ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
oooooooooooooooooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น
รถม้าจอดต่อแถวเพื่อเข้าเมือง หยางจื่อสังเกตเห็นว่าวันนี้ผู้คนเริ่มที่จะอพยพเข้ามากันมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
"มากันกี่คน มีป้ายหรือไม่"
"3 คนขอรับ นี่ป้ายขอรับ"
หยางจื่อยื่นป้ายสามป้ายไปให้ทหารหน้าเมืองดู
"ข้าขอตรวจค้นด้วย"
"ขอรับ"
หยางจื่อเปิดประตูให้ทหารได้เห็นด้านใน ที่มีเด็กสองคนที่กำลังหลับสนิทกับสุนัขอีกสี่ตัว
"คับแคบเช่นนี้อยู่กันไปได้อย่างไร แล้วข้างหลังคือสิ่งใด เปิดให้ข้าดูด้วย"
หยางจื่อเดินลงมาข้างๆรถม้าเพื่อเปิดหน้าต่างบานยาวออกให้ทหารได้ดู
"อันนี้คือสิ่งใด"
"ด้านหลังเป็ร้านขายขนมของบ้านข้าขอรับ"
"อ่อ..ข้าก็เพิ่งรู้ว่ารถม้าสามารถทำแบบนี้ได้...เอาล่ะเข้าไปได้"
"ขอบคุณขอรับ"
หยางจื่อปิดหน้าต่างกลับคืนเช่นเดิมจากนั้นก็รีบบังคับรถม้าให้พ้นจากประตูทางเข้าเมือง เมื่อเข้าเมืองมาได้ก็รีบมองหาโรงรับฝากม้าทันที
"จื่อเอ๋อร์!!"
"ท่านพ่อ!!"
หยางเจี้ยนยืนมองลูกชายั้แ่ถูกทหารค้นรถม้า เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรเข้าจึงรีบเดินเข้ามาหาและเรียกลูกชายทันที
"เป็อย่างไรบ้าง ปลอดภัยกันใช่หรือไม่"
"ปลอดภัยดีขอรับ"
"เอารถม้ามาไว้ที่โรงเตี๊ยมก่อน พ่อได้เช่าไว้ั้แ่เช้าแล้ว"
หยางเจี้ยนขึ้นรถม้าและเข้าไปนั่งบังคับบังเหียนแทนลูกชาย และตรงไปโรงเตี๊ยมที่เขาได้ทำการเช่าโรงเก็บม้าไว้ั้แ่เช้า
"น้องล่ะ"
"หึหึ...ยังหลับกันอยู่เลยขอรับ"
หยางเจี้ยนยิ้มเต็มใบหน้าเป็ครั้งแรกในรอบหลายวันมานี้ เขาสบายใจแล้วที่ลูกๆทั้งสามคนกลับคืนสู่อ้อมอกของเขาอีกครั้ง
หลังจากที่หยางเจี้ยนจอดรถม้าแล้ว เขาจึงเปิดประตูเพื่อจะอุ้มลูกๆไปนอนในห้องสบายๆ
แต่เข้าก็ต้องใเพราะว่าเจอเข้ากับสุนัขตัวใหญ่ถึงสี่ตัวที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่
"มี่เอ๋อร์เลี้ยงสุนัขด้วยหรือ!!"
"ขอรับท่านพ่อ...มี่เอ๋อร์เรียกพวกมันว่าสี่ยอดองครักษ์ หรือไม่ก็สี่ยอดกุมาร แต่คำหลังข้าไม่ค่อยเข้าใจมากนัก หึหึ แต่ทั้งสี่ตัวมันเก่งมากขอรับ คอยปกป้องน้องทั้งสองมาตลอดทาง"
หยางเจี้ยนพยักหน้ารับรู้ พร้อมกับอุ้มหยางมี่เข้าไปกอดไว้เต็มอก ส่วนหยางจื่ออุ้มหยางเฉินด้วยความเบามือ
"หวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เ้าหู่ เ้าอยู่เฝ้ารถม้าที่นี่นะ ข้าจะมาให้อาหารพวกเ้าทุกมื้อ"
สี่ยอดองครักษ์พยักหน้า สร้างความแปลกใจให้กับหยางเจี้ยนเป็อย่างมาก แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถามตรงนี้รอให้ถึงห้องลูกชายก็คงจะเล่าให้ฟังเอง
หยางเจี้ยนพาลูกน้อยทั้งสองไปนอนในห้องของตนเอง พร้อมกับเปิดดูที่ขาของเฉินเอ๋อร์
เมื่อเห็นสภาพขาของลูกชายตัวน้อยทำให้เขาแทบจะอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่พร้อมกับเอ่ยชื่ลูกด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา
"เฉินเอ๋อร์ลูกพ่อ"
"เฉินเอ๋อร์ช่วยมี่เอ๋อร์เอาไว้ขอรับ"
หลังจากนั้นหยางจื่อจึงบอกเล่าเื่ราวของน้องทั้งสอง รวมถึงความลับของรถม้ามิติของหยางมี่ให้บิดาได้รับรู้
เมื่อหยางเจี้ยนรู้เื่นี้ก็ใเป็อย่างมาก พร้อมกับวางแผนเื่ความปลอดภัยของลูกน้อยทันที
หยางมี่ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับมองไปรอบเตียงนอนก็ทำให้นางใ แล้วนางก็มองหาน้องชาย เมื่อเห็นน้องชายนอนอยู่ข้างๆ นางก็เบาใจ
"มี่เอ๋อร์"
หยางมี่หันขวับไปทางต้นเสียงที่นางจดจำได้ไม่มีวันลืมทันที พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับเขื่อนแตกอีกครั้ง
หยางมี่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของคนเป็พ่อที่นางโหยหามาตลอดทั้งชีวิต
ร่วมถึงความรู้สึกของหยางมี่คนเก่าที่ยังคงรอคอยที่จะได้พบกับท่านพ่ออยู่ในห้วงจิตสำนึกสุดท้ายก่อนตาย
หลังจากที่หยางมี่หยุดร้องไห้แล้วก็ถึงคราวของเฉินเอ๋อร์ที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเช่นเดียวกัน พร้อมกับฟ้องท่านพ่อด้วยว่าพวกเขาเจออะไรมาบ้าง
ทำให้หยางเจี้ยนที่พยายามกักเก็บความรู้สึกเอาไว้ อดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป น้ำตาของหยางเจี้ยนไหลออกมาอย่างเงียบๆด้วยความสงสารลูกทั้งสอง
"ต่อไปพ่อจะไม่หายไปที่ใดอีกแล้ว พ่อสัญญา"
"ขอ ฮึก ..ขอรับ ฮึก.."
"วันนี้พ่อจะพาเ้าไปให้หมอตรวจดูขาของเ้านะเฉินเอ๋อร์"
..ก๊อกๆ..
"อาเจี้ยน!!ลุงกับป้าเอง"
"เข้ามาได้เลยขอรับท่านลุงท่านป้า"
ลุงซ่งกับท่านป้าซ่งเดินเข้ามาก็เข้ามาอุ้มหยางมี่ไปกอดไว้อย่างโล่งใจทันที
หยางมี่ที่จำหน้าได้ และมีความรู้สึกรักและผูกพันกับทั้งสองคน นางก็กอดกลับเช่นเดียวกัน
"ปู่กับย่าขอโทษเ้าที่ปล่อยให้พวกเ้าต้องเผชิญกับเื่แบบนี้"
"ถึงท่านปู่ท่านย่าอยู่ ข้าก็เลือกที่จะหนีมาเ้าค่ะ ท่านปู่ท่านย่าซ่งอายุมากแล้ว ข้าไม่อยากให้พวกท่านลำบากมาเสี่ยงชีวิตกับข้า"
"เ้านี่มันน่าตีนัก ข้าแก่ถึงเพียงนั้นเลยหรือ"
ซ่งกงิกับซ่งลี่อิงถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ฟังคำอธิบายของหยางมี่
"มี่เอ่อร์ฟังปู่ซ่งนะ ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเ้าสามารถมาหาปู่กับย่าได้ตลอดเวลา ปู่ซ่งกับป้าซ่งสามารถช่วยเหลือพวกเ้าได้ทุกเื่ไม่ว่าจะเป็เื่อะไรก็ตาม เข้าใจหรือไม่"
"เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ท่านปู่ท่านย่า"
"เด็กดี"
หลังจากนั้นคุณชายอวี่เหวินเดินเข้ามาหาหยางเจี้ยนในตอนที่หยางเจี้ยนกำลังจะพาหยางเฉินไปโรงหมอ พอดี
"พี่เจี้ยนเด็กๆถึงกันแล้วหรือ"
"ใช้แล้วอาเหวิน คนนี้คือหยางมี่ ส่วนคนนี้เป็คนเล็กชื่อหยางเฉิน"
หยางอวี่เดินมาลูกหัวเด็กทั้งสองคนอย่างเอ็นดู
"พวกเ้านี่ช่างซุกซนยิ่งนัก หึหึ..อาชื่ออวี่เหวิน เรียกว่าท่านอาเหวินก็ได้"
"เ้าค่ะท่านอาเหวิน"
เสียงของหยางมี่เป็เสียงเล็กๆ ใครที่ได้ยินแล้วก็ต้องหลงไหลและเอ็นดูทุกคน รวมถึงอวี่เหวินก็เช่นเดียวกัน
"แล้วพี่เจี้ยนจะไปไหนหรือ"
"ข้าจะพาเฉินเอ๋อร์ไปหาหมอเพื่อตรวจดูขาสักหน่อย ข้าจะได้วางใจเมื่อต้องเดินทางไกล"
"ให้คนของข้าดูก็ได้ขอรับ เขาเป็หมอที่เก่งมาก"
"ถ้าอย่างนั้นข้ารบกวนเ้าด้วย"
"ไม่รบกวนเลยพี่เจี้ยน"
หลังจากนั้นคนติดตามของอวี่เหวินที่เป็หมอเข้ามาดูขาให้หยางเฉิน และจัดการเปลี่ยนไม้ดามขาให้หยางเฉินใหม่ทั้งหมด
"ลูกของท่านจะต้องกินยาตามเทียบที่ข้าเขียนให้เช่นนี้ไปจนกว่ากระดูกจะต่อกันเหมือนเดิมนะขอรับ ดีที่ว่ายังเป็เด็ก กระดูกสามารถต่อได้ง่ายและเร็วกว่าผู้ใหญ่ แต่ว่าเออ...ข้าไม่รับรองได้ว่าจะกลับเดินได้เหมือนเดิมหรือไม่ เพราะว่าเสี่ยวเฉินไม่ได้รับการรักษาในทันที "
"ไม่เป็ไร เดินไม่เหมือนเดิมก็ไม่เป็ไร ขอแค่ลูกยังอยู่กับข้าเท่านี้ก็ดีมากแล้ว"
"ท่านพ่อ ที่เฉินเอ๋อร์เป็เช่นนี้ก็เพราะข้า ต่อไปข้าจะดูและเฉินเอ๋อร์เองเ้าค่ะ"
"พี่สาวท่านไม่ผิิดขอรับ ถ้าหากท่านขาหักเราก็ไม่ได้หนีมาได้เช่นนี้"
"เอาล่ะๆ ไม่มีใครผิดใครถูกทั้งนั้น คนผิดตัวจริงคือสองผัวเมียแซ่โต้วนั้นต่างหาก แต่เ้าทั้งสองวางใจได้ตอนนี้คนพวกนั้นก็คงไม่ได้อยู่สุขสบายเหมือนเดิมแล้วล่ะ หึหึ"
ลุงซ่งพูดออกมาเพื่อตัดปัญหา เขาไม่อยากให้เด็กทั้งคู่ต้องรู้สึกผิดในสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อ
"ลุงซ่งป้าซ่งพี่เจี้ยน พรุ่งนี้พวกเราจะต้องรีบออกเดินทางกันแล้วขอรับ คนของข้าส่งข่าวมาแจ้งว่า ทางแคว้นจงเจียนอาจจะปิดประตูเมืองทางทิศใต้ขอรับ ถ้าเราไปไม่ทัน พวกเราอาจจะต้องอ้อมขึ้นเหนือเพื่อเดินทางเข้าไปแคว้นซีเปียน และแคว้นเป่ยเปียน เพื่อที่จะไปชายแดนจงเจียนทางทิศเหนือ "
"แย่ล่ะสิ…..ถ้าไปไม่ทันก็ต้องอ้อมไกลกว่าเดิมเยอะเลย ม้าของเราจะไหวหรือไม่ท่านพี่"
"ม้าของเราและม้าของเจี้ยนเอ๋อร์ เป็ม้าศึกถูกฝึกมาอย่างดีทนต่อสภาพอากาศและวิ่งได้ไกล"
"ม้าของพวกข้าถูกฝึกมากอย่างดีวิ่งทางไกลไหวเช่นกัน"
"ส่วนม้าของข้าก็...แหะ!!ไม่รู้เ้าค่ะ"
หยางมี่พูดจบก็ยิ้มแฉ่งแก้เขินไปให้พี่ใหญ่ของนาง นางนึกได้ว่ายังเป็เด็ก ไม่รู้เื่ของม้าหรืออะไรทั้งนั้น
'แหม!!คันปากอยากจะบอกเื่ม้าของตัวเองจังเลยว่ามันแข็งแรงมากขนาดไหน'
ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของหยางมี่ ส่วนพี่ใหญ่ก็เอ็นดูน้องมากเช่นกัน
"ข้าดูม้าของน้องแล้วขอรับ มันแข็งแรงและทนทานต่อสภาพอากาศมาก ทั้งยังวิ่งเร็วอีกด้วย "
"ถ้าหากแคว้นจงเจียนปิดประตูหน้าด่าน ป้าว่าเราต้องลองเจรจาดูก่อน ถ้าสำเร็จเราจะได้ไม่ต้องอ้อมไปไกล"
"ขอรับท่านป้าซ่ง"
อวี่เหวินเองก็คิดเช่นเดียวกับท่านป้าซ่ง เพราะการเดินทางไปประตูหน้าด่านของแคว้นจงเจียนทางทิศเหนือ ต้องอ้อมไปอีกไกลมาก อาจจะกินเวลาเป็เดือน
หลังจากที่อวี่เหวินและคนติดตามขอแยกตัวออกไป หยางจื่อก็ได้โอกาศบอกถึงความ้าของตัวเอง
"ท่านพ่อข้าขอตำลึงไปซื้อผ้ากระสอบป่านกับชุดคลุมกันหนาวของน้องได้หรือไม่ขอรับ"
"ชุดคลุมกันหนาวพ่อชื้อให้พวกเ้าแล้วล่ะ แล้วเ้าจะเอากระสอบป่านไปทำอะไรหรือ"
"เวลารถม้าหยุดพัก ข้าจะเอาผ้ามากางเพื่อให้พวกเราและม้าได้เข้ามาหลบหิมะขอรับ"
"ได้.."
หยางเจี้ยนและท่านลุงซ่งรวมเงินกันเพื่อให้หยางจื่อไปซื้อผ้ากระสอบป่าน เมื่อหยางมี่เห็นว่าพี่ใหญ่จะออกไปข้างนอก นางเองก็อยากจะออกไปด้วย
"พี่ใหญ่ข้าไปด้วยเ้าค่ะ"
"ไม่ได้..ข้างนอกหิมะตกหนักเช่นนี้ จะไปได้อย่างไร"
หยางมี่จึงทำหน้าเศร้าเพื่อเรียกร้องความสงสาร
"จื่อเอ๋อร์พาน้องไปด้วยเถอะ พ่อซื้อชุดคลุมกันหนาวมาให้แล้ว"
หยางเจี้ยนเอาชุดคลุมกันหนาวออกมาจากถุงผ้า และก็สวมใส่ให้หยางมี่ทันที ทำให้หยางมี่ยิ้มแฉ่งให้พี่ชายอย่างเหนือกว่า
หยางจื่อที่เห็นน้องสาวแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้จึงหยิกที่แก้มไปหลายๆที
ooooooooooooooooooooooo
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ