงเจื้อยแจ้วทักทายอย่างอารมณ์ดี

     

    “ช่วยจองโต๊ะให้หน่อยนะอีก 10 นาทีจะไปถึง”

    ฉันสั่งงาน

     

    “กี่ที่คะ?”

    เสีงปลายสายสอบถามรายละเอียด

            

    “2ที่”

    ฉันตอบ

     

    “ได้ค่ะบอส”

     

    .................ตื้ดดด.................

     

    หลังจากวางสายชายหนุ่มก็ขึ้นมานั่งรถเรียบร้อยแล้วฉันจึงขับตรงไปร้านอาหารทันที

     

    “ชื่ออะไรเหรอ?”

    ฉันถามเพื่อทำลายความเงียบในรถถึงแม้ว่า......ฉันจะรู้ชื่อเขาอยู่แล้วก็เถอะ

     

    “ชื่อยุนครับ”

    เขาตอบเรียบๆ

     

    “ฉันชื่อจูเลียแล้วอายุเท่าไหร่ล่ะ?”

    ฉันแนะนำชื่อและถามต่อ

     

    “20ครับ”

    เขาตอบเรียบๆ

     

    เป็๞คนพูดน้อยรึเปล่านะ?

    ฉันคิด

     

    “งั้นก็เรียกฉันว่าพี่แล้วกันนะเห็นใส่ชุดนักศึกษา แปลว่า.........เป็๲นักศึกษามหาลัยใช่ปะ?”

    ฉันถามเ๹ื่๪๫ที่รู้อยู่แล้ว

     

    “เอ่อ.........ใช่ครับ”

    เขาทำหน้าครุ่นดิดนิดหน่อยก่อนจะตอบ

     

    “มหาลัยไหนล่ะ?”

    ฉันถามต่อ

     

    “มหาวิทยาลัยอาร์เทมิสครับ”

    เขาตอบ

     

    “อยู่ปีไหนแล้ว?”

    ฉันถามต่อ

     

    “ปี2 ครับ”

     

    “เรียนอยู่คณะอะไรน่ะ?”

     

    “บริหารครับ”

     

    “พักอยู่แถวมหาลัยเหรอ?”

    ฉันยังคงถามต่อเพื่อชวนคุย

     

    “เอ่อ........ครับผมพักอยู่แถวมหาลัย”

     

    “.......................”

    ดูเหมือนคำตอบจะยาวขึ้นนิดหน่อยแหะ

     

    “ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยเหนื่อยแย่เลย”

    ฉันพูดไปตามที่คิด

     

    ทำงานตั้ง2ที่ เอาเวลาไหนไปอ่านหนังสือนะ ผลการเรียนก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยมีเวลานอนรึเปล่าเนี่ย?

     

    “ผมชินแล้วล่ะครับ”

    เขาพูดด้วยสีหน้าที่ชินชา

     

    “พูดเหมือนคนแก่เลย”

    ฉันแซวเขาเล็กน้อย

     

    เขาพูดเหมือนใช้ชีวิตมาทั้งชีวิตแล้วงั้นแหละน่ารักจัง!!

     

    ตริ๊ง!!

     

    เสียงข้อความในโทรศัพท์ดังขึ้น

     

    สายตาฉันที่กำลังจ้องมองถนนหนทางอยู่ก็เหลือบไปมองข้อความที่เด้งแจ้งเตือนสว่างวาบขึ้นมาบนโทรศัพท์ของตัวเองที่แปะติดอยู่ที่คอนโซลหน้ารถ

     

    !!อากิระ: ถ้าว่างแล้ว โทรกลับหน่อย!!