บทที่ 128
ศิลาแสง
หลังจากการคิดค้นเสร็จสมบูรณ์ การซื้อขายศิลาแสงในรอบแรกจะทำการส่งขายให้กับกองทัพ
ซูฉีสร้างพวกมันขึ้นมาร้อยชิ้น มันถือว่าเป็นสินค้าในรอบแรกที่นางจะใช้ในการส่งให้กับกองทัพ
โดยของทั้งหมดจะถูกขายในราคาสามตำลึงทอง มันเป็นราคาที่ตกลงกันเอาไว้แน่นอนว่าในราคาเท่านี้การซื้อขายทั้งหมด มันจะทำให้นางได้เงินมาเท่ากับ 300 ตำลึงทอง
ด้วยเงินจำนวนเท่านั้นถือว่าเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว นางสามารถนำมันเอาไปทำอะไรได้อีกหลายอย่างมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาพวกมันไปซื้อขายที่ดิน หรือว่าจะนำเอาพวกมันไปใช้ในการพัฒนากิจการของนาง
ไม่ว่าจะในด้านใดนางเองก็จะได้รับผลประโยชน์มากมาย ซูฉีไม่ค่อยคำนวณต้นทุนเกี่ยวกับการซื้อขายในครั้งนี้สักเท่าไหร่
เป็นเพราะว่าต้นทุนที่นางใช้มันเป็นจำนวนที่น้อยเป็นอย่างมาก เพราะว่านางแทบจะไม่ได้ใช้อะไรเลย
ศิลาหรือว่าหินพวกนั้นมันเป็นเพียงแค่ของธรรมดาเท่านั้น นางไปเก็บมันมาด้วยการคัดแยกหาหินที่มันดูดี
โดยใช้มันเป็นเพียงแค่สิ่งหรือว่าเป็นภาชนะในการแบกรับค่ายกลเอาไว้ เพราะแบบนั้นสิ่งที่นางต้องทำก็คือพลังวิญญาณและก็ค่ายกล
นางใช้พวกมันสลักลงไปภายในหิน เพราะแบบนั้นต้นทุนไม่มีอะไรเลยนอกจากพลังวิญญาณ
แม้ว่าพลังวิญญาณจะเป็นสิ่งที่ล้ำค่า ผู้คนมากมายพากันหวงแหนมันเป็นอย่างมาก แต่ว่าซูฉีกับต่างออกไป
เป็นเพราะว่านางนั้นสามารถใช้แต้มความดีในการแลกเปลี่ยนพลังวิญญาณได้ เพราะแบบนั้นพลังวิญญาณที่นางได้รับมานางก็แทบจะไม่ต้องสูญเสียผลประโยชน์อะไร
นางเลยไม่มีต้นทุนเกี่ยวกับการซื้อขายในครั้งนี้ แม้ว่าจะเหนื่อยสักหน่อยแต่มันเองก็ถือว่านางนั้นได้กำไรจำนวนมาก
พวกมันทั้งหมดจะคิดว่าเป็นกำไรทั้งหมดและคิดเอาไว้ว่าเป็นค่าแรงของนางก็ยังได้
การซื้อขายในครั้งนี้ได้ทั้งเงินแล้วก็ได้ทั้งการช่วยพัฒนาเมือง เพราะแบบนั้นมีอันใดที่นางจะเสียผลประโยชน์กับเราไม่มีเลยสักนิด
จึงพูดได้ว่าอย่างไรเสียนางเองก็มีแต่ได้ การซื้อขายในครั้งนี้เลยไม่มีอะไรที่จำเป็นจะต้องคิดมากเลยสักนิด
ซูฉีเดินทางไปที่กองทัพ เดินทางไปเพื่อที่จะไปแจ้งข่าวเกี่ยวกับเรื่องสำคัญว่านางสามารถพัฒนาของพวกนี้จนเสร็จสมบูรณ์ได้แล้ว
กองทัพนำเอารถม้าแล้วก็ทหารจำนวนมากมาขนของพวกนี้ไป แน่นอนว่าของพวกนี้เมื่อทำการซื้อขายแล้วมันถือว่ากลายเป็นสิทธิ์ขายของกองทัพ
และมันเองก็เป็นของที่วิเศษเป็นอย่างมาก กองทัพจึงต้องจัดทหารฝีมือดีมาคุ้มกันพวกมันด้วยการขนส่ง
ซูฉีได้ทำการนำเอาของพวกนั้นขนส่งให้กับกอง และก็รับเงินมาในวันถัดมา เงิน 300 ตำลึงทองเป็นจำนวนเงินที่มากมาย
ซูฉีตั้งใจจะเอาส่วนนึงเก็บเอาไว้เป็นเงินทุนสำรอง ส่วนอีกส่วนนึงนางจะนำไปใช้ในการซื้อขายที่ดิน
….
เงินกองใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้า คุณหนูตระกูลซูนั่งนับเงินด้วยท่าทางร่าเริง ในตอนนี้นางนำนับเงินพวกนี้ด้วยท่าทางมีความสุข
ไม่มีอันใดจะเป็นสุขไปกว่านี้อีกแล้ว เงินด้านหน้าไม่เป็นจำนวนเงินมากมาย ในตอนนี้ได้รับพวกมันหลังจากที่เหนื่อยเหน็บมาหลายวัน มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
“ คุณหนูเจ้าคะเงินจำนวนมากขนาดนี้ ท่านคิดจะนำเอาพวกมันไปทำอันใดอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ”
“ นั่นสินะในตอนนี้สิ่งที่ข้าอยากทำก็คงจะเป็นการขว้างซื้อที่ดินละมั้ง แต่ว่าในตอนนี้ช่วงหลังๆที่ดินภายในเมืองราคาสูงขึ้นมาก ”
“ เป็นเพราะว่าเมืองแห่งนี้เริ่มมีผู้คนเดินทางเข้าออกเป็นจำนวนมากขึ้น อีกทั้งสงครามเองก็ไม่ได้เกิดมาฝากครึ่งปีแล้ว ”
“ มันเลยทำให้ที่ดินภายในเมืองมีราคาสูงขึ้น พวกพ่อค้าหรือว่าพวกเศรษฐีสักต่างแดนก็พากันทยอยเดินทางเข้ามา ”
“ พวกมันซื้อที่ดินภายในเมืองแห่งนี้ไปมาก กลับกลายเป็นว่าที่ดินภายในเมืองแห่งนี้จำนวนมากมีราคาที่สูงขึ้น ”
“ ข้าอยากจะซื้อที่ดินภายในเมืองแห่งนี้เอาไว้สักหน่อย อย่างน้อยก็มีมากพอที่จะทำให้เราขยายกิจการหลายๆอย่างได้ ”
“ เพราะว่าในวันข้างหน้าเมื่อที่ดินมันราคาสูงขึ้น มันจะลำบากแก่พวกเรา ” ซูฉีได้แต่พูดออกมาในสิ่งที่ตนเองคิด
นางวางแผนเอาไว้แล้วว่านางอยากจะทำอะไร สิ่งที่นางอยากจะทำคือการนำเอาเงินไปซื้อขายที่ดิน
ด้วยเงินจำนวนมากขนาดนี้กล่าวได้คำเดียวว่าที่ดินที่ทำการซื้อขาย นางคงจะได้มันมาหลายสิบผืน แล้วก็เป็นที่ดินที่มีขนาดที่กว้างขวางเป็นอย่างมากด้วย
ที่นางรีบร้อนในการซื้อขายมันก็เป็นเพราะว่าในช่วงหลังๆมานี่ เริ่มมีผู้คนเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้มากขึ้น
มันทำให้ในตอนนี้กลับกลายเป็นว่าที่ดินภายในเมืองมีคนต้องการมากขึ้น แม้จะเป็นที่ดินที่ไม่ได้มีขนาดหรือว่าความกว้างขวางหรือว่าไม่ได้มีที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ ก็ยังมีผู้คนที่ต้องการและราคามันก็สูงขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเกิดว่าภายในเมืองพัฒนาไปมากกว่านี้ แน่นอนว่าที่ดินภายในเมืองมันก็คงจะมีราคาสูงขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน
นี่ยังไม่รวมแผนการพัฒนาที่แม่ทัพหนุ่มคิดเอาไว้ ถ้าเกิดว่าเขาได้ทำการพัฒนาโดยการนำเอาศิลาแสงมาติดตั้งภายในเมือง
ซูฉีมั่นใจอย่างหนึ่งว่าผู้คนมากมายคงหลั่งไหลเข้ามาภายในเมืองอย่างไม่ขาดสาย มันคงจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนภายในเมืองมากขึ้น
และความต้องการของที่ดินเองก็จะมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อความต้องการมากขึ้นราคาของที่ดินเองก็จะสูงมากขึ้น
ถึงแม้ว่านางจะมองไม่เห็นอนาคต แต่เพียงแค่การคาดเดาเพียงแค่นี้นางสามารถทำได้อย่างแน่นอน
“ นี่พวกเราไม่มีเวลามากแล้ว ”
“ พวกเราต้องเร่งไปขวางซื้อที่ดินภายในเมืองแห่งนี้ให้เร็วที่สุด ” ซูฉีพูดอย่างตื่นตัว
เมื่อนางคิดได้เช่นนั้นรีบลุกขึ้นแสดงท่าทางฮึกเหิมพร้อมจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
มันทำให้บ่าวรับใช้คนสนิทอย่างลี่ถังใบหน้าตื่นตระหนกตกใจ นั่งประหลาดใจที่คุณหนูของนางอยู่ๆก็ตื่นตัวขึ้นมา
“ อันใดกันเจ้าคะคุณหนู เหตุใดอยู่ๆถึง… ”
“ เรื่องนั้นไม่จำเป็นจะต้องถามมากแต่ว่าพวกเราเองก็มีเวลาไม่มาก ในตอนนี้ต้องเร่งดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด ” หลังจากที่กล่าวกับลี่ถัง
ซูฉีที่สาวเท้าเดินออกไปด้านนอกก็คิดในใจ ‘ ยังดีที่ในตอนนี้ศิลาแสงในรอบแรกที่ส่งไป 100 ชิ้น มันยังไม่ถูกติดตั้งให้กับผู้คนภายในเมือง ’
‘ แต่ว่ามันจะถูกเก็บเป็นของที่ใช้ภายในกองทัพ เพราะแบบนั้นยังพอมีเวลาที่ติดต่อซื้อที่ดิน อย่างน้อยก็ซื้อที่ดินที่ต้องการให้ได้มากที่สุด ’
‘ เพราะว่าถ้าเกิดว่ามีการติดตั้งศิลาแสงขึ้นมาภายในเมืองแล้วก็ ราคาที่ดินคงจะพุ่งสูงขึ้นจนเราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ’
ซูฉีเริ่มดำเนินการสิ่งที่ตนต้องการ นางคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าได้ แม้ว่านางจะไม่มีตาที่ยังเห็นอนาคตแต่นางก็รู้ได้จากการคาดเดาจากประสบการณ์
สองวันผ่านไป
ซูฉีในตอนนี้รู้สึกว่าเวลาชีวิตของนางแทบจะไม่พอในแต่ละวัน เป็นเพราะเรื่องที่ต้องทำมีมากมาย
นางจำเป็นจะต้องเร่งผลิตศิลาหินรอบ 2 เพื่อที่จะส่งขายให้กับทางด้านกองทัพ กองทัพจะซื้อพวกมันในจำนวน 500 อัน
เพราะแบบนั้นนางจำเป็นจะต้องเร่งผลิตพวกมัน แต่ว่านางก็มีงานอย่างอื่นที่ต้องทำด้วยไม่ว่าจะเป็นงานภายในโรงสุรา
หรือแม้กระทั่งการดูแลสวนเองก็ต้องทำ แถมในตอนนี้ยังมีภาระใหม่ในการไปติดต่อซื้อเกี่ยวกับพวกที่ดินภายในเมืองก่อนที่ศิลาแสงจะทำการติดตั้งภายในเมืองอีก
เพราะแบบนั้นจึงรู้สึกว่าในตอนนี้เวลาในแต่ละวันมันไม่เพียงพอเป็นอย่างมากแม้ว่าจะมี หุ่นไม้วิเศษในการช่วยเหลือเกี่ยวกับการแบ่งเบาภาระ
แต่ว่าซูฉีเองก็ยังคิดว่างานพวกนี้มันก็หนักสำหรับนางจริงๆ ในตอนนี้ผ่านมา 2 วันแล้วในช่วงระยะเวลา 2 วันที่ผ่านมา
นางได้เริ่มติดต่อซื้อที่ดินภายในเมืองด้วยการที่ให้ราคาที่สูงขึ้น แน่นอนว่ามีผู้คนหลายคนยอมขายที่ดินให้กับนาง
นางได้เงินมาจากการซื้อขายศิลาแสงที่เป็นเงินของกองทัพเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว
เพราะแบบนั้นจึงซื้อพวกที่ดินพวกนั้นในราคาที่มันสูงขึ้นได้ตามที่นางนั้นต้องการ ในตอนนี้นางสามารถซื้อที่ดินที่นางต้องการมาได้แล้วประมาณ 5-6 ผืน
แต่มันเองก็ยังไม่หมดคงจำเป็นจะต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่จะซื้อที่ดินทั้งหมดมาได้ แต่ก็ไม่มีหลักประกันอะไรเลยที่บอกว่านานจะสามารถซื้อที่ดินทั้งหมดก็ได้เพราะบางคนเองก็ไม่ยอมขายที่ดินของตนเอง
เห็นว่าที่ดินพวกนี้มันเริ่มมีมูลค่าที่สูงมากขึ้นพวกผู้คนภายในเมืองก็ไม่ใช่คนโง่ จึงอยากจะเก็บที่ดินพวกนั้นเอาไว้เผื่อว่าในวันข้างหน้าจะมีราคาที่สูงขึ้น
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
จบบท