Pigeon in fitting box
Chapter 0 : บทนำ
“โอ้พระผู้เป็เ้า อันตัวลูกได้เกิดมายี่สิบเก้าขวบปี ใช้ชีวิตดำรงอยู่ซึ่งทำนองคลองธรรม และรับใช้ท่านมาตลอดในฐานะสาวกผู้นอบน้อมและภักดี ตัวข้านั้นขอวิงวอนต่อพระองค์”
“... ได้โปรดช่วยคุ้มครองภรรยาและลูกของข้าด้วย”
มือหยาบสองข้างที่แสดงให้เห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยตลอดเวลาหลายปีในการทำงานหนักนั้น ถูกยกขึ้นสอดประสานกันอยู่ตรงกลางระหว่างกลางหน้าอก ขณะที่ปากสีคล้ำซีดเองก็บ่นพึมพำซ้ำไปซ้ำมา ราวกับ้าปลดเปลื้องความกังวลต่อพระผู้เป็เ้าบนสรวง์ วาดหวังให้พระองค์ได้รับรู้ซึ้งถึงถ้อยคำขอพรอันแรงกล้าของเขา
ลาดไหล่กว้างของชายร่างสูงใหญ่ที่มักถือเหวี่ยงจอบลงบนพื้นนี้สั่นเทา หัวใจเต้นระรัวไม่เป็ระส่ำ ตามกรอบใบหน้าคร้ามคมพลันปรากฎเต็มไปด้วยรอยเหงื่อที่ผุดซึม ท่าทีแสนกังวลนั้นปรากฎอยู่ตลอดภายในสายตานั้น ทำให้ถึงขนาดเพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียวผู้เฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง ยังได้แต่ลอบโคลงศีรษะไปมาด้วยสีหย้าท่าทางเอือมระอาใจ
"อีธาน ข้าว่าเ้าใจเย็นก่อนเถอะ"
น้ำเสียงเจือขบขันดังขึ้นแ่เบา จากนั้นจึงตามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
"ข้ารู้ดีว่าเ้าเป็กังวล แต่ตอนนี้เ้านั้นควรที่จะสงบสติอารม-"
"เจ็ามันจะไปรู้อะไรเอ็กมันธ์ !" ดวงตาที่เคยปิดสนิทของอีธานพลันเบิกโพลง ก่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันดัง มือหนาพลันคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของสหาย ก่อนจะเริ่มทำการออกแรงเขย่า ๆ จนเ้าของชื่อถึงกับหัวสั่นหัวคลอน
"คนอย่างเ้า... มันไม่มีทางเข้าใจหรอก ไอ้หนุ่มโสดซิงอายุยี่สิบแปดที่ยังตามจีบสาวไม่ได้ซักกระผีกน่ะเราะ จะมาเข้าใจหัวอกของคนอย่างข้า!"
"พูดออกมาอย่างนี้ได้ยังไง ข้ารึอุตส่าห์ตามเ้ามาเพราะเป็ห่วง พูดหมา ๆ แบบนี้มันใช้ได้หรอกหรือวะ!"
คนที่ได้ยินประโยคดังกล่าวนั้นพลันเกิดอารมณ์เดือดดาลขึ้นมาบ้าง ครั้นเห็นท่าทีส่ายหน้าไปมา พร้อมเสียงถอนหายใจดังเหอะ เอ็ดมันธ์ก็พลันยิ่งขบฟันกรามแน่น
คนอย่างเขามันทำไม... มันทำไม!
"ข้าไม่ได้พูดหมา ๆ คนอย่างเ้าน่ะหรือ ที่จะมาเป็ห่วงข้า ถ้าไม่จำเป็ก็เอาแต่นอนี้เี พอมีเื่น่าตื่นเต้นเข้าหน่อยก็โผล่หน้าเข้ามาวุนวาย" เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกดังมาจากคนดึงปกเสื้อ "สาระแน สู่รู้!"
"พูดแบบนี้ ข้าว่าเรามาต่อยกันเลยดีกว่ามา..." เอ็ดมันธ์
"ก็เอาสิวะ!" อีธาน
"ข้างนอกขอความกรุณาช่วยเงียบหน่อยได้ไหมคะ!!!" เสียงะโชัดเจนดังออกมาจากข้างในห้องทำคลอด พาร่างของเอ็ดมันธ์และอีธานสะดุ้งใจนร่างกายแข็งค้าง
ดวงตาสองคู่พลันสบเข้าหากับดวงตาเย็นเยียบ กำปั้นที่ถูกยกชูขึ้นเหนือศีรษะชะงักไป พร้อม ๆ กับเสียงในลำคอที่เหือดแห้ง คนที่กำลังจะลงมือแลกไม้แลกหมัดต่างพากันมองหน้าไปมาอยู่ชั่วครู่อย่างชั่งใจ จากนั้นจึงปล่อยมือที่ต่างคนต่างกำคอเสื้ออยู่ออก ตัดสินใจที่จะแยกย้ายแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ยาวอย่างสงบเสงี่ยมตามเดิม
หากดูจากสายตาและเสียงะโอันแสนกราดเกรี้ยวแล้ว พวกเขาตระหนักได้ว่าควรจะนั่งนิ่ง ๆ เป็ดีที่สุด เพราะตราบใดที่ผู้ช่วยหมอตำแยคนนั้นไม่รำคาญเสียงของพวกเขา พวกเขาก็มั่นใจได้ว่าชีวิตของตัวเองจะอยู่รอดปลอดภัย
จากกรรไกรตัดสายดือในมือคู่นั้น…
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเสียจนในที่สุดดวงตะวันก็เริ่มคล้อยตกดิน แสงสีเหลืองนวลค่อย ๆ สาดส่องเข้ามาผ่านทางกรอบหน้าต่างกระจก หญิงสาวที่ทิ้งกายนอนอยู่พลันมีเหงื่อผุดซึม มือเล็บที่วางไว้ข้างตัวจิกระบายความเ็ปลงบนผืนผ้า ก่อนออกแรงเบ่งให้มากที่สุดเท่าที่ตนจะสามารถทำได้
อย่างไรเธอก็ต้องอดทน
เพราะอีกไม่นาน จะได้เจอกันแล้ว อีกนิดเดียว-- อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ริมฝีปากที่เคยขึ้นสีระเรื่อเม้มเข้าหากันภายในดวงตาสวยเจือไปด้วยรอยหวาดหวั่น ร่างกายทั่วร่างบิดเร่าจนอยู่ไม่สุข ทรมาณและเ็ปเสียจนยิ่งกว่าถูกมดทั้งรังเข้ารุมกัดทึ้ง
“หัวเด็กโผล่มาแล้ว ซาแมนธ่า!"
"พยายามเข้า พยายามอีกหน่อย!" เสียงะโชัดเจนดังลอดเข้ามาภายในโสตประสาทรับรู้ เ้าของเส้นผมสีน้ำตาลยาวพลันกัดฟันกรอด รวบรวมแรงทั้งหมดที่มีแล้วออกแรงเฮือกสุดท้าย สิ้นเสียงหวีดร้อง… ก็มีน้ำเสียงร้องไห้จ้าของเด็กทารกแรกเกิดเข้ามาแทนที่ในทันที!
ราวกับเสียงระฆังสัญญาณยินดี อีธานพลันลืมตาตื่นขึ้น มือที่ประสานกันอยู่คลายออก ผุดตัวลุกยืนขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เสียงละมุนนุ่มนวลดังคลอออกมาจากริมฝีปากของหมอตำแย ขณะที่โอบอุ้มเด็กทารกร่างแดงในห่อผ้าผืนสีขาวสะอาดออกมาหาเขา
“ยินดีด้วยค่ะคุณเลนทิส…” เสียงของหมอตำแยเว้นวรรคไปครู่หนึ่งคล้ายกำลังตื่นเต้น
"เป็เด็กผู้หญิงค่ะ"
ดวงตาสีน้ำตาลแดงของชายกลางคนเอ่อคลอไปด้วยน้ำ ริมฝีปากคลี่ยิ้มยินดี ค่อย ๆ เอื้อมมือออกไปประคองรับเด็กทารกในผืนห่อผ้าเข้าสู่อ้อมแขนอย่างทะนุถนอม
ผิวกายของเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนนั้นดูเนียนละเอียดชวนนุ่มลื่น แก้มกลมป่องเล็ก ๆ น่าฟัด ดวงตาหยิบหยีที่พยายามลืมขึ้นมามองเขาช่างดูสดใสราวกับสีของดอกแมกโนเลียยามต้องแสงแดด นิ้วเล็กของมือคู่นั้นกำลังกำเข้าหากันและขยับยุกยิกไปมาอย่างน่าเอ็นดู
"เ้ากะหล่ำปลีน้อยของข้าเป็… เด็กผู้หญิง?" น้ำตาที่เคยสะกดกลั้นเอาไว้พลันก็ร่วงหยดลงสู่ห่อผ้า เสียงสะอึกสะอื้นร่ำไห้นั้นเต็มไปด้วยความปีติยินดี เท้าทั้งสองของอีธานเหยียบย่างเข้าไปในห้องนอน มองภรรยารักที่นอนหอบอยู่บนเตียงด้วยแววตาเปี่ยมรักใคร่
“ดูสิซาแมนธ่า-- ข้าเห็นเด็กสาวที่งดงามและหน้าตาเหมือนเ้าเป็หนึ่ง”
เสียงของเขาเอ่ยรำพึง ขยับประคองให้ภรรยาสาวได้มองเห็นเ้าดอกแมกโนเลียสีสวยที่กำลังจ้องมองพวกเขา หญิงสาวขยับเขยื้อนร่างกายเล็กน้อยเพื่อจัดแจงท่าทาง ใช้ปลายนิ้วขึ้นระข้างแก้มกลมแ่เบาราวจับต้องกลีบบุปผา ริมฝีปากที่ขาดสีเืยกยิ้มกว้างด้วยความยินดีที่สุขล้น
“ข้าเชื่อว่าเด็กคนนี้จะต้องเติบโตขึ้นมาได้ดีแน่นอน” เสียงทุ้มของเอ็ดมันธ์ดังขึ้นแทรก ร่างกายของเขาพิงอยู่ตรงกรอบประตู ขณะที่กำลังกอดอกมองอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ไม่กล้าแม้แต่เดินเข้าไปขัดจังหวะ ด้วยกลัวสหายที่รักจะพานซัดหน้าข้อหาขัดขวางเวลาดี ๆ ของคนในครอบครัว
บางทีเขาเองก็อาจจะต้องมีใครสักคนอยู่ข้างกายเพื่อสร้างครอบครัวได้บ้างแล้วกระมัง
หลังจากยืนครุ่นคิดอยู่นานเอ็ดมันธ์ก็เอ่ยกล่าวถาม “แล้วพวกเ้าจะตั้งชื่อเด็กว่าอะไร?”
ผู้เป็บิดาของเด็กทารกขยับโคลงหัวเล็กน้อย เหม่อมองดวงตาและแก้มพองเหมือนแป้งขนมปัง แล้วขยับปากพูดออกมาอย่างช้า ๆ ราวกับเหม่อลอย
“ข้าอยากให้นางเป็อิสระ"
“อื้ม”
“อยากให้นางได้ทำทุกอย่างตามใจ้า ไร้ข้อผูกมัด อยากให้นางมีชีวิตสงบสุข หัวเราะและยิ้มได้อย่างที่้า มีชีวิตตามเส้นทางที่นางเป็คนเลือกด้วยตัวเอง” ริมฝีปากของผู้เป็บิดาขยับยิ้ม ค่อย ๆ จรดจุมพิตลงไปบนหน้าผากเล็ก เอ่ยกระซิบนามออกมาแ่เบาราวกับเป็น้ำเสียงขององค์เทพผู้ประสาทพร
“ชาร์ล็อต… ชาร์ล็อต เลนทิส"
เสียงหัวเราะทุ้มและความยินดีลอยเจือคลอไปในอากาศ ทั่วทั้งห้องนั้นตลบอบอวลไปด้วยความสุข ราวกับห้อมล้อมไว้ด้วยพรอันแสนวิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นทั่วทุกคนในห้องกลับไม่มีใครรับรู้เลย
ไม่มีใครรับรู้ว่าเด็กตัวน้อยที่พึ่งเกิดมานั้นมี 'ิญญา' ของใครอยู่ข้างใน
มือป้อมทั้งสองข้างซึ่งกำ ๆ แบ ๆ นั้นชูขึ้นไปในอากาศอย่างนึกฉงน มือปัดป่ายและสังเกตสีหน้าคนที่โอบอุ้มอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ ในหัวเล็กมีเสียงสะท้อนกังวาลลอบถามตัวเองไปไม่รู้กี่ร้อยรอบ
เธอมาทำอะไรที่นี่ แล้วนี่มันที่ไหน?
ดวงตากลมกวาดล่อกแล่ก ครั้นลองคว้ามือขึ้นไปจับปลายนิ้วของคนที่อุ้มอยู่ดู ััของเส้นเืและความรู้สึกอุ่นร้อนของผิวััที่เหมือนจริงมากนั้น ตอกย้ำให้ิญญาสาวในร่างเด็กน้อยตระหนักรู้เื่ราวทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน
ให้ตายสิ… เธอมา ‘ต่างโลก’ มาต่างโลกแน่ๆ! แถมยังมาเกิดใหม่เป็เด็กทารกไม่รู้ประสาอีก
แล้วแบบนี้เธอควรจะทำยังไงไม่ทราบ?? โปรเจคจบที่ยังทำไม่เสร็จนั่นก็ยังค้างไว้อยู่ ก่อนจะมาเกิดใหม่ให้เธอได้เกรดก่อนไม่ได้หรืออย่างไร!
หญิงสาวกรีดร้องออกมาอย่างขาดสติเพื่อระบายความคับข้องภายในจิตใจ แต่เสียงที่ดังออกมานั้น กลับเป็เสียงร้องไห้ชวนแสบแก้วหูของเด็กทารกตัวน้อยแรกเกิดก็เพียงเท่านั้น…
End Intro