แกร๊ก…
“พี่ชินคะ? กลับมาแล้วเหรอ?”
“อ้า…กลับมาแล้ว น้องมิว”
ชินเอ่ยตอบน้องสาวของเขาซึ่งตามมาดูเขา
ที่ประตูหน้าห้องนอนของแม่เพราะได้ยินเสียง
เธอเป็เด็กสาวหน้าตาน่ารักวัยมัธยมต้นเสียงใสผมดำขลับ
ดวงหน้าของเธอนั้นมีออร่าเปล่งประกาย
อย่างพวกดาราไอดอลสาวสวยอินโนเซนต์
ส่วนที่ชินเรียกเธอว่าน้องมิว นั้นไม่ใช่แค่เพราะว่ามันดูน่ารัก
.
แต่นั่นก็เพราะว่าทั้งเธอและแม่ของเธอ
ที่นอนอยู่ตรงนั้นไม่ได้เป็สายเืครอบครัวแท้ๆ
พ่อของเขาได้แต่งงานใหม่กับแม่ของมิวได้ไม่นานนัก
ก็เกิดเหตุการณ์ประตูมิติไปทั่วโลก
ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้พ่อของเขาเสียชีวิตไป
โดยที่เขายังไม่ได้สนิทกันกับเธอจนเรียกชื่อได้อย่างติดปาก
.
ส่วนแม่ของมิวก็ได้ป่วยเป็โรคเพราะรังสีมิติบิดผันอันรุนแรง
ในตอนนี้คนที่หาเงินเลี้ยงครอบครัวเป็หลักก็คือชิน
เขาใช้เงินที่ได้รับจากการขายยารักษาหรือแต้มดิสทอร์ชันพอยต์
มาจุนเจือทั้งครอบครัวและประคับประคอง
อาการของแม่เลี้ยงของเขาไปด้วยเท่าที่จะทำได้
ทำให้ส่วนใหญ่แล้วเขาจึงแทบ
ไม่ได้ใช้ยานั่นรักษาอาการของตัวเองแต่อย่างใด
.
“เฮอะ…ชอบโผล่เข้ามา
ในห้องนอนของแม่ฉันแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง
แกเป็โรคจิตรึไง?”
“โธ่! พี่มินคะ! เลิกพูดอย่างงั้นสักทีเถอะค่ะ!”
“…?”
ส่วนพี่สาวต่างแม่ที่ชายหนุ่ม
ไม่แม้แต่จะออกเสียงตอบโต้นั้นอยู่ในวัยมหาวิทยาลัย
ดึ๋งดั๋ง… พริ๊งค์
เธอมีหน้าตาสะสวยแบบเปรี้ยวเฉี่ยว
ผมยาวสีแดงชมพูทำไฮไลท์เปล่งประกาย
ออกคล้ายกับดารานักร้องเกิร์ลกรุ๊ปที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
อีกทั้งยังหุ่นดีเอวคอดกิ่วสะโพกผายสุดเซ็กซี่
และมีพวงนมคู่สวยดันเสื้ออันโคตรใหญ่
.
“จะให้เลิกพูดได้ไง!
ไอ้ที่คอยหาเงินหายามาให้ก็ดีอยู่หรอก
แต่มันจำเป็ด้วยเหรอที่นายต้องเข้ามาทำลับๆ ล่อๆ
ให้ยาแม่ของฉันเองในห้องนอน!?
ตอนที่ไม่มีใครสักคนคอยดูอยู่ใกล้ๆ?”
“พี่มินคะ!?”
ฮึ!?
ทว่าตัวเธอนั้นไม่เคยถูกชะตากับเขาเลยมาั้แ่เมื่อก่อน
ยิ่งตอนนี้ ต้องมาอาศัยเขาช่วยรักษาแม่ของเธอ
และค่าใช้จ่ายภายในบ้านเป็ส่วนใหญ่
เพราะตัวเธอนั้นทำได้แค่งานพาร์ทไทม์ทั่วๆ ไป
ด้วยความที่ตัวเองอายุมากกว่า แต่กลับช่วยได้น้อยกว่า
มันทำให้เธอรู้สึกด้อยกว่าเลยยิ่งไม่พอใจ
.
“ก็ถ้าพี่มินอยากจะรักษาดูแลอุปกรณ์พวกนี้เอง
เดี๋ยวผมสอนให้ก็ได้ครับ แล้วพี่ก็มาดูแลเอง
ผมน่ะยังไงก็ได้อยู่แล้ว”
เด็กหนุ่มผมแดงเอ่ยพูดแบบนั้นอย่างใจเย็น
เพราะตัวเขาเองไม่ได้คิดว่าเธอเป็คนไม่ดีอะไร
.
“ฮึ… เออๆ… ไม่ต้องมาทำเป็พูดเลย
ฉันละเกลียดไอ้การทำเป็นิ่งๆ
พูดเหมือนตัวเองดีอยู่คนเดียวของแกจริงๆ!”
.
พี่สาวคนสวยเอ่ยพูดและได้แต่เดินขึงขังจากไป
เพราะอุปกรณ์ยื้อชีวิตพวกนี้นั้น บางอันก็มาจากเทคโนโลยีต่างมิติ
ที่ซับซ้อนและเข้าใจยากมาก ไม่ใช่ว่าแค่ฝึกแล้วใครก็ใช้ได้
ไหนจะยาที่ใช้ช่วยรักษานั้นก็มีแต่ชินที่เข้าถึงได้
และเธอก็ไม่มีปัญญาไปจ้างคนดูแลคนอื่นมาจากที่ไหน
การที่ชินเป็คนคอยดูแลจึงเหมาะสมที่สุด
จนไม่อาจจะปฏิเสธได้
.
“พี่ชิน…อย่าโกรธพี่มินเลยนะคะ”
“ฮ่าฮ่า…พี่จะไปโกรธทำไม”
พรืด…อื๊อ? เหะๆ?
ชินพูดไปก็ลูบศีรษะของน้องสาวของเขาอย่างแ่เบา
และเธอก็เอียงคอมองหน้าเปรยยิ้มให้เขาอย่างพอใจ
.
“อือ… วันนี้ตอนพี่มินกับหนูเช็ดตัวให้แม่
นะ…หนูสังเกตเห็นว่าผมกับเล็บ
ขะ…ของแม่สั้นลงค่ะ…อึก?”
ก่อนที่น้ำเสียงของเธอจะเปลี่ยนเป็สั่นกลัว
ด้วยสีหน้าที่หวาดหวั่นเกินกว่าจะกักเก็บเอาไว้
.
“อ้า…ไม่ต้องห่วงนะ พี่ได้ยามาแล้ว
มันจะไม่เป็หนักกว่านี้!”
หมับ…
“อะ…อื้อ! ค่ะ!”
เด็กสาวตอบรับน้ำหนักมือของพี่ชาย
ที่บีบกำผมดำสลวยบนศีรษะของเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย
ระหว่างที่เอ่ยเสริมความมั่นใจว่าแม่ของเธอ
จะไม่เป็อะไรไปแน่
.
ติ๊ดๆ…
ผมกับเล็บสั้นลงแล้วเหรอเนี่ย?
เกือบไม่ทันแล้วสิ…เฮ่อ?
.
ชายหนุ่มผมแดงรำพึงกับตนเอง
ระหว่างที่เริ่มปรับจูนเครื่องพยุงมิติอันซับซ้อนข้างๆ เตียง
อาการที่มิติบิดผันของจิตใจและิญญาไม่เชื่อมต่อกับร่างกาย
นั่นเป็แค่การอธิบายอย่างคร่าวๆ ทั่วไป แต่คนที่มีอาการรุนแรง
นอกจากจะสลบไสลไม่อาจฟื้นตื่นขึ้นมาได้
.
ร่างกายยังจะเกิดการตอบสนองแปลกๆ อย่างเช่นแก่ขึ้นหรือย้อนวัย
บ้างอาจแค่ผมยาวหรือเล็บสั้น แต่ที่อันตรายมากๆ
ก็คืออวัยวะภายในเกิดการเติบโตไปข้างหน้าหรือย้อนกลับ
อาการเ่าั้สามารถทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้เลย
หากกระบวนการเกิดขึ้นอย่างผิดพลาด
นั่นจึงเป็สาเหตุหนึ่งที่ทหารคนนั้นเอ่ยเตือนชิน
เพราะมันไม่ได้มีแค่ผลกระทบต่อจิตใจหรือสมองเพียงเท่านั้น
.
แม่…?
ดวงตาของชายหนุ่มผมแดง
จ้องมองแม่เลี้ยงของเขาด้วยสีหน้าที่รวดร้าว
เพราะไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากช่วยบรรเทา
ด้วยการหาแต้มพอยต์เก็บสะสมทีละเล็กละน้อย
่แรกๆ ชินหาแต้มได้น้อยมาก
ไหนจะต้องเว้น่ไปเก็บแต้มเพื่ออัปเกรดกระเป๋า
เพื่อให้สามารถรับงานกับปาร์ตี้ที่เก่งกว่า
และสามารถหาแต้มได้มากกว่า
และถึงจะได้ปาร์ตี้ที่เก่งขึ้นแล้ว มันก็ไม่ได้การันตีทุกวัน
ว่าการผจญภัยนั้นจะสำเร็จจนฆ่าศัตรูระดับสูง
ได้แต้มมามากพอซื้อยา กลับกันความจริงแล้ว
กว่าจะซื้อยาได้สักขวดมักจะใช้เวลาเป็สัปดาห์
.
ฟรี้…ฟรี้…อือ…วู้วๆ…
ส่วนตัวหญิงสาวที่นอนหลับตา เธอมีออร่าบิดผันจางๆ
คล้ายกับที่ครอบคลุมบาบิโลนเกตไปทั่วกายา
และยังคงขยับร่างกายบ้างเพียงเล็กน้อยตามปฏิกิริยา
และจนถึงที่อยู่บนเตียงผู้ป่วยนี้ ก็มีอายุถึงสี่สิบกว่า
ทว่าใบหน้าของเธอยังคงสวยสง่า ไม่มีริ้วรอย
และดูเหมือนว่าอายุเพิ่งผ่านมาแค่สามสิบต้นๆ
.
ดึ๋งดั๋ง…พริ้งค์…
ไหนจะนมเต้าใหญ่เบิ้มขนาดเท่าหัวเด็ก
ที่เห็นเม็ดหัวนมเป็ทรงชัดดันเสื้อผู้ป่วยออกมา
เพราะไม่ได้ใส่บรามานานมากแล้ว
ด้วยต้องนอนรักษาตัวจนเป็แค่ผักมาเป็ปี
ผู้หญิงคนนี้นั้นมีพื้นเพเป็สาวสวยไฮโซฐานะดี
ซึ่งชินและลูกๆ ของเธอก็ได้ตัดสินใจใช้ทรัพย์สินทั้งหมด
ไปกับเครื่องมือเครื่องไม้พยุงรักษาอาการของเธอในตอนนี้
.
วู้วๆ…
เครื่องมือนั้นได้ควบคุมออร่าบางๆ
ในบรรยากาศที่ครอบคลุมอยู่รอบๆ ตัวเธอ
คอยสร้างสมดุลให้มิติบิดผัน ไม่ให้แปรปรวนไปผิดที่
.
ซึ่งสำหรับผู้ที่มีอาการป่วยจากรังสีมิติอันบิดผันอันเข้มข้น
หลายคนนั้นมักจะมีโอกาส
เกิดผลข้างเคียงที่ร่างกายแก่ชราเกินกว่าอายุจริง
แต่เครื่องที่ใช้ช่วยพยุงชีพให้กับแม่เลี้ยงของชินนั้น
ได้ช่วยให้ผลข้างเคียงของการบิดผันมิติ ส่วนใหญ่ออกไปในทางลดอายุ
สาวใหญ่คนสวยผิวพรรณนวลผ่องที่ต้องกลายเป็เ้าหญิงนิทรา
ถึงได้ดูสาวลงเรื่อยๆ ทว่านั่นก็ไม่ใช่ว่าจะมีผลดีไปซะทั้งหมด
เพราะการบังคับให้เกิดการลดอายุแทนนั้น
จะเกิดขึ้นในปริมาณเวลาที่มากกว่าการแก่ลง
และหากเกิดขึ้นทุกๆ วันเรื่อยๆ ร่างกายก็จะเปลี่ยนผันเร็วเกินไป
จนเกิดอาการช็อกได้ในที่สุด!
.
กริ๊ก…ฉึก…ฟื๊ดด…
วู้มๆๆ….อืออ…!?
แต่ชินก็มักจะหายาบรรเทามาได้ทัน
เหมือนที่เขากำลังฉีดมันใส่สายน้ำเกลือของเธอ
ติ๊กๆ…
ซึ่งทำให้อุปกรณ์ชี้วัดอาการมิติบิดผันกลับมาคงตัวและเสถียรในที่สุด
ฟู่วว…?
อั้ก…ตึกๆ…
เมื่อโล่งใจขึ้นแล้วเด็กหนุ่มก็ได้เดินโซเซออกไปจากห้องแม่เลี้ยง
เพราะตัวเขาเองยังต้องทนทรมานกับอาการของตัวเอง
ที่กล้ามเนื้อต่างๆ ของเขาต้องเกร็งตัวคัดแน่นและปวดหนึบ
การไม่ได้รับยาบรรเทาความแตกต่างของร่างกายกับจิตใจ
มันทำให้ร่างกายเกิดเอฟเฟกต์กับประสบการณ์
ที่เขาได้รับยามผจญภัยในโลกต่างมิติทั่วทั้งหมด
ทั้งการใช้ร่างกายไปสองวันในสองชั่วโมง
หรือการที่ร่างกายฉีกขาดจนถึงตาย
มันได้ฝังความทรงจำอันเลวร้ายเอาไว้บนร่างกาย
แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่มีแผลสดๆ
.
อั่ก…กรอด…อือ?
ชายหนุ่มผมแดงรูปร่างกำยำไร้เสื้อผ้า
ต้องนอนคู้ตัวและบิดดิ้นไปตลอดคืนพร้อมกับเหงื่อไคลที่ไหลหยด
กว่าที่ร่างกายของเขาจะเริ่มชินและลดความรุนแรงที่ฝังจำ
จนกล้ามเนื้อหายหดเกร็งจากความเ็ป
เขาจึงได้หลับลงและพักผ่อนจากชีวิตอันเข้มงวด
ที่เขายังคงต้องวนเวียนทำมันไม่รู้จบตลอดไป