ที่ส่วนบนของแผงตะปูหมาป่า มีเชือกเส้นหนึ่งเชื่อมต่อกับโครงไม้บนหอคอยเมือง พลทหารที่เฝ้าเมืองสามารถใช้เชือกดึงแผงตะปูหมาป่าที่ปล่อยลงไปให้กลับขึ้นมาเพื่อใช้งานได้อีกครั้ง
ไป๋จงมองเห็นแผงตะปูหมาป่าเคลื่อนมาอยู่ตรงหน้า สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย พลังคลั่งในร่างกายะเิออกมาอีกครั้ง
"ปัดมันออกไป!" เขาหยิบโล่ป้องกันที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว กระแทกเข้าใส่แผงตะปูหมาป่าอย่างแรง
'เพล้ง!' โล่ป้องกันแตกละเอียดเป็เสี่ยง ๆ แผงตะปูหมาป่าที่พุ่งเข้ามาถูกไป๋จงกระแทกจนกระเด็นออกไป แขนของเขาถูกคมดาบขีดข่วน เืไหลซึมจนย้อมแขนเสื้อครึ่งข้างเป็สีแดงอย่างรวดเร็ว แต่เขากลับดูเหมือนไม่มีความรู้สึกใด ๆ
เดิมทีเขาคิดจะใช้เกราะแสงจันทร์เพื่อป้องกันความเสียหายในครั้งนี้ แต่เพราะอยากทดสอบว่าพลังในร่างกายจะแข็งแกร่งได้ถึงระดับไหน จึงเลือกที่จะปะทะกับแผงตะปูหมาป่าตรง ๆ
ภายใต้การส่งเสริมของสถานะคลั่งศึก ยิ่งาเ็หนัก พลังต่อสู้ยิ่งแข็งแกร่ง ไป๋จงไม่รู้สึกถึงความเ็ปที่แขน ในพริบตาที่ผลักแผงตะปูหมาป่าออกไป เขาก็ชักกระบี่ฟันวูบหนึ่ง
ประกายกระบี่วาดผ่าน เชือกของแผงตะปูหมาป่าถูกตัดขาดและร่วงหล่นลงจากหอคอยเมือง
"ตามข้ามาให้ติด!" ไป๋จงเมินเฉยต่อแขนที่โชกเื เร่งความเร็วในการปีนขึ้นไป เพียงพริบตาก็ถึงจุดสูงสุดของบันไดเมฆ
พลทหารที่เฝ้าเมืองเห็นดังนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตะลึง คิดไม่ถึงว่าไป๋จงจะดุดันเพียงนี้ แค่กันหินได้ก็ว่าแย่แล้ว แต่นี่ถึงขั้นกระแทกแผงตะปูหมาป่าจนกระเด็น ซึ่งมันหนักกว่าหินหลายเท่าตัวนัก กว่าพวกเขาจะตั้งสติได้ ไป๋จงก็ปีนข้ามขอบกำแพงเมือง และใช้กระบี่สังหารคนไปสองคน
"รีบตามนายกองหมวดไป!"
เถียนเจิ้นและพวกพ้องต่างตกตะลึงเช่นกัน นายกองหมวดของพวกเขานั้นเก่งกาจจนเกินไปแล้ว คนที่ตกตะลึงไม่แพ้กันคือหลี่ซิ่นที่อยู่บันไดเมฆข้าง ๆ เขาอยู่ในกองกำลังระลอกที่สองพอดี และกำลังเตรียมนำลูกน้องบุกขึ้นหอคอยเมืองเพื่อสร้างผลงาน จึงได้เห็นฉากที่ไป๋จงสำแดงเดชเข้าพอดี
"เขายังเป็มนุษย์อยู่หรือไม่?"
หลี่ซิ่นคิดว่าหากตนเองต้องเผชิญหน้ากับแผงตะปูหมาป่าที่หนักขนาดนั้น ไม่มีทางที่จะมีแรงกระแทกมันออกไปได้ คงทำได้เพียงรอความตายเท่านั้น
แต่ไป๋จงกลับทำได้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้เลย!
หลังจากไป๋จงสังหารคนไปหลายคน เขาก็หันกลับไปมอง เห็นเถียนเจิ้นและคนอื่น ๆ ทยอยปีนขึ้นมา
"รีบตามข้ามา!"
เขายืนอยู่ที่ทางเข้าบันไดเมฆ ศัตรูคนใดที่พยายามเข้ามาขัดขวาง เขาจะสังหารทิ้งทีละคน เมื่อสังหารไปถึงคนที่สิบห้า พลทหารกองทัพจ้าวบนหอคอยเมืองก็ไม่กล้าเข้าใกล้ไป๋จงอีกต่อไป
นายกองหมวดของกองทัพฉินผู้นี้ น่ากลัวเกินไปแล้ว
"ฆ่า ฆ่า ฆ่า!" ลูกน้องทั้งสามสิบห้าคนของไป๋จงขึ้นมาบนหอคอยเมืองจนครบ จิติญญาแห่งการต่อสู้ส่งผลต่อพวกเขาอีกครั้ง ทำให้ขวัญกำลังใจพุ่งสูงขึ้น
"ตามนายกองหมวดไป สังหารศัตรูสร้างผลงาน!" พลทหารลูกน้องคนหนึ่งะโก้อง
อีกสามสิบสี่คนที่เหลือ เืในกายเดือดพล่าน วิ่งตามหลังไป๋จงพุ่งเข้าใส่กองทัพจ้าว กองกำลังของทัพจ้าวบนหอคอยเมืองถูกพวกเขาบุกทะลวงจนแตกพ่ายในพริบตา
ทางด้านบันไดเมฆจุดนี้ เมื่อไม่มีทัพจ้าวคอยต้านทาน พลทหารกองทัพฉินจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็สามารถปีนขึ้นมาได้
"พวกเรารีบตามนายกองหมวดไป๋ไปเร็ว!"
พลทหารกองทัพฉินที่ขึ้นมาบนเมืองได้ ต่างจำคนดุดันอย่างไป๋จงได้ทันที การติดตามเขาไม่เพียงแต่จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิต แต่อาจจะได้รับผลงานติดมือไปด้วย พวกเขาคิดเห็นตรงกัน จึงพากันบุกเข้าใส่กองทัพศัตรู
ไป๋จงถือกระบี่ฉินที่ได้รับการเสริมพลัง ฟันศัตรูตายทีละคนอย่างง่ายดาย อาวุธของทัพจ้าวเมื่ออยู่ต่อหน้าคมกระบี่ของไป๋จง ก็เหมือนกับเต้าหู้ที่ถูกหั่นขาดอย่างง่ายดาย และในพริบตาต่อมา คมกระบี่ก็ฟันทะลุร่างของศัตรู
ไป๋จงไม่รู้ว่าสังหารศัตรูไปเท่าไหร่ ด้วยผลของทักษะดูดเื 5% จากสถานะคลั่งระดับกลาง าแที่แขนจึงค่อย ๆ สมานตัวและหยุดไหล
เนื่องจากการเก็บหัวศัตรูนั้นยุ่งยากเกินไป ไป๋จงจึงใช้วิธีตัดหูขวาของศัตรูขณะสังหาร และเตรียมถุงผ้าไว้ใส่ผลงานของตน เขาใช้จิติญญาแห่งการต่อสู้นำลูกน้องทั้งสามสิบห้าคน บุกทะลวงไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง เจอใครก็ฆ่า ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้
พวกเขาบุกสังหารจากปลายด้านหนึ่งของกำแพงเมืองไปยังอีกด้านหนึ่ง โดยที่ลูกน้องไม่มีใครเสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว
ยิ่งสังหารศัตรูมากเท่าไหร่ จิติญญาแห่งการต่อสู้ในตัวพวกเขาก็ยิ่งรุนแรงขึ้น ทัพจ้าวที่เห็นพวกเขาบุกเข้ามา ต่างพากันถอยหนีด้วยความหวาดกลัว
"แม่ทัพหวัง ไป๋จงลูกน้องของท่าน เมื่อก่อนเขาทำอาชีพอะไร?"
หลี่ซิ่นบุกขึ้นมาบนหอคอยเมืองอย่างยากลำบาก เขามองไปที่ไป๋จงซึ่งกำลังสังหารศัตรูอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นจึงหันไปถามหวังหลีที่บุกขึ้นมาเช่นกัน
ตำแหน่งทหารั้แ่ผู้บังคับกองห้าร้อยขึ้นไป สามารถเรียกว่าแม่ทัพได้ โดยจะมีทหารองครักษ์ส่วนตัวห้าสิบคน ซึ่งทหารองครักษ์ส่วนตัวก็คือทหารคนสนิทนั่นเอง
หวังหลีได้สติแล้วส่ายหน้า "ข้าเองก็อยากรู้ว่าเมื่อก่อนเขาทำอะไร ตอนนี้เขาเหมือนกับเทพแห่งการสังหารเลย พวกเรารีบตามไปเร็ว อย่าให้เขาแย่งผลงานของพวกเราไปหมด"
พูดจบเขาก็นำทหารองครักษ์ส่วนตัว บุกไปยังทิศทางที่ไป๋จงอยู่
"ตามไป!" หลี่ซิ่นยอมรับในตัวไป๋จงอย่างหมดใจ
เพราะไป๋จงสังหารศัตรูได้อย่างดุดันมาก จนทำให้พลทหารส่วนใหญ่ที่ขึ้นมาบนหอคอยเมือง ต่างพากันติดตามเขาเพื่อสังหารศัตรู
ทัพจ้าวจำเป็ต้องใช้กองกำลังหลักเข้าต้านทานไป๋จง แต่ก็ไม่สามารถหยุดได้เลย จากนั้นหวังหลี หลี่ซิ่น และผู้บังคับกองห้าร้อยในระลอกที่สองก็ทยอยบุกเข้ามาทางนี้
กองทัพฉินทั้งสองระลอกบดขยี้กองกำลังป้องกันเมืองชื่อลี่อย่างราบคาบ จนไม่จำเป็ต้องให้ระลอกที่สามลงมือเลยด้วยซ้ำ
ไป๋จงปั่นป่วนกองกำลังหลักของทัพจ้าวได้อย่างง่ายดาย และในที่สุดเขาก็เล็งเป้าหมายไปที่จ้าวหยวน แม่ทัพผู้สั่งการหลักของเมืองชื่อลี่
"หัวของเ้า ต้องเป็ของข้า!" ไป๋จงยกกระบี่ชี้ไปที่จ้าวหยวน การสังหารแม่ทัพศัตรูจะได้ผลงานเป็สองเท่า
จ้าวหยวนรู้สึกราวกับถูกยมทูตจ้องมอง แผ่นหลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบในทันที เขาตัวสั่นสะท้าน ชี้ไปที่ไป๋จงแล้วะโว่า "ฆ่า... ฆ่ามัน ฆ่ามันก่อน!"
คนผู้นี้ น่ากลัวเกินไปแล้ว
แต่พลทหารของทัพจ้าวนั้นหวาดกลัวยิ่งกว่าจ้าวหยวนเสียอีก เมื่อเห็นไป๋จงเดินเข้ามา พวกเขาก็ถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ไม่กล้าต่อต้าน
"บุกเข้าไปเร็ว ฆ่ามันซะ!" จ้าวหยวนทั้งรีบร้อนและหวาดกลัว พลางถอยหลังหนีอย่างต่อเนื่อง
"เหอะ ๆ ..."
ไป๋จงมองดูศัตรูที่ถอยหนีแล้วยิ้มอย่างเ็า ก่อนจะแทงกระบี่พุ่งเข้าใส่จ้าวหยวนอย่างรวดเร็ว กลุ่มพลทหารเห็นดังนั้น เมื่อถอยไม่ได้อีก จึงจำใจต้องใช้ทวนปากนกแทงเข้าใส่ไป๋จงเพื่อพยายามตอบโต้
ไป๋จงยกมือขึ้นแล้ววาดกระบี่หนึ่งครั้ง ทวนปากนกที่พุ่งเข้ามาถูกฟันขาดสะบั้นทั้งหมด เขาพุ่งตัวเข้าไป พลทหารที่คุ้มกันจ้าวหยวนถูกสังหารจนหัวขาดจากบ่าในชั่วพริบตา
เทพแห่งการสังหาร! เ้านี่มันคือเทพแห่งการสังหารชัด ๆ
จ้าวหยวนหันหลังวิ่งหนีต่อ แต่ความเร็วของเขานั้นเทียบไม่ได้เลยกับไป๋จง ทันทีที่เขาขยับ ไป๋จงก็เคลื่อนไหวเช่นกัน ร่างกายวูบหนึ่งมาปรากฏที่ด้านหลัง กระบี่ฟันลงไปเพียงครั้งเดียว หัวขนาดใหญ่ก็กระเด็นลอยขึ้นฟ้า
"ฆ่า!" ไป๋จงรับหัวนั้นไว้ในมือ
"ฆ่า ฆ่า ฆ่า!" ลูกน้องทั้งสามสิบห้าคนะโก้องจนสุดเสียง
พลทหารกองทัพฉินที่เหลือถูกปลุกเร้าด้วยภาพที่เืเดือดพล่านนี้ ต่างพากันะโก้องและไล่ล่าสังหารทหารจ้าว
เมื่อแม่ทัพผู้สั่งการหลักของทัพจ้าวถูกสังหาร ขวัญกำลังใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็พังทลายลงทันที ไม่มีใครสามารถต่อต้านได้อีก
หอคอยเมืองทางด้านเมืองชื่อลี่ ถูกกองทัพฉินเข้าควบคุมได้อย่างรวดเร็ว ภาพลักษณ์ของไป๋จงในใจของพลทหารกองทัพฉิน บัดนี้ไม่ต่างอะไรกับเทพแห่งการสังหารเลย