“ นั่น ! เขามาแล้ว ”
หนึ่งในนักศึกษาปี 2 เอ่ยเสียงออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น เรียกความสนใจของผู้คนให้หันมองมาที่แอ็กเซลพร้อมๆกัน การเอาชนะทอมด้วยระดับพลังที่น้อยกว่าแล้วยังสามารถเรียกเวิร์ธรูทออกมาพร้อมกันถึง 10 ตัวทำให้ถูกพูดถึงเป็วงกว้าง
มีหลายอย่างที่นักศึกษาพูดคุยกันในเครือข่าย สิ่งแรกที่ทำให้ทุกคนสนใจคือความสามารถที่แท้จริงของแอ็กเซลในด้านการต่อสู้ระยะประชิดโดยไม่นำอาชีพเข้ามาเกี่ยวข้อง
การใช้ทักษะดาบพื้นฐานที่เป็เพียงระดับ 1 ดาวเอาชนะทักษะของทอมที่เป็ถึงระดับ 7 ดูน่าเหลือเชื่อจนเกินไป หลายคนพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับความแข็งแกร่งนี้จนนำไปลองทำตาม แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าแอ็กเซลเอาชนะทอมได้ด้วยทักษะพื้นฐานอย่างไร มีเพียงแค่การคาดการณ์ว่ามันจะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของผู้ใช้ที่คาดว่าจะต้องอยู่กับการต่อสู้มากกว่า 10 ปีถึงจะทำเช่นแอ็กเซลได้
สิ่งต่อไปที่ทำให้ทุกคนพูดถึงกันอย่างแพร่หลายและยังคงกระจายไปเรื่อยๆเพื่อหาความกระจ่างคืออาชีพของแอ็กเซล การสืบค้นข้อมูลทำให้หลายคนรู้ว่าอาชีพของแอ็กเซล ไม่ใช่อาชีพที่แข็งแกร่งใน่เริ่มต้น หลังจากผ่านระดับ 5 ดาวไปแล้วเขาถึงจะแสดงพลังออกมาได้
การต่อสู้กับทอมในรอบสุดท้าย มอนสเตอร์ในพันธะของแอ็กเซลกลับทำในสิ่งที่ต่างออกไป พวกมันใช้ธาตุไฟและสายฟ้าโจมตีทอม ทั้งๆที่ไม่ใช่ธาตุของตัวมันเอง หลายคนจึงเกิดความสงสัยว่าแอ็กเซลใช้สกิลใดกับพวกมัน แต่ก็ไม่มีใครหาต้นตอสกิลนั้นเจอ นอกจากนั้นแล้วสกิลที่ใช้ปลูกต้นไม้บนร่างของทอมยังเป็สิ่งที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ต่อให้นักศึกษาที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้นจะพยายามตรวจหาที่มาของสกิล ภายในข้อมูลที่ถูกบันทึกเอาไว้กลับไม่มีอาชีพผู้ทำพันธะกับพฤกษาและเวิร์ธรูท ไม่มีสกิลโปรยสปอร์
“ ครึกครื้นกันจริงๆ ”
แอ็กเซลมองรอบข้างด้วยใบหน้ากระปรี้กระเปร่าความแก่ชราของจอมเวทเช่นเขาทำให้รู้สึกชินชากับทุกสถานการณ์ แต่การย้ายเข้าสู่ร่างนี้ทำให้เขามีความรู้สึกอีกครั้ง การเจอผู้คนมากมายที่อายุเดียวกันและกำลังยืนรวมตัวกันภายในลานฝึกขนาดใหญ่ภายในตึก ทำให้เขาตื่นเต้นกับการเรียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้
“ นาย นายชื่อแอ็กเซลใช่ไหม ฉันขอถามหน่อย นายทำยังไงถึงทำให้เวิร์ธรูทปลดปล่อยธาตุได้ ”
แอ็กเซลมองไปยังชายคนหนึ่งสวมใส่แว่นไว้ผมยาวราวกับเป็หนอนหนังสือ อีกฝ่ายคงสนใจสกิลที่เขาใช้งานในวันต่อสู้กับทอม
“ ก็แค่สกิลเสริมธาตุ ”
อีกฝ่ายขยับแว่น ภายในหัวของเขาไม่มีชื่อสกิลนี้อยู่เลย คำตอบของแอ็กเซลทำให้เขาต้องกลับไปทำการบ้าน
ทุกคนที่ได้ยินชื่อเกี่ยวกับสกิลเสริมธาตุของแอ็กเซลจึงใช้่เวลาว่างค้นหามันอยู่นาน ทันใดนั้นชายคนหนึ่งสูง 18 เิเรูปร่างล่ำสันก็ได้วิ่งเข้ามาในห้องด้วยท่าทางหอบหายใจเหนื่อย
“ เกือบสายแล้วไหมล่ะ ให้ตายเหอะ วันหลังฉันจะกลับมาให้เร็วกว่านี้ ไอ้พวกบ้านั่นฉันบอกแล้วว่าไม่ดื่มๆ ยังจะให้ฉันดื่ม ให้ตายสิ ”
เสียงบ่นพึมพัมส่งออกมาจากชายกล้ามโต น้ำเสียงของเขาดึงดูดผู้คนให้หันมองตาม แต่เมื่อทุกคนเห็นว่าเขาเป็ใครจึงกลับมาก้มมองดูโทรศัพท์มือถือภายในมือต่อ
แอ็กเซลมองเห็นชายผู้มาใหม่และน่าจะเป็คนสุดท้ายของคาบเรียน เขาจึงมองไปยังประตูห้องที่เปิดขึ้นจากมือผู้เป็อาจารย์ที่กำลังเดินเข้ามาในห้องด้วยแรงกดดันมหาศาลกดทับให้นักศึกษาเงียบปากและหยุดการกระทำทั้งหมดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียน
อย่างไรก็ตามมีชายคนหนึ่งไม่ได้สนใจแรงกดดัน เขาที่เห็นเพื่อนจึงแสดงท่าทางดีใจออกมาจนลืมไปว่าอาจารย์กำลังใช้แรงกดดันหยุดการกระทำของนักศึกษาทุกๆคน
“ แอ็กเซล ! ”
แอ็กเซลยกมือลูบใบหน้าตนเอง ไอ้บ้ากล้ามโตเรียกชื่อเขาต่อหน้าอาจารย์โดยไม่หันมองดูเลยว่าด้านหลังของมันมีใคร ขณะที่ชายกล้ามโตกำลังโบกมือทักทาย เขาพบว่าบริเวณศีรษะถูกมือขนาดใหญ่คว้าจับเอาไว้ มือนี้ทำให้เขาเริ่มมีสติอีกครั้งจึงพยายามกวาดตามองรอบข้างแล้วััแรงกดดันในอากาศ ก่อนจะพบว่าผู้เป็อาจารย์เดินตามหลังเขามาติดๆ
“ ไปนั่ง ”
“ ครับ! ”
ร่างสูงใหญ่รีบวิ่งไปนั่งข้างแอ็กเซล ยังดีที่อาจารย์ไม่ได้ลงโทษจึงรีบเก็บความใจดีของอาจารย์ในครั้งนี้เอาไว้
แอ็กเซลเห็นชายกล้ามใหญ่มานั่งข้างตนแล้วยังใช้ร่างโตของมันเบียดเขาจนนั่งได้แค่ครึ่งก้น บนใบหน้าของแอ็กเซลก็เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเพื่อนแบบนี้
“ เมสัน แกขยับออกไปอีกไม่ได้หรือไง ”
“ เงียบก่อนแอ็กเซล อาจารย์กำลังจ้องมาที่เราอยู่ ”
“ เขาจ้องแกไม่ได้จ้องฉัน วันหลังถ้าที่นั่งไม่พอดีแกควรจะนั่ง 2 ที่ไม่ใช่ที่เดียว ”
แอ็กเซลสูดลมหายใจเข้าไปในปอดเบาๆแล้วมองดูอาจารย์ปล่อยให้เมสันนั่งเบียดเขาต่อไป เมื่อผู้เป็อาจารย์เห็นว่าห้องเงียบสงบแล้วจึงอธิบายสิ่งที่จะเรียนในคาบนี้
“ อย่างที่ทุกคนรู้ ใน 1 ปีสถาบันจะเรียกนักศึกษากลับมารวมกันอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อแนะนำสิ่งที่แชมเปี้ยนคนหนึ่งจะต้องทำได้ แม้หลายคนจะทำได้แล้วก็ตามแต่ก็ต้องกลับมาเช่นเดิมเผื่อสิ่งที่ตนเองทำได้จะผิด เอาล่ะ ก่อนที่จะเข้าเื่ ฉันมีเื่้าคุยกับคุณแอ็กเซล”
“ ผมมาครับ ” แอ็กเซลลุกยืนเพื่อให้ง่ายต่อการพูดคุย
“ ทางสถาบันได้รับแจ้งว่าคุณปลุกคอร์ไดฟ์ได้แล้ว ต่อจากนี้ไปการประเมินการจบการศึกษาของคุณจะถูกเปลี่ยนเป็หลักสูตรปกติ เอาล่ะ เข้าเื่กันได้สักที ทุกคนคงจะรู้จากรุ่นพี่แล้วว่าการเรียกกลับมารวมกันครั้งนี้ฉันจะสอนอะไร ”
ไม่มีใครพยักหน้า ทุกคนทำเพียงนั่งนิ่งปล่อยให้อาจารย์พูดคนเดียวต่อไปเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้้าคำตอบ
“ ตอนนี้ระดับต่ำสุดของพวกเธอน่าจะอยู่ที่ 2 ดาวแล้วใช่ไหม หลายคนคงฆ่ามอนสเตอร์ไปมากมายและได้เรียนทักษะมาเยอะพอสมควร แต่มันกลับมีหนึ่งทักษะที่ทุกคนจากสถาบันโนวาไพร์มจำเป็ต้องฝึก ทักษะนั้นก็คือ สลิงเกอร์ ”
มือขวาของอาจารย์ผู้สอนยื่นออกมาด้านหน้า เมื่อเขากระตุ้นพลังคอสมิกภายในร่างกาย บริเวณกลางฝ่ามือขวาก็เริ่มมีพลังงานคอสมิกขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือโผล่ออกมา ยิ่งดึงพลังคอสมิกออกมาใช้งาน สิ่งที่โผล่ออกมาจากกลางฝ่ามือยิ่งยาวมากขึ้นเรื่อยๆจนความยาวของมันเกือบถึงข้อเท้า
“ สิ่งนี้คือเชือกที่เกิดจากพลังงานคอสมิก ปลายของมันสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็ปลายแหลมได้หรือจะเปลี่ยนให้มันกลายเป็ตะขอได้เช่นกันขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ใช้งาน สำหรับแชมเปี้ยนระดับ 2 น่าจะใช้งานได้ยาวราว 20 เมตร ”
เชือกในมือของอาจารย์เริ่มแกว่งไปมาเบาๆ การเคลื่อนตัวของมันราวกับโซ่ผูกติดเอาไว้ด้วยลูกตุ้มถ่วงน้ำหนัก แอ็กเซลให้ความสนใจกับสิ่งที่ผู้เป็อาจารย์ใช้งานมาก มันคล้ายกับเชือกเวทมนตร์ที่จอมเวทใช้ในการยึดจับวัตถุรอบข้าง
ขณะที่ทุกคนสนใจว่าอาจารย์กำลังทำสิ่งใด เสาต้นหนึ่งก็โผล่ออกมาจากพื้นดินดึงดูดความสนใจของทุกคนให้หันมอง ทันใดนั้นก็มีเสาอีกหลายสิบต้นโผล่ออกมาจากพื้นตั้งกระจายตัวอยู่รอบๆผู้เป็อาจารย์
เชือกพลังงานในมืออาจารย์เริ่มแกว่งเร็วขึ้นมากกว่าเดิม ทันทีที่เขาตวัดเชือกไปด้านขวามือมัดเข้าไปกับยอดเสา อาจารย์ก็ได้ใช้แขนของเขาดึงเชือกพาตนเองพุ่งไปเหยียบบนเสาต้นนั้น
นักศึกษาล้วนแล้วร้องะโออกมาพร้อมกัน เชือกในมืออาจารย์นับว่ามีความแม่นยำไม่น้อยสามารถเหวี่ยงไปมัดยอดเสาแล้วดึงร่างของเขาขึ้นไปได้
“ นี่คือเชือกปกติ หากตำแหน่งนั้นมีที่ที่สามารถพันเชือกได้ไม่จำเป็ต้องเปลี่ยนปลายของมันให้เป็ตะขอหรือปลายแหลม ฉันจะทำให้ดูอีกสักรอบ”
อาจารย์สลายเชือกพลังงานทิ้งแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ จากนั้นก็แกว่งปลายเชือกไปยังเสาอีกต้นแล้วดึงร่างตนเองขึ้นไป ครั้งนี้เขากลับไม่ได้ขึ้นไปยืนบนยอดเสา ผู้เป็อาจารย์ได้เรียกเชือกออกมาจากมืออีกข้างแล้วส่งมันไปยังเสาอีกต้นจากนั้นก็ดึงร่างของเขาไป เกิดเป็การโหนเชือกพลังงานไปมาโดยที่เท้าไม่แตะพื้น สุดท้ายเขาคิดว่าสาธิตการใช้งานพอแล้วจึงกลับลงมายืนที่เดิมแล้วอธิบายลักษณะอย่างอื่นของเชือกให้นักศึกษาได้เข้าใจ
“ ถ้าหากจุดนั้นไม่สามารถมัดได้ พวกเธอมี 2 ทางให้เลือก หนึ่งดูก่อนว่าบริเวณนั้นสามารถใช้ตะขอเกาะได้หรือเปล่า ถ้าทำได้ก็ให้ใช้ตะขอ สองถ้าตะขอเกาะไม่ได้ให้ดูว่าพื้นที่แถวนั้นพอจะทะลวงเข้าไปได้หรือเปล่า ถ้าทำได้ให้ใช้รูปแบบปลายแหลมซัดปลายเชือกเข้าไปปักที่นั่น ฉันจะทำให้ดู ”
ผู้เป็อาจารย์เริ่มห้อยโหนต้นเสาอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้เพียงแค่รูปแบบเชือกธรรมดา ปลายแหลมของเชือกที่เหวี่ยงออกไปได้ปักลงไปบนต้นเสาก่อนจะดึงร่างของเขาให้ห้อยโหน นอกจากนั้นแล้วตะขอยังสามารถโยนไปเกาะเอาไว้บนยอดเสาได้ง่ายดายกว่าการมัด ทำให้การห้อยโหนสามารถทำได้ง่ายกว่าเดิม กระทั่งผู้เป็อาจารย์กลับลงมายืนที่เดิม นักศึกษาจึงเก็บอาการของตนเองเพราะรู้ว่าเนื้อหาที่แท้จริงในการสอนกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
“ ทุกคนคงรู้วิธีโคจรพลังคอสมิกแล้วสินะ เริ่มแรกของการใช้ทักษะสลิงเกอร์ก็คือดึงพลังมาที่หัวไหล่ข้างที่้าใช้ทักษะ ”
รูปสาธิตฉายขึ้นไปบนอากาศ นักศึกษาปี 2 จึงรู้ว่าพวกเขาจำเป็ต้องเคลื่อนพลังงานคอสมิกไปที่ท่อพลังงานส่วนที่ใหญ่ที่สุดบริเวณหัวไหล่
“ เมื่อพลังงานมารวมกันที่นี่แล้วให้ส่งมันไปตามท่อพลังงานหลักของแขนจนถึงฝ่ามือ ”
นักศึกษาหลายคนทำตาม บนใบหน้าของทุกคนยังคงปกติเช่นเดิมเพราะการดึงพลังงานคอสมิกจากหัวไหล่ไปที่ฝ่ามือเป็เื่สบายมาก ผู้เป็อาจารย์กลับยิ้มเหี้ยมทำลายความรู้สึกของทุกคนเพราะความโหดร้ายที่แท้จริงมันกำลังจะเริ่มต้นต่อจากนี้
“ อย่าพึ่งได้ใจ มันไม่ง่ายขนาดนั้น หลายทักษะล้วนแล้วต้องเคลื่อนพลังผ่านหัวไหล่และฝ่ามือ แต่สิ่งที่ทำให้ทักษะที่แสดงออกมาต่างกันก็คือ ท่อพลังงานเล็กบนฝ่ามือ ทุกคนจะเห็นได้ว่ามีท่อพลังขนาดเล็กทั้งหมด 99 ท่อกระจายไปยังนิ้วทั้ง 5 ใช่ไหม เราจะใช้พวกมันทั้งหมด 65 ท่อเพื่อโคจรพลังงานคอสมิก เอาล่ะ อย่าพึ่งทำตามเพราะอาจจะเกิดอันตราย ฉันจะเปิดวีดีโอสาธิตให้ดู 5 รอบแล้วค่อยทำตาม ”
แอ็กเซลนั่งนิ่งท่อพลังคอสมิกและท่อพลังเวทต่างกันออกไป ถึงเขาจะมีความเชี่ยวชาญในการชักนำพลังเวทไปทั่วร่างกาย เขากลับยังไม่คุ้นชินกับท่อพลังคอสมิกทั้งหมด ยิ่งเป็ท่อขนาดเล็ก เขายิ่งไม่เคยเคลื่อนพลังคอสมิกผ่านเพราะส่วนมากใช้เพียงแค่ท่อพลังงานหลักเท่านั้น
เมื่อวีดีโอเริ่มต้นขึ้น แอ็กเซลก็พบเข้ากับพลังงานกลุ่มหนึ่งกำลังเรืองแสงไหลไปตามท่อพลังบนฝ่ามือ มันไม่ได้โคจรพร้อมกัน 1 หรือ 2 ท่อ แต่พร้อมกันมากถึง 10 ท่อ โดยพลังงานเ่าั้จะถูกดึงไปที่ส่วนปลายของนิ้วมือแล้วส่งกลับคืนมายังกลางฝ่ามือเพื่อถักทอกันเป็เชือกพลังงาน แอ็กเซลจึงแอบเปิดใช้สกิลดวงตารู้แจ้งเพื่อให้เกิดการทำความเข้าใจชุดข้อมูลเดิมซ้ำๆหลายรอบจนกว่าเขาจะเข้าใจ.