“ฮ่าๆๆๆๆ ในที่สุดวันนี้ก็พาถึง” เสียงหัวเราะแหบต่ำดังขึ้นก้องกังวานสะท้อนกันนับหลายพันลี้ เกรงว่าแม้แต่์เก้าชั้นฟ้ายังได้ยินเสียงนี้ด้วย
การสั่นะเืของูเาก็รุนแรงจนป๋ายฮวารีบวิ่งไปหลบหลังต้นไม้อย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ ตอนนี้นางรู้สึกคล้ายได้เกิดใหม่ ไม่าเ็อีกต่อไป ต่อให้วิ่งหนีไปตอนนี้ก็ยังทัน หญิงสาวคิดอย่างคนเห็นแก่ตัวเล็กน้อย ว่าควรหลบหนีไปดีหรือไม่
เพราะผลท้อที่มีพลังวิเศษมากถึงเพียงนี้ ทันทีที่เด็ดออกจากต้นก็สามารถเรียกสายฟ้า์ฟาดลงมาได้ กลุ่มเมฆดำซ้อนกันหลายชั้นหมุนวนเป็วงกลม ต้องเป็ของที่แม้แต่์ยังหวงแหนเป็อย่างยิ่ง องค์หญิงเล็กๆ อย่างนางไหนเลยจะรับผิดชอบไหว หนีไปตั้งหลักก่อนค่อยกลับมายอมรับผิดทีหลังแล้วกัน
ป๋ายฮวาคิดก่อนจะแอบหลบหนีไปขอบูเาใกล้หินั์ ข้างๆ หินั์มีซอกหินเล็กๆ ให้นางแอบหลบหนี โดยไม่ต้องใช้ความคิดหญิงสาวก็ย่อกายหลบหลังก้อนหินอย่างรวดเร็ว
“ฮ่าๆๆๆ สามหมื่นปี ข้าเป็อิสระแล้ว” เสียงะโก้องดังพร้อมๆ การสั่นะเืของูเาใหญ่ ป๋ายฮวาหันหน้ามองต้นเสียงเล็กน้อยก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความใกลัวเพราะสิ่งมีชีวิตซึ่งกำลังผุดออกมาจากใต้ดินบนลานกว้างน่ากลัวเกินกว่าที่นางจะจินตนาการไหว
เสียงหัวเราะแห่งอิสรภาพดังก้องกังวาน เงาดำค่อยๆ เลื้อยออกมาจากใต้ดิน เผยร่างของปีศาจงูั์สีดำขนาดใหญ่บดบังก้อนเมฆ เพียงความใหญ่ของร่างกายั์ของมันก็กินพื้นที่ไปกว่าครึ่งลานกว้างแล้ว งูดำตัวนั้นใช้หางฟาดผลท้อซึ่งเหลืออยู่น้อยนิดครั้งหนึ่ง ก่อนจะดูดกลืนพลังจากผลท้ออย่างตะกละตะกราม
“หนูน้อย ออกมาเสียดีๆ หลบอยู่ที่ไหน” เสียงแหบต่ำเอ่ยก่อนจะมองรอบๆ เพื่อมองหาป๋ายฮวาเพราะหากตอนนี้มันกลืนร่างเล็กลงไปต้องมีพลังฟื้นฟูร่างกายได้มากกว่านี้แน่นอน
ป๋ายฮวาตัวสั่นรีบแปลงกายเป็หงส์ขาวตัวเล็กหลบในซอกหินอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ ในอดีตพลังเซียนน้อยนิดนางยังไม่มี หากจะแปลงกายกลับไปเป็หงส์คงใช้เวลานานมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เพียงใจนึกร่างมนุษย์ก็กลายเป็หงส์ขาวอย่างรวดเร็ว
หงส์น้อยหลบอยู่ในซอกหินด้วยความความกลัวพลางภาวนาให้ปีศาจงูตัวนั้นหานางไม่เจอ
“เสอหลาง ปีศาจงูที่ถูก์ทำโทษปิดผนึกใต้ต้นท้อ์มานับสามหมื่นปีงั้นหรือ” เสียงเย็นเอ่ยเนือยๆ เหมือนเหตุการณ์ตรงหน้าไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง และไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรให้ต้องเคร่งเครียด คำพูดเรียบเรื่อยราวกับพูดคุยเื่ดินฟ้าอากาศทั่วไป เสียงอันเยียบเย็นเป็เอกลักษณ์คล้ายไม่สนโลกหล้าเดินทางมาก่อนตัวคนเสียอีก
“เ้าเฒ่าเฮยหลง” ปีศาจงูร้องดังด้วยความใเพราะไม่คิดว่ามหาเทพเฮยหลงจะมาถึงสถานการณ์ตรงหน้าได้เร็วเพียงนี้ เดิมทีมันตั้งใจจะหลบหนีทันทีที่ดูดพลังจากผลท้อ์เสร็จแล้ว
แต่ไม่คิดว่านางเด็กนั่นจะกินลูกท้อไปมากกว่าครึ่งผล จนเกิดความโลภอยากได้ร่างเล็กมากินอีก อาจจะไม่มากเท่าลูกท้อ แต่ก็ดีกว่าเจ็บใจที่ตัวเองได้น้อยกว่าปีศาจตัวเล็กจึงไม่อาจจะตัดใจรีบหนีทันทีที่สามารถหลุดจากผนึกได้
“อย่างไรเ้าก็ทำลายผนึกออกมาได้แล้วก็ถึงวันที่ควรดับสิ้นไม่ใช่หรือ” มหาเทพเฮยหลงพูดก่อนจะเหาะลงมาเหยียบยอดต้นท้อปรายตามองปีศาจั์ตรงหน้าซึ่งมีขนาดหลายร้อยเท่ากว่าร่างจำแลงมนุษย์ของตนอย่างใจเย็นคล้ายไม่ทุกข์ร้อนเลยแม้แต่น้อย ดวงตาัสีดำประกายทองหรี่ลงมองงูั์คล้ายมันเป็เพียงงูิญญาธรรมดาทั่วไป
“หือ” ป๋ายฮวาน้อยได้ยินก็รีบโผล่หัวหงส์ออกมามองมหาเทพเฮยหลงด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะสะดุดตากับเงาร่างชายหนุ่มซึ่งยืนตัวตรงดั่งกระบี่คม ดวงตาคมปราบแฝงความเ็าไร้ความรู้สึกมองปีศาจงู อาภรณ์ดำตลอดร่างรวมทั้งรองเท้าสีดำ เกศาสีนิลเงาสวยปลิวตามสายลม เป็ความงามที่เหนือกว่าคนทั่วไปจริงๆ
ใบหน้าคล้ายคนอายุยี่สิบปลายๆ แต่ทุกคนในสี่ทะเลแปดดินแดนกลับเรียกขานเขาด้วยความเคารพว่าท่านผู้เฒ่า เกศาดำอาภรณ์ดำดวงตาสีนิลประกายทองในความมืดคล้ายทั้งตัวคนถูกกลืนเป็หนึ่งเดียวกับรัตติกาล นี่คือท่านมหาเทพ ตำนานเหนือตำนาน มหาเทพหนึ่งเดียวในสี่ทะเลแปดดินแดนผู้นั้น
มหาเทพเฮยหลงชะงักหยุดนิ่งปรายตามองมาทางทิศทางของป๋ายฮวาครู่หนึ่งก่อนที่หัวหงส์จะใและหดตัวเข้าไปในซอกหินอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่ามหาเทพจะกล่าวโทษนาง เฮยหลงขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะเมื่อครู่เหมือนรู้สึกว่าตัวเองถูกสายตาของใครบางคนจ้องมอง แต่เมื่อมองไปนอกจากเงาหินก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใด
ฝั่งหงส์ขาวน้อยขดตัวเป็ก้อนกลมได้แต่ภาวนาให้มหาเทพผู้เฒ่ามองไม่เห็น เพราะกินผลท้อลงไปทำให้กลิ่นอายของนางกลมกลืนกับสถานที่แห่งนี้ แม้แต่มหาเทพยังสับสนว่านอกจากเขาและปีศาจงูยังมีคนนอกอยู่ด้วยหรือไม่
“ัเฒ่า เ้ากล้าฆ่าข้าหรือ” ปีศาจงูแสยะยิ้มท้าทายเพราะมันเพิ่งได้พลังจากผลท้อ์ แม้ไม่สามารถสู้มหาเทพได้แต่ก็คงสามารถหาโอกาสหลบหนีในระหว่างต่อสู้ได้
ครั้งก่อนเพราะโชคดีที่มหาเทพเก็บตัวอยู่ในวังเมฆานิล มีเพียงัฟ้าและเหล่าลูกน้องรวมตัวจับมัน แม้ฆ่าไม่ได้แต่ก็ผนึกไว้ใต้ต้นท้อ์นานหลายปี แต่ครั้งนี้หากต้องสู้กับมหาเทพตามลำพังคงมีเพียงความตายเฝ้ารอมันอยู่
เวลานี้ทำได้เพียงหาทางหลบหนีเท่านั้น
“ฮึ” เพราะไร้ความรู้สึกและไม่ชอบพิธีรีตองพูดมากความเสียเวลา มหาเทพเฮยหลงเพียงสบถคำหนึ่งก่อนจะแบมือขึ้นท่ามกลางอากาศ ในมือปรากฏดาบสีดำเงาแวววาวสะท้อนให้เห็นความคมของดาบ มือแกร่งกระชับด้ามของดาบไว้แน่นก่อนจะสะกิดปลายเท้าเบาๆ พุ่งเข้าสู้รบกับปีศาจงูอย่างรวดเร็ว
“เปรี้ยง” เสียงฟ้าผ่าเป็ระยะ พร้อมเสียงต่อสู้ของหนึ่งปีศาจงูหนึ่งมหาเทพ จากบนูเา ลงไปด้านล่างูเา สลับกันไปมาอยู่หลายรอบ ผ่านไปแล้วหนึ่งคืนจนกระทั่งท้องฟ้าสว่างทั้งสองก็ยังสู้กันไม่หยุด
“อัก ท่านเป็ถึงมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ รังแกปีศาจตัวเล็กอย่างข้าไม่รู้สึกว่าไร้ยางอายหรือ ความเป็ธรรมอยู่ที่ใด” เสียงะโด้วยความเ็ปเมื่อคมดาบฟาดถูกหางของปีศาจงูสำเร็จ หากเพราะไม่ใช่คนหนึ่งพยายามฆ่าให้ตายกับอีกคนหนึ่งพยายามหลบหนีไม่คิดสู้ คงไม่เสียเวลานานมากเพียงนี้
“ปีศาจงู ฆ่าเด็กๆ เผ่าัฟ้ามากกว่าสิบตัว มีเพียงความตายที่มอบให้เ้าได้ ต่อให้วันนี้เทียนจวินมา ข้าก็ต้องเอาชีวิตของเ้าให้ได้” มหาเทพเฮยหลงอธิบายเสียงเย็นเพราะไม่มีความคิดเื่การเอาเปรียบหรือไม่เอาเปรียบ เป็การรังแกผู้น้อยหรือไม่
ใช่.... แต่เขาจำเป็ต้องใส่ใจด้วยหรือ....
“อ๊ากกกกก” เส่อหลางปีศาจงูร้องดังต่อเนื่องเมื่อถูกฟันเข้ากลางลำตัว เกล็ดสีดำร่วงหล่น เืสีดำหยดไหลเป็ทางยาว ปลายของดาบในมือมหาเทพเต็มไปด้วยเืสีดำเข้ม ชายหนุ่มชุดดำเพียงขมวดคิ้วไม่ชอบใจและสะบัดดาบครั้งหนึ่งด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ เืก็กระเซ็นออกจากตัวดาบและกลับมาแวววาวเหมือนเดิม
“หากข้าจะต้องตาย ก็ขอลากเ้าลงไปปรโลกด้วย” ปีศาจงูะโเมื่อรู้ว่าไม่สามารถหนีคมดาบนิลัของมหาเทพผู้เฒ่าได้ก็เหาะร่างใหญ่ั์ไปยังต้นท้อ์อย่างรวดเร็ว
“ปีศาจงูเ้าเล่ห์” เฮยหลงบ่นพึมพำไม่ชอบใจก่อนจะตามมาและสู้รบกับปีศาจงูรุนแรงยิ่งกว่าเดิม แม้จะพยายามหลบไม่เข้าใกล้ต้นท้อแล้ว แต่เพราะปีศาจงูพันรอบต้นไม้ไม่ยอมปล่อยทำให้การต่อสู้ลำบากมากกว่าเดิม
นอกจากจะพยายามฆ่าปีศาจงูแล้ว ยังต้องพยายามหลบคมดาบไม่ให้ทำร้ายต้นท้ออีกด้วย เพราะต้นท้อ์หนึ่งเดียวในสี่ทะเลแปดดินแดน คือต้นท้ออายุหลายแสนปีที่เกิดพร้อมเทพบิดรเทพมารดา เกิดจากพลังฟ้าดินที่พระโพธิสัตว์มอบให้ ไม่สามารถทำลายทิ้งได้
สามวันสามคืนผ่านไป แต่มหาเทพเฮยหลงกลับไม่สามารถทำร้ายปีศาจงูถึงแก่ความตายได้เลย แม้ปีศาจงูจะมีแผลเต็มตัวก็ตาม นอกจากนี้ต้นท้อยังเต็มไปด้วยรอยของคมดาบและบางครั้งกิ่งก้านยังได้รับความเสียหายอีกด้วย
“องค์มหาเทพ” ทัพ์เดินทางมาถึงก่อนจะโน้มตัวคารวะมหาเทพเฮยหลงด้วยความยำเกรงพลางขมวดคิ้วมองปีศาจงูที่ตอนนี้กำลังเลื้อยพันต้นท้อจนกิ่งไม้หักไปหลายกิ่ง เฮยหลงหยุดมือก่อนจะเก็บดาบเพราะรู้ว่าสู้ต่อไปก็ยิ่งทำร้ายต้นท้อ์มากเท่านั้น
ปีศาจงูมองด้วยความได้ใจเพราะรู้ว่าต้นท้อ์ปกป้องมันไว้ได้ ป๋ายฮวาซึ่งหลบอยู่ในซอกหินถอนใจด้วยความโล่งใจเพราะสามวันสามคืนมานี้นางต้องอกสั่นขวัญแขวนตลอดเวลาเพราะกลัวว่าปลายดาบของมหาเทพเฮยหลงจะพุ่งมาทางนี้
“อาจารย์” องค์ชายคนโตของ์เก้าชั้นฟ้า หลงเทียนเล่อ คารวะเฮยหลงด้วยความนอบน้อมและมองไปยังต้นท้อ์ซึ่งตอนนี้ถูกปีศาจงูเลื้อยพันด้วยความหนักใจ จะฆ่าก็ทำไม่ได้
“อาจารย์” าาเผ่าัฟ้าเหาะมาก่อนจะคารวะมหาเทพเฮยหลงหนึ่งครั้งเช่นกัน มหาเทพเพียงพยักหน้าให้อย่างเ็าเท่านั้น แต่หลานหลงก็ชินเสียแล้ว เขาเพียงกล่าวรายงานสั้นๆ ว่า “ครั้งก่อน ปีศาจงูก็ใช้วิธีหลบอยู่หลังต้นท้อเช่นนี้ ทำให้ศิษย์กับลูกหลานัทำได้เพียงผนึกมันไว้ใต้ต้นท้อเท่านั้น”
เฮยหลงขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย เพราะหากไม่ฆ่าทิ้งจนตาย ผนึกมันไว้ วันข้างหน้าหากเขาไม่อยู่ ก็คงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก “อาจารย์ เราจะทำอย่างไรกันดีขอรับ” หลงเทียนเล่อถามด้วยความกังวลเพราะปีศาจงูเมื่อสามหมื่นปีก่อนแม้แต่์ยังไร้หนทางจัดการ
เฮยหลงขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะตอบตามความจริงว่า “ต้องฆ่าทิ้งเท่านั้น”
“แต่มันอยู่ใกล้ต้นท้อ์นะขอรับ” แม่ทัพ์รีบแย้งไม่เห็นด้วยเมื่อรู้ความคิดของมหาเทพผู้เฒ่า กฎ์บอกว่าต้นท้อต้นนี้ไม่สามารถทำลายได้ หากทำลายถือว่าทำผิดต่อ์แล้ว
เฮยหลงขมวดคิ้วก่อนจะยืนยันตอบ “หากเพียงเล็กน้อย ใช้เวลาสักพันปี ต้นไม้ก็แตกกิ่งก้านได้ใหม่” เขาบอกเพราะวางแผนไว้แล้ว แม้ต้นไม้จะเสียหายบ้าง แต่ตามธรรมชาติ หากไม่ทำลายถึงราก ต้นไม้ก็สามารถเติบโตได้เหมือนเดิม
“เอ่อ....” ทั้งสามอึกอักเพราะไม่สามารถหาคำกล่าวแย้งได้
“ระวัง” แต่ก่อนที่จะได้วางแผน หลานหลงก็ร้องดังด้วยความใเพราะปีศาจงูตัดสินใจแยกเขี้ยวพุ่งหาหลงเทียนเล่อโอรส์อย่างรวดเร็วโดยไม่ให้ใครตั้งตัว มันได้ยินบทสนทนาทั้งหมด หากไม่มีมหาเทพมันยังมีวิธีเอาตัวรอดได้ แต่ตอนนี้เฮยหลงบอกจะฆ่ามันก็คือฆ่าเท่านั้น หากมันต้องตายวันนี้ ก่อนตายขอลิ้มรสัทองก่อนแล้วกัน
“เปรี้ยง” ดาบันิลในมือมหาเทพเฮยหลงตะวัดออกไปอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณเพราะไม่สามารถปล่อยว่าที่เทียนจวินคนต่อไปเป็อะไรได้ แม้์เก้าชั้นฟ้าจะไม่สามารถเอาผิดเขาที่ปล่อยให้องค์ชายคนโตของ์ได้รับาเ็โดยไม่ช่วยเหลือ แต่ความสงบในวังเมฆานิลคงไม่มีอีกแล้วหากองค์ชาย์มาตายในเขตของเผ่าัฟ้า
“อ๊ากกกก เปรี๊ยะ”
เสียงดังกังวานเกิดขึ้นพร้อมกันเพราะร่างกายปีศาจงูถูกตัดขาดออกเป็สองท่อนพร้อมกับเสียงต้นท้อ์ถูกตัดออกเป็สองส่วนเช่นกัน หากเป็อาวุธของคนอื่นคงไม่สามารถทำลายต้นท้อ์ได้
ปีศาจงูแม้จะอยากทำลายต้นท้อก็มีพลังไม่พอ ในสี่ทะเลแปดดินแดนคงมีเพียงดาบันิลของมหาเทพซึ่งได้มาจากเทพบิดรเท่านั้นถึงจะสามารถทำลายต้นท้อ์ได้ เพราะพลั้งมือหรือเพราะปีศาจงูวางแผนทำร้ายมหาเทพไว้แล้ว ทำให้ทิศทางของลำตัวมันพอดีกับลำต้นของต้นท้อ์พอดี
“ฮ่าๆๆๆ ผิดกฎ์ มหาเทพทำผิดกฎ์” ปีศาจงูหัวเราะด้วยความสะใจเมื่อเห็นต้นท้อถูกโค่นลงด้วยดาบของมหาเทพที่ยิ่งใหญ่ของสี่ทะเลแปดดินแดน ก่อนสิ้นใจมันยังพยายามเค้นพิษทั้งหมดในตัวถ่มใส่โคนต้นทั้งหมด
“ระวัง” หลานหลงร้องก่อนจะใช้กระบี่ปักลงบนหัวปีศาจงูจนมันถูกตรึงกับพื้นดินอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่สามารถหยุดพิษซึ่งกำลังกัดกร่อนต้นท้อ์ได้อยู่ดี
มหาเทพเฮยหลงปลายตามองขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายออกไม่ใส่ใจมากนัก
“มหาเทพ นะนี่ๆๆ” เทียนจวินปัจจุบันเหาะมาอย่างรวดเร็วหลังจัดการธุระทั้งหมดเรียบร้อย “นี่... นี่มันท้อ์นี่” เทพเซียนชั้นสูงเผ่า์เก้าชั้นฟ้าซึ่งเหาะตามมามองเศษซากของการต่อสู้ด้วยความใ
“นี่เป็เื่ไม่คาดฝัน มหาเทพผู้เฒ่า้าปกป้องข้าขอรับ” หลงเทียนเล่อประสานมือคารวะและรีบอธิบายเพราะไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าอาจารย์เป็คนทำลายต้นท้อ์
“เอ่อ....” เทพเซียนทั้งหลายมองเศษซากต้นท้อหนึ่งทีและมองมหาเทพผู้เฒ่าอีกหนึ่งทีก่อนจะกล้ำกลืนคำพูดมากมายลงท้องไป
ต้อท้อ์กับมหาเทพ แน่นอนทุกคนแม้จะตะขิดตะขวงแต่ก็ไม่สามารถทำให้ท่านผู้เฒ่าลำบากใจได้ และไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวโทษมหาเทพผู้เฒ่าแน่นอน
ป๋ายฮวาแอบมองผ่านซอกหินด้วยตัวสั่นเล็กน้อย แม้จะอยากขำแค่ไหนก็ตามที่มหาเทพตัวจริงหน้าตาราวชายหนุ่มยี่สิบปลายๆ แต่ตอนนี้ถูกทุกคนเรียกท่านผู้เฒ่าไม่หยุด จะให้นางไม่กลั้นขำได้อย่างไร ใจหนึ่งก็รู้สึกผิดอีกใจก็สลัดเื่ไร้สาระออกจากหัวไม่ได้เสียที
“เื่นี้” เทียนจวินอึกอักเพราะไม่รู้ว่าควรจะกล่าวอย่างไร
เฮยหลงมองเทียนจวินคนปัจจุบันครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเอ่ยเสียงเ็าว่า “โทษ์เขียนไว้ว่าอย่างไรก็ตามนั้นเถิด”
“ได้อย่างไร อาจารย์ไม่ผิดสักหน่อย” หลานหลงรีบเถียงไม่เห็นด้วย เทพเซียนคนอื่นก็รีบพยักหน้าตาม แม้แต่แม่ทัพ์ยังขมวดคิ้วเพราะความไม่ยินยอม เขายังรู้สึกว่านี่ไม่ใช่โทษของมหาเทพผู้เฒ่าเลยด้วยซ้ำ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็เพราะอุบัติเหตุไม่ใช่ความตั้งใจ
“ใช่ ท่านไม่ต้องยอมรับผิดหรอก” เทียนจวินรีบบอก ผู้ใดจะกล้าทำโทษมหาเทพผู้เฒ่า ให้ตายอีกร้อยรอบเขายังมีความกล้าไม่มากพออยู่ดี
เทียนจวินอึกอักเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเบากลัวคนได้ยิน “แต่ต้นท้อ์ไม่มีแล้ว” เขาบอกด้วยความหนักใจ ต้นท้อ์มาจากพระโพธิ์สัตว์มอบให้ด้วยตนเองหลายแสนปีก่อน เกรงว่า์คงยากจะให้อภัย
“โทษตายเว้นได้เพราะข้ายังมีวิธี” เฮยหลงบอกก่อนจะใช้พลังดึงเอาเมล็ดผลท้อขึ้นมาจากพื้นดินที่ไม่มีใครมองเห็น ก่อนจะใช้มืออีกด้านเผาร่างปีศาจงูจนหมดสิ้น
“อ๊ากกกกกก” เสียงปีศาจงูร้องอย่างเ็ปเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะถูกมองออกเร็วเพียงนี้
“นะนี่” เทพเซียนทั้งหมดมองเงาสีดำซึ่งตอนนี้กำลังถูกเพลิงนิลเผาไหม้เหลือไว้เพียงขี้เถ้าจำนวนหนึ่ง “ทำชั่วมามาก แม้แต่จิติญญาก็ไม่ควรให้หลงเหลือ ดับสูญชั่วนิจนิรันดร์” เฮยหลงบอกทั้งยังเผาไหม้ที่ราบรวมทั้งหินทั้งต้นท้อเดิมจนเหลือเพียงเศษฝุ่น
“อึก” ป๋ายฮวาน้อยขดตัวก่อนจะกัดฟันทนความร้อนราวอยู่บนกระทะร้อน แม้จะแอบฟังแต่ก็รู้สึกคล้ายตัวเองกำลังถูกใครบางคนนำไปย่างบนกองเพลิงอยู่ดี นางจะกลายเป็ไก่ย่างแล้วนะ
ลมพัดผ่านเพียงครั้งเดียวพร้อมที่ราบแห่งใหม่กำเนิดขึ้นเหลือไว้เพียงหินสิบหกก้อนขอบูเาเท่านั้นเพื่อเป็สัญลักษณ์ว่าครั้งหนึ่งตรงนี้เมื่อสามหมื่นปีก่อนเคยเป็ที่ผนึกปีศาจงู
“นะนี่” เทพเซียนทั้งหมดมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยดวงตาเปล่งประกาย นานนับหลายหมื่นปีแล้วที่มหาเทพผู้เฒ่าไม่แสดงพลังเทพ ครั้งนี้แม้จะมองเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ พวกเขาต่างยกยิ้มกระหยิ่มในใจ แม้ปีศาจงูจะน่ากลัวไปบ้าง แต่ได้อยู่ในเหตุการณ์ที่มหาเทพใช้พลังเทพก็สามารถนำไปคุยโวได้อีกหลายร้อยปี
“ถึงต้นท้อจะตายไปแล้ว แต่ก็สามารถปลูกทดแทนได้” เฮยหลงอธิบายก่อนจะใช้พลังฝังกลบเมล็ดท้อ ดึงพลังฟ้าดินร่ายอาคมรวบรวมพลังเซียนใส่เมล็ดท้อ จนเทพเซียนทั้งหลายรู้สึกได้ถึงการดูดกลืนพลังฟ้าดินอย่างบ้าคลั่งจากเมล็ดท้อ์เม็ดนั้น
“เปาะ” เสียงต้นอ่อนโผล่พ้นพื้นดินก่อนจะค่อยๆ แตกกิ่งใบอ่อน เติบโตขึ้นกลายเป็ต้นใหญ่ จากต้นเท่าตัวมนุษย์เติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะกลายเป็ต้นไม้ใหญ่ส่งกลิ่นหอมผลท้อกระจายทั่วบริเวณทั้งสี่ทิศ
“ท่านผู้เฒ่าพอเถิดขอรับ” เทียนจวินรีบร้องเตือนเมื่อเห็นใบหน้าของมหาเทพเริ่มซีดขาวแล้ว ชายในชุดดำเกศานิลเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถ่ายพลังลงไปอีก เมื่อต้นท้อแผ่กลิ่นอายเซียนเหมือนเมื่อก่อน แม้จะไม่สูงเท่าต้นเดิมหรือสูงเพียงครึ่งเดียวของต้นเดิมเท่านั้น แต่กลิ่นอายเซียนซึ่งกำลังเปล่งประกายอบอวลครอบคลุมทั่วูเา ทำให้ทุกคนรู้ว่านี่คือต้นท้อ์ต้นเดิมแน่นอน
เฮยหลงหน้าซีดขมวดคิ้วก่อนจะเก็บมือไพล่หลังมองต้นท้อ์ซึ่งกำลังเติบใหญ่ ดวงตาัสีดำประกายทองไหววูบจนไม่มีใครทันสังเกตเห็น “อ่า” ป๋ายฮวาเมื่อรู้สึกถึงพลังชีวิตถอนหายใจด้วยความสบายเพราะพลังจากต้นท้อสววรค์กำลังโอบอุ้มนางเช่นกัน
“ผู้ใด” เฮยหลงปลายตามองมาทางก้อนหินลูกหนึ่งอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมขมวดคิ้วไม่เข้าใจเพราะั้แ่มาที่นี่เขาคล้ายรับรู้ว่ามีใครบางคนแอบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณใกล้ๆ
“ใครหรือขอรับอาจารย์” หลานหลงถามเพราะไม่เข้าใจว่าอาจารย์ตัวเองกำลังเอ่ยถามใคร
“ไม่มีอะไร” เฮยหลงตอบทั้งที่คิ้วยังขมวดไม่คลายเพราะเมื่อตรวจดูอีกครั้งก็ไม่มีกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตอื่นรอบบริเวณนี้อีกแล้ว
“โทษตายเว้นได้ แต่โทษเป็ยากจะหลบหลีกจาก์” เทียนจวินพูดเสียงเบา ยังไม่ทันขาดคำหมู่เมฆสีดำทะมึนก็รวมตัวอย่างรวดเร็วคล้ายตอบรับคำพูดของเทียนจวินคนปัจจุบัน
“ขะข้า....ไม่ได้ทำนะขอรับ” เทียนจวินรีบปฏิเสธ
“โทษ์” เฮยหลงตอบพลางเงยหน้ามองหมู่เมฆดำด้วยความหนักใจเพราะเขาไม่รู้ว่าโทษที่ทำลายต้นท้อ์คือสิ่งใดกันแน่
“ทำอย่างไรดี เราไม่สามารถหลบได้หรือขอรับ” หลงเทียนเล่อถามบิดาด้วยความไม่ยินยอม ต้นเหตุเป็เพราะเขา มหาเทพผู้เฒ่าจึงพลั้งมือทำลายต้นท้อ์ต้นนี้ หากเป็ไปได้เขาอยากรับโทษแทนด้วยซ้ำ แต่กลับทำอย่างนั้นไม่ได้เมื่อ์นับเพียงผู้ลงมือกระทำผิดคนเดียว จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เ้าก็คือผู้ลงมือตัดต้นไม้ไม่ใช่หรือ
“ลิขิต์ ใครเล่าจะสามารถหลบพ้น แม้แต่มหาเทพก็ตาม” เทียนจวินอธิบายเสียงเครียด
เฮยหลงเงยหน้ามองเมื่อเห็นหมู่เมฆสีดำทะมึนกำลังรวมตัวกันหนาแน่นยิ่งขึ้น สายฟ้าสีม่วงแล่นผ่านก้อนเมฆสายแล้วสายเล่า เขาจำได้ดีว่านี่คือสายฟ้าลงโทษจาก์ หลายแสนปีเพียงเคยเห็นไม่เคยััด้วยตัวเอง นี่คงเป็ครั้งแรกนับแต่กำเนิดที่ถูก์ลงโทษ
ชายอาภรณ์ดำเกศานิลเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะคลายคิ้วขมวดออกเพราะไม่มีอะไรต้องกังวล ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เพียงยอมรับการลงโทษเท่านั้น ชีวิตที่เงียบสงบมาหลายแสนปี ครั้งนี้บางทีอาจจะมีเื่แปลกใหม่ให้ประหลาดใจก็ได้ ใจที่เคยไร้ความรู้สึก ค่อยๆ รับรู้ถึงความตื่นเต้นเล็กน้อย
“หลบไป” เสียงเยียบเย็นบอกเทพเซียนทั้งหมดให้อยู่ห่างจากตัวเขา ทุกคนปั้นหน้าหนักใจก่อนจะถอยห่างและเสกอาคมป้องกันตัวเองด้วยความหวาดกลัว
“เปรี้ยงๆๆๆๆๆ” สายฟ้าฟาดลงมายังร่างของมหาเทพเฮยหลงทันทีที่เทพองค์อื่นถอยห่าง คล้ายรอเวลานี้มานานแล้ว สายฟ้าฟาดลงมาสายแล้วสายเล่าจนริมฝีปากัดำต้องเม้มปิดกันแน่น กลิ่นคาวเืเจือรสหวานคาวกระจายทั่วปากจนไหลออกจากมุมปากหยดลงพื้นดินคล้ายดั่งดอกท้อถึงเวลาเบ่งบานแล้ว
พันเคราะห์ยากข้ามผ่าน
เคราะห์รักกลับยากผ่านพ้นกว่า