ตอนที่12ชะตาดอกท้อของฮวาเย่เอ๋อร์
หลังจากสองสกุลทำเื่หมั้นหมายกันเสร็จหวังซู่ที่ได้ฤกษ์แต่งงานจากใต้ซือก็ส่งหมายกำหนดงานแต่งมาให้สกุลฮวาเป็วันที่สองเดือนห้าหรืออีกหนึ่งเดือนกว่า ๆหากไม่แต่งในวันนี้ก็ต้องรออีกปลายปีซึ่งนานเกินไปหากแต่งปลายปีชาวบ้านคงจะลือกันว่าสกุลฮวายืดเวลาออกไปเพื่อรอยกเลิกการหมั้นหมายนี้
สกุลฮวาเมื่อทราบวันแต่งก็ต่างยุ่งกับการเตรียมงานแต่งของคุณหนูรองหาได้มีใครสนใจคุณหนูใหญ่ที่ตอนนี้กำลังออกจากบ้านไปพบ
ตู้เหวินเฉิงที่โรงเตี๊ยมฝูหรงมีเพียงลำพังนางสั่งให้อาจูบอกกับที่บ้านไว้ว่านางป่วยเป็ไข้หวัดกำลังนอนพักผ่อน หากใครถามหาก็ให้อาจูกันไว้อย่าให้ใครเข้ามาในห้องอาจูเมื่อทราบว่าคุณหนูของนางจะออกไปกับกับบุรุษเพียงลำพังก็เป็ห่วงกลัวชื่อเสียงของนางจะเสียหายแต่ก็ถูกฮวาเย่เอ๋อร์ท้วงแล้วด่าทอจนนางต้องทำตามคำสั่งรอคุณหนูของนางอยู่ที่เรือน
ฮวาเย่เอ๋อร์ยิ้มหวานเดินออกมาจากเรือนทางประตูหลังเมื่อเห็นว่าไม่มีใครนางก็เดินหายลับไปก่อนจะออกมาที่ซอยแคบที่สามารถโผล่ออกมาในตัวอำเภอนางมองซ้ายขวาเห็นว่าไม่มีใครตามมาก็เดินยิ้มตรงไปยังโรงเตี๊ยมฝูหรงหลังจากที่นางได้พบกับตู้เหวินเฉิงวันนั้นเขาก็ส่งจดหมายติดต่อกับนางผ่านทางอาจูสาวใช้ของนางที่ออกไปซื้อของด้านนอกนางกับเขาเขียนจดหมายส่งหากันหลายครั้งจนนางแน่ใจแล้วว่าคุณชายตู้คงหลงในเสน่ห์ของนางแน่แล้วหลังจากที่นางได้รับจดหมายของเขาเมื่อสองวันก่อนว่าจะนัดพบกับนางขอให้นางออกมาเพียงลำพังตอนแรกนางจะตอบปฏิเสธไปแล้วแต่เมื่อนึกถึงคำพูดของท่านป้าก็ทำให้นางตัดสินใจไปพบเขาในวันนี้
ฮวาเย่เอ๋อร์เดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมหลงจู๊ก็เดินมาต้อนรับแล้วนำทางนางให้ขึ้นไปในห้องส่วนตัวที่ชั้นสองเมื่อเปิดเข้าไปด้านในห้องมีโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารโต๊ะใหญ่มีอาหารหลากหลายชนิดวางเตรียมไว้มากมายถัดไปด้านซ้ายมือหลังฉากบังตาเป็เตียงนอนขนาดใหญ่ ฮวาเย่เอ๋อร์มองไปรอบ ๆห้องด้วยใจที่สั่นไหวนางตัดสินใจแล้วว่าวันนี้หากนางต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ก็ไม่เสียใจนางต้องได้แต่งเข้าจวนเ้าเมืองให้ได้!
เสี่ยวเอ้อร์เชิญให้นางไปนั่งที่เก้าอี้แล้วเทน้ำชาที่ยังมีควันลอยออกมาจากความร้อนแล้วรีบเดินออกไปพร้อมปิดประตูเสียงดังจนนางสะดุ้งจนหันไปมองแล้วนางก็ต้องใอีกครั้งเมื่อมีบุรุษเดินออกมาจากฉากบังตาและหาใช่ตู้เหวินเฉิงไม่แต่เป็ชายที่ช่วยประคองนางไว้ในวันนั้นแทน
“เป็ท่านเป็ท่านได้อย่างไรแล้วคุณชายตู้เล่า” ฮวาเย่เอ๋อร์เบิกตาโตก่อนจะลุกขึ้นเพื่อจะเดินออกจากห้องอาหารนี้แต่นางกลับต้องชะงักเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าปิดประตูเสียงดังแล้วลงกลอนพร้อมยืนกันประตูไว้ไม่ให้นางเดินออกไปได้
“ท่านจะทำอะไรหลีกไปนะชายหญิงอยู่กันเพียงลำพังไม่งาม!” ฮวาเย่เอ๋อร์เอ่ยขึ้นเสียงดังนางเริ่มจะโมโหเสียแล้ว
“เ้าจะรีบออกไปไหนเล่าตู้เหวินเฉิงเขารับคำสั่งจากข้าแล้วเขาไม่มาหรอก”ชายหนุ่มตรงหน้าพูดยิ้มด้วยรอยยิ้มเขามองจ้องไปยังสาวงามตรงหน้าขึ้นลงด้วยความพึงใจ
“ท่าน ท่านเป็ใครกัน”ฮวาเย่เอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความสงสัยหากสามารถสั่งคุณชายตู้ได้คนตรงหน้าคงมีฐานะไม่ธรรมดาเสียแล้ว
“ข้าเป็ใครงั้นหรือคุณหนูเย่เอ๋อร์คงไม่ค่อยได้ออกจากเรือนเลยไม่เคยเห็นข้าสินะ ข้านามว่าฝานเจี้ยนแซ่เฉิง” โซว่อ๋องเฉิงฝานเจี้ยนมองสาวงามตรงหน้าที่กำลังขบคิดด้วยรอยยิ้มพอใจ
“เฉิงฝานเจี้ยน เฉิงฝานเจี้ยน ท่าน!ท่านคือโซว่อ๋อง!” ฮวาเย่เอ๋อร์พูดทวบทวนชื่อคนตรงหน้าเสียงเบาก่อนจะเบิกตามองเขาด้วยความใ“ข้า..เย่เอ๋อร์..หม่อมฉันคารวะโซว่อ๋องขอโซว่อ๋องโปรดอภัยในการเสียมารยาทก่อนหน้านี้ของเย่เอ๋อร์ ขอท่านอ๋องอย่าได้ถือสา”ฮวาเย่เอ๋อร์ส่งรอยยิ้มหวานให้เขาก่อนจะย่อกายคารวะแล้วเอ่ยขออภัยท่านอ๋องโดยที่นางยังคงย่อกายอยู่เช่นเดิม
เฉิงฝานเจี้ยนเดินไปข้างหน้าก่อนจะประคองสองแขนของนาง“ลุกขึ้นเถิดเป็ข้าที่เสียมารยาทกับเ้าก่อนเ้าแทนตัวว่าเย่เอ๋อร์เถิดข้าฟังแล้วช่างไพเราะนัก มา ๆ มานั่งแล้วกินข้าวกันเถิดข้าสั่งอาหารไว้มากมายนักหวังว่าจะมีอาหารที่เ้าชอบ”
“เพคะ ขอบคุณท่านอ๋องเพคะ” ฮวาเย่เอ๋อร์ยืนขึ้นก่อนจะนั่งตามที่ชายหนุ่มประคองก่อนจะก้มหน้าด้วยความเขินอาย
ทั้งสองคนลงมือทานอาหารกันฮวาเย่เอ๋อร์เมื่อได้รับการดูแลจากโซ่วอ๋องก็ผ่อนคลายมากขึ้นนางมองใบหน้าที่ยังคงหล่อเหลาของเขาด้วยความพึงใจแล้วคิดว่าไม่ได้แต่งเข้าจวนเ้าเมืองแต่นางอาจจะได้แต่งเข้าจวนอ๋องวาสนาของนางนั้นช่างดียิ่งนัก!
หลังจากมื้ออาหารผ่านไปก็มีหญิงสาวจากหอศิลป์ที่เฉิงฝานเจี้ยนให้คนจัดหาเข้ามาดีดพิณให้ทั้งสองฟังเขามองใบหน้าด้านข้างของ
ฮวาเย่เอ๋อร์ด้วยความพึงใจยิ่งนัก สาวงามใครจะไม่อยากมองและเล่าเขาเทเหล้าบ๊วยที่แม้รสชาติจะหวานหอมแต่ก็ทำให้คนมึนเมาได้ให้นางฮวาเย่เอ๋อร์รับจอกเหล้านั้นขึ้นจิบเพียงหนึ่งจอกแก้มของนางก็ขึ้นสีแดงจาง ๆชวนมอง
“เย่เอ๋อร์ดื่มมากไม่ได้เพคะเดี๋ยวจะเมาเสียก่อน”ฮวาเย่เอ๋อร์รีบเอ่ยท้วงเมื่อเฉิงฝานเจี้ยนจะรินเหล้าให้นางอีกจอก
“จะเป็ไรไปเล่าถึงอย่างไรข้าจะนั่งรถม้าไปส่งเ้าที่เรือนเองเ้าอย่าได้กังวลไป” เฉิงฝานเจี้ยนยกจอกเหล้ายื่นไปจ่อที่ริมฝีปากบางของนาง
ฮวาเย่เอ๋อร์จำต้องจิบเข้าไปหนึ่งคำก่อนจะจับจอกนั้นมาแล้ววางไว้ที่โต๊ะ
“เย่เอ๋อร์จะให้ท่านอ๋องไปส่งที่เรือนได้อย่างไรกันเพคะหากท่านพ่อเห็นเข้าจะไม่ถูกโบยจนตายหรือ”
“ใครมันจะกล้าโบยเ้ากันต่อไปเ้าก็กลายเป็ผู้หญิงของโซว่อ๋องใครเห็นเ้าก็ต้องก้มคำนับ!” เฉิงฝานเจี้ยนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากราดเกรี้ยว
“ท่านอ๋องอย่าทรงกริ้วเลยเพคะเย่เอ๋อร์เพียงพูดไปเท่านั้นท่านพ่อหาได้ลงโทษเย่เอ๋อร์แต่หากเป็ท่านแม่ก็..”ฮวาเย่เอ๋อร์เอ่ยด้วยใบหน้าเศร้าก่อนจะก้มหน้าลงจนเฉิงฝานเจี้ยนที่มองอยู่สงสารยิ่งนัก
“เ้าอยู่ในสกุลฮวาคงลำบากไม่น้อยสินะข้ารู้มาว่ามารดาแท้ ๆ ของเ้าเสียไปั้แ่เ้าคลอดไม่นานมารดาเลี้ยงไม่ดีต่อเ้าเช่นนั้นหรือ”
“ดีเ้าค่ะ นางดีต่อข้ายิ่งนัก” ฮวาเย่เอ๋อร์เงยหน้าขึ้นตอบก่อนจะหลบสายตาเขาแล้วเผยสีหน้าลำบากใจ
“เ้าไม่ต้องพูดแทนนางหรอกข้ารู้ว่ามารดาเลี้ยงจะดีเท่ามารดาแท้ ๆ ได้อย่างไร ภายหน้าหากเ้าเข้าจวนข้าแล้วข้าจะดีต่อเ้าให้มาก”เฉิงฝานเจี้ยนยื่นมือไปกุมมือของฮวาเย่เอ๋อร์แน่นแล้วบีบมือนุ่มนั้นก่อนจะเลื่อนขึ้นไปตามลำแขนเรียวงามของนาง
“ท่านอ๋องอย่าเพคะ” ฮวาเย่เอ๋อร์ยกมือขึ้นจับมือที่กำลังจะถึงไหล่ของนางไว้
“ทำไมเล่าเ้าไม่อยากแต่งเข้าจวนข้าหรือ”เฉิงฝานเจี้ยนขยับเข้าไปพูดที่ข้างหูของนางก่อนจะก้มลงหอมแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงฮวาเย่เอ๋อร์ขยับกายถอยห่างเพียงเล็กน้อยแล้วช้อนสายตาเรียวงามมองเขาก่อนจะ
ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย
“ท่านอ๋องจะให้เย่เอ๋อร์เข้าจวนอ๋องด้วยฐานะใดกันเพคะในเมื่อท่านอ๋องต่างก็มีทั้งชายาเอก และเหล่าอนุมากมายนัก”
“อืมตอนนี้ตำแหน่งภรรยารองของข้าเหลือเพียงหนึ่งข้าจำต้องรั้งตำแหน่งนี้ไว้ให้บุตรสาวของนายอำเภอซานซูแต่ตำแหน่งอนุภรรยาข้ายังรับได้อีกมากนัก”
“ท่านอ๋องจะให้ข้าเป็อนุของท่านหรือเ้าคะเย่เอ๋อร์ไม่อยากเป็อนุของใคร” ั์ตาของนางเริ่มมีน้ำใสออกมาก่อนจะเอ่ยกับเขาด้วยความเสียใจจนเฉิงฝานเจี้ยนอดจะสงสารไม่ได้
“เ้าเข้าไปในจวนในฐานะอนุภรรยาก่อนเถิดภายหน้าหากงานใหญ่ของข้าสำเร็จข้าสัญญาว่าข้าจะให้ตำแหน่งที่มีหน้ามีหน้าให้เ้าแน่นอน”เฉิงฝานเจี้ยนพูดเสร็จก็ดึงหญิงสาวตรงหน้าเข้ามากอดแล้วหันไปมองหญิงงามที่กำลังดีดพิณเมื่อหญิงสาวมองว่าเ้าของห้องไม่้าให้คนนอกอยู่นางจึงได้หยุดเล่นแล้วยกพิณก้าวถอยหลังคำนับแล้วเดินออกจากห้องไป
“จริงหรือเพคะท่านอ๋องอย่าได้โกหกเย่เอ๋อร์นะเพคะ”
ฮวาเย่เอ๋อร์ไม่รู้หรอกว่างานใหญ่ที่ชายหนุ่มพูดคืองานอันใดแต่การได้แต่งเข้าจวนอ๋องก็ถือว่ามีหน้ามีตาสำหรับนางแล้วดีกว่าน้องสาวของนางที่ต้องแต่งให้พรานป่ามากนัก!
“จริงสิข้าจะโกหกเ้าไปเพื่ออะไรหึ”เฉิงฝานเจี้ยนคลายอ้อมแขนแล้วค่อย ๆก้มหน้าลงไปหาสาวงามตรงหน้าก่อนริมฝีปากของทั้งสองจะประกบกันเขาเพิ่มแรงดูดดึงริมฝีปากของสาวงามก่อนจะยกตัวนางขึ้นอุ้มเดินไปที่เตียงใหญ่หลังฉากกั้นโดยที่ริมฝีปากของทั้งสองไม่ได้ผละออกจากกันแม้สักเสี้ยวไฟปรารถนาหลังฉากกั้นและเสียงครวญครางของชายหญิงที่ดังออกมาช่างร้อนแรงยิ่งนักจวบจนผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามเสียงนั้นจึงเงียบหายไปแต่ไม่นานกลับมีเสียงร้องครางออกมาอีกครั้งจนองครักษ์ที่ยืน
เฝ้าหน้าห้องต่างมองหน้ากันแล้วก้มหน้าลงทำหน้าที่เฝ้ายามต่อไป
ร้านอาหารจินฟงต้นยามเซิน (15.00-16.59)ลูกค้าในร้านที่มารับประทานอาหารเริ่มบางตาลงเฉาโป๋เหวินที่เป็เถ้าแก่ร้านจึงได้นั่งพักจากนั้นเมื่อคำนวณเวลาดูแล้วว่าถึงเวลานัดหมายกับนายท่านใหญ่เขาจึงเดินเข้าไปหลังร้านแล้วเข้าห้องรับรองที่อยู่สุดกำแพงเมื่อเข้าไปเขาก็พบว่านายท่านใหญ่ได้เข้ามานั่งเรียบร้อยแล้วเขาคารวะชายตรงหน้าจากนั้นจึงได้เดินไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“เื่ที่ข้าให้ท่านไปจัดการเป็อย่างไรบ้างช่วยได้หรือไม่”
“ได้ขอรับข้าส่งคนเข้าไปในสำนักคุ้มภัยเมื่อพวกเขากำลังจะออกจากป่าจะเข้าเขตเมืองเมืองโจวก็พบกับโจรป่าฝีมือของพวกโจรป่าดียิ่งนักพวกเราต่างก็าเ็ไปไม่น้อยแต่ก็หาได้เสียชีวิตไม่เมื่อพวกเราถอยกลับเข้าเมืองหย่งชุนโจรพวกนั้นก็เลิกตามเอาชีวิตขอรับ”
“แล้วชาวบ้านที่ไปร้องทุกข์เล่าเป็อย่างไร”
“สองคนนั้นขวัญเสียไปเยอะขอรับเห็นบอกว่าจากนี้คงไม่กล้าออกจากเมืองแล้ว พวกเขาคงจะไม่กล้าออกไปอีกแล้วขอรับ”
“ดีข้าไม่อยากให้ชาวบ้านต้องมาสังเวยชีวิตกันไปเสียเปล่า อีกไม่นานเราคงจะจัดการกับโซว่อ๋องได้แล้วฝ่าาเองก็เริ่มจะร้อนใจมากแล้วเร่งให้ข้าหาหลักฐานให้แ่าจะได้จับตัวโซว่อ๋องไปรับผิดที่เมืองหลวง”
ชายตรงหน้าเฉาโป๋เหวินหยุดพูดไปสักพักก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า“เสียดายยิ่งนักพวกเราอุตส่าห์ได้แผ่นหนังแผนที่ที่โซว่อ๋องซ่อนกำลังทหารไว้แล้วแต่เมื่อไปถึงที่นั่นกลับไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตสักชนิดร่องรอยก็หายไปไม่สามารถตามต่อได้ ข้าทำให้ิหยางต้องผิดหวังเสียแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าเขาเอ่ยถึงชายที่ถูกทรมานจนตายแล้วถูกคนของโซว่อ๋องทำลอยตามแม่น้ำเข้ามาและเป็เขาและพรรคพวกที่เข้าไปค้นศพในศาลาว่าการแล้วเจอแผนที่ในเสื้อของเขา
“ท่านอย่าได้เศร้าไปนักขอรับงานนี้หาใช่ว่าจะง่ายนักิหยาง
คงไม่อยากให้ท่านต้องทุกข์ใจกับเื่นี้ ทุกคนที่ติดตามท่านมาทำภารกิจนี้ต่างเตรียมใจและกายเพื่อสละชีพอยู่แล้วรวมทั้งข้าด้วย!”
“ขอบใจท่านมากต่อไปเราต้องระวังทุกฝีก้าว ข้าต้องหาหลักฐานที่จะมัดตัวให้โซว่อ๋องยากจะแก้ตัวให้ได้!”