ชายคนนั้นหยิบกรรไกรขึ้นมา ฉินซู่ค่อยๆถอยหลังไปเล็กน้อย
ถึงจะเจ็บแผลจนทนแทบไม่ไหวแต่เขาก็ยังคงยืดตัวตรง ขวางอยู่หน้าเด็กทั้งสองคนที่ยังหลับอยู่
ชายคนนั้นเอากรรไกรแทงเข้ามาฉินซู่หลบหลีกอยู่สักพัก คอยระวังไม่ให้ไปโดนเฉินเฉิน
เฉินเฉินหรี่ตาหาว แต่พอเห็นเงาดำพุ่งเข้ามาเขาสะดุ้งตกใจ
ฉินไห่เยว่ก็ถูกปลุกให้ตื่นเหมือนกัน
“เด็กน้อยสองคนก็ตื่นแล้วสินะ” ชายคนนั้นถูกต่อยไปเมื่อกี้ น้ำเสียงเย็นเยียบมุมปากยังมีความดีใจอยู่เล็กน้อย “คืนนี้แหละฉันจะได้ล้างแค้นสักที!”
“แกกล้าดียังไงกัน!”
ฉินซู่หรี่ตาลง กำหมัดแน่นเขาคิดว่าตอนนี้จะต้องทำยังไงดีถึงจะสามารถต่อยคนคนนี้ให้ล้มลงได้ในหมัดเดียว
ถ้าโจมตีในครั้งเดียวไม่สำเร็จเจ้าโจรนั่นคงจะแก้แค้นพวกเขาอีกแน่ อาจจะเป็นอันตรายได้
“พ่อคะ”
ฉินไห่เยว่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเธอกลัวจนเอามือเล็กๆ จับเสื้อของฉินซู่ไว้
“ฮือๆ!”
ฉินไห่หยางก็ถูกโจรอีกคนลากเข้ามา
โจรคนนั้นลากเข้ามาพลางด่าเสียงดัง“เวรเอ๊ย ไอ้เด็กเวรนี่ ยังกล้าวิ่งหนีฉันอีก คิดจริงๆเหรอว่าจะหนีพ้น”
พูดจบ เขาก็เหวี่ยงร่างของเด็กน้อยลงบนพื้นแล้วเหยียบหลังอีกฝ่ายด้วยเท้าข้างหนึ่ง
หัวของฉินไห่หยางกระแทกพื้น เขากัดฟันและกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
“แกไปจัดการซะ” หลังจากที่เพื่อนอีกคนเข้ามาเขาก็หันไปพูดกับอีกฝ่าย “เมื่อกี้พวกเราเจอของดีๆบ้างแล้วใช่ไหม? รีบไปเอามาไปให้หมดเสร็จแล้วพวกเราจะได้รีบหนีไป”
พูดจบ ทั้งสองคนก็สบตากันสักพัก
แต่ชายที่ยืนขวางหน้าฉินซู่กลับกำหมัดแน่น"เมื่อกี้มันต่อยฉัน ฉันจะปล่อยไปง่ายๆ ได้ยังไง!”
เขากำกรรไกรไว้แน่น ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้“ถ้าไม่ให้มันได้ลิ้มรสบ้าง เดี๋ยวมันจะคิดว่าฉันใจดีเกินไป!”
พูดจบเขาก็กำลังจะพุ่งเข้าไป
วินาทีต่อมา เงาดำก็พุ่งเข้ามาจากประตูถือตะกร้ามาใบหนึ่ง ครอบลงบนหัวของโจรที่อยู่ตรงประตูทันที
“ใครวะ!?”
ชายคนนั้นสบถลั่นส่วนชายที่ถือกรรไกรอยู่ก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันกลับแล้วพุ่งใส่เงาดำที่โผล่มาทางด้านหลังทันที
เขาพุ่งเข้าไปพลางสบถด่า“ในเมื่อมีคนไม่กลัวตาย กล้าแส่ไม่เข้าเรื่องฉันจะดูสิว่ากระดูกของแกจะแข็งสักแค่ไหน!”
ยังไม่ทันได้เข้าใกล้อีกฝ่ายก็เตะเข้าที่หัวเข่าเขาอย่างเต็มแรง เขาถูกเตะล้มลงทันที
คนที่ล้มลงบนพื้นก็ถูกเตะซ้ำอีกพวกเขาสองคนเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีแล้ว
คนที่อยู่ตรงประตูถอดตะกร้าที่อยู่บนหัวออกก่อนจะโกนลั่น “รีบไป!”
พูดจบเขาก็รีบวิ่งหนีออกไปก่อนคนที่อยู่ข้างหลังก็รีบตามไปติดๆ
เงาดำที่เพิ่งบุกเข้ามาถือของในมือขว้างออกไปข้างนอก
“ลุง พอเถอะครับ” ฉินซู่รีบห้ามคนคนนั้นจึงหยุดมือ
เขารีบเปิดไฟ ตอนนั้นเองฉินไห่หยางถึงได้เห็นชัดว่าคนที่เดินเข้ามาคือ หวังชิงซาน
“คุณปู่หวัง”
ฉินไห่หยางลุกขึ้นมาจากพื้นส่วนหวังชิงซานก็นั่งลงข้างเตียง “ฉันลืมกระบอกยาสูบเอาไว้ที่นี่เลยกลับมาเอาน่ะ”
“ถ้าฉันไม่ได้สูบสักมวนก่อนนอนล่ะก็พรุ่งนี้คงทรมานแน่นอน” หวังชิงซานยังคงมองออกไปข้างนอก“ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะมาขโมยของ เรื่องนี้…”
“ลุงชิงซาน” ฉินซู่กัดฟันแน่นยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง “รบกวนลุงช่วยพยุงผมหน่อยครับเมื่อกี้ข้อเท้าผมพลิก”
ตอนนั้นสถานการณ์คับขันเลยไม่มีเวลาคิดอะไรมาก พอใช้แรงมากเกินไปก็ทำให้กระดูกของฉินซู่บิด
ตอนนี้เขาเจ็บไปทั้งตัว
หวังชิงซานไม่พูดอะไรมากรีบเข้าไปช่วยพยุงฉินซู่ เขามองไปที่บาดแผลของฉินซู่ที่บวมขึ้นมา
เขาร้อนใจเล็กน้อย“หรือว่าไปโดนแผลเก่า?”
“งั้น...” หวังชิงซานขมวดคิ้ว“พรุ่งนี้เช้าฉันจะให้คนในหมู่บ้านช่วยไปส่งข่าวที่โรงพยาบาลหรือไม่ก็ให้เมียนายกลับมาเถอะ”
สถานการณ์แบบนี้มันอันตรายเกินไป
“อย่าครับ” ฉินซู่ร้องห้าม“เธอไปที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาคน ผมบาดเจ็บแค่นิดเดียวเองไม่เป็นอะไรมาก พรุ่งนี้ผมจัดการเองก็ได้ครับ”
“นายนี่มัน…” หวังชิงซานลังเลอยู่สักพักกันหันไปหยิบของที่อยู่บนพื้น “วันนี้ฉันจะนอนที่นี่!”
เขากลัวว่าคนพวกนั้นจะกลับมาอีกบ้านนี้มีแต่เด็กๆ และฉินซู่ที่ป่วย
ถ้าเขามาช้ากว่านี้อีกสักนิดเหตุการณ์ในวันนี้อาจจะเลวร้ายเกินกว่าจะคาดเดาได้
“ขอบคุณครับ” ฉินซู่มองไปที่ขาของตัวเองด้วยความรู้สึกซับซ้อนมือข้างหนึ่งกำผ้าห่มไว้แน่น “ไห่หยาง ลูกเป็นยังไงบ้าง?”
ฉินไห่หยางส่ายหน้าเขาแค่หน้าผากถลอกเท่านั้น
“ผมคิดอะไรออกแล้ว” เมื่อกี้เฉินเฉินก็ตกใจกลัวแทบตายเหมือนกันแต่ตอนนี้กลับมีความกล้าขึ้น เขากระโดดลงมาจากเตียง “น้าต่งมีสมุนไพรที่ตากแห้งไว้น่าจะเอามาใช้ได้ครับ”
พูดจบเขาก็วิ่งออกจากประตูเดินวนไปวนมาในลานบ้านสักพัก กลับมาอีกทีในมือก็ถือสมุนไพรที่ตากแห้งไว้ต้นหนึ่ง
เขาขยี้สมุนไพรในมือเบาๆแล้วเอามาทาบนหน้าผากของฉินไห่หยาง
“ซี้ด!” ฉินไห่หยางถอยหลังไปก้าวหนึ่งเฉินเฉินกลับดึงเขาไว้ “เดี๋ยวก็หาย อีกสักพักก็ไม่เจ็บแล้ว”
ตอนที่ทาลงไปใหม่ๆจะมีความรู้สึกแสบร้อนอยู่บ้าง แต่ตอนหลังก็ค่อยๆ ดีขึ้นหวังชิงซานมองไปที่เด็กทั้งสามคน เขาก็ถอนหายใจออกมา
วันรุ่งขึ้น
ถึงฉินซู่จะบอกว่าอย่าเพิ่งบอกต่งเสี่ยวเสี่ยวแต่หวังชิงซานคิดว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในบ้าน ยังไงก็จำเป็นต้องให้เธอรู้
ดังนั้นตั้งแต่เช้าตรู่เขาจึงให้คนขับรถม้าในหมู่บ้าน ช่วยไปส่งข่าวที่โรงพยาบาล
พอต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นเธอก็เซไปเล็กน้อย เกือบจะตกจากเก้าอี้
เมื่อคืนหลี่ซิงชาง จู่ๆก็ชักขึ้นมากะทันหัน เธอกับทีมแพทย์ช่วยกันดูแลเขาอยู่สองชั่วโมงกว่าๆอาการถึงได้ทรงตัวในเช้าวันนี้
เธอไม่ได้นอนมาทั้งคืนพอได้ยินข่าวนี้ก็อดที่จะตกใจไม่ได้
“ป้าคะ ฉันต้องกลับบ้านแล้วนะคะ” ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดเรื่องนี้กับหวังซิ่วฉิน “ที่บ้านยังต้องการฉันตอนนี้อาการป่วยของลูกชายป้าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว หมอเผยจะจัดการเรื่องนี้ต่อนะคะ”
ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดสองวันถือว่าผ่านพ้นไปแล้ว
หวังซิ่วฉินเข้าใจดีเธอจับมือของต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้แน่น “สหายต่งเมื่อก่อนป้าไม่ดีเอง ต่อไปป้าจะไม่ทำแบบนั้นกับเธออีกแล้ว”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้า เธอบอกลาเผยเห่อแล้วก็รีบออกจากโรงพยาบาลไปทันที
เธอมาถึงจุดจอดรถม้าแล้วเธอกำลังเตรียมที่จะกลับบ้าน
แต่ก็ลังเลอยู่สักพักเธอเดินวนอยู่ในตลาดรอบหนึ่ง จากนั้นก็เหมารถม้ามาคันหนึ่งและซื้อกล่องขนาดใหญ่มาหลายกล่อง แต่จริงๆ แล้วข้างในมีแต่ถ่านหิน
ส่วนข้างนอกเธอก็ซื้อสินค้าหลายๆอย่างมาวางเอาไว้
ในเมื่อมีคนจ้องของในบ้านของพวกเขาอยู่เธอจะใช้แผนซ้อนแผน
พวกเขารู้ว่าหวังชิงซานอยู่ที่นั่นอาจจะแอบไปตอนที่ไม่มีคนอยู่ เพราะยังไงเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง
ไม่เป็นไร เธอจะกลับไปวางแผนก่อน
ในยุคนี้ ถ้าถูกจับได้ว่าขโมยของจะถูกส่งไปที่หน่วยลาดตระเวนของหมู่บ้าน คนพวกนั้นจะจัดการให้เรียบร้อยเอง
ถ้าคดีร้ายแรงจะถูกส่งตัวไปที่สถานีตำรวจถ้าคดีไม่ร้ายแรงจะต้องไปทำงานชดใช้ความผิด
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เดินกลับหมู่บ้านอย่างมั่นใจ
ที่ปากทางหมู่บ้านต่งเสี่ยวเสี่ยวเจอกลุ่มผู้หญิงที่ชอบนินทา พวกเธอหัวเราะกันไปพลางล้อเลียนว่า“ดูท่าทางจะขูดรีดซิ่วฉินจนร่ำรวยเลยนะเนี่ยของเต็มรถม้าขนาดนั้นน่าอิจฉาจริงๆ”
คำพูดเสียดสีพวกนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่เคยตอบโต้
เธอแค่ยิ้มบางๆ และพูดว่า“แต่มันก็ต้องมีความสามารถด้วยไม่ใช่เหรอ?”