หลี่จื่ออิงทอดสายตามองสองร่างที่ใกล้ชิดกันอย่างเป็ธรรมชาติไม่เกรงใจผู้ใดด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย
ต่อให้นางคุ้นชินและปลงได้มานานแล้ว แต่ความรักที่นางมีต่อฟู่หนานซีก็ยังไม่ได้ลดน้อยลงไป ความรู้สึกหึงหวงแผดเผาจนหัวใจนางร้อนรุ่ม
ชาตินี้นางจะไม่ปล่อยให้เกิดเื่กับบิดา จะระมัดระวังตัวไม่ให้ตนเองล้มป่วย เมื่อนางมีท่านพ่อคอยหนุนหลังมีพี่ชายคอยปกป้อง นางจะบีบบังคับไม่ให้ฟู่หนานซีรับอนุภรรยาเข้ามาสักคนไม่ได้เชียวหรือ?
ความคิดของหญิงสาวพลุ่งพล่านสับสนจนไม่ได้ยินเสียงผู้คนที่คุยกันอยู่รอบตัว คนทั้งคู่หักหลังความรักและความจริงใจของนาง แต่พวกเขาก็ช่วยกันดูแลนางจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ควรแล้วหรือที่นางจะแยกพวกเขาออกจากกัน!
“อิงเอ๋อร์ เ้าไปเข้าร่วมกับพวกเราทางนั้นดีกว่า ข้าเตรียมเื่สนุกไว้รอเ้าแล้ว”
หลี่จื่ออิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของหรั่นเซียงหยูที่ไม่รู้เดินมาหานางั้แ่เมื่อใด
“ได้สิ เื่สนุกของเ้าคืออะไรหรือ น่าสนใจยิ่งนัก” หญิงสาวฉวยโอกาสลุกขึ้นยืนตามคำเชื้อเชิญ นางก็อยากไปหาฟู่หนานซีอยู่แล้วเช่นกัน
พอนางมาถึงกลุ่มของฟู่หนานซี สหายเก่าที่สนิทสนมกันมาก่อนก็พลอยสดชื่นขึ้นมาด้วย พวกเขารีบสั่งให้คนนำถ้วยจานชุดใหม่มาให้หลี่จื่ออิงและได้นั่งตรงตำแหน่งเดิมที่หรั่นเซียงหยูเคยนั่งใกล้กับฟู่หนานซี
นางไม่ได้มีปัญหากับกลุ่มสหายเก่า เพียงแต่งานเลี้ยงในวันนี้เป็หลินสวินที่ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด นางจึงไม่กล้าเชิญเพื่อนของฟู่หนานซีมาเข้าร่วมมากเกินไป และตอนที่อยู่ด้านนอกหลินสวินก็ไม่ได้เอ่ยปากไล่คนนางก็จึงไม่พูดเื่นี้ออกมาให้เกิดความขัดแย้งกันไปเปล่า
ขณะที่หลี่จื่ออิงสนทนากับสหายเก่าด้วยความคิดถึง ตลอดเวลานางก็ลอบสังเกตอาการของหรั่นเซียงหยูไปด้วย
สหายของนางดูมีความสุขมากที่นางมานั่งร่วมโต๊ะ สายตาและเสียงหัวเราะร่าเริงอย่างจริงใจแผ่กระจายออกมาจากตัวหรั่นเซียงหยู จนนางนึกโทษตัวเองที่ดูถูกสหายรักไปแล้วเพราะความหึงหวง
“เซียงเอ๋อร์ ไหนเล่าเื่สนุกที่เ้าว่า บอกข้ามาเร็วเข้า” หญิงสาวคว้ามือของอีกฝ่ายมาจับไว้เบาๆ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ฮ่าๆ อิงเอ๋อร์เ้ารอไม่ไหวแล้วหรือ ก่อนอื่นเลยนะ..ข้าจะไม่แอบอ้างเอาความดีมาไว้ที่ตัวเองฝ่ายเดียวหรอก เป็คุณหนูเถียนต่างหากเล่าที่เห็นว่าทุกคนกำลังสนุกกัน นางเลยอยากจะร่ายรำให้ทุกคนได้ชมเป็ขวัญตาสักหน่อย” หญิงสาวหรี่ตายิ้มกว้างอย่างมีจริต
“ดี!! นางรำในภัตตาคารจะเทียบชั้นกับคุณหนูเถียนของพวกเราได้อย่างไรกันเล่า!!” สหายในกลุ่มพากันตบมือลั่น
รอยยิ้มร่าเริงค้างอยู่บนใบหน้างามของหลี่จื่ออิงทันใด เถียนอี่ถง!! นางลืมสตรีผู้นี้ไปได้อย่างไรกัน!!
หญิงสาวรูปร่างเล็กสีหน้าและแววตาทุกข์ตรมเดินออกมากลางเวทีด้วยความรู้สึกอับอาย นางไม่ได้อยากเป็เป้าสายตา และรู้สึกหดหู่จนอยากจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่นางทำไม่ได้!!
นางไม่มีสหายกลุ่มอื่น หากนางไม่ยอมทำตามที่หรั่นเซียงหยูสั่ง พวกเขาก็จะไม่คุยกับนางและอาจถึงขั้นรังแกนางหนักขึ้น ไม่ว่านางจะพยายามหาสหายใหม่หรือหลบซ่อนตัวมากี่ครั้ง นางก็ไม่เคยหลุดพ้นจากการควบคุมของสหายกลุ่มเดิมได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ทั้งหมดนี้เป็เพราะหลี่จื่ออิง!
เถียนอี่ถงช้อนสายตาขึ้นมองคุณหนูสกุลหลี่ด้วยสายตาอาฆาตแค้นอยู่ลึกๆ ก่อนจะหลบตาและเริ่มต้นร่ายรำท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะของสหายในกลุ่ม
ทุกคนกลั่นแกล้งรังแกนางก็เพื่อจะเอาใจหลี่จื่ออิงกันทั้งสิ้น และนางก็ไม่กล้าตอบโต้เพราะบิดาของนางทำงานอยู่ในจวนสกุลหลี่ ต่อให้นางพยายามดิ้นรนอย่างสุดความสามารถก็ไม่มีวันหนีสตรีใจร้ายผู้นี้พ้น!
ฝ่ายหลี่จื่ออิงเมื่อเห็นเถียนอี่ถงเต็มตาแล้วนางก็รู้สึกโกรธจนตัวสั่น
เถียนเซียวเหวินบิดาของเถียนอี่ถงเป็ทหารยศเดียวกันกับบิดาของหรั่นเซียงหยู เขามีฝีมือด้านการปรุงอาหารล้ำเลิศจนหลี่หยวนตงขอตัวจากกองทัพให้เข้ามาควบตำแหน่งพ่อครัวใหญ่อยู่ในจวนแม่ทัพ
อาหารพิเศษที่แม่ทัพหลี่นำไปมอบให้กับราชทูตต่างแคว้นก็ถูกปรุงด้วยมือของเถียนเซียวเหวินเช่นกัน!
ในคราวแรกเถียนเซียวเหวินก็ถูกจับตัวไปพร้อมกับหลี่หยวนตง แต่ภายหลังเมื่อหลินสวินนำหลักฐานมาพิสูจน์ได้ว่าเถียนเซียวเหวินแพ้พิษกระเรียนทองที่อยู่ในอาหารมื้อสุดท้ายของท่านราชทูต ดังนั้นเขาย่อมไม่ใช่ผู้ลงมือวางยา จึงทำให้มีการสอบสวนคดีขึ้นมาใหม่
โชคดีที่หลี่หยวนตงก็แพ้พิษชนิดนี้ด้วยเช่นกันทำให้บิดาของนางหลุดรอดจากการเป็ผู้ลงมือ แต่เมื่อจะบีบเค้นเอาความจากเถียนเซียวเหวินถึงผู้บงการตัวจริงที่อยู่เื้ั เขากลับชิงฆ่าตัวตายหนีความผิดไปเสียก่อนโดยที่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อของคนผู้นั้น
บิดาของนางยืนยันว่าเขาอยู่ในพิธีแต่งงานของนางกับฟู่หนานซีั้แ่ก่อนรุ่งสาง บ่าวไพร่ส่วนใหญ่ก็ง่วนอยู่กับการต้อนรับแขก คนในงานให้การตรงกันว่าหลี่หยวนตงอยู่ในพิธีตลอดเวลาและไม่ได้เฉียดเข้ามาใกล้โรงครัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงเถียนเซียวเหวินที่ปรุงอาหารอยู่เพียงลำพัง
แต่ในฐานะผู้บังคับบัญชาการโดยตรงของเถียนเซียวเหวิน อาหารที่ปนเปื้อนพิษกระเรียนทองก็ถูกส่งออกมาจากจวนแม่ทัพ หลี่หยวนตงจึงไม่อาจปัดความรับผิดชอบ
แม้ว่าคดียังไม่สิ้นสุดเพราะยังหาตัวคนร้ายตัวจริงไม่ได้ แต่สกุลหลี่ก็ต้องชดใช้เงินก้อนโตให้กับครอบครัวท่านราชทูต ส่วนบิดาของนางก็ถูกส่งตัวไปอยู่ในเขตที่มีผู้ร้ายชุกชุมและกันดารอย่างหนักในฐานะทหารชั้นเลวเป็เวลาสิบปีเป็การลงโทษ
นั่นเป็เพราะหากทางราชสำนักเอาผิดบิดาของนางในสถานเบา ระหว่างสองแคว้นคงต้องเกิดปัญหาร้ายแรงกันอย่างแน่นอน
ทางด้านคนสกุลเถียน พวกเขาถูกชาวบ้านรุมประณามด้วยความโกรธแค้นแทนท่านแม่ทัพหลี่หยวนตง เรือนสกุลเถียนถูกเผาจนวอดวาย สุดท้ายเถียนอี่ถงที่ไร้เงินไร้ที่พึ่งก็ขายตัวเองเข้ามาเป็บ่าวรับใช้ในจวนสกุลฟู่
นางต้องทนมองบุตรสาวของคนที่ทำร้ายบิดาของนางเดินวนเวียนอยู่ตรงหน้าทุกวัน แล้วจะไม่ให้นางจงเกลียดจงชังเถียนอี่ถงได้อย่างไร!!
“นางยังดูไม่เหมือนนางรำใช่หรือไม่เ้าจึงทำหน้าบึ้งเช่นนี้อิงเอ๋อร์ คุณหนูเถียน ไม่สู้เ้าถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกอีกสักชั้นเป็อย่างไรเล่า? ดูสิอิงเอ๋อร์ของพวกเราไม่พอใจแล้ว” หรั่นเซียงหยูยกมือขึ้นหยุดการแสดงกะทันหัน
เถียนอี่ถงหยุดชะงักสีหน้าแสดงความอับอายระคนหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
ยามนี้นางสวมเสื้อรัดอกตัวยาวเป็ชุดตัวใน หากต้องถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกก็จะเปิดเผยให้เห็น่ไหล่ที่เปลือยเปล่า แน่นอนว่านางรำที่ทำการแสดงก่อนหน้านี้ก็แต่งกายเช่นนี้กันทุกคน แต่นางหาใช่นางรำไม่!
“ถูกแล้ว ถอดเลย!!” เสียงบุรุษหลายคนในกลุ่มของฟู่หนานซีะโแข่งกันพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะดังลั่น
หญิงสาวใช้หลังมือปาดน้ำตาแห่งความขมขื่นออกช้าๆ รู้ดีว่าหากนางไม่ยินยอมทำตามในวันนี้ก็จะมีการกลั่นแกล้งที่รุนแรงกว่าเดิมตามมาภายหลัง
นางคลายผ้าคาดเอวออกมาถือไว้ในมือ ดวงตาเฉยเมยฉาบด้วยความเศร้าสร้อยจ้องมองไปหลี่จื่ออิงเลื่อนลอย นางไม่เคยทำอะไรให้อีกฝ่ายต้องเจ็บช้ำน้ำใจเลยสักครั้ง เหตุใดหลี่จื่ออิงจึงจ้องจะทำลายชีวิตของนางไม่หยุด
สักวันหนึ่งนางจะทำให้สตรีผู้นี้ต้องเสียใจ!!
เสื้อคลุมตัวนอกค่อยๆ เลื่อนหลุดออกจากร่างงามลงมากองอยู่บนพื้น เสียงเป่าปากน่ารังเกียจของกลุ่มบุรุษที่เรียกว่าเป็สหายกำลังล้อเลียนนางอยู่ข้างๆ
“พอได้แล้ว!!” หลินสวินพุ่งตัวออกมาจากฝูงชน ใช้เสื้อคลุมของตนเองมาคลุมร่างของเถียนอี่ถงเอาไว้
“คุณชายหลิน..” เถียนอี่ถงจับเสื้อคลุมเอาไว้แน่นริมฝีปากสั่นระริก ทั้งกลัวทั้งห่วงหลินสวินที่เข้ามาขวางทางคนกลุ่มนั้น
“พี่สวิน..ท่านเข้ามายุ่งอะไรด้วย!!” หลี่จื่ออิงตะลึงงัน รีบผุดลุกออกจากที่นั่งตรงเข้าไปหาคนทั้งคู่พยายามดึงร่างของเถียนอี่ถงออกจากพี่ชาย
“พอเถิดอิงเอ๋อร์ ข้าขอร้อง” หลินสวินขยับตัวมาบังเถียนอี่ถงไว้ กล่าวเสียงเข้ม
“ท่านออกหน้าช่วยนางเช่นนั้นหรือ? ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านกำลังทำสิ่งใดอยู่พี่สวิน!!” หญิงสาวะโเสียงดังใส่หน้าหลินสวิน หากเขารู้ว่าอีกไม่นานบิดาของเถียนอี่ถงจะสร้างความลำบากให้คนสกุลหลี่เขาจะยังช่วยสตรีผู้นี้อยู่อีกหรือไม่?