รถยนต์วิ่งเข้ามาชะลอจอด และดับเครื่องสนิทลงที่โกดังเก็บของ ทุกคนที่นั่งมาภายในรถ ต่างพากันก้าวลงจากรถ ซึ่งนั้นก็รวมถึงณัฐวลัญช์ด้วยเหมือนกัน ณัฐวลัญช์มองสังเกตไปรอบๆ บริเวณโกดังเก็บของก็สังเกตเห็นว่ามีห้องที่ปิดล็อกกุญแจประตูหน้าห้องไว้สองห้อง
“มานี่!!!!”
ยังไม่ทันที่ณัฐวลัญช์จะทันได้คิดอะไร อัศม์เดชก็ยื่นมือใหญ่ราวกับคีบเหล็กมาจับแขนเรียวเอาไว้แน่น และดึงลากจูงพาเดินตรงไปยังห้องห้องหนึ่ง คนของอัศม์เดชก็รู้งานรีบใช้กุญแจเปิดประตูห้องนั้นเข้าไป โดยไม่ต้องให้อัศม์เดชสั่ง
“ลัน ลัน ลันช่วยด้วย”
เมื่อประตูห้องเปิดออกคนที่อยู่ภายในห้อง ที่ถูกมัดมือมัดเท้านั่งอยู่ตรงกลางห้อง เห็นณัฐวลัญช์และคนอื่นๆ เดินเข้ามาภายในห้อง ก็เบิกตากว้างอย่างดีใจ และร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากณัฐวลัญช์ทันที อย่างไม่รอช้า
“ฤดี ฤดีเป็นไงบ้าง? เจ็บตรงไหนไหม?”
ณัฐวลัญช์ถลาจะเข้าไปหานาถฤดี พร้อมกับร้องถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยญาติผู้น้อง แต่ก็ถูกคนตัวโตฉุดดึงแขนเรียว ทั้งยังใช้มือใหญ่อีกข้างเหนี่ยวรั้งเอวบางเอาไว้ด้วย ไม่ยอมให้เข้าไปหาได้ง่ายๆ
“คุณเดฟ คุณเดฟขา ได้โปรดเถอะนะคะ อย่าได้ทำอะไรฤดีเลย ฉันก็ชดใช้ให้คุณไปบ้างแล้ว คุณก็กรุณาพวกเราบ้างเถอะนะคะ อย่าทำอะไรร้ายแรงกันเลยนะคะ ขอร้องนะคะ”
ณัฐวลัญช์เงยหน้าขอร้องอ้อนวอนอัศม์เดช น้ำตาก็ไหลพรากๆ ลงมาอาบสองข้างแก้มอย่างน่าสงสาร
“คิดว่าแค่นี้จะทำให้ฉันหายแค้นอย่างนั้นหรือณัฐวลัญช์!! ไม่มีทางหรอก!!.... นาถฤดีและไอ้กิติวัตรจะต้องชดใช้สิ่งที่ทำไว้กับน้องสาวของฉัน จะต้องรับโทษที่ฉันจะยื่นให้พวกมัน”
อัศม์เดชตะคอกใส่ณัฐวลัญช์เสียงดัง ด้วยอารมณ์คุกรุ่นด้วยเปลวไฟแห่งความอาฆาตพยาบาท ที่ไม่จางหายเลยสักเสี้ยวเดียว
“คุณมันคนใจร้าย จะแก้แค้นไปถึงเมื่อไรคุณถึงจะพอใจ หนี้แค้นที่คุณมีถึงจะจบจะสิ้นกันสักที”
ณัฐวลัญช์ใช้มือเรียวทั้งสองข้างผลักอกแกร่งของคนตัวโตแรงๆ พร้อมกับพยายามดิ้นรนขัดขืนออกจากอ้อมแขนแกร่ง ที่เขาใช้แขนแกร่งเหนี่ยวรั้งเธอเอาไว้หลวมๆ เพราะเขาเห็นว่าคนตัวเล็กหยุดดื้อดึงที่จะเข้าไปหานาถฤดีแล้ว
ณัฐวลัญช์ดิ้นรนออกจากอ้อมแขนแกร่งได้ ร่างบางเซถอยหลังไปปะทะกับเข้ากับผนังห้องอย่างจัง เธอรู้สึกเวียนศีรษะและรู้สึกปวดตุบๆ หน่วงๆ ที่ท้อง จนต้องหยีตาลง
“โอ๊ะ โอ๊ยยย!!....”
ณัฐวลัญช์ส่งเสียงร้องด้วยความรู้สึกเจ็บปวดออกมาเบาๆ พร้อมกับทั้งร่างบางก็ค่อยๆ ทรุดตัวลุกไปกองอยู่กับพื้นห้องช้าๆ
“ลัน ลันเป็นอะไร? ลัน!!”
อัศม์เดชเห็นลัญษณะอาการของณัฐวลัญช์เป็นเช่นนั้น ก็ตกใจจนลืมสองคนที่จับมาไปชั่วขณะ เขารีบเดินเข้ามาย่อตัวลงไปนั่งยองๆ ใกล้กับณัฐวลัญช์ พร้อมกับใช้สายตาสำรวจร่างบาง ว่ามีตรงไหนที่บาดเจ็บจนทำให้ร้องออกมา และสายตาก็พลันไปสะดุดกับเลือดสีแดงที่ค่อยๆ ไหลออกมาจากจุดกึ่งกลางร่างกายของณัฐวลัญช์
“เลือด!!!!”
อัศม์เดชสีหน้าซีดเผือด ซึ่งณัฐวลัญช์ก็ทั้งปวดท้องและก็ทั้งตกใจไม่แพ้กัน ยกมือเรียวเล็กขึ้นมากุมท้องตัวเอง อย่างไม่รู้จะทำอะไรดีในตอนนี้
“อลงกรณ์!! ให้คนเอารถออก ฉันจะพาลันไปหาหมอ”
อัศม์เดชไม่สนใจใครอีกแล้วในตอนนี้ นอกจากคนตัวเล็กตรงหน้า เขาเหมือนรู้สึกสังหรณ์ใจอะไรบางอย่างขึ้นมา จนให้รู้สึกหวั่นๆ ใจยังไงชอบกล
อัศม์เดชช้อนร่างบางของณัฐวลัญช์ขึ้นมาอุ้ม ลุกขึ้นก้าวเดินอย่างเร็วไวออกจากห้องนั้น พาณัฐวลัญช์ขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังของรถยนต์ที่ใช้นั่งมาก่อนหน้านี้ แล้วในเวลาไม่ช้าไม่นาน รถยนต์ก็ขับพุ่งทะยานออกไปจากตรงนั้นอย่างไม่รอช้า โดยมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลตามความต้องการของอัศม์เดช
๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘