
ศาลากลางน้ำ จวนตระกูลถัง
กลิ่นหอมของชา "ทิกวนอิม" (กวนอิมเหล็ก) ลอยกรุ่นมาจากถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวบางใสที่วางอยู่เบื้องหน้าเฉินมู่ ไอน้ำร้อนลอยขึ้นเป็เกลียวสวยงาม แต่ภายใต้ความงามนั้น แฝงไว้ด้วยอันตรายที่มองไม่เห็น
"เชิญดื่ม..." ถังจื่อ ผายมือ เชื้อเชิญด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "นี่คือยอดชาจากยอดเขาเอ๋อเหมย (ง้อไบ๊) เก็บเกี่ยวในยามเช้าที่มีหมอกลงจัด รสชาติล้ำลึก... แต่หากคนดื่มไร้วาสนา อาจจะรู้สึก 'ร้อนท้อง' จนตับไตไส้พุงขาดสะบั้นได้"
คำขู่นั้นชัดเจนยิ่งกว่าแสงตะวัน
ยาสะ ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ขยับตัวเล็กน้อย จมูกไวๆ ของนางได้กลิ่นแปลกปลอมจางๆ ที่ผสมอยู่ในกลิ่นชา นางกำลังจะเอ่ยเตือน
ทว่า เฉินมู่ กลับยกมือขึ้นห้าม
เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาอย่างมั่นคง ไม่มีอาการสั่นไหวแม้แต่น้อย
"ท่านผู้นำถังล้อเล่นแล้ว..." เฉินมู่เอ่ยยิ้มๆ "พ่อค้าอย่างข้า วาสนาอาจจะไม่ถึงขั้นเซียน แต่เื่ 'ดูของ' ข้ามั่นใจว่าไม่พลาด"
"ท่านเป็ถึงประมุขตระกูลใหญ่ หากจะฆ่ามดปลวกอย่างข้า คงสั่งมือสังหารไปเด็ดหัวที่บ้านแล้ว ไม่เสียเวลาชงชาดีๆ ต้อนรับหรอก"
พูดจบ เฉินมู่ก็ยกชาขึ้นจิบ... แล้วกระดกหมดถ้วยในรวดเดียว!
"อื้ม... ชาที่ดี! ชุ่มคออย่างยิ่ง!" เฉินมู่วางถ้วยลง "ขอบพระคุณที่เมตตา"
ถังจื่อหรี่ตาลง แววตาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็เสียงหัวเราะก้องกังวาน
"ฮ่าๆๆ! ใจกล้า! ใจกล้ามาก!"
ชายวัยกลางคนตบโต๊ะฉาดใหญ่
"เ้ารู้ไหมว่าในถ้วยนั้นมียาพิษจริงๆ? ...เป็พิษ 'สลายวรยุทธ์' ไร้สีไร้กลิ่น หากเ้าเป็จอมยุทธ์ที่มีลมปราณ ป่านนี้เ้าคงกระอักเืตายไปแล้ว"
"แต่เพราะเ้าเป็แค่คนธรรมดาที่ไร้วรยุทธ์... พิษนี้จึงเป็แค่ยาระบายอ่อนๆ เท่านั้น"
เฉินมู่ยิ้มแหยๆ "งั้นคืนนี้ข้าคงต้องวิ่งเข้าออกห้องน้ำบ่อยหน่อยกระมัง"
"เข้าเื่เถอะ" ถังจื่อเปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจังทันที บรรยากาศกดดันกลับมาอีกครั้ง "เ้ากล้ามากที่แย่งลูกค้าเกลือของตระกูลถัง... รู้ไหมว่าโทษทัณฑ์ของการขัดขากับพยัคฆ์เสฉวนคืออะไร?"
"ข้าไม่ได้ขัดขา..." เฉินมู่ตอบเสียงเรียบ สบตาพยัคฆ์เฒ่าอย่างไม่เกรงกลัว "ข้าแค่มาเสนอ 'ไม้เท้า' ให้พยัคฆ์ที่กำลังขาเจ็บต่างหาก"
"สามหาว!" ถังเหยียน ที่นั่งอยู่ข้างๆ ตวาดลั่น "ใครขาเจ็บ! ตระกูลถังเรายิ่งใหญ่ค้ำฟ้า!"
"เงียบก่อน อาเหยียน" ถังจื่อยกมือห้ามลูกสาว สายตาจับจ้องเฉินมู่เขม็ง "ขยายความซิ"
เฉินมู่กางพัดจีบออก โบกเบาๆ อย่างใจเย็น
"ข้ารู้มาว่า... าทางภาคเหนือระหว่างซ่งกับมองโกล ทำให้เส้นทางขนส่งสินค้าทางบกสายเก่า 'เส้นทางสายแพรไหม' ถูกตัดขาด"
"ยาพิษ ยาสมานแผล และอาวุธลับของตระกูลถัง ที่เคยส่งขายไปยังตะวันตกและทุ่งหญ้า ตอนนี้กองพะเนินอยู่ในโกดัง... ขายไม่ออก เน่าเสีย สนิมเกาะกินไปทุกวัน"
"รายได้หลักของท่านหดหายไปเจ็ดส่วน... ท่านจึงต้องหันมาแย่งเศษเงินในตลาดเกลือทางทะเล ทั้งที่มันไม่ใช่ความถนัดของท่านเลย"
ถังจื่อกำหมัดแน่นที่ใต้โต๊ะ ข้อมูลของเด็กคนนี้แม่นยำจนน่ากลัว
"แล้วเ้ามีปัญญาแก้อะไรรึ?"
"ข้ามีเรือ..." เฉินมู่ชี้ไปทางทะเล "ข้ามีกองเรือที่ได้รับความคุ้มครองจาก 'ราชินีโจรสลัด' และมีเครือข่ายพ่อค้าชาวเปอร์เซียที่หอประมูลยูงทอง"
"ท่านเลิกขายเกลือแข่งกับข้าเถอะ มันเสียเวลา..."
"เอาสินค้าคงคลังของท่าน... ยาพิษ ยารักษาโรค อาวุธลับ... ใส่เรือข้า ข้าจะส่งมันไปขายที่ชวา อินเดีย และเปอร์เซีย ผ่าน 'เส้นทางสายแพรไหมทางทะเล'!"
"ที่นั่น... พวกอาหรับบ้าคลั่งอาวุธและยาพิษมาก พวกเขาจ่ายเป็ 'ทองคำ' หนักกว่าที่ท่านเคยได้จากพวกมองโกลถึงสามเท่า!"
ข้อเสนอนี้กระแทกใจกลางความ้าของถังจื่ออย่างจัง! เปลี่ยนจากศัตรูแย่งตลาดเกลือ... มาเป็พันธมิตรระบายสินค้าผูกขาด!
ถังจื่อนั่งเงียบไปครู่ใหญ่ สมองคำนวณผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ผู้ใหญ่กำลังคุยธุรกิจ... ผู้เยาว์ ก็เริ่มซุกซน
ถังเหยียน นั่งเท้าคางมอง จางเหว่ย ที่ยืนทำหน้านิ่งเหมือนรูปปั้นหินอยู่หลังเฉินมู่ นางรู้สึกหมั่นไส้ท่าทีไม่แยแสโลกของเขายิ่งนัก
ไอ้หมีโง่... ทำเป็เก๊ก!
นางแอบใช้นิ้วคีบเมล็ดถั่วลิสงบนโต๊ะ... เกร็งลมปราณที่ปลายนิ้ว แล้วดีดออกไป!
ฟิ้ว!
เมล็ดถั่วพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง เป้าหมายคือหน้าผากของจางเหว่ย หากโดนเข้าไปคงเจ็บเหมือนโดนหินปา
จางเหว่ยไม่ได้ขยับตัวหลบ... แต่เขาเพียงแค่ "อ้าปาก" รับ
งับ!
เขาเคี้ยวถั่วตุ้ยๆ แล้วกลืนลงคอหน้าตาเฉย
ถังเหยียนเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง อะ... ไอ้บ้า! รับด้วยปากเนี่ยนะ!?
นางไม่ยอมแพ้ คราวนี้หยิบตะเกียบไม้ไผ่ขึ้นมา หักครึ่งเป็ท่อนสั้นๆ แล้วซัดออกไปสองอันพร้อมกัน!
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เป้าหมายคือไหล่ซ้ายและขวา
จางเหว่ยขยับมือวูบเดียว... เร็วจนมองไม่ทัน
ในมือของเขาปรากฏตะเกียบสองท่อนนั้น ถูกคีบไว้ในง่ามนิ้วอย่างสวยงาม เขาหมุนตะเกียบเล่นไปมา แล้วใช้มันเกาหลังตัวเองแกรกๆ
"ยัยเปี๊ยก..." จางเหว่ยขยับปากพูดแบบไม่มีเสียง ให้นางอ่านปากได้คนเดียว
"...ของเด็กเล่น"
"กรี๊ดดด!" ถังเหยียนร้องในใจ หน้าแดงก่ำจนควันแทบออกหู นางอยากจะะโข้ามโต๊ะไปกัดหูเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดที่พ่อกำลังเจรจาอยู่
"ตกลง!"
เสียงถังจื่อดังขึ้นทำลายความเงียบ
"ข้าชอบข้อเสนอของเ้า... เฉินมู่" ถังจื่อลุกขึ้นยืน "แต่ตระกูลถังมีกฎ... เราไม่ร่วมหุ้นกับคนที่ไม่มี 'เขี้ยวเล็บ' พอจะปกป้องสินค้าของเรา"
"กองเรือเ้าอาจจะแกร่ง... แต่ตัวเ้าล่ะ?"
ถังจื่อแสยะยิ้ม มองไปที่จางเหว่ยและยาสะ
"ข้าอยากเห็นว่า 'ดาบ' ของเ้า... คมพอที่จะรับมือ 'ยอดฝีมือ' ของตระกูลถังได้หรือไม่"
"เหยียนเอ๋อ!"
"เ้าค่ะท่านพ่อ!" ถังเหยียนเด้งตัวลุกขึ้นทันที ดวงตาเป็ประกายวาววับ นางรอเวลานี้มานานแล้ว
"เ้าจงประลองกับคนของเฉินมู่..." ถังจื่อสั่ง "ถ้าเ้าแพ้... ข้าจะยอมแบ่งกำไรให้เฉินมู่เจ็ดส่วน แต่ถ้าเ้าชนะ..."
เขาหันมามองเฉินมู่ด้วยสายตาอำมหิต
"ข้าจะยึดกิจการทั้งหมดของเ้า และเ้าต้องทิ้งแขนไว้ข้างหนึ่ง เป็ค่าผ่านทาง!"
เฉินมู่ลุกขึ้นยืน กางพัดจีบปิดบังรอยยิ้ม
"ยุติธรรมดี..."
เขาหันไปพยักหน้าให้จางเหว่ย
"อาเหว่ย... อย่าทำคุณหนูถังเจ็บมากล่ะ เดี๋ยวว่าที่พ่อตาจะโกรธเอา"
"หา!?" ถังเหยียนหน้าแดงจรดใบหู "ใครว่าที่พ่อตา! ไอ้ปากเสีย! วันนี้ข้าจะเลาะฟันเ้าออกมาให้หมดปาก!"
จางเหว่ยถอนหายใจยาว เดินออกมากลางลานประลองที่จัดขึ้นเฉพาะกิจกลางศาลาน้ำ
"ยุ่งยากชะมัด..." เขาบ่นพึมพำ "สู้กับสตรี ตีแรงเกินก็ไม่ได้ จับไม่ถูกที่ก็หาว่าลวนลาม..."
เขาหันไปมองยาสะที่ยืนกำหมัดเชียร์อยู่
"ยาสะ... ถ้าข้าเผลอทำนางร้องไห้ เ้าช่วยปลอบทีนะ"
"ฝันไปเถอะ!" ยาสะแลบลิ้น "อัดให้น่วมเลย อาเหว่ย! เอาคืนเผื่อข้าด้วย!"