จางหลินเริ่มที่จะมีการแสดงออกที่เคร่งขรึม แต่ละประโยคของปรมาจารย์ซูหยานเหมือนกับกำลังเยินยอเขา แต่อีกนัยหนึ่งมันเป็การบอกให้คนอื่นๆรู้ว่า หากเขาสามารถกลับมาฝึกฝนได้ เขาจะกลายเป็ภัยคุกคามครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
“ท่านปรมาจารย์พูดเกินจริงไปเล็กน้อย ข้าเป็เพียงนักวิชาการที่ศึกษาเพียงแค่องค์ความรู้ภายนอกเท่านั้น นั่นเป็เหตุผลที่ว่าข้าไม่กล้าจะทำอะไรเลย” จางหลินทำได้เพียงเกาศีรษะอย่างเขินอาย
ปรมาจารย์ซูหยานยิ้มอย่างมีนัยยะ ก่อนที่เขาจะยืนขึ้นและตรงไปหาจางหลิน “ยื่นมือของเ้ามา ข้าจะตรวจสอบอาการของเ้าก่อน”
จางหลินยืนขึ้นและยื่นแขนไปข้างหน้าอย่างเชื่อฟัง
ปรมาจารย์ซูหยานหลับตาลงก่อนจะใช้มือที่เหี่ยวย่นจับที่ชีพจรกลางข้อมือของจางหลิน
จากนั้นเขาก็ส่งพลังปราณเข้าสู่ร่างกายของจางหลิน ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมาหลังจากผ่านไปสิบลมหายใจ
คิ้วของปรมาจารย์ซูหยานขมวดขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่าเขาไม่สามารถหาคำตอบกับบางสิ่งบางอย่างได้
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ดูเหมือนจะเป็ลางไม่ดี จางหยินเซียวอดไม่ได้ที่จะรีบเอ่ยถาม “ท่านปรมาจารย์...มีอะไรผิดปกติกับร่างกายของหลินเอ๋อร์หรือไม่?”
แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องต้องตกตะลึง “จุดชีพจรของเขาไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ยากเลย ในความเป็จริงแค่เม็ดยาระดับ 3 ธรรมดาก็เพียงพอแล้วที่จะกระตุ้นการเปิดจุดชีพจรทั้งหมดได้...แล้วเหตุใดตลอดเวลาที่ผ่านมาจุดชีพจรของเขาถึงยังไม่ถูกเปิดออก?”
เขาทำได้เพียงส่ายหน้าเบาๆและจ้องมองไปในแววตาของจางหลิน “ข้าเคยรักษาผู้ที่มีอาการป่วยเหมือนกับเ้ามานักต่อนัก เพราะฉะนั้นไม่จำเป็ต้องกังวล”
เมื่อได้ยินดังนั้นจางหยินเซียวก็เริ่มมีความหวัง
ชิงเหลียนเฟิง ชิงเยว่และหยางเซี่ยเองก็เผยแววตาที่เป็ประกาย
การตอบสนองของคนทั้งสามทำให้จางหลินขมวดคิ้ว หากชิงเหลียนเฟิงและชิงเยว่รู้สึกยินดีที่เขาจะสามารถฝึกฝนปราณได้ก็พอจะเป็เื่ที่เข้าใจได้
แต่การที่หยางเซี่ยดูเหมือนจะยินดีกับเื่นี้นี่เป็สิ่งที่ผิดปกติยิ่งนัก
นั่นทำให้จางหลินมั่นใจได้ว่ามีบางอย่างซุกอยู่ใต้พรมจริงๆ
ปรมาจารย์ซูหยานใช้เวลาครุ่นคิดไม่นาน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจ “เอาล่ะ ต่อให้อาการของเ้าจะดูเหมือนรักษาได้ง่าย แต่บางทีมันอาจจะไม่เป็อย่างที่ข้าคาดเดาไว้ เพราะจากที่ข้าได้ยินมาเ้าได้ใช้เม็ดยาระดับ 3 มาหลายครั้งเพื่อกระตุ้นการะเิจุดชีพจร แต่เม็ดยาเ่าั้ก็ยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะทะลวงผ่านจุดชีพจรได้ด้วยเหตุผลบางประการ ในเมื่อตอนนี้ข้ามีสมุนไพรระดับ 5 ครบถ้วน ข้าก็จะยังปรุงยาระดับ 5 ให้เ้าเฉกเช่นเดิม หากว่าเกิดผลกระทบย้อนกลับบางอย่าง ด้วยข้าที่อยู่ที่นี่ เ้าสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นกับเ้า”
อานุภาพของเม็ดยาระดับ 5 ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะดูดซับเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย หากว่าการกระตุ้นจากเม็ดยาสามารถทะลวงผ่านจุดชีพจรได้จริง มันก็ยังจะหลงเหลือผลกระทบบางอย่างที่อาจจะส่งผลต่อเส้นลมปราณและอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวของคนผู้นั้นได้
แต่เนื่องจากพวกเขามีปรมาจารย์ซูหยานอยู่ที่นี่ ต่อให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น เขาก็สามารถใช้ความแข็งแกร่งของเขาเพื่อระบายพลังส่วนต่างที่เกิดจากเม็ดยาระดับ 5 ออกมาได้
จางหลินและจางหยินเซียวประสานมืออย่างพร้อมเพรียง “ขอบขอบคุณท่านปรมาจารย์ที่ช่วยเหลือ”
ปรมาจารย์ซูหยานพยักหน้าเบาๆ “ตามข้ามา”
จากนั้นทั้งห้าคนก็เดินตามหลังปรมาจารย์ซูหยานไปยังห้องโถงที่กว้างขวาง ใจกลางห้องคือหม้อปรุงยาขนาดใหญ่ที่มีการตรึงด้วยโซ่หนาหลายเส้นที่โยงใยเข้ากับฝาผนัง
หม้อสีดำที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขามีการแกะสลักลวดลายัอย่างงดงาม และมีกลิ่นอายของปราณจิติญญาหลงเหลืออยู่ ซึ่งสามารถตีความได้ว่าหม้อปรุงยานี้เพิ่งจะผ่านการใช้งานเมื่อไม่นานมานี้
แต่จมูกของจางหลินเหมือนจะได้กลิ่นบางสิ่งบางอย่างจากในห้องนี้ ซึ่งเป็กลิ่นที่แสบจมูกเป็อย่างยิ่ง
จากนั้นปรมาจารย์ซูหยานก็ตรงไปยังโต๊ะที่มีการจัดวางสมุนไพรอย่างปราณีต “จางหยินเซียว ในเมื่อเ้า้าศึกษาการปรุงยาระดับ 5 เช่นนั้นก็จงตั้งใจดูให้ดี”
“รบกวนท่านแล้ว” จางหยินเซียวประสานมือและก้าวไปข้างหน้า โดยมีอีกสี่คนยืนอยู่ห่างจากระยะของปรมาจารย์ซูหยานพอสมควร
ปรมาจารย์ซูหยานหลับตาลงราวกับว่าเป็การทำสมาธิ เมื่อลืมตาขึ้นมา หว่างคิ้วของเขาเผยให้เห็นแสงสีแดงส่องประกาย ก่อนที่ด้านหลังของเขาจะปรากฏให้เห็นร่างมายาของกิเลนเพลิงที่ส่งเสียงคำรามทีทำให้ใครหลายๆคนรู้สึกหายใจไม่ออก!
ว๊าก!
การปรากฏขึ้นของจิติญญากิเลนเพลิงทำให้บรรยากาศที่ร้อนระอุอยู่แล้วก็ยิ่งทวีความร้อนระอุมากกว่าเดิม!
สีหน้าของจางหยินเซียวและจางหลินเปลี่ยนไปเมื่อมองเห็นกงล้อที่กำลังหมุนเวียนรอบกายของปรมาจารย์ซูหยาน!
ปรมาจารย์ซูหยานผู้นี้มีกงล้อิญญายุทธ์ล้อมกายอยู่ถึงห้าวง! นั่นหมายความว่าเขาเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมรวม!
การแสดงออกของจางหลินยิ่งแย่ลงเมื่อรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย
[ขอบเขตหลอมรวม!]
[คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้!]
ใครจะคาดคิดว่าปรมาจารย์ซูหยานไม่ได้เป็เพียงผู้าุโชั้นในของสำนักจักรพรรดิพิรุณเท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของเขายังอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารภายใต้แคว้นฉู่อีกด้วย
ด้วยความแข็งแกร่งในระดับนี้ จางหลินจะพลิกสถานการณ์วิกฤตของตระกูลจางกลับมาได้อย่างไร?
ด้วยการดีดนิ้วหนึ่งครา จากนั้นภายใต้หม้อปรุงยาขนาดใหญ่ปรากฎให้เห็นเพลิงที่โชติ่ออกมาทำให้อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงขึ้นในพริบตา!
“เม็ดยาที่ข้าจะปรุงคือ【เม็ดยาหยางหวนคืน】ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรที่มีคุณลักษณะหยางสุดขั้วถึงเก้าชนิด โดยมีสมุนไพร…” ปรมาจารย์ซูหยานไม่ได้สนใจความตกตะลึงของบุคคลที่รายล้อม เขาเริ่มอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆในการปรุงยาให้แก่จางหยินเซียวได้ฟัง
ซึ่งแต่ละประโยคที่เขาพูดมานั้นล้วนแล้วแต่เป็ประโยชน์สำหรับนักปรุงยาทั้งสิ้น
สมุนไพรนับสิบที่วางอยู่บนโต๊ะถูกโยนเข้าสู่หม้อปรุงยาจนครบ จากนั้นเขาก็ปิดฝาหม้อปรุงยาก่อนจะใช้พลังปราณในการควบคุมเปลวเพลิงเป็จังหวะ
จางหลินเองก็ไม่เคยพบเห็นการปรุงยาระดับ 5 มาก่อน การจะควบคุมให้เม็ดยาระดับนี้ประสบผลสำเร็จมีปัจจัยหลายอย่าง แต่สิ่งสำคัญก็คือระดับของจิติญญายุทธ์ในการควบคุมทิศทางการก่อตัวของเม็ดยา
ปรมาจารย์ซูหยานมีจิติญญายุทธ์คุณลักษณะธาตุอัคคี ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งแล้วที่เขาจะประสบความสำเร็จทางด้านการปรุงยา
เวลาล่วงเลยผ่านไปครึ่งก้านธูป ปรมาจารย์ซูหยานที่มีเหงื่อไหลผ่านใบหน้าก็กวักมือขึ้น พร้อมกับฝาหม้อปรุงยาที่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นเม็ดยาสีแดงฉานค่อยๆลอยขึ้นมาและมีกลิ่นอายที่ร้อนแรงแผ่ขยายเป็วงกว้างราวกับระลอกคลื่น
ดวงตาของใครหลายๆคนเป็ประกายด้วยความอิจฉาเมื่อมองไปยังเม็ดยาระดับ 5 ที่จะถูกมอบให้แก่จางหลินที่ไม่มีแม้แต่การฝึกฝน
การจะได้รับเม็ดยาระดับนี้ไม่ใช่เื่ง่าย ต่อให้เป็เ้าเมืองหยางโจวก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะขอให้นักปรุงยามาช่วยปรุงยาระดับ 5 ให้ด้วยซ้ำ
ปรมาจารย์ซูหยานกวักมือและหยิบเม็ดยา ก่อนจะหันไปมอบให้แก่จางหลิน “นี่สำหรับเ้า”