นางชี้นิ้วไปยังปิ่นโตที่วางอยู่บนโต๊ะ “ข้าเห็นกับตา! ปิ่นโตนั้นเป็สาวใช้ผู้นั้นเป็คนยกมา และนางยังช่วยจัดจานอีกด้วย จะว่าไม่มีผู้อื่นแตะต้องได้อย่างไรเล่า!”
ดวงตาของเซียวหลิงเจาหรึ่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาคืออวี้เซียง สาวใช้ที่อยู่ในจวนมานาน
เขายกมือขึ้นสั่งหยางเหวินอย่างรวดเร็ว “หยางเหวิน! เ้าไปควบคุมตัวพ่อครัวใหญ่ไปสอบสวน และค้นตัวเขาให้ละเอียด!”
เขาหันไปสั่งทหารที่ตามมาอีกกลุ่ม “พวกเ้า! เข้าไปค้นในเรือนให้ทั่วทุกซอกทุกมุม! ข้า้าร่องรอยของยาพิษที่อาจถูกซุกซ่อนอยู่!”
กวานซูเหยียนยิ้มเหยียด ความรู้สึกคับแค้นพุ่งสูงขึ้นเหนือความเ็ปจากาแที่ลำคอ
“น่าขันยิ่งนัก!” นางส่งสายตาเหยียดหยามไปทางเขา
เมิ่งหรูเพิ่งจะชี้ตัวผู้ต้องสงสัยที่น่าจะอยู่เื้ัพิษร้ายไปหยก ๆ แต่สามีสามคืนของนางกลับสั่งให้ไปค้นตัวคนนั้นคนนี้ ทว่ากลับไม่พูดถึงอวี้เซียงเลยสักประโยคเดียว!
“พวกปากว่าตาขยิบ! พูดเสียสวยหรูว่าบุรุษสกุลเซียวแต่งให้ภรรยาเดียว ที่แท้ท่านแม่ทัพก็เป็พวกรักหยกถนอมบุปผาไม่น้อย ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยโทษหญิงงาม!! ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาอะไรก็ได้กระมัง ลงโทษข้ามาเลยดีกว่า!”
เมิ่งหรูหันมามองนายหญิงของตนด้วยสายตาละห้อย ลงโทษงั้นรึ? ไหนนายหญิงบอกว่าไม่อยากตายอย่างไรเล่า? แล้วนี่อะไร หรือว่า..ฮูหยินกำลังหึงหวงท่านเขย!!
“น่าตายยิ่งนัก!” เซียวหลิงเจาสบถอีกครั้ง
กวานซูเหยียนแทบสำลักลมหายใจตนเอง นางรู้สึกว่าคำพูดนี้ช่างถูกใช้ถี่จนเกินไปแล้ว!!
แต่ทันใดนั้น ร่างสูงสง่าที่เต็มไปด้วยโทสะก็เคลื่อนเข้าหาตัวนางอย่างรวดเร็วโดยที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว เซียวหลิงเจาจับร่างบอบบางของนางพาดบ่าอย่างบุ่มบ่าม แล้วแบกเข้าไปในห้องนอนอย่างน่าอับอาย!
“ท่านแม่ทัพ! นี่ท่านจะทำอันใด! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!” กวานซูเหยียนใจนโวยวาย มือเล็ก ๆ ทุบลงบนหลังกว้างของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
เซียวหลิงเจาไม่ตอบคำ เขาเหวี่ยงร่างของนางลงบนเตียงไม้ที่แข็งกระด้างอย่างไม่ไยดี ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าอันตื่นตระหนกของนาง
“อย่าได้คิดต่อต้าน!” เขาคำรามเสียงต่ำ “เ้ากล่าวหาคนของข้า แต่ข้าก็้าหลักฐานเช่นกัน! ข้าจะค้นหาตัวเ้าเอง เพื่อดูว่ายาพิษซ่อนอยู่ที่ใด!”
คำกล่าวอ้างนั้นฟังดูชอบธรรม ทว่ากิริยาของเขาไม่ได้เป็ไปตามนั้นเลย
เขาโน้มตัวลงมาประชิด ก่อนจะเป่าลมหายใจอุ่นร้อนไปลำคอของนาง นิ้วมือที่หยาบกร้านจากการจับดาบและกุมบังเหียนััลงบนลำคอที่ยังคงมีเืไหลซึม
จากนั้นเขาก็เริ่มลูบคลำไปทั่วร่างของนางอย่างหยาบคาย ราวกับเป็ผู้ที่กำลังค้นหาของล้ำค่า
เขาไล้ฝ่ามือหยาบลงไปตามบ่าและต้นแขน โดยไม่ได้เกรงใจต่อสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอับอายของนางแม้แต่น้อย แม้กระทั่งบางจุดที่ไม่ควรหาอย่าง ร่องอก และบริเวณสะโพก ที่ทำให้กวานซูเหยียนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า
ทันใดนั้น ความอับอายทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็ความโกรธแค้นจนถึงขีดสุด!
“ท่านต่างหากที่น่าตาย!” กวานซูเหยียนกัดฟันแน่น “เลิกค้นตัวข้าเสียที!”
นางรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ผลักร่างสูงของเซียวหลิงเจาออกไปอย่างแรง!
เซียวหลิงเจาจำต้องยอมถอยห่างไปตามแรงผลักนั้นด้วยความเสียดายและเสียหน้าอย่างที่สุด เพราะเมื่อเขาสำรวจั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าแล้ว ก็ไม่พบอะไรน่าสงสัยจริง ๆ ไม่มีร่องรอยใด ๆ ที่จะบ่งชี้ว่าสตรีผู้นี้คือคนร้าย
บุรุษตัวโตยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงเพื่อข่มกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านให้สงบลง ก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้อง
เขาหันไปมองทางอวี้เซียง ซึ่งยังคงคุกเข่าอยู่ด้วยสายตาที่เ็า
“แม่นมหวัง!ค้นตัวนาง!”
แม่นมหวังส่งฮูหยินใหญ่ให้ไปอยู่ในการดูแลของสาวใช้อีกสองคน แล้วเดินเข้าไปหาอวี้เซียงทันที
อวี้เซียงดิ้นรนขัดขืนอย่างรุนแรง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนน้ำตาไหลอาบแก้ม เพราะกระดาษห่อยาพิษยังคงอยู่ที่ตัวนาง! นางไม่มีโอกาสแม้แต่จะทิ้งหลักฐานชิ้นสุดท้ายนี้เลย
“ไม่นะ! อย่ามาแตะตัวข้า!” นางร้องเสียงหลง พยายามปัดป้องมือของแม่นมหวัง
การดิ้นรนที่ผิดปกติของนางทำให้ เซียวหลิงเจาชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจและสงสัย เขารีบก้าวเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว และใช้มือแข็งแกร่งจับไหล่นางไว้ทันที
แคว่ก!
ชายหนุ่มฉีกกระชากเสื้อของอวี้เซียงออกอย่างรุนแรง กระดาษห่อยาพิษร่วงลงบนพื้นต่อหน้าทุกคน หญิงสาวหน้าถอดสีทันที ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน
“คะ…คุณชาย ได้โปรดอภัยให้บ่าวด้วยเถิดเ้าค่ะ” นางทรุดตัวลงทั้งน้ำตา เสียงสั่นระรัว
“บ่าวเพียง…เพียงหึงหวงคุณชายไปชั่ววูบ บ่าวไม่คิดว่าวันนี้ฮูหยินใหญ่จะร่วมโต๊ะกับฮูหยินน้อย หากบ่าวรู้บ่าวไม่มีวันทำเช่นนี้เด็ดขาดเ้าค่ะ!”
แต่เซียวหลิงเจาไม่แม้แต่จะฟังคำพูดประโยคต่อไป เงาดาบวาบผ่านกลางอากาศ ชำระความผิดของอวี้เซียงในพริบตา!
เสียงกรีดร้องของอวี้เซียงถูกตัดขาดไปพร้อมกับชีวิตของนาง เืสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณนั้น!
กวานซูเหยียนยืนมองภาพการลงมืออันรวดเร็วนั้นอย่างตกตะลึง ความโหดร้ายและป่าเถื่อนของเซียวหลิงเจาไม่ใช่เื่ล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย
นางเผลอยกมือขึ้นลูบท้องของตนเองอย่างหวาดหวั่น..หากเนื้อเื่ยังคงเป็ดังเดิม ยามนี้นางคงตั้งครรภ์ได้เกือบเดือนแล้ว
นางจะไม่ยอมให้ลูกของนางต้องเผชิญกับความโเี้ของบิดาผู้เป็ดังปีศาจเช่นนี้ ดวงตาของกวานซูเหยียนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นางตัดสินใจแล้ว! นางต้องหนีไปจากที่นี่ให้ได้!
แม้ว่าเื่จะจบลงด้วยการพบตัวคนวางยาและถูกสังหารไปแล้วอย่างโเี้ ทว่า..ความไร้เหตุผลของนิยายเื่นี้ก็ยังคงแขวนอยู่เหนือศีรษะนาง!
“ฮูหยินเป็ต้นเหตุที่ทำให้ท่านแม่ต้องมาเสี่ยงอันตรายไปด้วย! ลงโทษด้วยการทำงานหนักเพื่อให้หลาบจำ!”
กวานซูเหยียน ได้แต่กลืนเืในปาก นางรู้สึกปวดหัวจี๊ดจนขึ้นสมองกับความไร้เหตุผลของเขา รวมทั้งความไร้เหตุผลของนิยายเื่นี้เหลือเกิน!
ถังลี่จูเองที่เพิ่งฟื้นตัวจากพิษร้ายและอาการปวดท้องอย่างหนัก นางอ่อนเพลียจนหมดแรงจะด่าบุตรชายผู้ไร้เหตุผล
เมื่อเห็นว่าบุตรชายยังคงจ้องจะลงโทษลูกสะใภ้ที่เพิ่งช่วยชีวิตนางไว้ ถังฮูหยินพยายามฝืนเปล่งเสียงออกมาอย่างแ่เบา “เจาเอ้อร์..หยุดเถิด…”
เซียวหลิงเจารีบคุกเข่าลงข้างมารดา “ท่านแม่! ท่านอย่าได้ฝืนเลย!”
“นาง…นางช่วยชีวิตแม่ไว้” ถังฮูหยินเอ่ยเสียงเบา
มองดูปิ่นโตและอาหารชั้นดีที่วางอยู่บนโต๊ะ เซียวหลิงเจาก็รู้ได้ทันทีว่าที่แท้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เป็มารดาที่ส่งอาหารมาที่เรือนกูหยวนไม่ขาด ต่อให้เขาห้ามปรามอย่างไรท่านแม่ก็คงหาโอกาสทำเช่นนี้อีกเป็แน่
"นางจะต้องทำงานหนักเพื่อไถ่โทษต่อไป แต่ข้าจะยอมให้มีคนส่งอาหารมาให้นางตราบเท่าที่ท่านแม่้า!”
ถังลี่จูคิดอยากจะขอให้สะใภ้ได้ย้ายไปอยู่เรือนใหม่ตามที่นางรับปากไว้อีกเื่ แต่เมื่อเห็นแววตาแข็งกร้าวของบุตรชายนางก็ได้แต่กลืนถ้อยคำกลับไป
“แม่อาการดีขึ้นมากแล้ว เ้าพาแม่กลับเรือนเถิด ให้ท่านหมอรักษาาแให้เหยียนเอ้อร์ก่อนแล้วค่อยไปดูแม่ก็ได้”
ชายหนุ่มเหลือบตาไปยังร่างเล็กที่เสื้อผ้าเต็มไปด้วยรอยเืแล้วพยักหน้าอย่างจำใจ ก่อนจะประคองมารดาออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็ว
……….
รุ่งอรุณของวันถัดมา ยังไม่ทันที่ดวงอาทิตย์จะทอแสงบ่าวรับใช้ในจวนก็เดินกันขวักไขว่ ผลัดกันส่งผ้ามาที่เรือนกูหยวนอย่างต่อเนื่องตะกร้าแล้วตะกร้าเล่า จนในที่สุดกองผ้าก็พูนสูงขึ้นกลายเป็กองมหึมา
เมิ่งหรูตื่นออกมาเห็นกองผ้าก็เข่าแทบทรุด นางส่งเสียงโอดครวญด้วยความตื่นตระหนก
“์! นี่ท่านแม่ทัพตั้งใจจะให้ท่านสิ้นใจคาอ่างซักผ้าหรืออย่างไร!”
ไม่นานนัก แม่นมหวังก็เดินนำอาหารสำรับใหญ่เข้ามาตามคำสั่งของถังลี่จู เมื่อนางเห็นลานเรือนที่อัดแน่นไปด้วยผ้าม่านผืนหนาจนเต็มลาน นางก็ถึงกับยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
“ฮูหยินน้อย” แม่นมหวังเอ่ยด้วยสีหน้าเห็นใจ “นี่มันมากเกินไปจริง ๆ นะเ้าคะ พวกเขาปลดผ้าม่านออกมาทั้งจวนเลยหรือไรกัน!” นางบ่นอุบ
กวานซูเหยียนเดินออกมาด้วยสีหน้าสงบราวกับไม่ได้กังวลกับกองผ้าเ่าั้เลยแม้แต่น้อย แท้จริงแล้ว ตลอดคืนที่ผ่านมานางไม่ได้นอนหลับเลย หากแต่กำลังคิดแผนการรับมือกับสถานการณ์นี้อยู่ตลอดเวลา