วันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2559 เวลา 14.37 น.
“พี่กรเป็นไงบ้างจัดการไล่แขกห้อง018เรียบร้อยไหม” พนักงานหนุ่มรุ่นน้องยิ้มร่าเปิดประตูเข้าห้องพักพนักงานพร้อมทักทายรุ่นพี่อย่างอารมณ์ดี แต่ภายในห้องกลับว่างเปล่า
“สงสัยคงไปจัดการอยู่”ชายหนุ่มพยักหน้าให้กับความคิดของตัวเองและนั่งลงบนเก้าอี้ล้อเลื่อนตัวโปรดพร้อมทั้งเอนกายไปยังด้านหลังมองจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีแขกบางห้องกำลังทำกิจกรรมส่วนตัวอย่างภาคภูมิใจ
“คิดไม่ผิดจริงๆ ที่มาทำงานกับพี่กร ได้เงินสองเด้ง…”เสียงของชายหนุ่มขาดช่วงไปเมื่อเหลือบลงไปมองมุมล่างซ้ายสุดของจอมอนิเตอร์
“ฉิบหายละ…”ชายหนุ่มกระเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็วตาก็ยังจ้องไปที่จอมอนิเตอร์ดูทุกอิริยาบถของพนักงานรุ่นพี่ที่กระทำต่อแขก
“ไอ้พี่กรทำอะไรของมันวะเนี่ย เอาไงดีวะ เอาไงดี คิดสิคิด” เจ้าตัวพูดพลางใช้มือเกาหัวเดินวนไปมาภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ได้แต่คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี เพราะถ้าแจ้งตำรวจมีหวังเรื่องคลิปลับของแขกคงต้องถูกเปิดเผยแน่ๆ และตนเองคงโดนจับเข้าคุกไปด้วยอีกคน “เอาไงดีวะ…”
‘เจ้าจงโทรหาตำรวจช่วยชายผู้นั้นให้รอดพ้นจากความตายด้วยเถิด’ เสียงกระซิบอันแผ่วเบาแทรกซึมผ่านเข้าสู่โสตประสาททำให้พนักงานหนุ่มรุ่นน้องหยุดกึกความรู้สึกเหมือนมีสิ่งใดดลใจให้จู่ ๆ ก็คิดขึ้นมาได้ว่าชีวิตคนสำคัญกว่า
“เอาวะ…ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้แขกต้องตายแน่ ๆ อย่างน้อยตำรวจคงลดโทษให้เราบ้างล่ะ”แม้ใจจะกล้า ๆ กลัว ๆ แต่มือก็ล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงทันทีเมื่อคิดได้และกดหมายเลขที่ไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะต้องได้โทร.
“คุณตำรวจครับ…”
‘ข้าช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้เด็กน้อยของข้าหากมันผู้นั้นเป็นวิญญาณข้าคงลากลงสู่นรกอเวจีอย่างง่ายดายมิปล่อยให้เจ้าต้องเจ็บปวดทรมานเช่นนี้ดอก… เจ้าจงรอเวลาอีกสักหน่อยเถิด…’ เขมทัตมองไปยังใบหน้าซีดเผือดของทีปกรผ่านจอมอนิเตอร์ด้วยแววตาเศร้าหมองและหายวับไป
วันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2559 เวลา 15.19 น.
“หะห้องนี้เลยครับคุณตำรวจ”พนักงานหนุ่มรุ่นน้องมือไม้สั่นเทาไขกุญแจสำรองเข้าห้องพัก018ให้เปิดออก และหลบไปอยู่ด้านหลังคุณตำรวจ
‘โครม’ เสียงผลักประตูอย่างแรงจนไปกระแทกกับฝาผนังตำรวจทั้งสามนายตั้งท่าพร้อมตั้งรับคนในห้องแต่ทันทีที่กลิ่นเหม็นปะทะเข้าจมูกทุกคนต่างก็ผละตัวออกมาจากห้องทันที
“อื้อฮือกลิ่นอะไรเนี่ยโคตรเหม็นเลย” ทุกคนพากันอุดจมูกและเดินเข้าไปในห้องอีกครั้ง
“คุณเป็นอะไรไหมครับ”ตำรวจจับไปยังตัวของทีปกรที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ริมกำแพง
“มีศพอยู่ใต้เตียงครับเธอถูกวางยา…” ทีปกรไม่สนใจในคำถามของตำรวจเลยสักนิด แต่พยายามพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“คนร้ายที่วางยาเธออยู่ในนั้น และยังมีเสี่ยพงษ์ศักดิ์ที่ข่มขืนเธอ”ทีปกรหายใจหอบเหนื่อยพยายามพูดในสิ่งที่ตนควรพูดจนหมดแม้จะอ่อนแรงเต็มทีก็ตามเพื่อหวังว่าจะได้ช่วยวิญญาณสาวให้ได้รับความยุติธรรม
“ใจเย็นก่อนนะครับก่อนอื่นคุณต้องไปรักษาแผลที่หัวของคุณก่อน”นายตำรวจขมวดคิ้วมองไปยังบาดแผลฉกรรจ์ของชายหนุ่มร่างบอบบางที่อยู่ตรงหน้าและหันกลับไปสั่งการกับลูกน้องของตน
“จ่าเรียกรถพยาบาลที”
“ครับ”
‘ปึ้งๆ’ เสียงกระแทกจากไม้กระดานดังขึ้นจึงทำให้ทุกคนต้องหันไปมองเป็นตาเดียวกัน
“ช่วยด้วยช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย” แว่วเสียงของผู้ชายดังออกมาจากที่แห่งนั้นและหยุดเงียบลงตำรวจเดินเข้าใกล้เพื่อฟังให้ถนัดขึ้น
“ผะผม มะ ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณตาย… สะ สะ เสี่ยเขาสั่งให้ผมวางยาในน้ำ ตะแต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณตาย… ผะ ผมผิดเอง ผะ ผมเห็นแก่เงิน ผมขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณตาย ปล่อยผมไปเถอะ… ผมรับรองว่าถ้าผมออกไปได้ผมจะบอกตำรวจแน่นอนว่าเสี่ยเป็นคนอยู่เบื้องหลัง ปล่อยผมไปเถอะ…”เสียงพูดออกมาด้วยความกลัวพอจะทำให้นายตำรวจเริ่มจับต้นชนปลายได้บ้างและคงเป็นหลักฐานชั้นเอกมัดตัวผู้กระทำความผิดได้
“อย่า…”เสียงร้องขาดช่วงจึงทำให้ตำรวจต่างช่วยกันยกแผ่นไม้กระดานขนาดใหญ่นั้นขึ้นกลิ่นเหม็นปะทะจมูกอย่างรุนแรงมาพร้อมกับผู้กระทำความผิดซึ่งนอนอยู่ข้างศพขึ้นอืดด้วยใบหน้าซีดเผือดกำลังใช้มือปัดป้องกลางอากาศ เศษอาหารเกลื่อนกลาดกระจายเต็มตัวปะปนกับหนอนบนซากศพยิ่งทำให้เป็นภาพที่สะอิดสะเอียน น่าเวทนาเป็นอย่างมาก