ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าขนลุกหลังจากร่างของอัจฉริยะตระกูลหลินถูกซัดปลิวหายไป สายตาของทุกคนในสถาบันเทียนหลงไม่ได้หยุดอยู่ที่ซากปรักหักพังนั้นนานนัก เพราะในวินาทีต่อมา ท้องฟ้าเหนือเมืองจงชานที่เคยสดใสกลับถูกย้อมด้วยสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกที่เทลงบนผืนผ้าใบ เมฆทัณฑ์์ม้วนตัวเป็วังวนขนาดมหึมาใจกลางเวทีประลอง เสียงสายฟ้าคำรามกึกก้องจนแผ่นดินสั่นะเืไปถึงรากฐานเย่เทียน ในวัย 16 ปี ยืนตระหง่านอยู่ใจกลางสนามประลอง ั์ตาสีม่วงของเขาจ้องเขม็งไปยังหมู่เมฆเบื้องบน แขนขวาที่จับ กระบี่นิรันดร์รัตติกาล มีเส้นเืปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อย พลังจาก ปรมาจารย์ ขั้นที่ 10 (สมบูรณ์) ในกายเขากำลังสั่นสะท้านโต้ตอบกับเจตจำนงของโลก[ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบจักรพรรดินิรันดร์][ระดับพลังของโฮสต์หนาแน่นเกินไปจน์เริ่มหวาดกลัว! นี่คือ 'ทัณฑ์อัสนีมหาโกลาหล' ระลอกแรก][คำเตือน: เนื่องจากท่านคือจุติ์ชาติภพที่ 9 ์จะลงทัณฑ์ด้วยอัสนีต่อเนื่อง 9 สายเพื่อทำลายรากฐานของท่าน!]
เปรี้ยงงงงงง!!!
สายฟ้าสีม่วงแดงเส้นแรกฟาดลงมาด้วยความเร็วดุจแสง ปะทะเข้ากับร่างของเย่เทียนจนเกิดะเิคลื่นพลังงานมหาศาล ร่างของเขามีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านไปทั่วทุกอนูขุมขน ทว่าเย่เทียนกลับไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว เขาแค่นเสียงเ็าในลำคอพร้อมกับโคจรพลังสายเืเทพมารออกมาปกคลุมกาย"แค่สายฟ้าเส้นเดียว... คิดจะพิพากษาข้าผู้นี้งั้นหรือ?"ในขณะที่เย่เทียนกำลังยืนหยัดรับสายฟ้าสายที่สองและสามอย่างทระนงอยู่นั้น บรรยากาศรอบด้านที่เคยร้อนระอุจากทัณฑ์อัสนีกลับพลันเย็นะเืขึ้นอย่างผิดปกติ เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์เริ่มโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าบดบังสายฝนที่กำลังตกลงมา ไอเย็นที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุดเริ่มแผ่ซ่านจนพื้นสนามประลองที่หลอมละลายจากสายฟ้ากลายเป็น้ำแข็งในชั่วพริบตาร่างสองร่างในชุดอาภรณ์สีขาวดุจหิมะค่อยๆ ร่อนลงมาจากฟากฟ้าอย่างสง่างามราวนางพรรณ หญิงสาวคนแรกที่ก้าวออกมาคือ เหลิ่งลั่วเสวี่ย เ้าสำนัก วังเหมันต์นิรันดร์ ใบหน้าของเธองดงามไร้ที่ติจนโลกแทบหยุดหายใจ แต่กลับแฝงไปด้วยความเ็าที่กัดกินถึงกระดูก ผิวพรรณขาวจัดจนดูโปร่งแสงราวกับทำมาจากน้ำแข็งพันปีข้างกายของเธอคือ หานปิงเยี่ย หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเย่เทียน เธอมีใบหน้าสวยล่มเมืองที่เย็นขรึมไม่แพ้อาจารย์ แววตาของเธอจ้องมองเย่เทียนที่กำลังอาบสายฟ้า์ด้วยความประหลาดใจกึ่งดูแคลน"ท่านอาจารย์... นั่นหรือคือ 'คนในพันธสัญญา' ที่ตระกูลเย่ส่งมาหลบซ่อนตัวที่นี่?" หานปิงเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เ็าดั่งเหมันต์ "ช่างเป็คนที่โอหังนัก กล้าท้าทายทัณฑ์์ด้วยร่างกายเพียงเท่านี้"เหลิ่งลั่วเสวี่ยไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาคู่สวยของเธอจ้องมองไปที่รอยสักปีกปีศาจบนแผ่นหลังของเย่เทียนที่เริ่มเรืองแสงสว่างจ้าโต้ตอบกับสายฟ้า "ปิงเยี่ย... อย่าได้ประมาทชายหนุ่มคนนี้ ในกายของเขามีกลิ่นอายที่แม้แต่ข้ายังรู้สึกสั่นสะท้าน"เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!สายฟ้าอีก 3 สายฟาดลงมาพร้อมกัน เย่เทียนคำรามกึกก้อง พลังสีม่วงดำจากกระบี่นิรันดร์รัตติกาลพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตัดผ่านสายฟ้าเ่าั้จนขาดสะบั้น เขาหันหน้ากลับมามองกลุ่มผู้มาใหม่ ั์ตาสีม่วงทองของเขาสบเข้ากับดวงตาของ หานปิงเยี่ย คู่หมั้นที่เขาไม่เคยพบหน้ามาก่อน"สัญญาหมั้นหมายงั้นหรือ?" เย่เทียนเค้นเสียงท่ามกลางเสียงอัสนีที่ยังไม่สงบ "ในโลกที่ข้าต้องเติบโตมาในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า... ข้าไม่เคยรู้ว่าชีวิตของข้าถูกผู้ใดขีดเส้นไว้ และข้าจะไม่ยอมเป็เบี้ยในกระดานของใครทั้งนั้น!"[ติ๊ง! ตรวจพบค่าความโกรธแค้นสะสม... พลัง 'จุติ์' เริ่มปะทุ!][ระดับบ่มเพาะปัจจุบัน: ปรมาจารย์ ขั้นที่ 10 (สมบูรณ์) -> ทะลวงสู่ 'ยอดปรมาจารย์' ขั้นที่ 1 (สมบูรณ์)]แรงกดดันจากร่างกายของเย่เทียนะเิออกมาจนหิมะรอบตัวกระเด็นออกไป หานปิงเยี่ยถึงกับหน้าซีดและถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เธอไม่เคยพบผู้ชายคนไหนที่มีกลิ่นอายที่ดุดันและทรงอำนาจเท่านี้มาก่อน ความเ็าในใจเธอเริ่มถูกสั่นคลอนด้วยเปลวเพลิงแห่งรัตติกาลที่กำลังลุกโชนจากเด็กหนุ่มตรงหน้า!