"เคียร่า...?" ชายชราเอ่ยเสียงแ่ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มสั่นไหว ซึ่งเคียร่าเพิ่งมาสังเกตเอาตอนนี้เองว่าดวงตาคู่นี้ช่างคุ้นเคย
จริงสินะ ในเมื่อตอนนี้เขามาอยู่ในโลก 50 ปีข้างหน้า 'มอมเมอร์ คัสตาน่า' ก็ย่อมต้องแก่ตัวลงตามกาลเวลา
"มอมเมอร์..." ั์ตาสีทองของพ่อมดหนุ่มไล่สายตามองใบหน้าและร่างกายอีกฝ่ายอีกครั้งอย่างคิดคำนึง
"ไม่เจอกันพักเดียว...ดูแกแก่ขึ้นเยอะเลยว่ะ"
ทางชายชราเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้นก็เบิกตาขึ้นอย่างตะลึง ก่อนระบายลมหายใจพรืด พลางพึมพำเสียงเบา
"ปากบอนวอนตีนแบบนี้ หมอนั่นตัวจริงสินะ"
…
ทั้งสองเริ่มเปิดบทสนทนากันอีกครั้งบนโต๊ะอาหารที่คุ้นเคย เคียร่าลากนิ้วไปบนโต๊ะที่ปราศจากฝุ่น มองสภาพรอบห้องที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากวันเก่า ๆ เพียงแต่สะอาดและเป็ระเบียบกว่าตอนที่เขาอยู่นิดหน่อย ซึ่งบรรยากาศที่ดูไม่เหมือนบ้านร้างไร้คนอาศัย 50 ปีนี้ ทำให้เขาเดาได้ไม่ยากว่ามีใครบางคนแถวนี้มาทำความสะอาดให้บ่อย ๆ
กริ๊ก…
ถ้วยกาแฟดำสองถ้วยถูกวางลงบนโต๊ะไม้พร้อมเค้กช็อกโกแลตและตะกร้าคุ้กกี้ที่วางตามมาติด ๆ ด้วยขนาดโต๊ะที่ไม่ได้กว้างขวางนักทำให้เมื่อทำการตั้งของทั้งหมดเสร็จ พื้นที่บนโต๊ะจึงดูแคบลงไปถนัดตา
ฝั่งเคียร่ามองตะกร้าคุ้กกี้ด้วยสายตาที่แทบเป็รูปหัวใจ มุมปากเผยน้ำลายไหล แต่หลังเมียงมองเค้กช็อกโกแลตอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดใจยกตะกร้านั้นมาไว้ที่ตักแทน ทางมอมเมอร์มองท่าทางกั๊กของกินนั้นอย่างเฉยเมยก่อนเริ่มเปิดประเด็น
"เอาล่ะ อธิบายมาซิ ว่าที่ผ่านมานายหายไปไหน?" ชายชรา ซึ่งก็คือมอมเมอร์ถามพลางยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบเล็กน้อย ทว่า สายตาคมกริบไม่ได้ละไปจากเป้าหมาย
ฝ่ายเคียร่าที่มีประสบการณ์ช่ำชอง หลังอ่านสายตากดดันที่แฝงคำขู่ซึ่งสามารถแปลงเป็สารได้ว่า 'เล่ามาให้หมด ตกหล่นมีตาย' ส่งมากลาย ๆ ก็ไม่กล้าปิดบังแต่อย่างใด เขาเริ่มเล่าั้แ่ตอนที่พบกันครั้งสุดท้ายมายันสถานการณ์ปัจจุบัน มอมเมอร์ที่นั่งฟังจนจบวางถ้วยกาแฟลงก่อนประสานมือเข้าหากันแล้วเพ่งมองเคียร่าสายตาราบเรียบ
"จากที่นายเล่า แสดงว่านายไม่ได้หายตัวไป 50 ปีอย่างที่พวกเราเข้าใจกัน แต่นายข้ามเวลามาแทนงั้นสินะ"
ถ้อยคำสรุปที่คนปกติคงไม่อาจเชื่อถือ แต่สำหรับมอมเมอร์แล้วเื่นี้ถือว่าธรรมดานัก เคียร่าที่ฟังข้อสรุปพยักหน้ารับ
"อ่าฮะ ก็คงงั้นแหละ แต่ฉันไม่แน่ใจเื่เวลาหรอกนะ เพราะใช่ว่าฉันหายตัวมาปุ๊ปคนอื่นจะรู้ปั๊ปสักหน่อยนี่ บางทีอาจจะนานกว่านั้นก็ได้?"
คนพูดตอบคำถามเพื่อนซี้ที่บัดนี้ต่างวัยด้วยท่าทางสบาย ๆ มือซ้ายควงส้อมสีเงินจ้วงเค้กที่เหลืออีกครึ่งชิ้นเข้าปากรวดเดียวก่อนจะซดกาแฟตามอย่างไม่กลัวร้อน ทางคนฟังเหลือบมองท่าทีเ่าั้แล้วเอ่ยปาก
"ลองบอกวันที่นายใช้เวทนั้นมา ฉันจะลองคำนวณเปรียบเทียบกับเวลาปัจจุบัน"
"อ่า... ก็ฟูลมูนเดย์ วันที่ 9 เดือน 9 ่ราว ๆ เลยเที่ยงคืนไปหน่อยน่ะ" คนตอบยกส้อมจ่อปากขณะระลึก
"งั้นก็เท่ากับนายหายตัวไป 51 ปี 3 เดือน 14 วัน " มอมเมอร์กล่าวสรุปหลังคำนวณเวลา "กว่าทางนี้ทำการแจ้งสถานะหายสาบสูญก็หลังจากนายหายตัวไปได้หนึ่งปี คงยังจำได้ใช่ไหมว่านายต้องไปยืนยันตัวตนที่สภาเวททุก ๆ ครึ่งปีน่ะ? แต่ทางพวกสภารู้ดีว่านายไม่เคยไปตรงกำหนดสักครั้งเลยยืดเวลาให้เป็หนึ่งปี พอนายไม่ไปรายงานตัวสักทีเลยเขาถึงได้แจ้งให้เป็บุคคลสาบสูญ" พูดจบก็ยกกาแฟขึ้นจิบอีกรอบ
"อ่าฮะ" เคียร่าพยักหน้ารับรู้
ปกติแล้วนักเวทที่ไม่มีสังกัดต้องไปรายงานตัวกับสภาเวทเพื่อยืนยันว่ายังมีชีวิตอย่างน้อยปีละสองครั้ง แต่ตัวเขาคิดว่ามันยุ่งยากแถมเบื่อหน้าพวกตาแก่นั่นเลยไม่ยอมไปดี ๆ ตาแก่พวกนั้นเลยบีบมอมเมอร์ให้มาเกลี้ยกล่อม เขาเห็นแก่เพื่อนเลยยอมลงให้ แต่ก็ต่อรองเป็ไปปีละครั้งแทน และแน่นอนว่าเขาไม่เคยไปตรงเวลา ท้ายที่สุดก็ต้องให้มอมเมอร์มาลากไปทุกที
"แต่แปลกแฮะ 50 ปี... ปกติหายไปนานขนาดนี้ต้องระบุว่าตายไปแล้วนี่ แต่นี่แค่ระบุว่าหายสาบสูญงั้นเหรอ?"
เคียร่าพึมพำอย่างนึกสงสัย ด้วยสาเหตุที่นักเวทไร้สังกัดมักต้องยืนยันตัวตนว่ามีชีวิต ก็เพราะคนเ่าั้มักทำตัวเองตายด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งเสมอ หากไม่มีการยืนยันตัวตนในระยะเวลาที่กำหนด ทางสภาเวทก็จะระบุให้เป็สถานะสาบสูญ หากยี่สิบปีแล้วไม่มารายงานตัวอีกก็จะถูกระบุสถานะว่าเสียชีวิต ก่อนจะทำการแก้ไขให้เมื่อเ้าตัวกลับมายืนยันตัวตนใหม่
แม้จะกังขา แต่เพราะไม่สำคัญเท่าไหร่ ไม่นานเขาจึงหันเหความสนใจไปหาเหล่าคุ้กกี้ที่นอนรออยู่บนตัก ฝ่ายมอมเมอร์หลังได้ยินคำพูดพึมพำนั้นก็นิ่งมองกาแฟในถ้วย นึกหวนถึงวันคืนที่เคียร่าจากไป
"หายตัวไปก็สิบสามปีแล้ว นายเองก็บอกว่าไม่เคยติดต่อหมอนั่นไม่ได้แบบนี้ ถ้างั้นหมอนั่นก็น่าจะ..." ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงพูดด้วยสีหน้าร้อนรน แต่คนฟังกลับขัดขึ้นอย่างทนฟังต่อไม่ได้
"ไม่มีทาง! เคียร่า... คนอย่างหมอนั่นไม่มีทางมาตายเงียบ ๆ ไปแบบนี้แน่!" พูดจบก็สะบัดผ้าคลุมจากไปไม่สนใจเสียงร้องเรียกตามหลัง
"มอมเมอร์!"
...
"แน่ใจแล้วหรือที่จะขอให้เรารั้งสถานะหายสาบสูญให้แก่เขา แลกเปลี่ยนกับเกราะเวทซาฟีนนี้?" จักรพรรดิผู้มองลงมาจากบัลลังก์ตรัสถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง เบื้องหน้าอีกฝ่ายคือร่างสง่างามของชายหนุ่มในชุดนักเวทแห่งราชวงศ์ผู้หนึ่งซึ่งได้คุกเข่าลงหนึ่งข้างพลางเทิดชุดเกราะขึ้นถวาย
ตัวเกราะนั้นมีสีขาวบริสุทธิ์ โดยมีอัญมณีสีแดงสุกสว่างฝังใจกลางอก ลวดลายซับซ้อนบนตัวเกราะนั้นสลักอักขระด้วยทองเปลว จึงทำให้ยิ่งดูงดงามและสูงค่า
"พ่ะย่ะค่ะ" ร่างที่คุกเข่าเบื้องหน้าบัลลังก์รับคำเสียงหนักแน่น
"ในฐานะนักเวทแห่งราชวงศ์ เธอก็น่าจะรู้ดีว่าการที่เชื่อมต่อคริสตัลเวทไม่ได้นั้นหมายความว่ายังไง"
"ไม่พ่ะย่ะค่ะ คนอย่างหมอนั่นไม่มีทางตายอย่างเด็ดขาด!" ถ้อยคำกร้าวมาพร้อมกับสายตามุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ ทำให้จักรพรรดิผู้สดับคำนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตรัสขึ้นด้วยสุรเสียงเปี่ยมเมตตา
"ได้ เราจะรับไว้ หวังว่าจะเป็ไปดังที่เธอปรารถนา"
...
"มอมเมอร์!" เสียงเรียกขานปลุกชายชราให้หลุดจากห้วงภวังค์ มอมเมอร์พลันสบกับั์ตาสีทองที่เฉิดฉายเป็ประกายเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาดังเช่นนิสัย
เพื่อนรักที่ไม่นึกว่าจะได้พานพบหลังได้รับข่าวร้ายนั่น นึกถึงตรงนี้ั์ตาสีน้ำเงินเข้มก็ทอประกายอ่อนโยน
"อะไร? มองอย่างนั้นอยากลองกินคุ้กกี้ขึ้นมารึไง? ปกติไม่เห็นกินนี่... แต่จะแบ่งให้ก็ได้" คนพูดว่าด้วยสีหน้าไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัด
มอมเมอร์มองตะกร้าคุ้กกี้ที่ของในตะกร้าเหลือแค่หนึ่งในสามแล้วส่ายหัวอย่างระอา ขณะที่คนมองเห็นเป็การปฏิเสธก็ยิ้มกว้าง ยัดคุ้กกี้ต่อก่อนจะชะงักไปเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดตอบ
"ไม่ล่ะ มีแต่เด็กที่ชอบกินพวกขนม"
ถ้อยคำปรามาสที่คนฟังเงยหน้ามองคนพูดขวับ แล้วสวนกลับอย่างไม่รั้งรอ
"ก็แน่ล่ะ คนแก่ฟันแท้หมดปากกินน้ำตาลมาก ๆ ไม่ได้อยู่แล้ว อุรึหึหึหึ"
คำจิกกัดที่ทั้งคุ้นชินและชวนคิดถึงทำให้คนฟังยิ้มเล็ก ๆ แล้วพูดเปลี่ยนเื่
"แล้วนี่จะกลับไปยังไง?"
"อื๋อ?" คนฟังทวนเสียงอู้อี้อย่างไม่เข้าใจ แต่คนถามยังคงยิ้มละไม มองตะกร้าคุ้กกี้ที่ว่างเปล่าวูบหนึ่งก่อนอธิบาย
"ฉันหมายถึงเื่กลับไปอดีตน่ะ นายมีวิธีกลับแล้วใช่มั้ย?"
"อ้อ เอื้องอับไอ... อึ๊ก เื่กลับไปน่ะเหรอ?" เคียร่ากลืนคุ้กกี้คำสุดท้ายลงคอ ก่อนกะพริบตาปริบ "วิธีกลับน่ะ...ไม่มีหรอก"
ครึ่ก ๆ ๆ ๆ
รังสีทะมึนพร้อมด้วยกระแสเวทแผ่ขจายไปทั่วบริเวณ
"...หมายความว่ายังไงที่ว่า 'ไม่-มี-หรอก' ตอบมาซิ เคียร่า วูลร์!"
มอมเมอร์ที่ฉุนขาดกับคำตอบของเพื่อนรักจอมกวนที่เหมือนจะมาจากห้วงอากาศกลวง ๆ มากกว่าสมอง จึงร่ายเวทลมหมุนเรียกบอลแสงสีเขียวขึ้นมาเหนือฝ่ามือ ซึ่งแรกเริ่มจากขนาดเท่าลูกแก้วจิ๋วก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และทวีความรุนแรงจนแค่ลมสะท้อนก็พัดพาตะกร้าคุ้กกี้ให้กระเด็นไปติดกำแพง ข้าวของต่าง ๆ ก็ถูกลมพัดร่วงหล่นลงมาตกแตกบังเกิดเป็เสียงเอ็ฟเฟ็คสุดสยอง
เคียร่าเห็นเพื่อนสนิทเรียกเวทธาตุถนัดมาใช้ก็หน้าซีด เหงื่อตก โบกไม้โบกมือห้ามเสียงหลง
"ใจเย็นครับพี่ บอลพี่ใหญ่ไปนะครับ รอเดี๋ยวสิครับ เจี๊ยกกกก!"
การพบเจอกันอีกครั้งของสหายเก่าย่อมเป็เื่น่ายินดี หากแต่บางทีการแสดงออกของความรัก อาจต้องใช้ความรุนแรงบ้างเล็กน้อย (?)