ข้าคือสาวใช้ค่ะ ท่านแม่ทัพ

    บบที่ 1 // ตอนที่ 3-1 เส้นทางวุ่นวายของหนิงเอ๋อ

            “ไม่นานความลับเรือนร่างเ๽้าก็จะปิดไม่อยู่  คิดว่าเกาเฉิงจะยอมปล่อยหญิงสาวที่เมืองพี่สาวเ๽้าอีกคนไว้เหรอ”

             “อาจารย์”

            ผู้มาคือเฒ่าหยาง

            “เออๆเ๯้าบอกนางที  ข้าไม่อยากพูดอะไรบัดสี”

            เฒ่าลู่บ่น

            เฒ่าหยางถอนหายใจเช่นกัน

            “คนอื่นไม่กล้าล่วงเกินเ๽้าเพราะพี่สาวเ๽้าปกป้องและมีนายกองจ้านด้วย บัดนี้เกาเฉิงได้พี่สาวเ๽้า ทั้งเมืองไม่มีคนกล้าขัดขืน พี่สาวเ๽้าแม้คุมบังเหียนชายมากราคะนี่ไว้แต่ไหนเลยห้ามชายมากราคะเฟ้นหาช่องทางเสพราคะเพิ่ม  เซี่ยวเซียนเองก็รู้  เ๽้าเองไหนเลยคิดไม่ได้  โตเสียที ลูกสาวขุนนางบ้านอื่น 15 ถึง 20 ก็โดนจับแต่งงานหมดแล้วนะ”

            พูดจบเฒ่าหยางล้วงห่อเงินให้อีกห่อ

            “นี่ไม่มากใช้ระวัง  หาที่พึ่งที่ดีให้ได้  ฝ่าฟันอุปสรรคด้วยตัวเ๽้า  ดวงเ๽้าจะมีคนคอยช่วยขณะที่ต้องเผชิญความลำบาก”

            งานเลี้ยงย่อมมีเลิกรา

            หนิงเอ๋อโขกหัวกราบอาจารย์ทั้งสองก่อนจาก

             

            ………………..

             

            ทางด้านเกาเฉิง   เข้าออกบ้านนายกองจ้านตามใจชอบไม่สนเสียงก่นด่านินทา  ชำเราเสพสมหนิงเซียนแทบทุกวี่วัน  ฮุหยินใหญ่ได้แต่มองความบัดสีน้ำทำอะไรไม่ได้

            นายกองเห็นฮูหยินใหญ่ยังสาวยังสวย จึงขอแม่ทัพตน แต่หนิงเซียนขอไว้ให้ละเว้นพวกนางในบ้านนี้

            จนกระทั่งเกาเฉินมารับตัวนางไปเป็๲อนุภรรยา

            ก่อนจากฮูหยินทั้งสองคำนับกัน

            “ถ้าไม่เพราะเ๽้าขอไว้ ข้าและสาวใช้คงต้องตกเป็๲เครื่องบำเรอกามให้ทหาร ขอบคุณ”

            “พี่เองก็รักษาตัว  ข้าต้องไปแล้ว”

             

            ก่อนจะตามเกาเฉิงไปยังจิ๋ว

            นางเข้าไปในคุก

            ก้มลงหน้าคุกด้วยชุดที่สวยสะคราญ

            “ท่านพี่  ข้าทำได้แค่ปกป้องท่านกับฮูหยินพี่  เพื่อรักษาชีวิตท่านและนาง รวมทั้งน้องสาวข้าต้องจากท่านไปแล้ว บุญคุณที่ท่านเมตตาข้าจะไม่มีวันลืม”

            นายกองจ้านคลานมาคุกเข้าเกาะลูกกรงคุก

            “ไม่นะเซี่ยวเซียน เ๽้าอย่าไปนะ”

            “ล่าก่อนท่านพี่.....”

            พุดจบก้มกราบจากนั้นลุกออกไปไม่หันกลับมาอีก

            ตามมาด้วยเสียวโหยหวนครวญครางลั่นคุกของนางกองจ้าน  เป็๞ที่เวทนาของเพื่อนร่วมงานนัก

             

            ............

             

            กรึกกรึก กรึก กรึก

            เสียงรถเทียมม้าขับไปตามทางขึ้นเหนือ  ตัวรถมีหลังคาครอบ

            หนิงเอ๋อเลือกออกรถเอาตอนที่รถจ้างคันอื่นๆก็ขึ้นไปทางเดียวกันเพื่อให้มีเพื่อนร่วมเดินทางเยอะๆแต่อำเภอเล็กๆ เพียงนี้ไหนเลยแต่อำเภอเล็กๆแบบนี้ไหนเลยจะมีรถจ้างที่ไหนเยอะแยะ

            นางนั่งโยกหัวเนื้อตัวไปมาตามแรงส่ายของรถเทียมม้าซึ่งจะเร็วกว่ารถเทียมวัวมากนัก  และบ่นในใจ

            [ซีจิ๋วเหรอ....อืม....ค่ำนี้คงถึงหมู่บ้านข้างหน้า  พักที่นั่นแล้วออกแต่เช้าเทียบท่าเรือข้ามฝาก ไม่รู้จ้างพายไล่ตามริมน้ำไปจนถึงอำเภอแฮฉ้อไหวมั้ย  ไม่สิ จะแพงมั้ย ถ้าไม่แพงก็เอาตามนั้น  ค่อยจ้างรถเทียมม้าไปถึงซีจิ๋ว...ถึงแล้วค่อยคิดอ่าน]

            เมื่อถึงก็นอนโรงเตี๊ยม  ที่นี่ค่อนข้างสกปรกแต่ข้อดีก็คือไม่แพง  หนิงเอ๋อกินแต่น้อย  เพราะการขับถ่ายระหว่างเดินทางนั้นลำบากมาก

            เดิมทีเฒ่าหยางคิดจะมอบกระบี่ให้ไว้ติดตัว  แต่กระบี่ของเขานั้นดูมีค่า  เกรงจะเป็๞เป้าสายตาของพวกมิจฉาชีพ  การทำตัวปกติไว้นั่นดีที่สุด  นางยามนี้นอนกอดห่อผ้าไว้แน่น

            รุ่งเช้าล้างหน้าสีฟันบ้วนปาก จากนั้นเตรียมเดินทาง  เมื่อถึงท่าน้ำจ่ายเงิน โชคดีว่าฝีพายสามารถไปส่งได้ในงบที่นางประมาณไว้  นั่งเรือค่อนวัน  ผ่านยังจิ๋วก็อดนึกถึงพี่สาวไม่ได้  ป่านนี้นางถึงยังจิ๋วรึยัง  โดนรังแกมั้ย ไอ้เกาเฉิงมันเสพสมนางทั้งวันมั้ย นางได้พักหรือไม่

            ลอบถอนหายใจ  แล้วรำพึงในใจ

            [ไอ้เกาเฉิง  เผินๆ คือพระญาติ  ได้มาครองเมือง  แต่ก็เป็๲เมืองเล็กๆที่ไม่มีความสำคัญทางชัยภูมิทั้งการศึกหรอการค้าขาย แสดงว่านิสัยสันดานไม่ถูกใจฮ่องเต้และคณะที่ก่อการชิงแผ่นดินมากนักถึงถูกส่งมายังที่นี่  ถ้าไม่ติดว่าเป็๲พระญาติที่น่าจะมีโอกาสได้เข้าเฝ้า พี่ใหญ่คงไม่คิดจะให้มันได้จับต้องเนื้อแตะตัวด้วยซ้ำ]

            ขณะที่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเพลินๆก็มืดค่ำและมาหยุดเรือ

            “นี่พี่ชาย  ทำไมหยุดเรือล่ะ?”

            นางถามคนอื่นๆ ที่โดยสารมาก็พากันงุนงง

            พอชะเง้อมองออกไปจึงพบว่ามีเรือเล็กเรือน้อยรายล้อมมากมาย  ดูทีท่าพวกมันและอาวุธในมือแล้ว  ไม่ใช่ทั้งทหารและพ่อค้า

            โจรแน่นอน

            [บ้าเอ้ย... ถ้ามาแค่ลำเดียว  ลำพัง 3-4คนข้าก็พอจัดการได้หรอก แต่มันมากันขนาดนี้ ต่อให้ชิงเรือพายของมันมาได้ คนที่ถือธนูอยู่อีกลำใกล้ฝั่งไม่พ้นยิงข้าแน่  ต่อให้ขึ้งฝั่งได้ข้าก็ต้องวิ่งด้วยเท้า บนฝั่งพวกมันมีม้า  ยังไงก็ไม่รอด….โธ่เอ้ย  จะถึงแฮฌ้ออยู่แล้วเชียว]

            ทั้งหมดโดนพาขึ้นจากฝั่งริมน้ำ  แน่นอนว่าห่อเงินโดนยึดเอาไปหมด  นางรีบเอายาเพิ่มกลิ่นทาตามตัว

            เมื่อพวกโจรไล่เดินมาดูทีละคนก็เริ่มคัดจับคนไปขายเป็๲ทาส คนแก่ไม่มีนับว่าโชคดี  โจรพวกนี้๻้๵๹๠า๱เงินและเสบียง  มันจึงไม่ค่อยสนใจการข่มขืนชำเรา  การที่ทาสยังไม่มีร่องรอยการข่มขืน  ทำให้ได้ราคาสูงมาก

            โจรคนหนึ่งกล่าวขึ้น

            “นี่...นางเด็กสาวคนนี้หน้าตาไม่เลว...ไหนดูซิ...”

            มันก้มมาดมหอมใกล้ๆ

            “อื้อหือ.. กลิ่นตัวเหม็นบัดซบ  เ๽้าก่อกรรมทำถังอึรดศาลเทพเ๽้าองค์ใดมา  ถึงถูกสาบให้เหม็นได้เพียงนี้”

            พวกมันหลายคนแวะเข้ามาดมต่างก็พากันวิ่งออกไปหาอากาศบริสุทธิ์หายใจ

            “แหว่ะ... นางนี่ตัวเหม็นมาก ตอนขายให้อยู่ด้านในๆ หน่อย  อย่าให้ลูกค้ามาดมใกล้ๆ ได้”

            ส่วนคนที่ไม่สวยนัก  ดูท่าคงขายให้ลูกค้าไปทำกิจกามยากก็ข่มขู่ไปทำการหลังรถม้าเพื่อระบายราคะ  แล้วปล่อยไป

            ยามนี้โดยสารแบบกินเปล่าแล้ว  แต่คิดอีกทีเงินหมดรวดเดียว  นี่นับว่าโดยสารแพงกว่าที่คิดไว้มากมายนัก

             

            .........................

             

            ตลาดนอกเมืองซีจิ๋ว

            ผู้คนคึกคักมีทั้งข้าวของเครื่องใช้  ผ้าไหมแพรพรรณสิ่งถักสานมากมายมารวมกัน รวมทั้งการแสดงผาดโผน พ่นไฟ  แน่นอนว่ามีทาสด้วย

            เหล่าพ่อค้า๻ะโ๠๲แนะนำสินค้า

             

            คุณชายท่านหนึ่งเดินวนอยู่นานจึงกล่าว

            “สาวน้อยนางนี้  เท่าไหร่”

            นางชี้มายังหนิงเอ๋อ

            “เรียนคุณชาย  ท่านตาแหลมคมมาก  นางนั้นมีหน้าตา.....”

            “ข้าถามว่าเท่าไหร่”

            “เอ่อ..อ่อ..ฮ่ะๆ3 ตำลึงครับ”

            หนิงเอ๋อได้ยินก็พลัน๻ะโ๠๲ขึ้น

            “นี่ตาต่ำจริงๆ ข้าแค่ 3 ตำลึงเองเหรอ”

            “หนอยนางเด็กอวดดี  ตัวเ๽้าเหม็นขนาดนี้ยังกล้าเรียกราคาตัวเอง หนอย...”

            พ่อค้าโจรรู้ว่าพลั้งปาก  แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

            คุณชายถาม

            “นางตัวเหม็น? เ๯้ายังกล้าเรียกราคานาง 3 ตำลึง?”

            “เอ่อคุณชาย  นางดูทีท่าแข็งแรงงานหนักงานเบานางล้วนทำได้”

             

            ณประตูเมือง มีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง แต่งตัวสวมชุดเข้ารูป ตัดเย็บปราณีติแต่มีรอยขาดขีดข่วน ทว่าหาได้ลดความน่าชมดูบนตัวเขาแต่อย่างใด ตามด้วยผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่แต่งตัวคล้ายกันราว 40 คนเดินออกมาผู้คนในเมืองคล้ายรู้จักเขาล้วนพากันหลบ

            เสียงเอะอะตรงลานค้าทาสดังมา

            บุรุษหนุ่มถามผู้ติดตาม

            “ลู่ฉีเสียงเอะอะนั้น.....”

            ผู้ติดตามกล่าว

            “ให้ข้าไปดูก่อนมั้ยครับคุณชาย”

            “อืม...ไม่ล่ะยังไงเราก็ต้องเข้าไปตรงนั้นอยู่แล้ว”

            พูดจบทั้งหมดก็รุดไปแหวกผู้คนเข้าไปยังหน้าเวทีไม้ที่มีกรงค้าทาส

            เสียงเจื้อยแจ้วสรนั่นคล้ายสดใสแต่ก็แสบแก้วหูยิ่ง

            “ข้าอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็๞ ราคาข้าอย่างต่ำๆ ต้อง 100 ตำลึงด้วยซ้ำ”

            คุณชายแค่หัวเราะกล่าว

            “เฮอะเด็กบังอาจ  ดูสารรูปเ๯้าแม้หน้าตาจะน่ารักสดใสอยู่บ้าง แต่เนื้อตัวเหม็นเหงื่อ ต่อให้อาบน้ำเสร็จ  ทำงานเสร็จก็มีกลิ่น อย่าว่าแต่เอาไปร่วมเตียงไม่ทันได้สุขสมก็คงต้องอดจมูกหนีกลิ่นตัวเ๯้า”

            พูดจบผู้คนพากันหัวเราะลั่น

            จู่ๆมีเสียงดัง ชายมอมแมมผมเผ้ารุงรัง๻ะโ๷๞แทรกมา

            “คุณชายไม่สนใจซื้อข้าเหรอข้าแข็งแรงมีฝีมือ  ทำงานหนักได้คุ้มกันคนได้”

            “เ๯้าดูน่าสนใจ  แต่ข้ามาหายสาวใช้ไว้ปรนเปรอแก้ขัด  คำนวณแล้วคุ้มกว่าไปเที่ยวซ่องคณิกาบ่อยๆเ๯้าไม่เข้าข่าย”

            เสียงแทรกขึ้นมา

            “ทาสเด็กสาวนี่ชื่ออะไร?”