ตอนที่ 5 หาเื่
แสงตะวันยามเช้าค่อยๆ ทอทอดผ่านชั้นเมฆลงมา เชียนเชียนที่เพิ่งกลับมายามดึกคืนวานนั้นลุกขึ้นเริ่มจัดเก็บเรือนแล้ว อันที่จริงยามปกติตัวนางก็ไม่ได้ตื่นเช้าปานนี้หรอก เพียงแต่เพราะเมื่อคืนวานนั้นนางทำจดหมายหาย ยามที่กลับมาคุณหนูก็หลับไปแล้ว ตัวนางหวาดหวั่นกังวลมาตลอดทั้งคืน ถึงได้ตัดสินใจตื่นแต่เช้าตรู่รอสารภาพผิดยอมรับโทษกับคุณหนู
เสียงฝีเท้าแ่เบาดังจากไกลเข้ามาใกล้ เชียนเชียนที่มือกุมไม้กวาดอยู่นั้นแหงนหน้าขึ้นมองไป ใบหน้าเล็กที่เดิมทีก็ไม่ค่อยเบิกบานใจอยู่แล้วกลับยิ่งทะมึนลงไปอีก ทว่าต่อให้นางไม่ยินดีมากเพียงไร มารยาทที่ควรมีนั้นก็ไม่อาจลดน้อยลงไปได้
นางวางไม้กวาดที่อยู่ในมือลง เชียนเชียนคุกเข่าลงคารวะให้กับเงาร่างสองสามสายที่เดินเข้ามา “อรุณสวัสดิ์คุณหนูสาม อรุณสวัสดิ์คุณหนูจวิ้นหรูเ้าค่ะ”
เหนียนอิ๋งชุนที่เดินเข้ามาโบกมืออย่างรำคาญใจ นางแสดงท่าทีให้เชียนเชียนลุกขึ้นพลางเอ่ยปากถามขึ้นตรงๆ “แล้วคุณหนูของพวกเ้าล่ะ”
เชียนเชียนหยัดกายขึ้น ทว่าใบหน้ากลับยังมองพื้นอยู่ตลอด “เรียนคุณหนูสาม เมื่อวานคุณหนูถูกฝนสาดตัวเปียกไปหมด นางไม่สบายอยู่บ้าง ตอนนี้ยังพักผ่อนอยู่เ้าค่ะ”
ไม่รอให้เหนียนอิ๋งชุนเอ่ยคำ สตรีที่ยืนอยู่ด้านข้างนางก็พลันหัวเราะเย้ยหยันขึ้นมา “ถึงกับยังมีใจหลับลงได้อีกหรือ พี่หญิงชุนเอ๋อร์ ข้าว่าพี่สาวของท่านรายนี้ช่างใจกล้าเสียจริงๆ!”
เหนียนอิ๋งชุนเมื่อได้ยินว่าเหนียนอิ๋งสี่ยังหลับอยู่ ภายในใจก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง วันนี้ยามเช้าตรู่นางได้รับถ่ายทอดวาจามาจากพี่หญิงซูหลาน บอกว่าเหนียนอิ๋งสี่นั้นตากฝนอยู่หลายชั่วยาม รู้สึกไม่วางใจอย่างมาก จึงให้นางรีบมาดูสักหน่อย ว่าคนล้มป่วยไปแล้วหรือยัง
เดิมทีเหนียนอิ๋งชุนนั้นไม่อยากมา ยายโง่นี้ตายหรือไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนางด้วยเล่า ทว่าญาติผู้น้องจวิ้นหรูที่อยู่ในห้องตอนนั้นกลับไม่เห็นพ้องด้วย จะอย่างไรเสีย อวี๋ซูหลานก็เป็พระชายาของซือหนานอ๋องหากพวกนางไม่ทำตามที่อีกฝ่ายไหว้วานก็ยากจะอธิบาย อีกทั้งยังได้ถือโอกาสพูดจากระตุ้นยั่วยุยายโง่ผู้นี้ด้วย ดูนางร้องไห้อย่างโง่งมทั้งที คงจะเบิกบานใจอยู่บ้างมิใช่หรือ
พอได้ยินจวิ้นหรูพูดจาเช่นนี้ เหนียนอิ๋งชุนก็พยักหน้าเห็นด้วยแล้วจึงมาดูๆ สักหน่อย ทว่าตอนนี้มิเพียงยังไม่ทันได้เอ่ยปากทิ่มแทงเหนียนอิ๋งชุน กลับเจอคนปิดประตูเข้าใส่ แล้วนางจะอารมณ์ดีได้อย่างไร นางเบนสายตาถลึงเข้าใส่จวิ้นหรูที่อยู่ด้านข้าง ภายในใจคิด ‘ไม่ใช่ว่าเ้าอยากมาดูให้ได้หรอกหรือ ยามนี้ดีนักนี่ พวกเราสองคนเลยโดนคนปิดประตูใส่เข้าเสียแล้ว!’
แม้จวิ้นหรูจะเป็ลูกพี่ลูกน้องของเหนียนอิ๋งชุน ทว่ามารดาของจวิ้นหรู อันจือเฟิ่งนั้นกลับเป็เพียงลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของอันจือเหมยเท่านั้น หากมิใช่ว่าหลายปีนี้การค้าเครื่องประดับของบิดานางรุ่งเรือง แล้วอันจือเหมยซึ่งชอบของสวยๆ งามๆ ้าซื้อของบ้านพวกนางในราคาทุนก็คงไม่สนใจครอบครัวพวกนางหรอก ดังนั้นแล้วแทนที่จะพูดว่าอันจือเหมยและอันจือเฟิ่งสนิทสนมกันนั้น ไม่สู้พูดว่าอันจือเฟิ่งคิดอยากอาศัยโอกาสขายอัญมณีราคาทุนให้อันจือเหมยเพื่อประจบอีกฝ่ายจะดีกว่า
เมื่อเห็นเหนียนอิ๋งชุนโมโหเข้า จวิ้นหรูก็รีบดึงชายเสื้อของนางพลางยิ้มประจบ “พี่หญิงอย่าได้โมโหไปเลย นางนับเป็อะไรถึงได้กล้าปิดประตูไล่แขกใส่พวกเรา หากไม่ตื่น พวกเราก็เตะประตูบุกเข้าไปปลุกนางเสียเลย เช่นนี้ดีหรือไม่”
ครั้นเชียนเชียนได้ยินว่าพวกนาง้าถีบประตูเข้าไปก็รีบลุกขึ้นมาหมายจะห้าม ทว่าชุ่ยเอ๋อร์สาวใช้ข้างกายเหนียนอิ๋งชุนนั้นไม่ใช่คนไร้ความสามารถ นางออกแรงใช้มือผลักเชียนเชียนออกไป “แล้วเ้านับเป็สิ่งใดกัน อย่าได้ขวางทางเดินของคุณหนูพวกข้า!”
ในเวลาเดียวกับที่เชียนเชียนถูกผลักนั้น จวิ้นหรูก็ได้เปิดประตูห้องของเหนียนอิ๋งสี่เป็ที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นเสียงฝีเท้าวุ่นวายของคนสองสามคนก็เดินเข้าไปข้างในห้อง ทว่ากลับได้เห็นเหนียนอิ๋งสี่ที่นอนอยู่บนเตียงบัดนี้ลุกขึ้นมาพิงหัวเตียงแล้วเรียบร้อย และกำลังมองพวกนางด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
เดิมทีตัวตนของเหนียนอิ๋งสี่คือนักฆ่า ยามหลับนั้นนางไม่เคยหลับลึกมาตลอด ไม่ต้องพูดถึงเสียงพูด ตอนที่นางหลับนั้นหากมีเข็มตกสักเล่ม นางก็จะสะดุ้งตื่น
เหนียนอิ๋งสี่ที่ตื่นขึ้นมาแต่เช้านั้นแม้ร่างกายจะนับว่าไม่ค่อยมีแรง แต่ว่าการจะจัดการสตรีไม่กี่คนนั้น นางยังพอมีเรี่ยวแรงอยู่ เดิมทีเหนียนอิ๋งสี่คิดจะรอให้ร่างกายของนางฟื้นฟูดีๆ ก่อนแล้วค่อยไปหาคนพวกนี้เพื่อคิดบัญชีทีละคน ทว่าตอนนี้ในเมื่อพวกนางบุกเข้ามาหาเื่เองถึงประตู ไยนางต้องเกรงใจด้วยเล่า