หนึ่งเดือนมานี้ข้าก็พยายามทำตัวปกติแล้วนะยังคงเรียนกับออซเช่นเคย แต่ไม่ค่อยอยากมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ถูกถามอะไรมาก็ตอบแค่ ‘อืม’ ‘เออ’ ‘ก็ใช่’ ‘แหะ ๆ’ ประมาณนี้ หวังว่ามันจะดูปกติพอนะข้าบังคับตัวเองให้ร่าเริงต่อหน้าไอ้กระต่ายอ้วนนั่นไม่ได้จริง ๆ
ลิงเฒ่าเล่าให้ข้าฟังหมดแล้วเื่ของน้องชายฝาแฝดออซที่ชื่อลิมุน...กระต่ายวิเศษที่มีหูเพียงข้างเดียวและเป็โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง(ข้าเดาว่าน่าจะเป็ดาวน์ซินโดรม) ตอนออซเดินทางออกจากป่ามันทิ้งลิมุนไว้ลำพัง ลิมุนโดนฝูงกระทิงที่กำลังแตกตื่นวิ่งทับตอนการก่อฏของบิงกี้
‘พวกอัลชุบชีวิตได้’ ลิงเฒ่ากล่าว‘พวกมันเรียกิญญาพวกพ้องที่ล้มตายสมัยากลับมานั่นทำให้มนุษย์ที่เหนื่อยล้าต้องกลับไปพ่ายแพ้ โลกนี้กลายเป็อาณานิคมของอัลไปส่วนหนึ่งก็เพราะแบบนั้น’
‘ชุบชีวิต?จักรวาลนี้ไม่ได้ของแบบนั้นหรอกผู้เฒ่า’ ข้าแค่นหัวเราะ
ลิงหรี่ตามอง ‘ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากสัตว์ที่เพิ่งฟื้นจากความตายเ้าไม่เห็นสายลมแต่ก็ััถึงมันได้จริงไหมลิมุน...ฉะนั้นอย่าได้ดูถูกในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยเห็นว่าไม่มีจริงมันจะทำให้เ้าขลาดเขลา’
‘แล้วท่านหมดธุระกับข้าหรือยัง?’ ข้าี้เีเถียงเื่แบบนี้ต่อเลยเปลี่ยนคำถาม
‘ข้ายังไม่เลิกสงสัยเ้าหรอก แต่เราจะมาหาคำตอบกันทีหลังอย่าคิดก่อเื่เชียวล่ะ’ผู้เฒ่ากล่าวแค่นั้นก่อนจะวิ่งหายไปทิ้งให้ข้างงงวยในความง่ายเหมือนปอกกล้วยให้ลิงกินนี้
ออซน่าจะถูกหลอกลวงข้าเชื่ออย่างนั้น แต่ก็ต้องชั่งใจว่าจะดำเนินตามแผนเดิมดีไหมเราออกไปจากที่นี่ไม่ได้หากกำแพงแก้วยังอยู่ แต่ถ้าเอาออกพวกอัลก็จะบุกเข้ามาจนเกิดาข้าต้องไขปริศนาภารกิจที่ท่านประธานมอบให้เสียก่อน หากรู้ว่าแท้จริงแล้วจุดหมายคืออะไรก็น่าจะง่ายขึ้น
อีกเื่คือข้าโตขึ้นมากเขาอ่อนที่งอกเมื่อวันก่อนใหญ่ยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนข้าจัดระบบให้มานาให้ไหลเวียนไปทั่วร่างซึ่งก็มีบ้างที่พลังจะไหลล้นออกไปอย่างสิ้นเปลือง แต่พอมีเขาซึ่งเป็คอร์พลังเวทมานาทั้งหมดก็คงอยู่ได้อย่างเป็ระเบียบ แถมยังช่วยผลิตมานาเพิ่มจนข้าน่าจะใช้พวกมหาเวทได้มากกว่าการเรียกฝนกับสายฟ้าแล้วล่ะ
“ลิมุนมีสัตว์มาขอพบเ้าน่ะ” แม่กวางบอก พลางหันไปมองอีกทางสัตว์หูตั้งตัวหนึ่งนั่งนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ เห็นเพียงเป็เงาดำ ๆแต่ก็แผ่รังสีเศร้าสร้อยออกมาอย่างเห็นได้ชัด “เขาว่ามีเื่ให้ช่วย”
“อีกคดีเหรอเนี่ย”ข้าบ่นเอือม ๆ ั้แ่ใช้เวทได้คล่องขึ้นก็มีสัตว์มากมายเข้ามาขอความช่วยเหลือ อย่างเช่นหมีที่กินผึ้งทั้งรังเสร็จก็เกิดอาการหน้ามืดตัวบวมเพราะดันแพ้เกสรดอกไม้ที่พวกผึ้งไปเก็บน้ำหวานมาให้ข้ารักษา แล้วก็นกเงือกที่เพิ่งเสียคู่รักไปมาขอคำปรึกษาเื่การมูฟออนข้าไม่รู้จะช่วยยังไงเลยเสกเหยือกใส่สุราให้มันดื่ม เ้านกดื่มเสร็จก็บินหายไปแล้วไม่กลับมาอีกเลยน่าจะตัดใจได้แล้วล่ะ
“ท่านลิมุน”ผู้มาเยือนเผยตัวจากร่มเงา มันคือจิ้งจอกตัวเล็กผอมแห้ง หน้าตาอิดโรยเหมือนจะตาย “ช่วยด้วยครอบครัวข้าหายไปหมดเลย ข้าพลัดหลงกับพวกเขาเมื่อสองวันก่อน”
“มั่นใจใช่ไหมว่าไม่ได้ถูกนักล่าตัวอื่นกินไป”ข้าถาม เพราะต้องระวังว่าจะไปละเมิดกฎของผู้พิทักษ์อะไรทำนองนั้นพลาดครั้งเดียวมีสิทธิ์โดนปลดได้เลย และการออกเดินทางพร้อมลิ่วล้อที่ตั้งใจไว้ก็จะเป็อันจบ
“ไม่ขอรับข้าแค่วิ่งไล่แมลงปอครู่เดียว กลับมาก็ไม่เจอพวกเขาแล้วไม่มีแม้แต่ศพหรือหยดเืให้ตามกลิ่น เหมือนหายไปเฉย ๆ” เ้าลูกจิ้งจอกเล่าแววตาน่าสงสาร “แถวนั้นไม่มีใครเห็นเหตุการณ์เลยนอกจากมดกับแมลงแต่พวกมันพูดไม่ได้ ข้าเลยไม่รู้ว่าต้องไปขอความช่วยเหลือจากไหน”
“อืมมม”ข้าชั่งใจ คดีนี้เป็ไปได้สูงว่าครอบครัวเ้าจิ้งจอกจะอยากทิ้งไปเฉย ๆเพราะมีลูกร่างกายอ่อนแออะไรแบบนั้น เป็เื่ปกติของสัตว์ “เ้าอายุเท่าไหร่”
“หนึ่งเดือนกับอีกสิบวันขอรับเราเจอกันที่ลานรูปเคารพไง ท่านจำข้าไม่ได้เหรอ”
“อ้อ! จำได้ละ เ้ามีพี่น้องอีกสองนี่นา นั่นก็หายไปเหรอ”
“ขอรับ”จิ้งจอกหลุบตาต่ำ “ข้าอยู่โดยไม่มีฝูงไม่ได้ ก่อนหน้านี้จิ้งจอกเพิ่งทะเลาะกับฝูงหมาป่าเื่ซากวัวที่ชายป่าถ้าพวกมันเห็นข้าอยู่ลำพังล่ะก็...”
“เื่นั้นข้าช่วยเ้าไม่ได้หรอกนะแต่จะลองตามหาพ่อแม่ให้ดูแล้วกัน” ข้าพยักหน้าตกลง แม้จะเกิดเครื่องหมายคำถามในหัวหลายอันจนนับไม่ไหว“Holy Guide!”
แสงสีขาวสี่ดวงปรากฏขึ้นในอากาศข้าสั่งให้มันตามหาครอบครัวจิ้งจอกภายในป่า ซึ่งตอนนี้เวทภูตนำทางของข้าขยายรัศมีได้ไกลถึงยี่สิบกิโลเมตรแล้วน่าจะครอบคลุมทั้งป่าเขตนี้
“ลิมุนจ๊ะพาน้องเข้ามากินอาหารระหว่างรอไหม” แม่กวางะโบอกจากใต้ต้นไม้ใหญ่
“หิวไหมเ้าจิ้งจอก”ข้าหันไปถาม ใต้ต้นไม้มีเสบียงผลไม้ เบอร์รี่ต่าง ๆ ตุนไว้ให้ข้ากินตอนหิว
จิ้งจอกพยักหน้าหงึกหงัก“ขอรับ ข้าอยากกินเนื้อ” มันว่า ขณะมอง ‘เนื้อ’ ชิ้นใหญ่ใต้ต้นไม้ตาละห้อย
โอเคข้ายังไม่อยากรีบเสียแม่ไปตอนนี้ ทนหิวไปก่อนแล้วกันนะ
พอขยายระยะกว้างขึ้นการค้นหาก็นานขึ้น พวกแสงหายไปตามทิศทั้งสี่ ก่อนจะกลับมาเพื่อแจ้งข่าวแสงทิศใต้พบครอบครัวจิ้งจอกอยู่ที่ชายแดนป่าพร้อมหน้า สุขภาพปกติดี
“เจอแล้วป่านี้มีจิ้งจอกสองฝูง มีอยู่ฝูงหนึ่งที่จำนวนเท่าที่เ้าบอกอยู่ชายป่าทิศใต้ไกลหน่อยนะไอ้หนู” ข้าบอกกับจิ้งจอกที่กำลังแทะมะม่วงอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งข้าไม่ได้บอกข้อมูลอีกอย่างเพราะอยากจะดูท่าทีมัน
นอกจากจิ้งจอกแล้วยังมีฝูงหมาป่าเสือ และสิงโตอยู่ตรงนั้นด้วย
“อ๋า?เจอแล้วเหรอขอรับ” มันพูดพลางกระดิกหาง น้ำลายกระเด็นโดนหน้าข้าหลายหยด
“อี๋! ใจเย็น ค่อย ๆ พูด...เอางี้ ตามแสงสีขาวนี้ไปถ้าระหว่างทางมีนักล่าตัวอื่นมาเจอมันจะไม่กล้าทำร้าย แต่อย่าอยู่ห่างแสงล่ะ” ข้าบอกก่อนจะสะบัดตัวหันไปอีกทางแสงศักดิ์สิทธิ์ของข้าเป็เวทมนตร์ชื่อกระฉ่อนไปทั่วป่า ใครเห็นก็รู้ว่าลิมุนเสกเพราะงั้นถ้าไอ้หมานี่ตามแสงไปก็จะถือว่าเป็ผู้ที่ข้ากำลังปกป้องอยู่
“ท่านลิมุนเดี๋ยว!” เ้าจิ้งจอกวิ่งตรงเข้ามางับขาข้าเบา ๆทำเอาใจนต้องสะบัดหนี “ข้ากลัว แม่เล่าว่าพวกหมาป่าเคยก่อฏกับบิงกี้พวกมันไม่กลัวแม้แต่ท่านออซ เพราะงั้นแค่นี้ไม่พอหรอกขอรับระหว่างทางไปพวกมันทำร้ายข้าแน่นอน ฮ ฮึก”
“เออไม่ต้องร้อง” ข้าหรี่ตา “ข้าก็อยากช่วยแต่ถ้าสมมติไปถึงที่หมายแล้วเราพบว่าพ่อแม่เ้าตายแล้วจะทำยังไงต่อ ข้าไม่สะดวกเลี้ยงหมานะบอกก่อน”
“เอ่อ...”คราวนี้จิ้งจอกอึกอักบ้าง “ข้าก็จะทำใจยอมรับแล้วหากินเองขอรับแต่ข้าอยากให้ท่านลิมุนไปด้วยจริง ๆ นะขอรับ อย่างน้อยข้าก็อยากมีใครมาคุ้มครองข้าเหงา ข้ากลัว ฮือออ” มันเข้ามาซุกแล้วถูไถไปตามตัวข้า ข้าถึงกับเบือนหน้าหนีเพราะกลิ่นจิ้งจอกหลงทางมันแย่จนจะอ้วก
“เอาล่ะจิ้งจอกเื่ที่เ้าเล่าแม้จะมีช่องโหว่เต็มไปหมดอย่างเช่นครอบครัวหายไปเฉย ๆโดยไม่เหลือร่องรอยให้หมาอย่างเ้าตามกลิ่น เื่ที่เ้าบอกว่ากลัวหมาป่าแต่โผล่หน้ามาจากทิศทางเดียวกับฝูงของมันไหนจะที่เ้าอยากให้ข้าไปส่งอย่างออกนอกหน้าอีก แต่เอาเถอะ! ต่อให้เป็กับดักข้าก็อยากไป พอดีมีธุระอยากทำน่ะ”
“เย้! ท่านลิมุนใจดี...” มันเห่าเสียงดัง ก่อนจะชะงักค้าง “เอ่อ...เมื่อครู่ท่านพูดอะไรนะขอรับ?”
“เปล่าไม่มีอะไร ไปกันเถอะนกต่อ เอ๊ย! จิ้งจอกน้อย” ข้าส่งสายตาเป็มิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้มัน “แม่กวาง!ข้าพาเ้าตัวนี้ไปส่งครู่เดียวแล้วจะกลับมา ถ้าออซมาถามก็ให้บอกว่าข้าไปเล่นที่ชายป่าทิศใต้นะขอรับ”
“ได้จ้าลิมุนแล้วแม่จะเตรียมผลไม้ที่เ้าชอบไว้ให้นะ” แม่กวางะโกลับมา
โอเค...ไม่รู้ว่าผู้อยู่เื้ัจะใช่อย่างที่ข้าคิดหรือเปล่าแต่ยังไงซะนี่ก็อาจเป็โอกาสแก้แค้น!
ข้าร่ายเวทปีกสายลมให้กับตัวเองและเ้าจิ้งจอกเราวิ่งเย้ยฟ้าท้าลมไปยังจุดหมายด้วยความเร็วระดับพายุ
ที่ผ่านมาข้าพยายามหาตัวบิงกี้แล้วนะแต่มันซ่อนแเีมากจนข้าแอบคิดว่าข้ามชายแดนไปป่าอื่นแล้วถึงอย่างนั้นก็ไม่ปักใจเชื่อเพราะถ้าสัตว์ตัวไหนก้าวเท้าข้ามเขตไปป่าอื่นแม้แต่นิดเดียวผู้พิทักษ์ป่าจะรู้ได้ทันที ป่านนี้ออซได้วิ่งแจ้นไปรับมันกลับมาลงโทษแล้ว
“ท่านลิมุนขอรับ! เราเร็วไปหรือเปล่า ข้าอยากไปหาพ่อแม่แบบเงียบ ๆ” จิ้งจอกะโบอก
“ก็ปกตินี่! ทำไมต้องอยากไปแบบเงียบ ๆ ด้วยล่ะข้าชอบไปไหนมาไหนแบบป๊อปปูล่าร์ เ้าไม่ชอบเหรอ!”ข้าหยอกกลับ ซึ่งเ้าจิ้งจอกก็ไม่ตอบ กลับทำหน้าเครียดกว่าเดิมเพราะระหว่างทางมีสัตว์ใเสียงวิ่งเราเต็มไปหมด
ใช้เวลาครู่เดียวก็มาถึงชายป่าทิศใต้บริเวณนี้ค่อนข้างมืดเพราะต้นไม้ใหญ่ใบหนาปกคลุมเหนือหัวเราเหมือนเพดานสีเขียวเข้มข้าแอบส่งภูตแสงนำทางไปสำรวจรอบ ๆ ขณะคลายเวทเพิ่มความเร็วลง
“ฮแฮ่กๆๆๆ มาถึงแล้วเหรอขอรับ” เ้าจิ้งจอกหอบน้ำลายหยดเต็มพื้น
“ใช่พ่อแม่เ้าอยู่ไหนล่ะ นำทางไปสิ”
“อ้อทางนี้ขอรับ” มันเดินนำหน้าไปสองสามก้าว ก่อนจะชะงักกึก “เอ๊อะ! ไม่ขอรับ ข้าไม่รู้เลยท่านลิมุนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าพวกเขาอยู่ทิศใต้ ท่านต้องเป็คนนำทางสิ”
“อ้อ...อย่างนั้นเอง”ข้าพยักหน้าช้า ๆ “งั้นไปกันสิ คิดถึงพ่อแม่จะแย่แล้วเนอะ”
“ท่านลิมุน”จิ้งจอกเรียก น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปทำให้ข้าต้องหยุดฟัง “ท่านรู้แต่แรกใช่มั้ยขอรับว่านี่เป็กับดัก”
“บังเอิญฉลาดน่ะ”ข้ายักไหล่เบา ๆ “ทำภารกิจของเ้าให้เสร็จเถอะจิ้งจอกน้อย ไม่ต้องกังวลอย่างมากก็แค่โดนลูกหลงตายเท่านั้นเอง”
อีกฝ่ายวิ่งมาขวางหน้าข้าไว้“ครอบครัวข้าถูกจับเป็ตัวประกันข้าถูกส่งไปเรียกท่านมาให้ได้แลกกับการไม่ถูกสัตว์อื่นฆ่าขอรับ” มันเอ่ยทั้งน้ำตาคราวนี้ไอความเศร้าสร้อยแผ่ออกมาจริงจนััได้
“พาข้าไปให้ถึงที่หมายแล้วที่เหลือข้าจะตัดสินใจเองว่าจะทำยังไง” ข้ากล้ำกลืนความอ่อนแอ พยายามพูดเสียงต่ำให้ดูน่าเกรงขาม“ไปสิ!” ข้าตวาด เมื่อเ้าจิ้งจอกมัวแต่นิ่ง
มันหันหลังแล้วออกวิ่งเข้าไปในพุ่มไม้หน้าทึบข้าตามเข้าไปพลางร่ายเวทให้กิ่งไม้รอบ ๆ แหวกออก และเราก็มาถึงโซนป่าผลัดใบเป็จุดที่รวมพวกต้นไม้กิ่งก้านยาวรกชัฏ ไม่แปลกที่พวกมันจะเลือกสถานที่แบบนี้เพราะหากมาเตรียมการก่อนก็จะรู้ทางหนีทีไล่ จัดกระบวนทัพโจมตีได้ง่ายและข้ายังใช้เวทสายฟ้าไม่ได้ด้วยเพราะเสี่ยงโดนตัวเอง
“พ่อ! แม่! ทุกตัวอยู่ไหนน่ะ!” เ้าจิ้งจอกะโเรียก ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบ กระทั่งข้าััได้ถึงความเคลื่อนไหวจากด้านหลัง
“ตัวเล็กมากมั้ง”ข้าหันไปด่า สิ่งที่โผล่มาคือเสือดาวผอมแห้งสามตัวทำท่าจด ๆ จ้อง ๆเตรียมตะครุบเหยื่อ
“ส่วนเ้าก็ตัวใหญ่เนื้อเยอะสมคำร่ำลือนะลิมุนมีข่าวว่าถ้าได้กินเนื้อเ้าจะกลายเป็สัตว์วิเศษ นี่เื่จริงหรือเปล่า” เสือตัวหนึ่งแยกเขี้ยวถาม
“ไม่รู้สิก่อนหน้านี้มีนังแมวขี้เหร่กินข้าเข้าไปแล้วไม่ทันข้ามคืนก็ตายน่ะมันอยู่กับพวกเ้าหรือเปล่า ป่านนี้น่าจะฟื้นพลังเต็มที่แล้วนะ” ข้าถามกลับ
“ไม่บิงกี้ไม่ได้อยู่แถวนี้ นางมีงานของนาง” อีกเสียงหนึ่งดังจากอีกด้าน สิงโตจ่าฝูงที่ข้าเคยเจอเมื่อวันพิธีสรรเสริญก้าวมาด้วยท่าทางแบบหัวโจกนักล่า“ส่วนงานของเราคือกันเ้าไม่ให้ไปจากตรงนี้ ลิมุน”
“แค่กันชั่วคราวหรือตลอดไปล่ะ” ข้าหยั่งเชิง
“นั่นก็แล้วแต่เ้า”สิงโตตอบนิ่ง ๆ “เ้าอยากรู้ไหมว่าการฏของบิงกี้มีไปเพื่ออะไร...ข้าจะบอกให้”