ในสายตาเขาเห็นเป็งูหลามขนาดั์ความยาวถึงสิบจั้ง ลำตัวหนาเท่าถังน้ำตัวหนึ่ง ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดหนาหนักราวกับหล่อขึ้นจากทองคำสีม่วง ที่น่าพรั่นพรึงไปกว่านั้นคือบนหัวของมันยังมีเขาหนึ่งงอกขึ้นมา สองข้างลำตัวมีปีกนูน ปากกว้างโชกเืแฝงไว้ด้วยเขี้ยวเหล็กแหลมคมดุจกระบี่ ดุร้ายอำมหิตถึงที่สุด!
สัตว์อสูรร้ายระดับครึ่งก้าวสู่ระดับสี่ พลังการต่อสู้พุ่งเสียดฟ้าเฉียดใกล้ผู้ฝึกตนระดับแปรแก่น ต่อให้ชุยจ้านจะเป็หนึ่งในเจ็ดอัจฉริยะหวงจี๋ พลังการต่อสู้โดดเด่นเหนือใคร แต่เมื่ออยู่เบื้องหน้าสัตว์อสูรเช่นนี้ก็เป็ได้เพียงอาหารอันโอชะเท่านั้น!
เมื่อมองดูอสูรร้ายโถมพุ่งเข้าหาตน ชุยจ้านได้แต่สบถด่าในใจ สบถด่าคำหนึ่งแล้วก็หมุนตัวหนีสุดชีวิตอย่างไรเทียบกับโฉมงามอย่างซ่งกวนอินแล้ว ชีวิตของตนเองย่อมสำคัญกว่า
ตูม!
งูหลามั์บดขยี้โขดหินกระจัดกระจาย พริบตาเดียวก็หายลับเข้าไปในช่องทางเดินพร้อมกับชุยจ้าน
หลิงเทียนรีบะโลงมาจากปากถ้ำ ก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าซ่งกวนอิน เพียงแต่ยามนี้หลิงเทียนสวมชุดเสื้อคลุมผืนใหญ่ไว้ ซ่งกวนอินจึงไม่อาจมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหลิงเทียนได้เช่นกัน
"ท่าน... เป็คนช่วยข้าไว้หรือ?"
ซ่งกวนอินในยามนี้ สายตาปรือเลือนรางเต็มทีแล้ว
"อืม กินสิ่งนี้เสียมันจะช่วยให้เ้าคืนสติ"
หลิงเทียนโยนหญ้าสีดำกลิ่นคาวโชยต้นหนึ่งไปให้ซ่งกวนอิน
"ดอกตะวันดีแมงมุม? ท่านรู้หรือว่าข้าต้องพิษอันใด?" ซ่งกวนอินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
"ไม่รู้ แต่รู้ว่าในนั้นมีหญ้าเสน่ห์สิบสุคนธ์อยู่ และดอกตะวันดีแมงมุมนี้คือยาแก้พิษ ไม่ใช่หรือ?" หลิงเทียนยักไหล่
ซ่งกวนอินเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับแล้วสะกดความเหม็นคาวกินหญ้าดีแมงมุมนั้นลงไป ชั่วครู่เดียวแขนขาที่อ่อนแรงก็เริ่มกลับมามีเรี่ยวแรง จิตััค่อย ๆ คืนความแจ่มชัดขึ้นมา
ทว่ายามซ่งกวนอินช้อนสายตาขึ้น มองกลับพบว่าหลิงเทียนผู้นั้นมุ่งตรงไปยังดวงไฟภายในโถงถ้ำเสียแล้วสีหน้าของนางจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย รีบกัดฟันลุกขึ้นก้าวตามไป
"ท่านเองก็มุ่งหวังเพลิงวิเศษนี้เหมือนกันหรือ?"
ด้านหลังหลิงเทียน น้ำเสียงของซ่งกวนอินดังขึ้น น้ำเสียงฟังดูซับซ้อนยิ่งนัก
"เหอะ ๆ ใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร?" หลิงเทียนกลับไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ "ข้าเพียงแค่สงสัย เหตุใดเ้าจึง้าเพลิงวิเศษธรรมชาติสายนี้ เพลิงวิเศษของพวกเ้าสองพี่น้องเป็เพลิงกำเนิดคู่ ไม่อาจยกระดับไม่ใช่หรือ?"
นี่คือสิ่งที่หลิงเทียนสงสัยที่สุดเช่นกัน หากซ่งกวนอินทำให้เพลิงวิเศษของตนเองกลายพันธุ์จนไม่อาจรวมเป็หนึ่งกับซ่งเสินอันได้ย่อมกลายเป็ฝ่ายขาดทุนเสียมากกว่า
"ข้าออกตามหาเพลิงวิเศษธรรมชาติ มิใช่เพื่อยกระดับตนเอง แต่เพื่อนำไปปรุงเป็โอสถรักษาท่านแม่ของข้า"
ทว่าซ่งกวนอินกลับส่ายหน้า
"ใช้เพลิงวิเศษธรรมชาติเป็วัตถุดิบปรุงโอสถ!?"
หลิงเทียนเลิกคิ้วเมื่อได้ยิน ตำรับโอสถในโลกมนุษย์เช่นนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนจริง ๆ
"อืม ท่านแม่ของข้าเมื่อครั้งอดีตยามออกล่าอสูร พลั้งหลุดเข้าไปในแดนเร้นลับจนต้องพิษเพลิงประหลาดชนิดหนึ่ง การใช้เพลิงวิเศษปรุงโอสถเป็เทียบยาที่ข้าค้นพบจากคัมภีร์โบราณ ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือไม่ ข้าก็ยินดีจะทดลองดู ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม" สีหน้าซ่งกวนอินเด็ดเดี่ยว เอ่ยคำหนักแน่น
สิ่งนี้ทำเอาแววตาของหลิงเทียนทอประกายชื่นชมขึ้นมาวูบหนึ่ง ซ่งกวนอินผู้นี้ภายนอกดูอ่อนน้อมบอบบาง ทว่าจิตใจกลับเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวเป็อย่างยิ่ง
"เช่นนั้น เพลิงวิเศษธรรมชาตินี้ เ้าเอาไปเถอะ!" หลิงเทียนคลี่ยิ้มเอ่ย
"ท่านว่าอย่างไรนะ? เพลิงวิเศษธรรมชาตินี้บรรลุถึงระดับสองมีมูลค่ามหาศาล ท่านจะยกให้ข้าจริง ๆ หรือ?"
ใบหน้าซ่งกวนอินเต็มไปด้วยความตกตะลึง แม้ผู้ฝึกตนเบื้องหน้านี้จะดูเหมือนมีพลังบำเพ็ญเพียรแค่ขั้นหลอมปราณ แต่ก็เป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตนางไว้ หากอีกฝ่าย้า นางก็ยินดีจะมอบให้
ทว่านึกไม่ถึงเลยว่า คนผู้นี้จะไม่หวั่นไหวต่อเพลิงวิเศษธรรมชาติเลยหรือ?
"เพลิงวิเศษแม้จะดี แต่สำหรับข้าแล้วก็มิใช่สิ่งจำเป็ต้องมี หากสามารถนำไปช่วยชีวิตมารดาของเ้าได้ก็นับเป็เื่ดีเื่หนึ่ง!"
หลิงเทียนยักไหล่ มวลพลังงานในเพลิงวิเศษนั้นแกร่งกล้า เพียงพอจะทำให้เขาทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานได้ หากจะบอกว่าเขาไม่หวั่นไหวเลยก็คงเป็เื่โกหก
ทว่าใต้สถานที่กำเนิดเพลิงวิเศษธรรมชาตินี้มีสายธารเพลิงม่วงร้อนระอุไหลเวียนอยู่ ซึ่งซุกซ่อนมวลพลังงานไว้อย่างมหาศาลไม่แพ้กันและเมื่อผสานกับน้ำพุปราณที่ได้มาก่อนหน้านี้ หลิงเทียนก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานได้เช่นกัน
"เช่นนั้นท่าน้าสิ่งใด ข้ายินดีจะชดเชยให้" ซ่งกวนอินเอ่ยพลางถอดแหวนมิติของตนเองออกมา ยื่นส่งให้หลิงเทียนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางยินดีจะใช้สิ่งของทั้งหมดที่มี เพื่อแลกเปลี่ยนกับเพลิงวิเศษธรรมชาติดวงนี้
"ไม่ต้อง ถือเสียว่าเ้าติดค้างน้ำใจข้าครั้งหนึ่ง ฉะนั้นรีบเก็บเพลิงวิเศษไปเถอะ" หลิงเทียนกลับส่ายหน้าปฏิเสธ
"เช่นนั้นก็ได้!" ซ่งกวนอินพยักหน้ารับ
"หากวันหน้าท่านมีสิ่งใด้าให้ข้าช่วย สามารถไปหาข้าที่หุบเขาเฟินเซียงได้ กวนอินยินดีลุยน้ำลุยไฟ ไม่ปฏิเสธเด็ดขาด!"
เมื่อกล่าวจบ ซ่งกวนอินก็ก้าวไปข้างหน้า จากนั้นยกมือประสานอิน ก่อนจะชักนำเพลิงวิเศษธรรมชาตินั้นมาไว้เบื้องหน้า แล้วจัดเก็บใส่อุปกรณ์อย่างระมัดระวัง
โฮก!
ทว่าในเวลานั้นเอง เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวพลันดังขึ้นมาจากช่องทางเดิน ลมพายุหมุนเกรี้ยวกราดพัดพาขึ้นในโถงถ้ำอันว่างเปล่าอีกครั้ง เป็งูหลามั์ตัวนั้นหวนกลับมาแล้ว!
ว่องไวถึงเพียงนี้เชียว!
พริบตาเดียวงูหลามั์ก็เลื้อยพุ่งเข้ามาในโถงถ้ำ ยามเห็นว่าเพลิงวิเศษธรรมชาติสูญหายไปแล้ว งูหลามั์ก็แผดเสียงคำรามะเืฟ้าดินขึ้นอีกครั้ง
เพลิงวิเศษธรรมชาตินี้คือสมบัติวิเศษแห่งฟ้าดินที่มันเฝ้าพิทักษ์มานาน อีกทั้งยังเป็กุญแจสำคัญในการทะลวงสู่ระดับสี่ของมัน ยามนี้กลับถูกเผ่าพันธุ์มนุษย์ชิงไปเสียแล้ว จะให้มันยอมรับได้อย่างไร!?
ท่ามกลางเสียงคำรามโฮก งูหลามั์บิดส่ายเรือนร่างดุจดังขุนเขาเคลื่อนตัวพุ่งม้วนโถมเข้ามา!
"ระวัง!"
ซ่งกวนอินร้องอุทานอย่างใ ก่อนจะรีบก้าวออกไปข้างหน้า เห็นเพียงนางใช้มือข้างหนึ่งกุมกระบี่วิเศษ มืออีกข้างประสานอิน เหนือศีรษะพลันปรากฏิญญายุทธ์กระเรียนขาวสว่างไสวขึ้นทันใด
"ปราการวารีสงบนิ่ง!"
เพียงชั่วสองลมหายใจ อักขระตราประทับในมือซ่งกวนอินถูกซัดออกไป มวลพลังงานธาตุน้ำอันมหาศาลก็ควบแน่นกลายเป็ปราการเวทขึ้นเบื้องหน้านาง ปกป้องหลิงเทียนและตัวนางไว้ด้านหลัง
วิชาอาคม!?
หลิงเทียนแปลกใจ นี่นับเป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นผู้ฝึกตนสายวิชาอาคม อันฉือเยว่เข้าบำเพ็ญเพียรในตำหนักิญญาแห่งสำนักเฉียนหยวนก็ฝึกฝนวิชาอาคมเช่นกัน ไม่รู้ว่ายามนี้จะเป็อย่างไรบ้าง
พลังบำเพ็ญเพียรของซ่งกวนอินบรรลุถึงระดับสร้างรากฐานขั้นปลายแล้ว ดังนั้นปราการวารีที่ควบแน่นออกมาจึงดูหนาแน่นเป็พิเศษ
ตูม!
ทว่ายามที่งูหลามั์พุ่งชนลงมา พลังอันน่าพรั่นพรึงกลับบดขยี้ปราการวารีจนแตกพ่ายลงในทันที!
พละกำลังของงูหลามั์ระดับครึ่งก้าวสู่ระดับสี่ทรงพลังเกินไป ต่อให้ซ่งกวนอินจะร่ายวิชาอาคมป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาแล้วก็ยังคงไม่อาจต้านทานได้
พละกำลังมหาศาลทะลวงผ่านปราการวารีกระแทกเข้าใส่ร่างของซ่งกวนอิน นางปะทะชนเข้ากับหลิงเทียน จนทั้งสองคนลอยกระเด็นออกไปด้วยกัน
ไร้เวลาจะมาละเมียดละไมกับความนุ่มนวลอบอุ่นของเรือนร่างโฉมงามในอ้อมอก พลังการต่อสู้ของงูหลามั์ตัวนี้แข็งแกร่งเกินไป ยามนี้หากหลิงเทียนไม่ยอมงัดไพ่ตายขั้นสูงสุดออกมาก็ยากจะทำอะไรมันได้เช่นกัน
ทว่าสำหรับการสละชีวิตออกมารับการโจมตีแทนของซ่งกวนอิน ในใจของหลิงเทียนกลับรู้สึกซาบซึ้งอยู่บ้าง ความคิดแรกของหญิงสาวผู้นี้ไม่ใช่การวิ่งหนี แต่เป็การปกป้องคนทั้งสองไว้พร้อมกัน