“ไม่นานความลับเรือนร่างเ้าก็จะปิดไม่อยู่ คิดว่าเกาเฉิงจะยอมปล่อยหญิงสาวที่เมืองพี่สาวเ้าอีกคนไว้เหรอ”
“อาจารย์”
ผู้มาคือเฒ่าหยาง
“เออๆเ้าบอกนางที ข้าไม่อยากพูดอะไรบัดสี”
เฒ่าลู่บ่น
เฒ่าหยางถอนหายใจเช่นกัน
“คนอื่นไม่กล้าล่วงเกินเ้าเพราะพี่สาวเ้าปกป้องและมีนายกองจ้านด้วย บัดนี้เกาเฉิงได้พี่สาวเ้า ทั้งเมืองไม่มีคนกล้าขัดขืน พี่สาวเ้าแม้คุมบังเหียนชายมากราคะนี่ไว้แต่ไหนเลยห้ามชายมากราคะเฟ้นหาช่องทางเสพราคะเพิ่ม เซี่ยวเซียนเองก็รู้ เ้าเองไหนเลยคิดไม่ได้ โตเสียที ลูกสาวขุนนางบ้านอื่น 15 ถึง 20 ก็โดนจับแต่งงานหมดแล้วนะ”
พูดจบเฒ่าหยางล้วงห่อเงินให้อีกห่อ
“นี่ไม่มากใช้ระวัง หาที่พึ่งที่ดีให้ได้ ฝ่าฟันอุปสรรคด้วยตัวเ้า ดวงเ้าจะมีคนคอยช่วยขณะที่ต้องเผชิญความลำบาก”
งานเลี้ยงย่อมมีเลิกรา
หนิงเอ๋อโขกหัวกราบอาจารย์ทั้งสองก่อนจาก
………………..
ทางด้านเกาเฉิง เข้าออกบ้านนายกองจ้านตามใจชอบไม่สนเสียงก่นด่านินทา ชำเราเสพสมหนิงเซียนแทบทุกวี่วัน ฮุหยินใหญ่ได้แต่มองความบัดสีน้ำทำอะไรไม่ได้
นายกองเห็นฮูหยินใหญ่ยังสาวยังสวย จึงขอแม่ทัพตน แต่หนิงเซียนขอไว้ให้ละเว้นพวกนางในบ้านนี้
จนกระทั่งเกาเฉินมารับตัวนางไปเป็อนุภรรยา
ก่อนจากฮูหยินทั้งสองคำนับกัน
“ถ้าไม่เพราะเ้าขอไว้ ข้าและสาวใช้คงต้องตกเป็เครื่องบำเรอกามให้ทหาร ขอบคุณ”
“พี่เองก็รักษาตัว ข้าต้องไปแล้ว”
ก่อนจะตามเกาเฉิงไปยังจิ๋ว
นางเข้าไปในคุก
ก้มลงหน้าคุกด้วยชุดที่สวยสะคราญ
“ท่านพี่ ข้าทำได้แค่ปกป้องท่านกับฮูหยินพี่ เพื่อรักษาชีวิตท่านและนาง รวมทั้งน้องสาวข้าต้องจากท่านไปแล้ว บุญคุณที่ท่านเมตตาข้าจะไม่มีวันลืม”
นายกองจ้านคลานมาคุกเข้าเกาะลูกกรงคุก
“ไม่นะเซี่ยวเซียน เ้าอย่าไปนะ”
“ล่าก่อนท่านพี่.....”
พุดจบก้มกราบจากนั้นลุกออกไปไม่หันกลับมาอีก
ตามมาด้วยเสียวโหยหวนครวญครางลั่นคุกของนางกองจ้าน เป็ที่เวทนาของเพื่อนร่วมงานนัก
............
กรึกกรึก กรึก กรึก
เสียงรถเทียมม้าขับไปตามทางขึ้นเหนือ ตัวรถมีหลังคาครอบ
หนิงเอ๋อเลือกออกรถเอาตอนที่รถจ้างคันอื่นๆก็ขึ้นไปทางเดียวกันเพื่อให้มีเพื่อนร่วมเดินทางเยอะๆแต่อำเภอเล็กๆ เพียงนี้ไหนเลยแต่อำเภอเล็กๆแบบนี้ไหนเลยจะมีรถจ้างที่ไหนเยอะแยะ
นางนั่งโยกหัวเนื้อตัวไปมาตามแรงส่ายของรถเทียมม้าซึ่งจะเร็วกว่ารถเทียมวัวมากนัก และบ่นในใจ
[ซีจิ๋วเหรอ....อืม....ค่ำนี้คงถึงหมู่บ้านข้างหน้า พักที่นั่นแล้วออกแต่เช้าเทียบท่าเรือข้ามฝาก ไม่รู้จ้างพายไล่ตามริมน้ำไปจนถึงอำเภอแฮฉ้อไหวมั้ย ไม่สิ จะแพงมั้ย ถ้าไม่แพงก็เอาตามนั้น ค่อยจ้างรถเทียมม้าไปถึงซีจิ๋ว...ถึงแล้วค่อยคิดอ่าน]
เมื่อถึงก็นอนโรงเตี๊ยม ที่นี่ค่อนข้างสกปรกแต่ข้อดีก็คือไม่แพง หนิงเอ๋อกินแต่น้อย เพราะการขับถ่ายระหว่างเดินทางนั้นลำบากมาก
เดิมทีเฒ่าหยางคิดจะมอบกระบี่ให้ไว้ติดตัว แต่กระบี่ของเขานั้นดูมีค่า เกรงจะเป็เป้าสายตาของพวกมิจฉาชีพ การทำตัวปกติไว้นั่นดีที่สุด นางยามนี้นอนกอดห่อผ้าไว้แน่น
รุ่งเช้าล้างหน้าสีฟันบ้วนปาก จากนั้นเตรียมเดินทาง เมื่อถึงท่าน้ำจ่ายเงิน โชคดีว่าฝีพายสามารถไปส่งได้ในงบที่นางประมาณไว้ นั่งเรือค่อนวัน ผ่านยังจิ๋วก็อดนึกถึงพี่สาวไม่ได้ ป่านนี้นางถึงยังจิ๋วรึยัง โดนรังแกมั้ย ไอ้เกาเฉิงมันเสพสมนางทั้งวันมั้ย นางได้พักหรือไม่
ลอบถอนหายใจ แล้วรำพึงในใจ
[ไอ้เกาเฉิง เผินๆ คือพระญาติ ได้มาครองเมือง แต่ก็เป็เมืองเล็กๆที่ไม่มีความสำคัญทางชัยภูมิทั้งการศึกหรอการค้าขาย แสดงว่านิสัยสันดานไม่ถูกใจฮ่องเต้และคณะที่ก่อการชิงแผ่นดินมากนักถึงถูกส่งมายังที่นี่ ถ้าไม่ติดว่าเป็พระญาติที่น่าจะมีโอกาสได้เข้าเฝ้า พี่ใหญ่คงไม่คิดจะให้มันได้จับต้องเนื้อแตะตัวด้วยซ้ำ]
ขณะที่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเพลินๆก็มืดค่ำและมาหยุดเรือ
“นี่พี่ชาย ทำไมหยุดเรือล่ะ?”
นางถามคนอื่นๆ ที่โดยสารมาก็พากันงุนงง
พอชะเง้อมองออกไปจึงพบว่ามีเรือเล็กเรือน้อยรายล้อมมากมาย ดูทีท่าพวกมันและอาวุธในมือแล้ว ไม่ใช่ทั้งทหารและพ่อค้า
โจรแน่นอน
[บ้าเอ้ย... ถ้ามาแค่ลำเดียว ลำพัง 3-4คนข้าก็พอจัดการได้หรอก แต่มันมากันขนาดนี้ ต่อให้ชิงเรือพายของมันมาได้ คนที่ถือธนูอยู่อีกลำใกล้ฝั่งไม่พ้นยิงข้าแน่ ต่อให้ขึ้งฝั่งได้ข้าก็ต้องวิ่งด้วยเท้า บนฝั่งพวกมันมีม้า ยังไงก็ไม่รอด….โธ่เอ้ย จะถึงแฮฌ้ออยู่แล้วเชียว]
ทั้งหมดโดนพาขึ้นจากฝั่งริมน้ำ แน่นอนว่าห่อเงินโดนยึดเอาไปหมด นางรีบเอายาเพิ่มกลิ่นทาตามตัว
เมื่อพวกโจรไล่เดินมาดูทีละคนก็เริ่มคัดจับคนไปขายเป็ทาส คนแก่ไม่มีนับว่าโชคดี โจรพวกนี้้าเงินและเสบียง มันจึงไม่ค่อยสนใจการข่มขืนชำเรา การที่ทาสยังไม่มีร่องรอยการข่มขืน ทำให้ได้ราคาสูงมาก
โจรคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“นี่...นางเด็กสาวคนนี้หน้าตาไม่เลว...ไหนดูซิ...”
มันก้มมาดมหอมใกล้ๆ
“อื้อหือ.. กลิ่นตัวเหม็นบัดซบ เ้าก่อกรรมทำถังอึรดศาลเทพเ้าองค์ใดมา ถึงถูกสาบให้เหม็นได้เพียงนี้”
พวกมันหลายคนแวะเข้ามาดมต่างก็พากันวิ่งออกไปหาอากาศบริสุทธิ์หายใจ
“แหว่ะ... นางนี่ตัวเหม็นมาก ตอนขายให้อยู่ด้านในๆ หน่อย อย่าให้ลูกค้ามาดมใกล้ๆ ได้”
ส่วนคนที่ไม่สวยนัก ดูท่าคงขายให้ลูกค้าไปทำกิจกามยากก็ข่มขู่ไปทำการหลังรถม้าเพื่อระบายราคะ แล้วปล่อยไป
ยามนี้โดยสารแบบกินเปล่าแล้ว แต่คิดอีกทีเงินหมดรวดเดียว นี่นับว่าโดยสารแพงกว่าที่คิดไว้มากมายนัก
.........................
ตลาดนอกเมืองซีจิ๋ว
ผู้คนคึกคักมีทั้งข้าวของเครื่องใช้ ผ้าไหมแพรพรรณสิ่งถักสานมากมายมารวมกัน รวมทั้งการแสดงผาดโผน พ่นไฟ แน่นอนว่ามีทาสด้วย
เหล่าพ่อค้าะโแนะนำสินค้า
คุณชายท่านหนึ่งเดินวนอยู่นานจึงกล่าว
“สาวน้อยนางนี้ เท่าไหร่”
นางชี้มายังหนิงเอ๋อ
“เรียนคุณชาย ท่านตาแหลมคมมาก นางนั้นมีหน้าตา.....”
“ข้าถามว่าเท่าไหร่”
“เอ่อ..อ่อ..ฮ่ะๆ3 ตำลึงครับ”
หนิงเอ๋อได้ยินก็พลันะโขึ้น
“นี่ตาต่ำจริงๆ ข้าแค่ 3 ตำลึงเองเหรอ”
“หนอยนางเด็กอวดดี ตัวเ้าเหม็นขนาดนี้ยังกล้าเรียกราคาตัวเอง หนอย...”
พ่อค้าโจรรู้ว่าพลั้งปาก แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
คุณชายถาม
“นางตัวเหม็น? เ้ายังกล้าเรียกราคานาง 3 ตำลึง?”
“เอ่อคุณชาย นางดูทีท่าแข็งแรงงานหนักงานเบานางล้วนทำได้”
ณประตูเมือง มีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง แต่งตัวสวมชุดเข้ารูป ตัดเย็บปราณีติแต่มีรอยขาดขีดข่วน ทว่าหาได้ลดความน่าชมดูบนตัวเขาแต่อย่างใด ตามด้วยผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่แต่งตัวคล้ายกันราว 40 คนเดินออกมาผู้คนในเมืองคล้ายรู้จักเขาล้วนพากันหลบ
เสียงเอะอะตรงลานค้าทาสดังมา
บุรุษหนุ่มถามผู้ติดตาม
“ลู่ฉีเสียงเอะอะนั้น.....”
ผู้ติดตามกล่าว
“ให้ข้าไปดูก่อนมั้ยครับคุณชาย”
“อืม...ไม่ล่ะยังไงเราก็ต้องเข้าไปตรงนั้นอยู่แล้ว”
พูดจบทั้งหมดก็รุดไปแหวกผู้คนเข้าไปยังหน้าเวทีไม้ที่มีกรงค้าทาส
เสียงเจื้อยแจ้วสรนั่นคล้ายสดใสแต่ก็แสบแก้วหูยิ่ง
“ข้าอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็ ราคาข้าอย่างต่ำๆ ต้อง 100 ตำลึงด้วยซ้ำ”
คุณชายแค่หัวเราะกล่าว
“เฮอะเด็กบังอาจ ดูสารรูปเ้าแม้หน้าตาจะน่ารักสดใสอยู่บ้าง แต่เนื้อตัวเหม็นเหงื่อ ต่อให้อาบน้ำเสร็จ ทำงานเสร็จก็มีกลิ่น อย่าว่าแต่เอาไปร่วมเตียงไม่ทันได้สุขสมก็คงต้องอดจมูกหนีกลิ่นตัวเ้า”
พูดจบผู้คนพากันหัวเราะลั่น
จู่ๆมีเสียงดัง ชายมอมแมมผมเผ้ารุงรังะโแทรกมา
“คุณชายไม่สนใจซื้อข้าเหรอข้าแข็งแรงมีฝีมือ ทำงานหนักได้คุ้มกันคนได้”
“เ้าดูน่าสนใจ แต่ข้ามาหายสาวใช้ไว้ปรนเปรอแก้ขัด คำนวณแล้วคุ้มกว่าไปเที่ยวซ่องคณิกาบ่อยๆเ้าไม่เข้าข่าย”
เสียงแทรกขึ้นมา
“ทาสเด็กสาวนี่ชื่ออะไร?”