ตอนที่ 52สงกรานต์นองเลือด!
หลังพักกลางวันกินข้าวเสร็จ ท่านประธานเสือน้อยก็ถามลุงดำรงว่า “ลุงเป็นอย่างไงบ้างครับพวกเรื่องพวกป้าย LED”
ลุงดำรงถอนหายใจ“ติดต่อไม่ได้เลย ส่วนข้อกฎหมายดูไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”
“ก็จริง เราควรไปหาพวกนายหน้าขายที่มากกว่าใช่มั้ยเนอะ?”เสือน้อยหันไปมองทั้งสองฝั่ง ทั้งพ่อผัน และก็ลุงดำรง กับทนายรัก
พ่อผันตอบว่า“ก็ใช่ใช้คนให้เหมาะกับงาน ปัญหาคือพ่อก็ไม่รู้จักพวกนายหน้าขายที่น่ะสิ? พี่ดำกับรักรู้จักบ้างมั้ย”
พ่อหันไปถามทนายทั้งสองปรากฏว่าทั้งคู่ก็ส่ายหัวเหมือนกัน
“ต้องหาให้ได้!”เสือน้อยทุบโต๊ะเสียงดัง“แล้วเรื่องไฟส่องสว่างตามทางเดินที่ผมให้ลุงไปติดต่อกับเทศบาลเรื่องเป็นอย่างไรบ้าง?”
“เขาบอกกำลังพิจารณาอยู่แต่เป็นไปได้ว่างบไม่พอ!” ลุงดำรงทำท่าไม่พอใจพวกเทศบาลแถมบ่นให้เสือน้อยฟังยาวเหยียด
“มีตังค์จ้างรถพร้อมที่พักไปสัมมนา…เที่ยวต่างจังหวัด?”เสือน้อยได้ยินเส้นเลือดบนขมับก็เต้นตุบ ๆหลังจากฟังข้อมูลจากวงในที่ลุงดำรงไปสืบมาได้
“ลุงก็ทำเรื่องไปก่อนหมั่นไปถามดู ถ้ายังไม่ได้เรื่อง อีกประเดี๋ยวผมสร้างเรื่องสักหน่อยก็น่าจะได้ไฟส่องสว่างแล้วแหละ”เสือน้อยลูบคางครุ่นคิด
“ช่วงนี้ผมอยากให้พยายามหานายหน้าขายที่เก่งรู้จักผู้คนมากหน้าหลายตา เอาที่ใช้งานได้ส่วนเรื่องป้ายโฆษณาก็เป็นส่วนสำคัญต่ออนาคตในการควบคุมความเป็นไปของการส่งเสริมยอดขายของพวกเรา!”
เสือน้อยสั่งงานยาวเหยียดวางแผนระยะใกล้ไกล โดยมีพ่อกับทนายทั้งสองคนคอยเป็นที่ปรึกษา
……
ในช่วงกลางเดือนเมษาเป็นที่รับรู้กันว่าอากาศจะร้อนมาก ๆ มีคนเคยเปรียบเปรยอยู่ว่า “ประเทศไทยมีสองฤดูคือร้อนกับร้อนมาก!” เสือน้อยคิดอยากจะเสกเมฆฝนไปบดบังดวงตะวันเสียเหลือเกินไม่แปลกใจเลยที่ทำไมสงกรานต์ต้องจัดช่วงนี้
“ร้อนโว้ย!”เสือน้อยตะโกนกู่ก้องใส่ท้องฟ้า โวยวายยกใหญ่ในบ้านสวนพร้อมกับเจ้าควายทองสุขที่นอนอยู่ด้านข้าง เสือน้อยจึงจำต้องเอาน้ำมาราดดินทำเป็นขี้โคลนให้มันนอนคลุก เพราะวันก่อนลุงพุ้ยแวะมาดู แถมบอกถึงวิธีจัดการดูแล
ช่วงนี้คนละแวกนี้ต่างกลับต่างจังหวัดไปเยี่ยมญาติแถวบ้านก็มีคนต่างจังหวัดมาอาศัยเยอะมาก โดยเฉพาะในชุมชนแออัดด้านข้าง
เนื่องจากจังหวัดปทุมธานีเป็นเมืองอุตสาหกรรม โรงงานเยอะแยะมากมาย ทั้งยังติดกรุงเทพฯจะขึ้นเหนือล่องใต้ก็ง่าย ที่เหลืออยู่โดยมากมักเป็นคนในพื้นที่ หรือคนท้องถิ่นของจังหวัดปทุมธานี
วันแรกของสงกรานต์…
เหล่ากลุ่มเด็กวัยรุ่นรวมตัวกันนำโดยเด็กค่ายมวยเป็นแกนนำ ส่วนเด็กในชุมชนแออัดก็ตามมาสมทบเป็นกลุ่มใหญ่พวกเขาต่างก็ไปเอาลำโพงของ ‘ผู้ใหญ่บ้าน’ มาเปิดเพลง เสียงดังกระฉ่อนไปเจ็ดแปดบ้าน
พวกเขาปักหลักอยู่กับที่รอคนขับรถผ่านไปผ่านมาก็สาดน้ำ พอหอมปากหอมคอส่วนใหญ่ก็ประแป้งสาวเล่นน้ำไปตามประสา
โดยรวมมีพวกเด็กในค่ายมวยเป็นแกนนำทำให้ความสามัคคีของเพื่อน ๆที่มาเล่นดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นผู้ใหญ่บ้านดูแลอยู่ห่าง ๆนั่งกระดกยาดองไปพลาง ๆ อย่างวางใจ
ระหว่างสาดน้ำกันไปมาก็ไม่วายมีเรื่องจนได้ พวกวัยรุ่นผู้ชายเมื่อรวมตัวกันมาก ๆเข้าก็เลือดลมสูบฉีดเห็นใครไม่ถูกใจนิดหน่อย ‘มองเขม่นหน้ากัน’พักหนึ่ง โดยที่ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ก็สามารถทำให้กลายเป็นเรื่องจนได้
ช่วงเย็นคนซา ๆหลังจากเล่นกันไปได้นาน ต่างคนก็หมดแรงจึงเตรียมเก็บแรงไว้เล่นวันพรุ่งนี้ต่อ แต่ทว่าก็มีลูกสมุนย่องเบาเดินมาปลุกลูกพี่อย่างเสือน้อย“พี่เสือครับผู้ใหญ่บ้านเรียกวานให้พี่ไปช่วยเหลือหน่อย”
จนเสือน้อยที่กำลังนอนโยกเปลไปมาพร้อมเปิดพัดลมตัวใหญ่จ่อเผื่อแผ่ไปที่เจ้าทองสุขด้วย เขาลืมตาตื่นขึ้นมาเสือน้อยที่งัวเงียอยู่ก็บ่นกระปอดกระแปด “มีเรื่องอะไรอีกวะ?”
“มีเรื่องชกต่อยกันนิดหน่อยน่ะพี่…”ลูกสมุนยิ้มแห้ง ๆ
โดยเสือน้อยส่ายหน้าชี้นิ้ว“พวกมึง…ขยันก่อเรื่องจริง ๆ” ก่อนจะลุกขึ้นไปแต่โดยดีฝากให้ลูกน้องดูเจ้าทองสุขแทน
และคนที่มีเรื่องวันนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนคือไอ้เพชรเพื่อนสมัยเด็กที่สนิทสนมกันมานานของเสือน้อยเขาเดินขึ้นโรงพักมาพร้อมกับทนายรักที่เดินเคียงข้าง
วันนี้ทนายรักอยู่ว่างๆ ก็มีรายได้เสริมเข้ากระเป๋าในวันสงกรานต์
“มึงไปทะเลาะกับใครวะฮะ…ไอ้เพชร!?”เสือน้อยถามด้วยความไม่เกรงใจ ใบหน้าบอกบุญไม่รับ
“เฮ้ย!กูไม่ได้ไปชวนทะเลาะนะโว้ย แต่มันต่างหากที่มาหาเรื่องกูก่อนส่วนกูก็แค่ป้องกันตัวเท่านั้น!” เพชรพูดจบก็ยิ้มเจื่อน
ทนายรักจึงถามเสริม“เรื่องเป็นอย่างไง เล่ามาให้หมดอย่าให้ตกหล่นเด็ดขาด”
หลังจากนั้นเจ้าตัวก็เริ่มเล่าและทางทนายความก็ได้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมกับทางตำรวจ แน่นอนว่าทางด้านคู่กรณีก็โต้เถียงกลับ
มีทนายคอยช่วยมันย่อมดีกว่าอยู่แล้วทนายรักขอให้เสือน้อยไปเอาภาพจากกล้องวงจรปิดที่ร้านระฆังทองมาให้หน่อยโชคดีที่ว่ามีหลักฐานหลังจากเสือน้อยโทรไปเอามาให้
ดูเหมือนหลักฐานจะเข้าข้างทางฝั่งเพชรมากกว่าจึงทำให้เขาได้เปรียบในรูปคดี
แต่ว่าดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมจบเพียงเท่านี้‘หลังจากที่เมื่อวาน’ ได้ขึ้นโรงพักกันไป
วันต่อมาอีกฝ่ายก็มีการพาพรรคพวกมาท้าทายถึงที่สาเหตุคือมาเพื่อจะล้างแค้น! ไม่มีเหตุผลอื่นผสม!
พอมาถึงก็จุดประทัดพวงยาวอย่างกับตรุษจีนโยนใส่เสียงดังทำเอาคนรอบวงแตกตื่น รอบแรกไม่เป็นไรนึกว่ามีอะไรมากคงเป็นวัยรุ่นคึกคะนอง อีกอย่างประทัดตรุษจีนก็แค่เสียงดังรำคาญเฉย ๆ
แต่ผ่านไปหลายชั่วโมงรอบต่อมาก็เกิดขึ้น โดยมีรถกระบะขับมาพร้อมปาประทัด ‘ทั้งกระจับ ลูกบอล ไม้ขีด’โยนสุ่มเข้าใส่พวกเขาอย่างกับวันลอยกระทง
ทำเอาหนุ่มสาวที่เล่นน้ำอยู่โดยรอบวิ่งหนีกันแตกกระเจิงตามมาด้วยเสียงกรีดร้องสาววัยรุ่น ทำเอาชุลมุนวุ่นวายวิ่งกันไปกัน คนละทิศคนละทางเหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่นิ่ง ๆ
ซึ่งผู้ชายคนนั้นคือ…เสือน้อยนั่นเอง!
เขาพึ่งเดินมาถึงมาดูความครึกครื้น และก็ตรงที่พวกกลุ่มก่อกวน ปาประทัดใส่ก็ตกอยู่ข้างตัวเขาเป็นกระจับที่อยู่ห่างแค่หนึ่งก้าว
ทำเอาเจ้าตัวทั้งตกใจทั้งยังทำสีหน้าไม่ถูก เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลออกมาจากกกหูด้านขวา!
เสือน้อยที่รู้สึกเหมือนตายไปแล้วครั้งหนึ่ง! จึงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนขนาดที่เพื่อน ๆคนโดยรอบวิ่งหนีกระเจิงไปนานแล้ว
พอตั้งสติได้ความเจ็บปวดและอาการมึนงง มาพร้อมกับความโกรธไฟคุกรุ่นอยู่ในทรวงอกพร้อมที่จะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ
จนเพื่อน ๆรอบด้านพอเห็นภาพเสือน้อยยืนนิ่ง พร้อมภาพเลือดไหลออกจากหู หยดลงไปบนเสื้อผ้า มันกลับกลายเป็นว่า…พวกเขารู้สึกสยองเกล้าเป็นอย่างมาก!
ลูกสมุนคนสนิทเข้าไปถามไถ่อาการแต่ก็ไม่มีคำตอบใด ๆ จากเสือน้อย จากนั้นเขาเดินกลับเข้าไปในบ้านที่อยู่ห่างไม่ไกล
เมื่อเดินเข้ามาในบ้านแม่บ้านเห็นจึงตกใจร้องเสียงหลงทำเอาพ่อกับแม่หันมาดู พวกเขาหน้าซีดเผือด จึงรีบพุ่งปรี่เข้ามาถามสาเหตุเสือน้อยได้จึงบอกเล่าเหตุการณ์ออกไป
แม่ชบาจึงรีบออกรถขับพาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปยังโรงพยาบาลส่วนในมือพ่อผันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนที่เป็นหมอ
หลังจากนั้นพ่อก็โทรหาทนายรักที่ว่างอยู่คนเดียวให้มาจัดการคดีเสือน้อยหน่อย ทนายรักพอได้ยินข่าวก็ตกใจเสียยกใหญ่อยู่เหมือนกันเขาจึงรีบไปดำเนินการหาข้อมูลทันที ทั้งติดต่อขอกล้องวงจรปิดของตำบลกล้องของชุมชนหมู่บ้าน
และกล้องของร้านทองสุขที่ติดไว้เป็นอย่างดี ภาพคมชัดพิสูจน์ให้เห็นได้จากวันก่อน ในคดีของเจ้าเพชร
เสือน้อยให้ความสำคัญกับกล้องวงจรปิดมากๆ เพราะว่ามันเป็นประจักษ์พยานชั้นหนึ่ง
ยิ่งอยู่กับพวกทนายมากๆ สมองของเขาเหมือนตื่นรู้ ควรวางตัวไว้อย่างไร ทำอย่างไงให้ตัวเองถูก!