นาวาอากาศเอก นเรศ กำลังนั่งปอกมะม่วงอยู่บนเก้าอี้ในห้องทำงานของตัวเองโดยมีลูกน้องของเขาอีกสามคนยืนถืออิฐคนละก้อนยกขึ้นไว้เหนือหัว เนื่องจากโดนทำโทษเพราะปล่อยเป็ดที่เลี้ยงไว้ดูเล่นของชายหนุ่มในหน่วยบัญชาการออกมาวิ่งเล่น
“ผู้พัน ยกโทษให้พวกผมเถอะคร้าบ พวกผมผิดไปแล้ว พวกผมจะไม่ทำอีกแล้วคร้าบ” นาวาอากาศตรี เคนลูกน้องของนาวาเอก นเรศกำลังร้องโอดโอยอย่างบ้าคลั่งเนื่องจากหัวหน้าของพวกเขาลงโทษใช้ให้ยกก้อนอิฐมาจะเกือบสองชั่วโมงแล้วก็ไม่ยอมยกโทษให้สักที
“นั่นสิครับหัวหน้า ยกโทษให้พวกผมเถอะครับ ผมปวดแขนไปหมดแล้วเนี่ยผู้พัน” อิน นาวาอากาศโทตอนนี้ลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นไปเป็ที่เรียบร้อยแต่ในมือของเขายังคงยกก้อนอิฐไว้อยู่เหนือหัวโดยไม่ยอมปล่อยมันลงมาถึงแม้แขนจะสั่นก็ตาม
“ผู้พัน ผู้พันจะเคร่งไปไหนเนี่ย พวกผมก็ฝึกหนักตามที่ผู้พันสั่งทุกวัน ผู้พันก็อะลุ่มอล่วยให้พวกผมเถอะครับ แค่พวกผมเห็นว่าเป็ดของผู้พันไม่ได้ออกมาวิ่งเล่นนานแล้วก็เลยกะจะปล่อยให้มันออกมาวิ่งเล่นแป๊บเดียวเอง” โอ นาวาอากาศตรีเอ่ยขึ้นเหมือนกัน
ทั้งสามคนเป็ลูกน้องในหน่วยรบพิเศษของทหารหนุ่มยศสูงอย่างนเรศที่ลงมือคัดสรรเลือกมาทำภารกิจด้วยตัวเองเป็ลูกน้องที่ไว้เนื้อเชื่อใจกันมา รู้ใจกันซะทุกเื่ประดุจดั่งแค่มองตาก็รู้ใจ
“ไม่ พวกเอ็งรู้ไหม กว่าฉันจะขอผู้บัญชาการเลี้ยงเป็ดในหน่วยได้ ฉันต้องลงทุนลงแรงไปเท่าไหร่แล้วนี่ถ้าปล่อยออกมาแล้วไม่โดนหมาในหน่วยแดกก็บุญเท่าไหร่แล้ว พวกนายก็รู้ว่า่นี้เป็่นี้พวกเขานำหมาในหน่วยออกมาฝึกกัน” นเรศยกมะม่วงที่ปอกเสร็จในมือขึ้นมาชี้หน้าบ่นลูกน้องของตัวเองเรียงตัว
“แต่พวกผมก็ช่วยดูกันอยู่นะครับ หมามันไม่มีทางงับคอเป็ดของหัวหน้าได้แน่ ๆ อ่ะ อีกอย่างเวลานี้เขาพาหมาออกมาฝึกที่ไหนกันล่ะครับ มันยังเช้าอยู่เลย” โอพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าตอนนี้เพิ่งจะเวลาเจ็ดโมงเช้าหากจะฝึกหมาก็น่าจะฝึกกัน่สาย
“ไอ้โอ ยังจะเถียงอีก โน่นยกอิฐของแกไปเลย” นเรศหันไปว่าลูกน้อง
“โถ่ หัวหน้าอ่า” โอลูกน้องโวยวาย เขาล่ะไม่เข้าใจหัวหน้าตัวเองจริง ๆ ตัวให้เลี้ยงมีตั้งเยอะแยะ ดันมีรสนิยมชอบเลี้ยงเป็ด เขาล่ะจะบ้า นับวันหัวหน้าของเขายิ่งแปลกขึ้นทุกวัน ดีนะที่หัวหน้าเขาไม่เลี้ยงหมู เห็ด ไก่ ด้วยอีก ถ้าเลี้ยงมีหวังได้ตั้งฟาร์มในหน่วยแน่ ๆ วอนผู้การอย่าตามใจหัวหน้าผมเด็ดขาดนะครับ ไม่งั้นพวกผมคงได้วิ่งไล่จับสัตว์เลี้ยงหัวหน้ากันพัลวันบันเทิงแน่ ๆ
“แขนอะแขนยกให้มันตรง ๆ หน่อยเป็ถึงทหารต้องมีความอดทนห้ามอ่อนแอเข้าใจไหม” ทหารอากาศหนุ่มสั่งการด้วยน้ำเสียงเข้ม
“แล้วเมื่อไหร่ผู้พันจะหายโกรธพวกผมล่ะคร้าบ” อินเอ่ย แขนของเขาในตอนนี้ยกอิฐค้างไว้เริ่มล้าแล้ว เล่นเอาแขนล่ำกล้ามเป็มัด ๆ ของนาวาอากาศโทสั่นเบา ๆ
“พูดมากไอ้อิน เออ เอามือลงได้ล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนและอย่าให้มีครั้งต่อไปล่ะ” ผู้พันหนุ่มเอ่ยยกโทษให้เหล่าลูกน้องของเขา
นเรศ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งในชื่อทางการของเขาคือ นาวาอากาศเอก นเรศ หรือสั้น ๆ ว่าผู้พัน เป็ทหารอากาศกองกำลังหน่วยรบพิเศษของฐานทัพซึ่งหน่วยนี้ของเขาจะมีเพียงสี่คนเท่านั้น เป็กองกำลังหน่วยรบจู่โจมพิเศษทางอากาศและแปลเปลี่ยนตามสถานการณ์บางทีเขาเองก็ต้องลงไปช่วยภาคพื้นเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าพวกเขาเป็ตัวแปรของฐานทัพ มีไว้เพื่อปฏิบัติการภารกิจลับระดับชาติเท่านั้น
สถานะนี้ของพวกเขามิอาจเปิดเผยได้แม้ตายก็ไม่สามารถมีชื่อ หากตายไปก็เป็การตายแบบหายไปอย่างลับ ๆ โดยมีเฉพาะญาติเท่านั้นที่รับรู้ และไม่สามารถจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติได้ พวกเขามีหน้าที่รับใช้ชาติและอุทิศตัวเพื่อชาติเพียงเท่านั้น
บัดนี้พวกเขาไม่มีภารกิจอะไรต้องทำหรือได้รับคำสั่งการลงมา นเรศผู้พันหนุ่มจึงรู้สึกเบื่อเมื่อไม่มีภารกิจอะไรทำเลย นั่นเป็สาเหตุของการขอผู้บังคับบัญชาการเลี้ยงเป็ดสองตัวเพื่อเอาไว้ดูเล่นแก้เซ็ง เห็นมันร้องแควก ๆ แล้วสบายใจ ความนิยมชมชอบเป็ดตัวสีขาววิ่งเล่นในสนามเล็ก ๆ ของเขาไปมาและทำสระน้ำเล็ก ๆ ไว้ให้พวกมันเล่น ช่างมีความสุขจริง ๆ
่นี้ชายหนุ่มรู้สึกสบายเกินไปจึงเรียกลูกน้องทั้งสามมาฝึกเป็เพื่อนประจำ และลูกน้องของเขาก็โต้แย้งหรือเถียงหัวหน้ามากไม่ได้จำใจต้องมาอยู่เป็เพื่อนหัวหน้าของตน
และความสามารถของลูกน้องแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไปอย่าง โอ เป็มือปืนสไนฝีมือดีเป็ลูกน้องจู่โจมระยะไกลหากบินอยู่บนฟ้าก็เป็กองกำลังสำคัญในการยิงระยะไกลนั่นเอง และ อิน เป็ผู้ชำนาญด้านการใช้มีดและอาวุธสั้นทุกชนิดรวมถึงปืนสั้นอีกด้วยทางด้านอากาศเขาเป็กองกำลังเสริมที่ดีคนหนึ่งที่พร้อมจะเข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อได้รับสั่ง
ส่วนคนสุดท้าย เคน เป็คนเก็บกู้ะเิชั้นดีของหน่วยรบและหน่วยข่าวกรองทำหน้าที่ระบุตำแหน่งของศัตรู และอันดับสุดท้ายคือ นเรศ ระดับผู้พันอย่างเขานั้นเป็ผู้ถนัดทุกสายการต่อสู้ระยะประชิดหรือแม้แต่การใช้อาวุธเขาล้วนชำนาญทั้งหมด ดังนั้นนเรศจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็หัวหน้ากองและมียศสั่งการสูงสุดของกองทัพปฏิบัติการรบพิเศษนี้จนถึงปัจจุบันดูแลหน่วยในฐานะหัวหน้าซึ่งค่อยสั่งการอยู่เื้ัอย่างลับ ๆ อีกทีเพราะเขาไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้และมักไม่สุงสิงกับใครหากไม่จำเป็ น้อยคนจะเห็นว่าผู้พันหนุ่มอย่างเขาหรือคนที่ได้รับเรียกว่าหัวหน้าสั่งการในหน่วยนั้นเป็ใคร หรืออาจจะเห็นผ่าน ๆ เดินผ่านไปมาแต่ไม่รู้ว่าเขาเป็หัวหน้านั่นเอง
เฮ้อ ค่อยยังชั่ว ลูกน้องทั้งสามวางก้อนอิฐในมือลงและนอนกลิ้งลงไปกับพื้นภายในห้องด้วยความหมดแรง
“หัวหน้านี่ผู้บังคับการเขาไม่คิดจะสั่งให้พวกเราไปสู้รบกับประเทศอื่นหรือเมืองอื่นออกไปทำภารกิจที่ไหนหน่อยเหรอครับ ไปสอดแนมก็ได้อ่ะ เราอยู่ในค่ายกันมาหลายเดือนแล้วนะ พวกผมเบื่อจะแย่” อินบ่น
“นั่นดิหัวหน้า ให้พวกผมออกไปลาดตระเวนก็ยังดีอ่ะ” โอเสริม
“แล้วพวกนายคิดว่าฉันไม่เบื่อหรือไง” ผู้พันนเรศหยิบมีดสั้นมาสับมะม่วงออกเป็ชิ้น ๆ ก่อนจะยื่นให้ลูกน้องของเขากินด้วยกัน ลูกน้องทั้งสามรับเอามะม่วงคนละชิ้นจากมือของผู้พันหนุ่มที่ยื่นให้ ลุกขึ้นเดินมาจิ้มพริกเกลือด้านหน้าหัวหน้าของเขา ก่อนจะจับยัดเข้ามาเคี้ยวตุ้ย ๆ ด้วยความเปรี้ยวปากยังดีที่มีพริกเกลือคอยช่วยลดความเปรี้ยวลงไปบ้าง
“ผู้พันมะม่วงอร่อยดีนะครับ” เคนเอยขึ้นแต่หน้าตานั้นบิดเบี้ยวเปรี้ยวปรี๊ดไปคนละทิศละทางน้ำหูน้ำตาแทบเล็ด
“ฉันปอกให้ก็ต้องอร่อยอยู่แล้วปะ” นเรศหยิบมะม่วงขึ้นมาจิ้มพริกกินบ้าง หน้าตาของชายหนุ่มก็ออกรสชาติไม่ต่างกันกับลูกน้อง
ไหนแม่ค้าที่ตลาดบอกมัน หวานเจี๊ยบไงวะ ไหงมันเปรี้ยวปรี๊ดขนาดนี้เขาคงโดนหลอกขายให้แล้ว ผู้พันหนุ่มคิด
“คร้าบ ๆ งั้นพวกผมขอตัวออกไปสั่งงานลูกน้องในหน่วยอีกทีก่อนนะครับเผื่อมีอะไรใหม่ ๆ เข้ามา” อินเอ่ย เนื่องจากอินเองก็เป็หัวหน้าหน่วยรบในหน่วยอีกที เขามีหน้าที่ฝึกทหารใหม่ที่เข้ามา
“จะไปไหนก็ไป อ้อ อย่าลืมปลอมตัวออกไปด้วยล่ะ” นเรศหมายถึงปลอมตัวออกไปในสถานะเดิมเป็เพียงหัวหน้าฝึกในหน่วยเท่านั้น
“รับทราบครับหัวหน้า” อินยกมือขึ้นทำวันทยหัตถ์ให้หัวหน้าของตนก่อนโอและเคนจะยกมือทำความเคารพตามและเดินออกไปด้วยเช่นเดียวกันทิ้งให้ผู้พันหนุ่มนั่งอยู่ในห้องทำงานอยู่คนเดียว
Rrrrrr
ไม่นานโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของชายหนุ่มก็ดังขึ้นนาวาเอก นเรศแสยะยิ้มออกมา
ในที่สุดก็มีภารกิจเข้ามาให้เขาทำสักที หลังจากทำตัวเกียจคร้านเป็วัวสันหลังยาวมานานถึงตาเขาออกโรงสักที มือหนาคว้าไปที่โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานขึ้นมารับสาย
“ครับ นาวาอากาศเอก นเรศ พูดสายครับ”
“ไงผู้พันคุณสบายดีนะ”
“ครับพวกผมสบายดี ผู้การมีอะไรรับสั่งพิเศษครับ”
“อืม เบื้องบนเขาสั่งมาให้กองกำลังหน่วยรบพิเศษของเราออกไปสำรวจพวกค้ายาเกลื่อนเมือง่นี้ดูสักหน่อย ดูว่าพวกนั้นทำงานกันถึงไหนแล้วหากเป็ไปได้ก็ให้จับตายพวกมันซะ คนพวกนี้เกลื่อนเมืองทำร้ายประชาชนเพราะคุมคลั่งยากันเยอะเก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์เปล่า ๆ” ผู้บัญชาการหัวหน้าของผู้พันหนุ่มเอ่ย
“รับทราบครับ แล้วของกลางละครับท่านจะให้ผมทำยังไง”
“ทำลายทิ้งให้หมดอย่าให้เหลือ”
“รับทราบครับ” ผู้พันหนุ่มยกมือขึ้นทำความเคารพวันทยหัตถ์ให้ผ่านโทรศัพท์
“อืม มีอะไรก็แจ้งผมมาก็แล้วกัน หวังว่าภารกิจของคุณในครั้งนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี” หลังจากสั่งการภารกิจจบสายก็ตัดไป
ชายหนุ่ยวางโทรศัพท์ลงก่อนจะหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมากดออกเรียกลูกน้องทั้งสามคนที่ออกไปก่อนหน้ามารวมตัวเพื่อทำภารกิจจับตัวผู้ร้าย
เมื่อแก๊งค้ายาอยู่คู่กันกับบ้านเมืองมานานปราบยังไงก็ปราบไม่หมดสักที มีแต่จะเพิ่มพูนมากขึ้นทุกวัน ชายหนุ่มจึงต้องรับภารกิจพิเศษเพื่อช่วยงานตำรวจกำจัดพวกคนชั่วเกลื่อนเมืองพวกนี้ไปด้วย เื่นี้ผู้พันหนุ่มอย่างเขาถนัดนักล่ะไอ้ทรมานศัตรูเนี่ยเขาล่ะอย่างชอบยิ่งได้เห็นเืสาดหรือต้องใช้ความรุนแรงละก็เขายิ่งชอบ
เพราะความโเี้ไม่มีใครเกินของเขาลูกน้องถึงได้กลัวกันอย่าให้ต้องเอ่ยปากคำไหนคำนั้นทันที ฆ่าคือฆ่า ตายก็คือตายไม่มีความปรานีหรือสงสารใด ๆ ในสนามรบหรือการปฏิบัติภารกิจของชายหนุ่มมักจะลงมือเฉียบขาดเสมอ
ผู้พันหนุ่มอย่างเขาไม่เคยทำงานพลาดเลยสักครั้งและครั้งนี้ก็คงจะเหมือนกัน งานที่ได้รับย่อมมีระดับความอันตรายไม่เท่ากัน ฉะนั้นครั้งนี้ถือว่าเป็ภารกิจเบามากสำหรับเขา เขาจะจบมันให้เร็วที่สุด เนื่องจากไม่ได้ให้ออกไปรบจึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากแค่เปลี่ยนชุดปฏิบัติการก็พอ
ครืน ครืน เสียงของคลื่นสัญญาณวิทยุสื่อสารดังขึ้น ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยเสียงลงไป
“จากัวร์เรียกนกพิราบด่วน จากัวร์เรียกนกพิราบด่วน มารวมตัวกันที่รถก่อนออกทำภารกิจ”
เป็ชื่อของการเรียกแทนตัวของลูกน้องทั้งสามของพวกเขา ส่วนจากัวร์เป็ชื่อเฉพาะที่นเรศตั้งขึ้นเองเพื่อให้ลูกน้องของเขาสื่อสารกันได้ง่ายแทนการเรียกชื่อเป็รหัสลับของพวกเขาเพราะยศทุกอย่างต้องเก็บเป็ความลับห้ามเปิดเผยตัวตนของตัวเองเด็ดขาดหากไม่เข้าตาจนจริง ๆ
“นกพิราบทั้งสามรับทราบ กำลังจะไปเดี๋ยวนี้” ลูกน้องทั้งสามคนตอบกลับมาก่อนผู้พันหนุ่มจะวางวิทยุสื่อสารของตัวเองลงเดินเข้าไปอีกห้องเพื่อเปลี่ยนชุดเป็ชุดปฏิบัติการ
หลังจากเปลี่ยนเสร็จจึงเดินออกจากห้องไปยังลานจอดรถซึ่งใช้ทางลับในการเดินทางออกไปจากหน่วยทั้งหมด จะไม่มีใครเห็นพวกเขาเลย ครั้งนี้เขานำรถออกไปทำงานแทนโดยภารกิจในครั้งนี้จะไม่ใช้เครื่องบินและออกไปในชุดเครื่องแบบหากแต่จะไปในชุดธรรมดาเท่านั้น
ภารกิจที่ชายหนุ่มได้รับคือการแฝงตัวเข้าไปเก็บพวกค้ายานั่นเอง