ตอนที่ 2 อดีต
ไม่น่าใช่เื่บังเอิญแล้ว ทั้งสิ่งแวดล้อมทั้งชื่อ ถึงแม้จะมีหลายอย่างแปลกไปก็ตาม แต่มันลงล็อกเกินไป
เดินจากตลาดได้ไม่ไกลนัก จะพบกับบ้านไม้ทรงไทยโบราณดูดีหลังหนึ่ง ตัวบ้านมีรั้วรอบขอบชิดแตกต่างจากบ้านใกล้เรือนเคียง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีข้าทาสบริวารทั้งมนุษย์และเผ่าพันธ์ุอื่นๆ คอยดูแลสวนหน้าบ้านอย่างสะอาดสะอ้าน คล้ายต้องต้อนรับแเื่อยู่ตลอด
เมื่อเดินขึ้นบันไดบ้าน จะพบกับชานบ้านชั้นสอง ซึ่งคาดเดาจากของตกแต่งแล้วคงเป็ที่อยู่อาศัยหลักของเ้าบ้าน จากที่เห็นสุดลานชั้นสองมีที่นั่งคล้ายตั่งสำหรับผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านไว้ใช่สนทนากับแขกที่มาเยือน
นึกว่าหลุดมาจากละครย้อนยุคสักเื่
“เ้าว่าเช่นไร! ท่านเ้าเมืองเรียกแม่ทัพนายกอง เข้าเฝ้าด่วนอย่างนั้นรึ”
เสียงชายวัยกลางคน ฟังดูทรงอำนาจอุทานก้อง ปลายเสียงเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่ หุ่นนักรบผ่านศึก ไว้หนวดน่าเกรงขามกำลังสนทนากับทหารส่งสาร
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชายคนนี้เป็คนที่มีอำนาจในบ้านหลังนี้ ถ้าให้เดา เขาน่าจะเป็พ่อของแม่นางพิม...พันศรโยธา ความรู้สึกที่แผ่ออกมาจากชายคนนั้นไม่ธรรมดาเลย
“ท่านพ่อมีเื่อันใดกัน”
“มิใช่เื่ใหญ่อันใด ท่านเ้าเมืองเพียงเรียกพ่อเข้าพบเท่านั้น”
สังเกตจากสีหน้า ก็รู้ว่าเขาพูดเพียงเพื่อให้ลูกสาวของเขาสบายใจ
“แล้วไอ้หนุ่มนี้เป็ใครกัน เ้าจะพาใครที่ไหนก็ไม่รู้ ขึ้นเรือนแบบนี้มิได้นะแม่พิม”
ซวยแล้วไง
“เกิดเื่เล็กน้อยที่ย่านการค้า ข้าจึงเข้าไปช่วยเขาไว้ จากนั้นเขาก็อาสาตอบแทนข้า ด้วยการช่วยถือของกลับมาที่เรือนเท่านั้น”
แม้ตอนแรกนางจะดูไม่ยินดีที่เด็กหนุ่มติดตามมาด้วย แต่นางก็ไม่ใจดำพอที่จะให้พ่อทำร้ายคนที่นางพึ่งช่วยเอาไว้
“ตอนนี้ข้ามีเื่ด่วนต้องไปจัดการ ไว้ข้าจะมาไต่ถามความเป็มาของเ้าทีหลัง”
พันศรโยธา พูดไปพลางวางมือบีบลงบ่นไหล่ของเด็กหนุ่ม
!!!
“อย่าให้ข้ารู้นะว่าเ้าจะมาหลอกอะไรลูกสาวข้า” ขุนศึกขยันเข้ามาใกล้พร้อมกระซิบไปที่สายธาร
“ท่านพ่อ!”
“คุณท่าน!”
พันศรโยธา
อาชีพ : ขุนศึก ระดับ C XXXXXX XXXXX
จุดแข็ง : <ดาบมือเดียว> <การปกครอง> <มนต์ดิน>XXXXXXXX
จุดอ่อน : <ธาตุเย็น> XXXXXX
คุณสมบัติ : XXXXXXXX XXXXXXXX
สถานะ : เส้นเอ็นเยือกแข็งระดับกลาง XXXXXXXX
XXXXXXXX : XXXXXXXX XXXXXXX
“เยือกแข็ง ที่เส้นเอ็น?”
สายธารพึมพัน แต่ระยะห่างเพียงเท่านั้นดังพอให้พันศรโยธาได้ยิน
“เ้าว่ากระไรนะ? เ้าเป็ใครกันแน่ไอ้หนุ่ม”
สีหน้าของพันศรโยธาเปลี่ยนไป พร้อมทั้งความคิดบางอย่างของสายธารที่แล่นเข้ามาในหัว
“หากท่านเ้าบ้านไม่ว่ากระไรกระผมขอ สอบถามอาการท่านได้หรือไม่”
การสร้างบุญคุณกับคนใหญ่คนโตคงไม่ได้เสียหายอะไร
“ข้าไม่ว่างจะเสวนากับเ้าตอนนี้ ไว้ข้ากลับมาจากเข้าเฝ้า ข้าจะมาสอบสวนเ้าต่อ อย่าพึงหนีไปไหนเสียล่ะ”
ขุนศึกาุโกล่าวทิ้งท้ายก่อนเดินนำนายทหารคนนึงไป
“เ้าพูดอะไรกับพ่อข้า”
“พ่อท่านเคยได้รับาเ็ที่ข้อมือขวาใช่รึไม่”
“ท่านทราบได้อย่างไร ท่านพ่อข้าเคยาเ็จากการรบครั้งยกทัพไปช่วยเมืองเชียงขอมเมื่อปีก่อน”
“ข้าเพียงสังเกตจากลักษณะการออกแรงที่ข้อมือเขาเท่านั้น”
แน่นอนว่าฉันไม่ได้เดาเก่งขนาดนั้น ข้อมูลมันบอก
“พวกเราให้หมอฝีมือดีมาดูอาการนายท่าน อาการก็ควรจะหายเป็ปรกติแล้วนี่”
“ท่านพ่อข้าบอกว่าท่านหายสนิทแล้ว... หรือท่านแค่ไม่อยากให้ข้ากับท่านแม่ไม่สบายใจ บางครั้ง ข้าเห็นท่านมีอาการแปลกๆอยู่บ้าง”
นางพิมเป็คนเฉลียวพอที่จะเข้าใจเจตนาของพ่อตนได้
“พ่อหนุ่ม มีความรู้เื่แพทย์รึ นอกจากหน้าตาเ้าแล้วยังมีดีอย่างอื่นเสียด้วย”
สายธารััได้ถึงการส่งสายตาจากพี่บัว
“ข้าพอมีความรู้อยู่บ้าง ระหว่างเดินทางตามหาน้องสาวข้าได้ติดตามหมอวิเศษท่านนึง”
แน่นอนว่าอยู่ๆสายธารคงไม่สร้างเื่โกหกขึ้นมา เขา้าที่พักในสถานที่ที่เข้าไม่รู้จักนี้ และที่สำคัญกว่านั้น เขารู้ว่า เขาทำบางอย่างกับเื่นี้ได้
“พิมลูก นั้นเสียงเ้ารึ มาช่วยแม่ทางนี้หน่อย มัวช้าอยู่เดี๋ยวจะไม่ทันเพลเอา”
เสียงหญิงวันกลางคนดังมาจากในครัว
“ข้าลืมธุระสำคัญไปเลย!”
“แม่หญิงท่านลืมตะกร้า”
“พี่บัวทำไมไม่รับมาเล่า รีบไปหาท่านแม่กัน แล้วเ้าอย่าพึ่งจากไปไหนไกลล่ะ หลังกลับมาจากวัดข้ามีเื่จะถามเ้าต่อ”
สาวใช้ััมือของสายธารพร้ะกร้าหยิบตะกร้าจากมือก่อนส่งสายตาหวาน
บัวคลี่ สาวใช้ ระดับ D
อายุ : 25 ปี XXXXXX XXXXXXX
จุดแข็ง : จงรักภักดี ทำอาหาร ดูแลงานบ้าน XXXXX
จุดอ่อน : ผู้ชาย แม่พิม XXXXXX XXXXX
คุณสมบัติ :
“ไปก่อนนะพ่อสายธาร”
“แหะๆ ครับพี่บัว”
ผู้ชายนี่ถือว่าเป็จุดอ่อนได้ด้วยเหรอ
หลังจากนั้นสายธารรีบวิ่งไปที่ตลาดอีกครั้งพร้อมสิ่งของที่หยิบออกจากตะกร้า
พริกสร้อยฟ้า ระดับ G
พืชต้นเตี่ย มักเกิดในพื้นที่อุดมสมบูรณ์
จุดแข็ง : เผ็ดร้อน เก็บรักษาได้นาน ไล่แมลง
จุดอ่อน : อ่อนแอต่ออุณหภูมิสูง
คุณสมบัติ : เพิ่มอุณหภูมิร่างกายเมื่อนำไปประกอบอาหาร มีธาตุไฟอ่อนๆ แก้หวัด
ต้านทานอาการเยือกแข็ง ระดับต่ำ
‘ขอให้เป็อย่างที่คิดทีเถอะ’ สายธารมุ่งหน้าไปยังตลาดด้วยจุดมุ่งหมายบางอย่าง
...
...
วัดศรีสุนทรนั้น จัดได้ว่าเป็วัดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอโยธัย เปรียบเสมือนจุดศูนย์รวมของผู้คนในเมือง แม้ตามหมู่บ้านชานเมืองจะมีวัดน้อยใหญ่อยู่บ้าง แต่หากมีงานที่ศาสนาที่สำคัญ ผู้คนมักแวะเวียนมายังวัดแห่งนี้
“แม่หญิง ท่านคิดว่าพ่อหนุ่มนั้นเป็ใครมาจากไหนกัน”
“ฉันก็ไม่รู้พี่บัว ตอนแรกข้าคิดว่าเขาเป็เพียงนักท่องเที่ยวจากต่างเมืองเพียงเท่านั้น”
“แต่จากหน้าตาท่าทางของพ่อสายธารนั้น มิน่าใช่ลูกบ่าวไพร่ ตาสีตาสา ธรรมดาแน่นอนเ้าคะ”
“พวกเ้ารีบเดินเข้าจะไม่ทันเพลเอา มัวแต่เสวนากันอยู่นั้น”
ขณะแม่พิมและสาวใช้เดินทางไปยังวัดที่ท้ายเมือง เป็กิจวัตรที่จะได้เจอกับเพื่อนบ้านที่เดินทางมาทำบุญร่วมกันเป็ประจำ
“วันนี้ก็ยังงามอย่างเคยนะแม่ศรีประจัน”
เสียงเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยเอ่ยทักทายแม่ของนางพิมอย่างสนิทสนม
“ว่าเป็อย่างไรบ้าง แม่เทพทอง พ่อช้างก็ด้วย โตเป็หนุ่มแล้วนะ ไม่ได้พบกันเพียงไม่กี่ปี”
“สบายดีขอรับ น้าศรีประจัน”
หนุ่มรูปร่างดี ท่าทางผู้ดีมีอันจะกิน ข้างนางเทพทองนั้นเป็บุตรชายเดียวอันเป็ที่รักของนาง
“ไหว้จ้ะ น้าเทพทอง” แม่พิมไม่รีรอที่จะกล่าวทักทาย
“ไหว้พระเถอะลูก โตเป็สาวสวยยิ่งกว่าเดิมอีกนะ เป็อย่างไรบ้างมนต์รักษาที่เ้าเชี่ยวชาญตอนยังเล็ก พัฒนาไปถึงระดับไหนแล้ว”
“เพียงยังพอใช้ประโยชน์ได้บ้างเ้าค่ะ”
“อย่าดูแคลน ความสามารถตนเองเลย แม่พิม”
ทั้งสองครอบครัวรู้จักกันมานานเนื่องจาก สามีของทั้งสองบ้านนั้นเคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาหากแต่ขาดอีกหนึ่งครอบครัว ที่มันจะมาพบปะกันในอดีต ณ วันสำคัญเสมอๆ
“ไม่รู้ว่าแม่ทองประศรีเป็อย่างไรบ้าง ั้แ่ย้ายไปจากอโยธัย...”
“อย่าเอะไปแม่ศรีประจัน เื่นี้มิใช่พูดคุยในสถานที่นี้ได้”
นางเทพทองเรียบหยุดหัวข้อนั้นไว้เหมือนเป็เื่ต้องห้ามในการพูดถึง
กฎการริบราชบาตร เมื่อแม่ทัพคนใดทำภารกิจสำคัญ ที่ได้รับมอบหมายผิดพลาด จะถูกสั่งปะารวมทั้งถูกยึดเอาทุกสิ่งเป็ของหลวงไม่ว่าจะเป็ทรัพย์สินเงินทองหรือแม้แต่ ลูกเมีย น้าทองประศรีและพี่พลายงามเป็หนึ่งในนั้น เป็เหตุให้นางต้องจำใจจากเมืองนี้ไปเพื่อหลบหนีโทษทัณฑ์
นางพิม รำลึกความหลัง เป็เื่ที่ติดค้างในใจนางมานาน
“น้องพิมเสร็จจากนี้เ้าพอมีเวลาว่างสักชั่วยาม ไปเดินเล่นกับพี่ได้รึไม่”
“ข้ามีเื่ที่จะต้องกลับไปจัดการที่เรือนหากท่านไม่ว่ากระไร...”
“ไปกับพี่เขาสักครู่สิแม่พิม ไม่ได้พกกันตั้ง 4-5 ปี อาจมีเื่ต้องสนทนากันบ้างกระมัง”
แม้นางพิมจะไม่เต็มใจแต่ก็ไม่ได้ขัดแม่ทองประศรี
วัดศรีสุนทรนั้น จัดได้ว่าเป็วัดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอโยธัย เปรียบเสมือนจุดศูนย์รวมของผู้คนในเมือง แม้ตามหมู่บ้านชานเมืองจะมีวันน้อยใหญ่อยู่บ้าง แต่หากมีงานที่ศาสนาที่สำคัญ ผู้คนมักแวะเวียนมายังวัดแห่งนี้
หากเดินเท้าจากวัดมา 5 นาทีจะได้พบกับแม่น้ำที่ทอดยาวตัดผ่านตัวเมืองเป็ทั้งแหล่งน้ำใช้อุปโภคบริโภค เป็เส้นทางในการเดินทางและขนส่งสินค้า แม้โลกนี้จะมีพาหนะแปลกประหลาดหลายชนิดทั้งที่ลอยได้และใช้สัตว์ลากจูง แม้น้ำและคลองน้ำก็ยังเป็หนึ่งในเส้นทางหลักที่นิยมในการในการเดินทาง
“หนุ่มหล่อ สาวสวยเดินเคียงกันช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก”
“นั้นมันพ่อช้าง ลูกชายท่านขุนศรีวิชัยมิใช่รึ”
“เดินเคียงมากับผู้ใดกันหนุ่มหล่อ สาวสวยช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก”
“เ้ามิรู้รึ นั้นแม่พิมพิลาไลยลูกสาว ท่านพันศรโยธาไง”
“โตเป็สาวสวยสะครามปานนี้แล้วรึ”
เสียงชาวบ้านในละแวกนั้น ซุบซิบนินทา เมื่อได้พบทั้งสองเดินเคียงกันหากไม่ทราบว่าทั้งสองเป็เพียงเพื่อนสมัยเด็ก ที่พึ่งได้กลับมาพบกัน มองจากภายนอกคงคิดว่าเป็คู่รักหนุ่มสาวที่เหมาะสมกันยิ่งนัก
“น้องพิมเ้าเป็อย่างไรบ้าง พี่ไม่ได้พบเ้าเสียนาน”
“ข้าสบายดีพี่ช้าง หากแต่งานบ้านงานเรือน ไหนจะเื่เรียนมนตร์รักษา ทำให้ข้ามิได้มีเวลาออกมาเที่ยวเล่นเหมือนแต่ก่อน”
“น่าเสียดายยิ่ง ภาพเ้าปีนต้นไม้เล่นซน ยังติดอยู่ในความทรงจำข้าอยู่เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
แม้ภาพปัจจุบันของแม่นางพิมในวัย 16 จะเป็สาวงามอันดับ 1 ของเมือง หากแต่ตอนยังเป็เด็กนางรักในอิสระและการออกผจญภัยยิ่งกว่าใคร นางจึงมักจะเล่นกับกลุ่มเด็กผู้ชายเป็ส่วนใหญ่
“ไม่รู้ว่าเขาเป็อย่างไรบ้าง ั้แ่จากกันคราวนั้น”
นางพิมกล่าวขึ้น ประโยคนั้นทำให้ชายหนุ่มข้างกายนาง ขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน
“นั้นสินะ”
พ่อช้างตอบกลับอย่างเหม่อลอย
คู่แข่งและเพื่อนเพียงคนเดียวของข้า