หลังจากเวลาผ่านไปครบเจ็ดวัน เหล่าเออร์ซีก็พร้อมทำการเปิดกิจการ ป้าย ‘ปิดปรับปรุง’ ที่หน้าประตูร้านก็ถูกเสี่ยวถงดึงออก
ตอนนี้เป็เวลาไม่เช้าแล้วร้านค้า แผงลอยขายของริมถนนถูกตั้งมานานแล้ว ผู้คนที่สัญจรไปมาก็เริ่มเยอะขึ้น
หลังจากขยำป้ายที่อยู่ในมือทิ้งไป เสี่ยวถงก็เปิดประตูร้านออกให้กว้างเพื่อรอต้อนรับลูกค้า
เหล่าเออร์ซีที่ปรับปรุงเสร็จแล้ว มีความแปลกตาอย่างมาก เสี่ยวถงที่สำรวจร้านเป็รอบที่ห้ายังยิ้มกริ่มไม่หยุดไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากปรับปรุงเสร็จแล้วโรงน้ำชาจะออกมาดูดี สบายตาขนาดนี้ มองไปมุมไหนก็น่านั่งจิบชาทั้งนั้น คุณชายคิดไม่ผิดเลยที่ยอมตกลงให้แม่นางอวิ๋นซีช่วยจัดการ
เหล่าคนงานในร้านที่เช็ดโต๊ะอยู่ก็มองเขาด้วยรอยยิ้ม เมื่อปรับปรุงใหม่ ร้านน้ำชาก็ไม่เหลือเค้าเดิมอยู่เลย โต๊ะที่ชั้นล่างยังเป็ชุดเดิมแต่ถูกขัดขนเป็เงาแวววาว หน้าต่างที่เมื่อก่อนดูโล่งก็ถูกตกแต่งด้วย ‘ผ้าม่าน’ สีขาวที่บังหน้าต่างแค่ครึ่งบาน ตรงขอบหน้าต่างเพิ่มชั้นวางกระถางดอกไม้กระถางเล็กๆไว้ ดูสวยงามยิ่งนัก บนผนังมีรูปวาดทิวทัศน์สถานที่ต่างๆที่เสี่ยวถงไม่เคยเห็น แต่เมื่อมองดูก็รู้สึกว่างดงามเหมือนเป็สถานที่ในความฝัน ไม่มีคนเคยเห็นหรือเคยไปมาก่อน
ตามมุมห้องโถง ขั้นบันได ก็มีกระถางต้นไม้สีขาวที่มีต้นสมุนไพรกลิ่นหอมวางอยู่ นอกจากจะได้กลิ่นสดชื่นยังดูสบายตามีสีสันอีกด้วย
ส่วนชั้นสองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ บนฝนังยังมีรูปวาดทิวทัศน์ ที่บานหน้าต่างก็ติดผ้าม่านเช่นกัน เพียงแต่ในห้องส่วนตัวที่ตั้งโต๊ะน้ำชาแบบนั่งพื้น รอบๆโต๊ะมีที่รองนั่งที่นุ่มอย่างมาก กระถางต้นไม้ที่มุมห้องก็เปลี่ยนจากสมุนไพรเป็ดอกกุหลาบที่หลิวจื่อซีหามาจากในตัวเมือง
“พี่เสี่ยวถง ไม่แน่ว่าวันนี้จะมีลูกค้าจนล้นร้านหรอกนะ พวกข้าคงรับมือไม่ไหวแน่” เสี่ยวเป่าหยอกล้อ
ก็คนงานในร้านเมื่อก่อนมีแค่ไม่กี่คนเพราะร้านไม่มีลูกค้าจะเอาคนมามากมายเพื่อสิ่งใด แต่ตอนนี้ร้านน้ำชาปรับปรุงใหม่ เมนูของว่างก็มากมาย ไม่ใช่ว่าลูกค้าจะมากันมากหรอกหรือ?
“ขอให้เยอะอย่างที่เ้าว่าเถอะเสี่ยวเป่า” เสี่ยวถงยิ้มขำ กลัวแต่ว่าแม้จะเปลี่ยนร้านให้ดูดีกว่านี้
ก็ยัง ไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียว …
เมนูอาหารว่างที่อวิ๋นซีเขียนสูตรให้ก็เพิ่มมาสองเมนู คือ เค้กไข่ และไข่นกกระทามันม่วง รวมกับไข่กระทะเดิมที่มีอยู่แล้ว ตอนนี้ก็มีสามเมนู หน้าตาล้วนดูดีน่ากินอยู่มาก
หลังจากที่อวิ๋นซียุ่งอยู่กับการคุมงานปรับปรุงร้านให้ออกมาตามอย่างที่คิดไว้ นางก็หยุดพักเหนื่อยที่บ้านไม่ได้มาดูที่ร้านอีก ทั้งต้องตื่นเช้ามาทำขนมและต้องเดินเข้าตำบลเพื่อมาดูร้านน้ำชา อวิ๋นซียุ่งจนสายตัวแทบขาด เมื่อเห็นนางยุ่งอยู่ทุกวันฮุ่ยเหนียงบอกกับลูกสาวว่านางจะเป้นคนทำทั้งหมดให้เอง จากการสอนอย่างละเอียดของอวิ๋นซีฮุ่ยเหนียงก็เสียขนมปลาที่ไหม้ไปหลายชิ้น กว่าจะสามารถทำขนมปลาที่สมบูรณ์ออกมาได้
ดังนั้นหน้าที่การทำขนมในตอนเช้าจึงตกเป็ของนาง ส่วนลู่เซียวก็ยังคงขึ้นเขาไปตัดไม้เช่นเดิมเพราะใกล้จะหน้าหนาวแล้ว ต้องเร่งมือตัดไม้มาไว้เพิ่มอีก ทั้งฟืนที่ใช้ในบ้านก็ต้องเก็บเพิ่มด้วย
อวิ๋นซีกับลู่เซิงบอกกับพวกเขาว่าพวกนางจะเอาขนมไปขายเอง อีกทั้งนางก็มีธุระในตำบลอยู่แล้วจึงรับหน้าที่นี้ อวิ๋นซีมีความคิดว่าอยากจะเอาขนมปลานี้ไปวางขายที่เหล่าเออร์ซีด้วยแต่ว่าตอนนี้นางยัง้าเงินก้อนเอาไว้ใช้จ่ายอยู่ จึงพักความคิดนี้ไว้ การขายขนมก็ขายได้เหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้อวิ๋นซีมีเงินเก็บพอที่จะต่อเติมบ้านอย่างที่คิดไว้แล้ว รอให้บิดาตัดไม้ได้มากตามที่้าก่อนจึงจะเริ่มก่อสร้าง
ทางด้านเหล่าเออร์ซีผ่านเวลาเปิดร้านมาตั้งนานแล้ว เสี่่ยวถงที่มองลูกค้าบางตาที่นั่งอยู่ตามมุมต่างๆของร้านก็เริ่มปวดใจ มองหลิวจื่อซีที่ยืนคิดบัญชีอยู่ข้างๆ
“คุณชาย นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว เหตุใดลูกค้าก็ยัง… น้อยนิดเช่นนี้” เสี่ยวถงยื่นคอมองออกไปนอกร้าน คนก็ยังพลุกพล่านเช่นเดิมแต่คนที่เดินเข้าร้านมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยเสียอีก
“รอดูไปก่อนเถอะ” หลิวจื่อซีที่มือดีดลูกคิดไม่หยุดพลางตอบ แต่ในใจเขามีความกังวลอยู่ไม่น้อย
อุตส่าห์ปรัปรุงร้านและเพิ่มเมนูอาหารว่างหลายอย่าง แต่ก็ยังลูกค้าก็ยังน้อยเช่นเดิมหรือ?
หรือว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องปิดโรงน้ำชาจริงๆ?
ขณะกำลังกังวลอยู่นั้นหลิวจื่อซีก็ใสะดุ้งกับเสียงเรียกของเสี่ยวถงที่เดินออกไปดูหน้าร้านและวิ่งกลับเข้ามา
“คุณชายๆข้ารู้แล้วทำไมไม่มีลูกค้าเข้าร้านเรา” เสี่ยวถงฟ้องไปก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไป
“ทำไมหรือ?”
“คุณชายท่านไม่รู้อะไร ตอนข้าเดินออกไปหน้าร้าน พบชาวบ้านที่เคยมานั่งจิบชาถือห่อขนมกันคนละห่อสองห่อ แถมยังดูท่าทางดีอกดีใจกันมาก”
“พวกเขา..ซื้อขนมมาจากไหนหรือ?” แม้ว่าเขาพอจะเดาออกแล้วแต่ก็ยังไม่แน่ใจ ละแวกนี้มีร้านน้ำชาเพียงไม่กี่ร้านเท่านั้น
“คุณชายเป็ร้านน้ำชาร้านใหญ่ตรงหัวมุมถนนนั่น พอได้ยินว่าเราปรับปรุงร้านใหม่พึ่งเปิดวันนี้พวกเขาก็คงจงใจทำของว่างเมนูใหม่ออกมาแถมยังลดราคาจนแทบจะแจกฟรีอยู่แล้วขอรับ” เสี่ยงถงสีหน้าโกรธเคืองอย่างมาก
“อย่างนั้นหรือ?” หลิวจื่อซีครุ่นคิด
พวกเขาเป็ร้านที่ใหญที่สุดในตำบลอยู่แล้ว จะมาแย่งลูกค้าร้านเล็กๆอย่างเหล่าเออร์ซีนี่ทำไมกัน ไม่มีเหตุผลเลย
หลิวจื่อซีกำลังคิดว่าจะรับมือกับเื่นี้อย่างไรดี ก็ได้ยินเสียงเสี่ยวเป่าะโต้อนรับลูกค้าที่หน้าร้าน
“เหล่าเออร์ซียินดีต้อนรับขอรับ แม่นางเชิญด้านใน ” เสี่ยวเป่าพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พร้อมโค้งตัวเล็กน้อยให้ลูกค้าที่เดินเข้าร้าน
“โอ้ ” เหล่าหญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาในร้านใเสี่ยวเป่าจนหยุดชะงัก
“ขออภัยที่ทำให้ใขอรับ ข้าตื่นเต้นไปหน่อย” เสี่ยวเป่าเกาหัวเขินอาย พร้อมเชิญพวกนางเข้ามาในร้าน
ลูกค้าที่เข้ามาในร้านเท่าที่เสี่ยวเป่าเห็น เหตุใดมีเพียงแม่นาง หรือไม่ก็เหล่าคุณหนูหน้าตางดงามกัน?
“โรงน้ำชาต้าจี้ทางด้านนั้นคนเยอะเกินไปจริง ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องหาร้านใหม่แล้ว” อี้เฉินบ่นอย่างหงุดหงิด โรงน้ำชาต้าจี้เป็ร้านประจำที่คุณหนูชอบไปนั่งจิบชา แต่เพราะไม่ชอบคนมากมายวันนี้พวกนางจึงต้องเปลี่ยนร้าน
จิ่เยว่ที่ได้ยินดังนั้นก็ดุนาง “ช่างเถอะๆ เ้าจะบ่นให้มากไปทำไมกัน”
หลังจากจินเยว่มองเข้ามาในร้านก็ตกตะลึง แววตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทำไมนางจึงไม่เคยรู้ว่ามีร้านน้ำชาที่ดูเรียบง่ายแต่น่ามองขนาดนี้มาก่อน
อี้เฉินและอี้หานสองพี่น้องที่เดินตามนางมาข้างหลังก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน ทั้งสามคนมองไปรอบๆโถงน้ำชาอย่างตื่นเต้น ทั้งหลิวจื่อซีและเสี่ยวถงที่ยืนที่โต๊ะคิดบัญชีต่างก็มองลูกค้าที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน มีลูกค้าเพิ่มมาสักสองสามคนก็ยังดีกว่าไม่มีมาเลย
เดิมที่พวกนางทั้งสามอยากจะไปนั่งจิบชาที่โรงน้ำชาต้าจี้ แต่มาช้าเกินไปทั้งโรงน้ำชามีคนอยู่มากมาย อีกทั้งหน้าร้านยังมีชาวบ้านมากมายต่อคิวอยู่ พวกนางจึงเปลี่ยนใจให้คนขับรถพามาเหล่าเออร์ซีแห่งนี้ แม้จะเล็กไปหน่อยแต่พวกนางชอบความสงบ โดยไม่คาดคิดว่าจะพบกับความประหลาดใจเช่นนี้
“อี้เฉิน อี้หานพวกเ้าดูสิ ข้าไม่เคยเห็นร้านน้ำชาแบบนี้มาก่อนเลย” จินเยว่ตื่นเต้นพร้อมเดินไปรอบๆโถง
อี้เฉินที่เดินอยู่ข้างหลังก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน “คุณหนูที่นี่ดีกว่าที่คิดนะเ้าคะ”
“คุณหนูหรือไม่ พวกเราขึ้นไปดูชั้นบนกันเถอะเ้าคะ” อี้หานเสนอ
เสี่ยวเป่าที่เห็นดังนั้นจึงเดินนำทางพวกนางขึ้นไปบนชั้นสองและแนะนำแต่ละห้องให้ดู แต่ละห้องตกแต่งต่างกันเพียงแค่ของตกแต่งเล็กน้อยและสีของดอกกุหลาบที่อยู่ในกระถางเท่านั้น
จินเยว่เลือกห้องส่วนตัวที่ดอกกุหลาบมีสีชมพูเข้ม นางชอบห้องนี้ดูเข้ากับนาง จึงพาทั้งสองอี้นั่งจิบชาและเลือกของว่างบนแผ่น ‘เมนู’ ที่เสี่ยวเป่ายื่นให้นาง
นางมองอาหารที่อยู่บนแผ่นเมนูรู้สึกว่าชื่ออาหารแต่ละอย่างค่อนข้างแปลกใหม่และรูปที่วาดอยู่ข้างๆก็ดูน่าสนใจอย่างมาก
จินเยว่เลือกของว่างไม่กี่ชนิดที่นางไม่เคยได้ยินชื่อแล้วสั่งกับเสี่ยวเป่า เขารีบออกมาและตรงไปที่ห้องครัวอย่างรวดเร็ว
พ่อครัวที่รอทำอาหารอยู่ในครัวก็ได้แต่พากันนั่งเหงา ถือไม้ตีแมลงวันในครัวอย่างเบื่อหน่าย เพราะจากรายการอาหารที่ทำล่าสุดนี่ก็ผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว นึกว่าจะต้องทำั้แ่เช้ายันค่ำเสียอีก …
ทันทีที่เสี่ยวเป่าวิ่งเข้ามาก็ะโเรียกพ่อครัว
“พ่อครัว พ่อครัว เร็วเข้ามีรายการใหม่ขอรับ ไข่กระทะ เค๊กไข่ ไข่นกกระทามันม่วง” เสี่ยวเป่าบอกเขา
พ่อครัวที่รออยู่นานแล้วได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นแล้วเริ่มก่อไฟตั้งหม้อเพื่อทำอาหาร ได้เวลาแสดงฝีมือแล้ว อุตส่าห์เรียนสูตรขนมมาตั้งหลายวัน คราวนี้จะทำให้อร่อยกว่ารอบเมื่อกี้อีก !!
เหล่าเออร์ซีมีพ่อครัวใหญ่หนึ่งคน และลูกมืออีกสองคน เมื่อคนหนึ่งเริ่มก่อไฟตั้งหม้อนึ่งไข่ และตั้งกระทะเตรียมทอดไข่นกกระทา อีกคนหนึ่งก็ช่วยพ่อครัวผสมแป้ง นวดแป้ง เพื่อทำเค๊กไข่
ใช้เวลาเพียงไม่นานทั้งสามคนก็ทำเสร็จทั้งสามเมนู เสี่ยวเป่าที่นั่งรอหน้าห้องครัวก็ได้ยินเสียงเรียก เขาจึงเปิดประตูเข้าไปในครัวเพื่อยกอาหารไปเสริฟที่ชั้นสอง