กำจัด
เวลาผ่านไปไม่ถึงห้านาที หวังเฉินก็มาถึงจุดที่สูงที่สุดบนภูเขา ซึ่งมันไม่ใช่ที่ไหน นอกจากบนยอดเขา
บนยอดเขา หวังเฉินโยนศพของเถียนปั้วและอีกสองคนลงไป ไม่นานศพของพวกเขาก็ถูกความมืดกลืนกินเข้าไป ร่วงลงไปยังเหวลึกเกินหยั่งถึง
เมื่อจัดการเรื่องนี้แล้วเสร็จ ใบหน้าของหวังเฉินแสดงความเย็นชาออกมาวูบหนึ่ง เขายังไม่มีความคิดที่จะกลับบ้านในตอนนี้ เพราะมีเรื่องที่จะต้องทำอยู่ หากว่าแม่ของเขาถาม ไว้หาข้ออ้างตอบออกไปก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว
เรื่องที่เขาจะทำนั้น ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับแก๊งอันธพาลที่หัวหน้าแก๊งเป็นน้องชายของสารวัตรในสถานีตำรวจเมืองเจียงซี
ในระหว่างที่นำศพขึ้นบนยอดเขา หวังเฉินได้ใช้ค้นวิญญาณกับศพแล้วและได้รู้ในสิ่งที่ต้องการจะรู้หมดแล้วว่า สถานที่ที่พวกแก๊งอันธพาลรวมตัวกันอยู่ที่ไหน หัวหน้าแก๊งเป็นใคร
หัวหน้าแก๊งมีชื่อว่าเหลียนเจิ้ง เป็นชายวัยกลางคนที่มีนิสัยชั่วช้าเลวทรามคนหนึ่ง ชายคนนี้มีประวัติฆาตกรรมและอาชญากรรมติดตัว ด้วยเหตุที่มีพี่ชายเป็นสารวัตรตำรวจ ถึงยังลอยนวลอยู่ได้
‘กฎหมายประเทศจีนหย่อนยานไปจริงๆ’ หวังเฉินอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องนี้ในใจ ขณะที่มุ่งหน้าไปยังสถานที่ตั้งของแก๊งอันธพาล
แก๊งอันธพาลแก๊งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านซานเหอมากนัก หวังเฉินใช้เวลาอยู่ไม่นานก็มาถึง เขาไม่เหนื่อยหอบเลยสักนิด แม้ว่าจะวิ่งมาด้วยระยะทางที่ไกลพอประมาณก็ตาม
เมื่อมาถึง หวังเฉินมองเห็นบ้านสามชั้นตั้งอยู่ใกล้ๆ กับริมถนน เป็นบ้านหลังโดดเดี่ยว รอบข้างไม่มีบ้านหลังอื่นอยู่ ที่หน้าบ้านมีคนสองคนกำลังนั่งเล่นหมากรุกที่ม้านั่งหินอ่อน
สองคนนี้ เห็นได้ชัดว่าถูกสั่งมาให้เฝ้าประตูบ้าน คาดว่าด้วยที่เบื่อหน่ายจึงนั่งเล่นหมากรุกกัน
หวังเฉินซัดเข็มเงินปลิดชีพคนทั้งสองในทันที เพียงไม่ถึงวินาที สองศพก็นอนกองกับพื้น
หวังเฉินก้าวเดินเข้ามาในโหมดทักษะอำพรางร่างกาย ไม่สนใจสองคนที่เขาเพิ่งจะฆ่าไป ก้าวเดินเข้าไปภายในบ้าน จิตสัมผัสถูกใช้งาน ทำให้เขารู้ว่าภายในบ้านมีคนอยู่เกือบๆ จะยี่สิบคน
และในชั้นสามหรือชั้นบนสุดเขาระบุได้ว่าเหลียนเจิ้งอยู่ที่นั่น อีกฝ่ายอยู่กับชายวัยกลางคนคนหนึ่งในชุดตำรวจ
หวังเฉินคาดเดาได้ไม่ยากว่าชายในชุดตำรวจต้องเป็นพี่ชายของเหลียนเจิ้งแน่นอน
หวังเฉินมุ่งหน้าขึ้นสู่ชั้นสามของบ้านอย่างไม่รีบไม่ร้อน ในโหมดอำพรางกายไม่มีใครสามารถมองเห็นเขาได้ เขาพบใคร เขาก็ฆ่าคนนั้น จนมาถึงชั้นที่สาม อันธพาลที่ถูกเขาฆ่าไปรวมสองคนที่อยู่ข้างนอก เป็นสิบแปดคนแล้ว
ทุกคนล้วนตายแบบเดียวกัน นั่นคือถูกเข็มเงินแทงทะลุหลอดลม!
ประตูห้องบนชั้นสามพลันถูกเปิดออก เหลียนเจิ้งกับพี่ชายผู้ซึ่งเป็นสารวัตรตำรวจ เดิมทีกำลังนั่งพูดคุยเรื่องค้าขายยาเสพติดล็อตใหญ่ ต้องหันไปมอง แต่พวกเขาก็ไม่พบเห็นใคร
อย่างไรก็ตาม ในวินาทีต่อมา สีหน้าของพวกเขาก็ซีดขาว ความเจ็บปวดสายหนึ่งที่คอทำให้ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้าน
“อะ...” พวกเขาพยายามที่จะพูดออกมา แต่มีเพียงคำพูดเดียวออกมาจากปากของพวกเขา ร่างกายของคนทั้งสองล้มหน้ากระแทกพื้น ชัดเจนว่าสิ้นลมหายใจตายไปแล้ว
เกี่ยวกับการฆ่าคนมากถึงยี่สิบคนในวันเดียว หวังเฉินไม่มีความรู้สึกใดทั้งนั้น เนื่องจากในโลกแห่งเซียนเขาฆ่ามากมายกว่านี้หลายเท่า เมื่อศัตรูปรากฏต่อหน้าเขา เมื่อนั้นแผ่นดินจะอาบชโลมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน!
“ต้องทำลายหลักฐาน” หวังเฉินพูดกับตัวเอง เขาจำเป็นที่จะต้องทำลาย ไม่อย่างนั้น หากพวกตำรวจมาตรวจสอบ มันจะยุ่งยากเอาได้ ยุ่งยากที่ว่านี้คือวิธีการถูกฆ่าตายของพวกเหลียนเจิ้ง มันเหมือนกับวิธีที่พวกเติ้งเฟิงตาย
ตำรวจคงจะรู้ว่าเป็นฆาตกรคนเดียวกันและส่งพวกมีฝีมือออกมาสอบสวนหาร่องรอยเป็นแน่ ถ้าหากว่าการสอบสวนนี้อยู่นาน เขากลัวว่ามันจะกระทบต่อแม่ของเขา ที่คิดจะมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่บ้านเกิด
หวังเฉินคิดวิธีทำลายหลักฐานอยู่ชั่วครู่ ก็คิดออก ในตอนที่เขาใช้จิตสัมผัสสำรวจทั่วบ้านหลังนี้ เขาไม่ได้พบเพียงแค่พวกเหลียนเจิ้งเพียงเท่านั้น เขายังพบห้องเก็บอาวุธด้วยและที่นั่นมีระเบิดอยู่จำนวนหนึ่ง
โดยไม่ลังเล หวังเฉินมุ่งหน้าไปที่ห้องเก็บอาวุธและเอากล่องใส่ระเบิดออกมานอกบ้านในทันที จากนั้นเขาก็นำศพของสองคนที่เขาฆ่าข้างนอกเข้าไปในบ้าน
เมื่อจัดการเรื่องพวกนี้แล้ว หวังเฉินก็เปิดกล่องระเบิดออก พบระเบิดอยู่มากถึงสิบลูก เขาหยิบระเบิดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะดึงสลักโยนระเบิดใส่ตัวบ้าน
ตูม!
เสียงระเบิดรุนแรงดังขึ้น พร้อมๆ กับเศษกำแพงบ้านกระเด็นไปทั่วควันฟุ้งกระจาย
ตูม! ตูม! ตูม!
หวังเฉินโยนระเบิดใส่บ้านอย่างต่อเนื่อง จนบ้านถูกระเบิดทำลายไม่เหลือชิ้นดี ไฟลุกท่วม ควันมากมายลอยคุ้งในอากาศ
หวังเฉินซึ่งลงมือแล้วเสร็จ ไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป รีบกลับไปที่บ้านตากับยายของเขา เป็นเวลาเดียวกันกับที่ชาวบ้านในหมู่บ้านซานเหอหลายคนรีบรุดมาดู เฉกเช่นเดียวกันกับที่มีรถยนต์สองสามคันจอดดู จากนั้นก็มีคนโทรแจ้งตำรวจ
ไม่นานตำรวจก็นำกำลังมาพร้อมกับประสานงานเรียกรถดับเพลิงมาด้วยกัน ร่วมไปถึงหน่วยกู้ภัย เผื่อว่าจะมีคนบาดเจ็บ
ใช้เวลาอยู่เกือบชั่วโมงก็ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้ เจ๋อจวินตำรวจผู้มียศร้อยตำรวจเอกยืนมองไปยังเศษซากของบ้านที่ถูกทำลายไป คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น เขารู้ดีว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่พวกแก๊งอันธพาล ซึ่งมีหัวหน้าชื่อเหลียนเจิ้งใช้เป็นที่พักอาศัย
อย่างไรก็ตาม เขาก็คิดคาดเดาไม่ออกว่าทำไมมันถึงได้ถูกทำลาย จากรูปการณ์ เขาสามารถบอกได้ว่ามันถูกทำลายด้วยระเบิดหลายลูก เพราะชาวบ้านรายงานมาว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งติดต่อกัน
“ผู้กองเจ๋อ รายงานครับ พบผู้เสียชีวิตที่ร่างกายเหลือเพียงแต่กระดูกที่ไม่สมบูรณ์มากถึงยี่สิบศพครับ”
ในขณะที่เจ๋อจวินยืนอยู่ นายตำรวจซึ่งมียศผู้น้อยคนหนึ่งได้เดินเข้ามารายงาน “นอกจากนี้ หนึ่งในนั้นระบุได้ว่าเป็นสารวัตรเหลียนครับ”
“อะไรนะ?” เจ๋อจวินราวกับว่าตัวเองหูฝาดไป
“สารวัตรเหลียนตายแล้วครับ เขาเป็นหนึ่งในคนที่ตาย!” นายตำรวจคนนี้พูด ภายในใจของเขารู้สึกมีความสุข ที่ในที่สุดเวรกรรมก็ตามสารวัตรเหลียนทัน ชายคนนี้ทำแต่เรื่องชั่ว สมควรแล้วที่ถูกฆ่าตายไป
เจ๋อจวินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ของตัวเอง แต่ว่าภายในใจของเขาก็มีความสุข สารวัตรเหลียนตาย สิ่งนี้จะทำให้สถานีตำรวจเมืองเจียงซีสูงขึ้น
“รีบจัดการเรื่องทุกอย่างให้เสร็จ จากนั้นจะได้กลับ” เจ๋อจวินอารมณ์ดีในทันควัน แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะออกคำสั่งให้ค้นหาร่องรอยของคนร้ายหรือคนที่ลงมือ
“ครับผู้กอง” นายตำรวจคนนี้รับคำ ก่อนจะเร่งรีบไปจัดการตามคำสั่ง
เจ๋อจวินกวาดสายตามองรอบด้าน พบเห็นพวกชาวบ้านหลายคนยืนมุ่งดูอยู่ไม่ไกล เขาก็เดินเข้าไปบอกให้แยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน เพราะเหตุการณ์ทุกอย่างยุติลงแล้ว
เจ๋อจวินไม่ลืมที่จะบอกต่อพวกชาวบ้านว่าเขาจะรีบตามจับคนร้ายให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้พวกชาวบ้านต้องเป็นกังวล
จบบทที่ 19