'รอคน' สองคำนี้ชวนให้ผู้คนจินตนาการเตลิดไปไกลจริง ๆ ผู้ใดกันที่มีคุณสมบัติคู่ควรให้ตงฟางเยี่ยนเฝ้ารอด้วยตนเอง?
ผู้นำตระกูลซูนึกถึงหลานสาวของสหายที่ตงฟางเยี่ยนเคยเอ่ยถึงก่อนหน้านี้ เพียงแต่เขาไม่แน่ใจว่าคนที่ตงฟางเยี่ยนกำลังรอคอยอยู่คือเด็กสาวคนนั้นจริง ๆ หรือไม่
ทว่านอกจากเด็กสาวคนนั้นแล้ว ผู้นำตระกูลซูก็นึกไม่ออกจริง ๆ ว่า ตงฟางเยี่ยนกำลังรอคอยผู้ใดอยู่
ในเมืองเฉียนหลงอันกว้างใหญ่ ผู้ที่มีคุณสมบัติคู่ควรให้ตงฟางเยี่ยนเฝ้ารออย่างแท้จริง มีเพียงสองคนเท่านั้น หนึ่งคือเทพผู้ปกปักราชวงศ์ต้าเซี่ยอย่างมั่วปู้อวี่ และอีกหนึ่งคือจอมทัพหนิงเกิงแห่งกองทัพต่อต้านมาร ซึ่งบุคคลทั้งสองนี้ ย่อมไม่มีทางเดินทางมาร่วมพิธีบรรลุนิติภาวะของเด็กเมื่อวานซืนตระกูลซูอย่างแน่นอน
"ท่านเ้าเมืองกำลังรอผู้ใดอยู่หรือขอรับ?" ผู้นำตระกูลอูหม่าเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
คนอื่น ๆ ต่างก็จ้องมองตงฟางเยี่ยนด้วยความประหม่าเครียดเกร็ง
"หลานสาวของสหายข้าคนหนึ่งน่ะ" ตงฟางเยี่ยนยิ้มกล่าว
ทุกคนถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ขณะเดียวกันก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะคนที่ตงฟางเยี่ยนกำลังรอคอยอยู่นั้น ไม่ใช่ยอดฝีมือสองท่านที่พวกเขาจินตนาการไว้
'ท่านเ้าเมืองและสหายท่านนั้นคงจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมากกระมัง?' ผู้คนต่างแอบครุ่นคิดในใจ
"จะว่าไปแล้ว..." ตงฟางเยี่ยนหันไปมองซูเก๋อแวบหนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มลึกลับซับซ้อนออกมา "หลานสาวของสหายข้าคนนี้ ซูเก๋อ เ้าเองก็รู้จักเช่นกัน"
สายตาของทุกคนหันพรึบไปจับจ้องที่ซูเก๋อพร้อมกัน
"ข้าก็รู้จักหรือขอรับ?" ซูเก๋อชะงักไป
น้อยนักที่จะติดต่อคบหากับคนนอกตระกูล ผู้คนที่รู้จักมีเพียงน้อยนิด นับประสาอะไรกับดรุณีแรกแย้ม
"ช้าก่อน ท่านหมายถึง..." ซูเก๋อนึกขึ้นมาได้ในทันใด "ศิษย์พี่มั่วชิงอู่หรือขอรับ?"
เขาจำได้ว่ามั่วชิงอู่เคยเอ่ยว่า นางเองก็เป็คนเมืองเฉียนหลงเช่นกัน และมั่วชิงอู่ก็เป็ดรุณีแรกแย้มชาวเมืองเฉียนหลงเพียงคนเดียวที่ซูเก๋อรู้จัก
ซูเก๋อเบิกตากว้าง ไม่อาจเชื่อความคิดตนเอง "หลานสาวของสหายท่าน ก็คือศิษย์พี่มั่วชิงอู่หรือขอรับ?"
"ฮ่า ๆ ... เป็อย่างไร ประหลาดใจมากใช่หรือไม่?" ตงฟางเยี่ยนหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
"ประหลาดใจมากจริง ๆ ขอรับ"
ซูเก๋อหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก คาดไม่ถึงว่าท่านเ้าเมืองผู้สูงส่งจะกลั่นแกล้งเย้าแหย่เช่นนี้ด้วย อย่างไรตงฟางเยี่ยนล่วงรู้อยู่แล้วแน่นอนว่าเขาและมั่วชิงอู่รู้จักกัน ทว่ากลับประวิงเวลาจนถึงบัดนี้จึงค่อยเอ่ยออกมา
ในใจของซูเก๋อแอบตระหนกใ 'คาดไม่ถึงเลยว่าท่านปู่ของศิษย์พี่มั่วชิงอู่จะเป็สหายของท่านเ้าเมือง ดูท่าเื้ัของนางคงไม่ธรรมดาจริง ๆ '
อาจเป็เพราะมั่วชิงอู่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ย ภาพจำของซูเก๋อที่มีต่อนางจึงเป็อัจฉริยะแห่งสำนักทหารรับจ้างมาโดยตลอด แม้จะล่วงรู้ว่านางมาจากเมืองเฉียนหลงก็มิได้คิดอันใดมากความ
ทว่าเหล่าผู้นำตระกูลรวมถึงแเื่มากมาย ย่อมครุ่นคิดลึกซึ้งยิ่งกว่า "มั่วชิงอู่... แซ่มั่ว..."
หากเป็สถานที่อื่น แซ่มั่วอาจจะธรรมดาสามัญยิ่งนัก ไร้ซึ่งความพิเศษอันใด ทว่าในเมืองเฉียนหลง แซ่นี้กลับมีความหมายที่ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง ดังนั้นทัศนคติของตงฟางเยี่ยน รวมถึงแซ่อันพิเศษนั่น ส่งผลให้ทุกคนต่างจินตนาการเตลิดไปไกล
หาก... หากสหายของตงฟางเยี่ยนคือเทพผู้ปกปักราชวงศ์ต้าเซี่ยอย่างมั่วปู้อวี่จริง เช่นนั้นทุกสิ่งล้วนอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผลแล้ว
หลานสาวของผู้าุโมั่วปู้อวี่!
เมื่อนึกถึงความเป็ไปได้นี้ หัวใจของทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะะเืขวัญสั่นสะท้านขึ้นมา พวกเขายังจดจำได้ดีว่า ในศึการะหว่างมนุษย์และมารครั้งใหญ่เมื่อสิบกว่าปีก่อน บุตรชายและบุตรสะใภ้ของมั่วปู้อวี่ต่างก็สังเวยชีวิตในา เหลือทิ้งไว้เพียงทารกหญิงในเบาะผ้าเท่านั้น
มั่วปู้อวี่ผ่านพ้นความเ็ปจากการสูญเสียบุตรชาย ั้แ่นั้นก็เลือนหายไปจากสายตาผู้คน ทุ่มเทกายใจดูแลทารกหญิงผู้นั้น ไม่เคยปรากฏตัวออกจากหุบเขาอีกเลยนับสิบกว่าปี
เมื่อคำนวณดูเวลาแล้ว ทารกหญิงในยามนั้น บัดนี้น่าจะมีอายุราว ๆ สิบแปดสิบเก้าปีแล้วกระมัง?
ภายในใจของผู้นำตระกูลตื่นเต้นฮึกเหิมขึ้นมา เขาแทบไม่กล้าฝันเลยว่า ซูเก๋อจะถึงขั้นรู้จักกับหลานสาวของมั่วปู้อวี่
"เ้าไม่รู้สึกหรือว่า พวกเ้าช่างมีพรหมลิขิตวาสนาต่อกันยิ่งนัก?"
ตงฟางเยี่ยนยิ้มกล่าวว่า "พวกเ้าต่างถือกำเนิดในเมืองเฉียนหลง พร์ล้วนล่ำเลิศเหนือธรรมดา ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ พวกเ้าต่างก็เข้าร่วมสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ย สร้างผลงานอันโดดเด่นสะดุดตา... ข้ากระทั่งสงสัยเสียด้วยซ้ำว่า นี่เป็บุพเพสันนิวาสที่์ประทานมาหรือไม่ มิเช่นนั้นแล้ว เหตุใดสรรพสิ่งจึงประจวบเหมาะลงตัวถึงเพียงนี้?"
คำกล่าวของตงฟางเยี่ยนแฝงความหมายบางประการไว้อย่างเด่นชัด จนสีหน้าของทุกคนพลันแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทั้งตื่นตระหนก ริษยา ไม่อาจเชื่อสายตา และหลากอารมณ์ผสานกัน
ส่วนผู้นำตระกูลซูกลับรู้สึกยินดีปรีดาเป็อย่างยิ่ง ราวกับถูกลาภลอยก้อนโตจาก์ตกใส่หัวอย่างไรอย่างนั้น พวกเขามั่นใจว่าด้วยสถานะของตงฟางเยี่ยน ย่อมไม่เปิดปากล้อเล่นในสถานการณ์เช่นนี้โดยง่ายแน่นอน
เพียงแต่ไม่ล่วงรู้ว่า นี่เป็ความ้าของตงฟางเยี่ยนเอง หรือเป็ความ้าของมั่วปู้อวี่ หรือมั่วชิงอู่กันแน่?
ซูเก๋อลังเลเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ เอ่ยว่า "ท่านเ้าเมืองล้อเล่นแล้วขอรับ ผู้น้อยความรู้น้อยด้อยปัญญา จะไปคู่ควรกับศิษย์พี่มั่วชิงอู่ได้อย่างไร? อีกทั้งยามนี้เพิ่งจะมีอายุครบสิบแปดปีเต็ม วันข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก จึงยังไม่อยากคิดเื่ความรักระหว่างชายหญิงขอรับ"
แม้จะไม่ล่วงรู้ว่าเหตุใดตงฟางเยี่ยนจึงเอ่ยคำเหล่านี้ขึ้นมากะทันหัน ทว่ายามนี้ซูเก๋อยังไม่มีจิตใจจะไปครุ่นคิดเื่ความรักชายหญิงจริง ๆ
ผู้นำตระกูลซูพลันร้อนใจขึ้นมาทันที อยากจะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมซูเก๋อเหลือเกิน ทว่าต่อหน้าผู้คนมากมายถึงเพียงนี้ เขากลับไม่อาจเอ่ยปากได้ ได้แต่ส่งสายตาให้ซูเก๋อไม่หยุดหย่อน
ตงฟางเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้น การตอบสนองของซูเก๋อสร้างความประหลาดใจให้แก่เขาอย่างยิ่ง
"เ้าคิดเช่นนั้นจริง ๆ หรือ?" ตงฟางเยี่ยนเอ่ยถาม
"คิดเช่นนั้นจริง ๆ ขอรับ" ซูเก๋อตอบอย่างจริงจัง
"เฮ้อ ข้าก็แค่ล้อเล่นไปตามประสา ดูเ้าสิ ยังจะจริงจังไปได้..." ตงฟางเยี่ยนหัวเราะร่า โบกมือเอ่ยว่า "เอ่ยตามตรง สหายของข้าคนนั้นไม่ใช่บุคคลธรรมดา หากเ้าได้เป็เขยขวัญของเขา เ้าสามารถทุ่นแรงไปได้หลายสิบปีเลยทีเดียว เ้าเชื่อหรือไม่ว่า ในทั่วทั้งราชวงศ์ต้าเซี่ย ผู้คนที่อยากเป็เขยขวัญของเขา สามารถเข้าแถวยาวั้แ่เมืองเฉียนหลงไปจนถึงเมืองต้าเซี่ยได้เลย"
คำกล่าวนี้ ฟังดูคุ้นหูอยู่บ้างกระมัง? ทั้งยังชวนลุ่มหลงยั่วยวนใจยิ่งนัก
ซูเก๋อส่ายศีรษะเบา ๆ จากนั้นจึงตอบกลับอย่างเป็เื่เป็ราวว่า "ผู้น้อยอยากจะพยายามด้วยตนเองดูขอรับ"
"ฮ่า ๆ มีความทะเยอทะยาน สมเป็อัจฉริยะแห่งตระกูลซู!" ผู้นำตระกูลอูหม่ายกนิ้วโป้งให้ ในดวงตามีแววสมน้ำหน้าแฝงอยู่ หากตระกูลซูได้เกาะต้นไม้ใหญ่เช่นมั่วปู้อวี่จริง ๆ คนที่จะโชคร้ายก็คือตระกูลอูหม่านั่นเอง
ส่วนด้านผู้นำตระกูลโจว โจวเหยียน รวมถึงแเื่คนอื่น ๆ ต่างก็มองซูเก๋อด้วยสายตาแปลกประหลาด
"ซูเก๋อ เ้า..." ผู้นำตระกูลซูอ้ำอึ้งอยากเอ่ยแต่ก็หยุดชะงักไป
ทุกคนต่างคาดเดาฐานะของมั่วชิงอู่ได้แล้ว มีเพียงซูเก๋อคนเดียวที่ยังคงถูกปิดหูปิดตาอยู่ ทว่าเมื่อเห็นปฏิกิริยาของทุกคนเป็ถึงเพียงนี้ ต่อให้ซูเก๋อจะหัวช้าเช่นไร เขาก็พอจะตระหนักได้ลาง ๆ ถึงความไม่ปกติแล้ว
เพียงแต่เขายังคงรักษาทัศนคติเดิมเอาไว้ ในเื่ความรู้สึก เขายังคงปรารถนาที่จะปฏิบัติตามหัวใจตนเอง หากได้พบเจอดรุณีที่ทำให้หัวใจสั่นไหวจริง ๆ เขาไม่ถือสาที่จะเป็ฝ่ายเอ่ยปากสารภาพและเกี้ยวพาราสีตามติดนาง ทว่าน่าเสียดายที่ยามนี้เขายังไม่พบเจอดรุณีเช่นนั้น
มั่วชิงอู่เป็สตรีที่โดดเด่นทั้งพร์ รูปร่างหน้าตา และอุปนิสัย ล้วนไร้ข้อตำหนิ ทว่าเื่เ่าั้เกี่ยวอันใดกับตัวเขากันเล่า?
"ท่านเ้าเมือง!" นอกประตูใหญ่จวนตระกูลซู ผู้ติดตามของตงฟางเยี่ยนพลันกู่ร้องะโขึ้นมา "คุณหนูมั่วชิงอู่เดินทางมาถึงแล้วขอรับ"
เมื่อทุกคนมองตามเสียงไป ก็เห็นเพียงดรุณีรูปงามร่างเพรียวระหงสายตาเยือกเย็นกำลังก้าวยาว ๆ เดินตรงเข้ามา โดยด้านหลังของนางมีกลุ่มคนหนุ่มสาวเดินตามหลัง พวกเขาสวมชุดคลุมยาวสีฟ้าครามอันเป็สัญลักษณ์ของสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ย ท่วงท่าโดดเด่นแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ดูโดดเด่นสง่างามท่ามกลางฝูงชน
"ฮ่า ๆ แม่หนูชิงอู่ ในที่สุดเ้าก็มาถึงเสียที" ตงฟางเยี่ยนก้าวเท้าเข้าไปต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
"ท่านลุงตงฟาง" มั่วชิงอู่เอ่ยทักทายอย่างมีมารยาท
จากนั้นสายตานางข้ามผ่านตงฟางเยี่ยน แล้วจับจ้องไปยังซูเก๋อ ก่อนจะยิ้มกล่าวว่า "ศิษย์น้องซูเก๋อ ขอแสดงความยินดีด้วย"
"ฮ่า ๆ ซูเก๋อ ขอแสดงความยินดีด้วยนะ"
พวกซุนกวน หลิ่วชิง มั่วชิงอู่ จีเสี่ยวเสวี่ย ต่างก็พากันเอ่ยแสดงความยินดี ทว่าสายตาของเหล่าผู้นำตระกูลและแเื่มากมาย กลับรวมศูนย์จับจ้องไปที่ร่างของมั่วชิงอู่ ดรุณีผู้เยือกเย็นนางนี้ ในยามนี้กลับสุกสว่างประหนึ่งดวงอาทิตย์
รัศมีของการเป็หลานสาวของบุคคลในตำนานแห่งราชวงศ์ต้าเซี่ย เพียงพอที่จะทำให้มั่วชิงอู่ไม่ว่าจะย่างก้าวไปแห่งใด ก็กลายเป็จุดรวมสายตาของผู้คนเสมอ
"ยินดีต้อนรับทุกคน" บนใบหน้าของซูเก๋อปรากฏรอยยิ้มสดใสออกมา
อย่างไรการมีสหายร่วมสำนักมากมายเดินทางมาร่วมยินดีด้วยมากมายถึงเพียงนี้ เขาย่อมมีความสุขเป็อย่างยิ่ง
"พวกเ้าล้วนเป็ศิษย์ของสำนักทหารรับจ้างต้าเซี่ยกระมัง?" ผู้นำตระกูลซูเอ่ยเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้น "ทุกท่าน เชิญด้านใน"
หลานสาวของมั่วปู้อวี่เดินทางมาเยือนทั้งที มีหรือที่ผู้นำตระกูลจะไม่กระตือรือร้น?
"ขอบพระคุณเ้าค่ะ" มั่วชิงอู่เอ่ยขอบคุณอย่างมีมารยาท จากนั้นยื่นของขวัญส่งให้คนในตระกูลซูคนหนึ่ง
ด้านเหล่าศิษย์คนอื่น ๆ ต่างก็พากันมอบของขวัญ จากนั้นจึงเดินตามหลังมั่วชิงอู่มุ่งหน้าไปยังทิศทางของลานจัดเลี้ยง โดยมีซูเก๋อ ผู้นำตระกูลทั้งสาม รวมถึงท่านเ้าเมืองตงฟางเยี่ยนเดินร่วมทางดูแลด้วยตนเอง ให้เกียรติแก่มั่วชิงอู่อย่างเต็มเปี่ยม